หม่อมเจ้านนทิยาวัด สวัสดิวัตน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมเจ้านนทิยาวัด สวัสดิวัตน์
หม่อมเจ้า ชั้น 4
หม่อมเจ้านนทิยาวัด.JPG
ชายาหม่อมเจ้าสุวภาพเพราพรรณ สวัสดิวัตน์
พระบุตรหม่อมราชวงศ์สุวนันท์ วัลยะเสวี
หม่อมราชวงศ์รำพิอาภา เกษมศรี
หม่อมราชวงศ์วุฒิสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์
หม่อมราชวงศ์สุดานันท์ สินธวานนท์
หม่อมราชวงศ์เพราพรรณี สวัสดิวัตน์
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์
พระมารดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี
ประสูติ25 เมษายน พ.ศ. 2452
สิ้นชีพตักษัย18 ตุลาคม พ.ศ. 2501 (49 ปี)

หม่อมเจ้านนทิยาวัด สวัสดิวัตน์ (25 เมษายน พ.ศ. 2452 – 18 ตุลาคม พ.ศ. 2501)[1] พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี เป็นพระโสทรานุชาในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

พระประวัติ[แก้]

หม่อมเจ้านนทิยาวัด สวัสดิวัตน์ เป็นพระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี ประสูติเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2452 ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนประจำที่นิวอิงแลนด์ สหรัฐ และจากวูสเตอร์อะแคเดมี เมืองวูสเตอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อปี พ.ศ. 2470 เสกสมรสกับหม่อมเจ้าสุวภาพเพราพรรณ สวัสดิวัตน์ (ราชสกุลเดิม วุฒิชัย) พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2478 มีโอรส-ธิดา 5 คน ได้แก่

  1. หม่อมราชวงศ์สุวนันท์ วัลยะเสวี
  2. หม่อมราชวงศ์รำพิอาภา เกษมศรี
  3. หม่อมราชวงศ์วุฒิสวัสดิ์ สวัสดิวัตน์
  4. หม่อมราชวงศ์สุดานันท์ สินธวานนท์
  5. หม่อมราชวงศ์เพราพรรณี สวัสดิวัตน์[2]

หม่อมเจ้านนทิยาวัด สวัสดิวัตน์ ถึงชีพิตักษัยเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2501 สิริชันษา 49 ปี

งานการเมือง[แก้]

หม่อมเจ้านนทิยาวัด สวัสดิวัตน์ เคยได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[3] ในรัฐบาลของพลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

พงศาวลี[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มหามกุฎราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรสธิดา พระราชนัดดา. กรุงเทพ : อมรินทร์พริ้นติ้ง, พ.ศ. 2547. หน้า หน้าที่. ISBN 974-272-911-5
  2. HSH Prince Nandiyavat SVASTIVATANA
  3. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งและแต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๒๒ ราย)