หม่อมหลวงชูชาติ กำภู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
หม่อมหลวงชูชาติ กำภู
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
9 กันยายน พ.ศ. 2507 – 13 เมษายน พ.ศ. 2512
นายกรัฐมนตรี ถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้า พระประกาศสหกรณ์
ถัดไป บุญรอด บิณฑสันต์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดำรงตำแหน่ง
2 สิงหาคม พ.ศ. 2508 – 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510
ก่อนหน้า หลวงอิงคศรีกสิการ
ถัดไป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 4 มกราคม พ.ศ. 2448
อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร
เสียชีวิต 13 เมษายน พ.ศ. 2512 (64 ปี)
คู่สมรส คุณหญิงโฉมศรี กำภู ณ อยุธยา
ศาสนา พุทธ

หม่อมหลวงชูชาติ กำภู (4 มกราคม พ.ศ. 2448-13 เมษายน พ.ศ. 2512) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนชลประทานวิทยา และวิทยาลัยการชลประทาน อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจนถึงแก่อนิจกรรมในขณะดำรงตำแหน่ง

ในวันคล้ายวันเกิดของหม่อมหลวงชูชาติ โรงเรียนชลประทานวิทยาและวิทยาลัยการชลประทานได้กำหนดให้วันที่ 4 มกราคมของทุกปี เป็นวันงานพิธีไหว้ครู เพื่อระลึกถึงพระคุณของครู และพระคุณของหม่อมหลวงชูชาติ ผู้ก่อตั้งโรงเรียน

ประวัติ[แก้]

หม่อมหลวงชูชาติ กำภู เกิดวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2448 ที่ตำบลสามยอด อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร เป็นบุตรคนโตของพลตรีพระยาสุรเสนา (หม่อมราชวงศ์ชิต กำภู) และคุณหญิงผอบ สุรเสนา ได้รับพระราชทานนาม "ชูชาติ" จากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หม่อมหลวงชูชาติ กำภู สมรสกับคุณหญิงโฉมศรี กำภู ณ อยุธยา ธิดาของมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาพลเทพ (เฉลิม โกมารกุล ณ นคร) และคุณหญิงสว่าง พลเทพ มีบุตรธิดาคือ

  1. นายคาวี กำภู ณ อยุธยา
  2. นางสาวสุธาทิพย์ กำภู ณ อยุธยา

การศึกษา[แก้]

หม่อมหลวงชูชาติ กำภู เริ่มการศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2457 เมื่ออายุได้ 9 ปี เรียนจบได้รับประกาศนียบัตรชั้นมัธยมบริบูรณ์ เมื่ออายุได้ 17 ปี และสอบชิงทุนได้รับทุนเล่าเรียนหลวงให้ไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ได้ศึกษาที่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2466 เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงเข้าศึกษาในวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยลอนดอน เมื่อ พ.ศ. 2468 ศึกษาอยู่ 8 ปี จึงสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโททางวิศวกรรมโยธา ประกาศนียบัตรและปริญญาบัตรที่ได้มาจากมหาวิทยาลัยนี้คือ A.C.G.L., B. Sc. ทางวิศวกรรมโยธา D.IC. (Advanced Dipkoma of Impetial College) และปริญญาโท M.Sc. ในทางคอนกรีตและไฮโดรลิกส์ ในปี พ.ศ. 2472 ได้เข้าฝึกงานในด้านวิศวกรรมโยธาในกรมโยธาธิการของอังกฤษ 1 ปี จึงกลับประเทศไทยเข้ารับราชการในกรมชลประทาน เมื่อ พ.ศ. 2473

หม่อมหลวงชูชาติ กำภู ได้อุปสมบท ณ พัทสีมาวัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2482 โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ มีฉายาว่า ปัญญาวุโธ หลังจากปฏิบัติราชการในด้านกรมชลประทานและวิศวกรรมเรื่อยมา จนมีความรู้และประสบการณ์ในด้านดังกล่าวเป็นพิเศษ จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นราชบัณฑิตในวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เมื่อ พ.ศ. 2505 และปริญญาชั้นสูงสุด คือ ปริญญาช่างชลประทานดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2506 ต่อมาได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลาเข็มศิลปวิทยา เมื่อได้สร้างเขื่อนภูมิพลแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2507

การทำงาน[แก้]

หม่อมหลวงชูชาติ กำภู เริ่มเข้ารับราชการนายช่างผู้ช่วยประจำกองที่ปรึกษา กรมชลประทาน ชั้นผู้ช่วยเซ็กชั่นแนลเอนจิเนียร์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2473 ได้รับพระราชทานยศเป็นรองอำมาตย์เอกในปีต่อมา จนเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการเรื่อยมาจนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2492 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี (วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2499 ถึง 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500) และยังคงเป็นอธิบดีกรมชลประทาน จากนั้นในปี พ.ศ. 2507 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ[1] (วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2507 จนสิ้นสมัยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2512) และยังคงเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ในช่วงนั้นยังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2 สิงหาคม พ.ศ. 2508 ถึง 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510) อีกตำแหน่งหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2512 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพัฒนาแห่งชาติอีก เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2512 และยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่จนถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2512

หน้าที่ราชการพิเศษ[แก้]

  • พ.ศ. 2491 เป็นกรรมการองค์การอาหารและเกษตรแห่งชาติ (ได้รับเลือกอีกในปี พ.ศ. 2495)
  • พ.ศ. 2494 เป็นกรรมการพิจารณาเกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยาโดยใช้เงินกู้จากธนาคารโลก (ได้รับการแต่งตั้งอีกในปี พ.ศ. 2495 และ 2497)
  • พ.ศ. 2497 เป็นผู้ว่าการองค์การพลังงานไฟฟ้าลิกไนท์ และเป็นกรรมการพลังงานแห่งชาติ
  • พ.ศ. 2500 เป็นประธานกรรมการการไฟฟ้ายันฮี (จนถึง พ.ศ. 2507)
  • พ.ศ. 2502 เป็นกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ (จนถึงแก่อนิจกรรม)
  • พ.ศ. 2503 เป็นประธานกรรมการชลประทานศึกษามูลนิธิ
  • พ.ศ. 2510 เป็นรองประธานกรรมการพัฒนาการเกษตร ในเขตโครงการคันและคูน้ำ
  • พ.ศ. 2511 เป็นผู้แทนประเทศไทยระดับรัฐมนตรีในคณะกรรมการประสานงานทางหลวงแห่งเอเชีย
  • พ.ศ. 2512 เป็นกรรมการบริหารสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ

บั้นปลายชีวิต[แก้]

หม่อมหลวงชูชาติ กำภูได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคเส้นโลหิตในหัวใจตัน เมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2512 รวมอายุได้ 64 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และพระราชทานโกศไม้สิบสอง และทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ตั้งแต่ถึงอนิจกรรม จนถึงวันบำเพ็ญกุศล 7 วัน พระราชทาน ณ บ้าน 1225 ถนนสุขุมวิท พระนคร

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ในประเทศ[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ[แก้]

  • พ.ศ. 2509 - AUT Honour for Services to the Republic of Austria - 3rd Class BAR.png สายสะพายจากประเทศออสเตรีย (The Silver Grand with Sash for Merit to the Republic of Austria)

อ้างอิง[แก้]

  1. พระบรมราชโองการ ประกาศ รัฐมนตรีลาออกและปรับปรุงแต่งตั้งรัฐมนตรี (พลเอก สุรจิต จารุเศรนี ลาออก และตั้งพระประกาศสหกรณ์ หม่อมหลวงชูชาติ กำภู)
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๙, ตอน ๔๖ ง, ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๕, หน้า ๑๒๔๙
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, (ในโอกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล) เล่ม 69, ตอน 29, 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2495, หน้า 1288.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม 81, ตอน 47 ง ฉบับพิเศษ, 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2507, หน้า 3.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม 72, ตอน 81, 11 ตุลาคม พ.ศ. 2498, หน้า 2517.

ดูเพิ่ม[แก้]