ข้ามไปเนื้อหา

ประเทศจอร์แดน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จอร์แดน)
ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน
المملكة الأردنية الهاشمية (อาหรับ)
Al-Mamlaka al-Urduniyya al-Hāshimiyya
คำขวัญ: الله، الوطن، الملك
Allāh, al-Waṭan, al-Malik
"พระเจ้า, ชาติ, พระมหากษัตริย์"[1]
เพลงชาติ: السلام الملكي الأردني
Al-Salām al-Malakī al-Urdunī
"เพลงสรรเสริญพระบารมีแห่งจอร์แดน"
เมืองหลวงอัมมาน
31°57′N 35°56′E / 31.950°N 35.933°E / 31.950; 35.933
ภาษาราชการภาษาอาหรับ[2]
กลุ่มชาติพันธุ์
ศาสนา
และอื่น ๆ 1%
เดมะนิมชาวจอร์แดน
การปกครองราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแบบรัฐเดี่ยวในระบบรัฐสภา
อับดุลเลาะห์ที่ 2
จาฟาร์ ฮัสซัน
สภานิติบัญญัติรัฐสภา
วุฒิสภา
สภาผู้แทนราษฎร
เอกราช 
11 เมษายน ค.ศ. 1921
25 พฤษภาคม ค.ศ. 1946
11 มกราคม ค.ศ. 1952
พื้นที่
 รวม
89,342 ตารางกิโลเมตร (34,495 ตารางไมล์) (อันดับที่ 110)
 แหล่งน้ำ (%)
0.6
ประชากร
 ประมาณ 2023
11,484,805[3] (อันดับที่ 84)
 สำมะโนประชากรปี 2015
9,531,712[4]
 ความหนาแน่น
114 ต่อตารางกิโลเมตร (295.3 ต่อตารางไมล์) (อันดับที่ 70)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)ประมาณ 2023
 รวม
เพิ่มขึ้น 1.32092 แสนล้านดอลลาร์[5] (อันดับที่ 91)
 ต่อหัว
เพิ่มขึ้น 12,809 ดอลลาร์[5] (อันดับที่ 112)
จีดีพี (ราคาตลาด)ประมาณ 2023
 รวม
เพิ่มขึ้น 5.0022 หมื่นล้านดอลลาร์[5] (อันดับที่ 93)
 ต่อหัว
เพิ่มขึ้น 4,850 ดอลลาร์[5] (อันดับที่ 114)
จีนี (2011)35.4[6]
ความเหลื่อมล้ำปานกลาง
เอชดีไอ (2023)เพิ่มขึ้น 0.754[7]
สูง (อันดับที่ 100)
สกุลเงินดีนาร์จอร์แดน (JOD)
เขตเวลาUTC+03:00 (AST)
รหัสโทรศัพท์+962
โดเมนบนสุด.jo
.الاردน

จอร์แดน[a] หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน[b] เป็นประเทศในภูมิภาคลิแวนต์ตอนใต้ของเอเชียตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับซีเรียทางทิศเหนือ ติดกับอิรักทางทิศตะวันออก ติดกับซาอุดีอาระเบียทางทิศใต้ และติดกับทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ (เวสต์แบงก์) ทางทิศตะวันตก มีแม่น้ำจอร์แดน ไหลลงสู่ทะเลเดดซี ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนตะวันตกของประเทศภายในหุบเขาจอร์แดนริฟต์ จอร์แดนมีชายฝั่งขนาดเล็กติดกับทะเลแดงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีอ่าวอะกาบาคั่นกลางจากอียิปต์ มีอัมมานเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคลิแวนต์

ดินแดนนี้มีมนุษย์อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยยุคหินเก่า โดยมีอาณาจักรสามแห่งถือกำเนิดขึ้นในทรานส์จอร์แดนระหว่างยุคเหล็ก ได้แก่ อัมโมน, โมอับ และเอโดม ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ชาวอาหรับนาบาทีนได้สถาปนาอาณาจักรของตน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เปตรา ต่อมาในสมัยกรีก-โรมันมีการสถาปนาเมืองหลายแห่งในทรานส์จอร์แดนซึ่งประกอบกันเป็นเดคาโปลิส หลังจากสิ้นสุดการปกครองของไบแซนไทน์ ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐคอลิฟะห์อิสลามภายใต้ราชวงศ์ราชิดุน, อุมัยยัด, อับบาซิด และจักรวรรดิออตโตมัน ภายหลังการปฏิวัติอาหรับใน ค.ศ. 1916 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อดีตดินแดนซีเรียของออตโตมันถูกแบ่งส่วน นำไปสู่การสถาปนาเอมีร์แห่งทรานส์จอร์แดนใน ค.ศ. 1921 ซึ่งกลายเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ ต่อมาใน ค.ศ. 1946 จอร์แดนได้รับเอกราชและเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็นราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน[c] จอร์แดนได้เข้ายึดครองและผนวกเวสต์แบงก์ระหว่างสงครามปาเลสไตน์ ค.ศ. 1948 จนกระทั่งถูกอิสราเอลเข้ายึดครองในสงครามหกวัน ค.ศ. 1967 จอร์แดนได้สละสิทธิเรียกร้องเหนือดินแดนดังกล่าวให้แก่ชาวปาเลสไตน์ใน ค.ศ. 1988 และลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับอิสราเอลใน ค.ศ. 1994

จอร์แดนเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง ครอบคลุมพื้นที่ 89,342 km2 (34,495 sq mi) มีประชากร 11.5 ล้านคน ทำให้เป็นประเทศอาหรับที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 11 ประชากรส่วนใหญ่ประมาณ 95% เป็นชาวมุสลิมซุนนี ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับคริสเตียน จอร์แดนแทบไม่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคภายหลังเหตุการณ์อาหรับสปริงใน ค.ศ. 2010 ตั้งแต่ ค.ศ. 1948 เป็นต้นมา จอร์แดนได้เปิดรับผู้ลี้ภัยจากประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศที่ตกอยู่ในความขัดแย้ง ใน ค.ศ. 2015 มีการประมาณการว่ามีผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ราว 2.1 ล้านคน (ซึ่งส่วนใหญ่ถือสัญชาติจอร์แดน) และผู้ลี้ภัยซีเรียอีก 1.4 ล้านคน พำนักอยู่ในจอร์แดน[4] นอกจากนี้ ราชอาณาจักรยังเป็นที่ลี้ภัยของชาวคริสเตียนอิรักหลายพันคนที่หลบหนีการประหัตประหาร[8][9] แม้จอร์แดนจะยังคงรับผู้ลี้ภัยต่อไป แต่การไหลเข้าของชาวซีเรียจำนวนมหาศาลในช่วงทศวรรษ 2010 ได้สร้างภาระอย่างมากต่อทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ[10]

รัฐอธิปไตยแห่งนี้มีการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจบริหารและนิติบัญญัติที่กว้างขวาง จอร์แดนเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสันนิบาตอาหรับและองค์การความร่วมมืออิสลาม จอร์แดนมีดัชนีการพัฒนาคนในระดับสูง (อันดับที่ 100) และถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีรายได้ปานกลางระดับล่าง เศรษฐกิจของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีขนาดเล็กที่สุดในภูมิภาค มีความดึงดูดใจต่อนักลงทุนต่างชาติเนื่องจากมีแรงงานที่มีทักษะ[11] นอกจากนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของการท่องเที่ยว และยังดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้วยระบบสาธารณสุขที่พัฒนาอย่างดี[12] อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ การไหลเข้าของผู้ลี้ภัยจำนวนมาก และความไม่สงบในภูมิภาคได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ[13]

การเมืองการปกครอง

[แก้]

ระบอบการปกครอง ระบอบราชาธิปไตยกึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญ สมเด็จพระราชาธิบดีธิบดีเป็นประมุขรัฐ

บริหาร

[แก้]

ฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

นิติบัญญัติ

[แก้]

ฝ่ายนิติบัญญัติ มี 2 สภา เรียกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Majlis an-Nuwāb) และ สมาชิกวุฒิสภา (Majlis al-'Aayan) สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง 150 คน

ตุลาการ

[แก้]

ฝ่ายตุลาการ เป็นระบบศาลสูง (High Court) ระบบกฎหมายใช้กฎหมายอิสลามเป็นพื้นฐานผสมกับกฎหมายออตโตมัน-อียิปต์ โดยนำรูปแบบมาจากประมวลกฎหมายนโปเลียนเป็นประมวลกฎหมายแพ่งของฝรั่งเศส

การแบ่งเขตการปกครอง

[แก้]
แผนที่ประเทศจอร์แดนแสดงเขตผู้ว่าราชการ

ประเทศจอร์แดนแบ่งการปกครองออกเป็น 12 เขตผู้ว่าราชการ (governorates) ซึ่งมีผู้ว่าราชการที่แต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดี เป็นเจ้าหน้าที่สำหรับทุกกรมของรัฐบาลและโครงการพัฒนาในแต่ละเขตเพียงผู้เดียว

เศรษฐกิจ

[แก้]
Graphical depiction of Jordan's product exports in 28 color-coded categories.

ใน พ.ศ. 2542 สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ได้ทรงดำเนินนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจ เช่น การดำเนินนโยบายการค้าเสรี เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ

ทรัพยากรธรรมชาติ

[แก้]
ขบวนรถไฟกำลังวิ่งผ่านสถานีชุมทางแรม

จอร์แดนไม่มีทรัพยากรน้ำมันเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ประกอบกับมีทรัพยากรธรรมชาติจำกัด ภูมิอากาศที่แห้งแล้ง และมีพื้นที่เพาะปลูกเฉพาะเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำจอร์แดน รัฐบาลจอร์แดนจึงต้องขอรับความช่วยเหลือจากภายนอกโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศอาหรับ

ประชากรศาสตร์

[แก้]

ชนชาติ

[แก้]

ชาวอาหรับร้อยละ 98, ชาวอาร์มีเนียร้อยละ 1 และอื่น ๆ อีกร้อยละ 1

ศาสนา

[แก้]
มัสยิดอาดูดาร์วีซ
ศาสนาในประเทศจอร์แดน
ศาสนา %
อิสลาม
 
96%
คริสต์
 
4%

หมายเหตุ

[แก้]
  1. อาหรับ: الأردن, อักษรโรมัน: al-Urdun [al.ʔʊr.dʊn]
  2. อาหรับ: المملكة الأردنية الهاشمية, อักษรโรมัน: al-Mamlaka al-Urduniyya al-Hāshimiyya
  3. ประเทศนี้เป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในภาษาอาหรับว่าราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษยังคงถูกเรียกว่าราชอาณาจักรฮัชไมต์ทรานส์จอร์แดนจนถึง ค.ศ. 1949

อ้างอิง

[แก้]
  1. Temperman, Jeroen (2010). State-Religion Relationships and Human Rights Law: Towards a Right to Religiously Neutral Governance. Brill. p. 87. ISBN 978-90-04-18148-9. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 October 2017. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
  2. "Jordanian Constitution". Hashemite Kingdom of Jordan Constitutional Court. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 August 2020. สืบค้นเมื่อ 31 August 2020.
  3. "Population clock". Jordan Department of Statistics. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 August 2019. สืบค้นเมื่อ 1 October 2023.
  4. 1 2 Ghazal, Mohammad (22 January 2016). "Population stands at around 9.5 million, including 2.9 million guests". The Jordan Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 February 2018. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
  5. 1 2 3 4 "World Economic Outlook Database, October 2023 Edition. (Jordan)". International Monetary Fund. 10 October 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 October 2023. สืบค้นเมื่อ 14 October 2023.
  6. "Gini index". World Bank. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 February 2015. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
  7. "Human Development Report 2025" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 6 May 2025. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 6 May 2025. สืบค้นเมื่อ 6 May 2025.
  8. "The Politics of Aid to Iraqi Refugees in Jordan". MERIP (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2010-09-20. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 March 2022. สืบค้นเมื่อ 2022-04-05.
  9. Frelick, Bill (2006-11-27). ""The Silent Treatment": Fleeing Iraq, Surviving in Jordan". Human Rights Watch (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 April 2022. สืบค้นเมื่อ 5 April 2022.
  10. "2015 UNHCR country operations profile – Jordan". UNHCR. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 October 2014. สืบค้นเมื่อ 12 October 2015.
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ skwf
  12. "Jordan second top Arab destination to German tourists". Petra. Jordan News. 11 March 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 March 2016. สืบค้นเมื่อ 12 March 2016.
  13. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ washington

แหล่งที่มา

[แก้]

อ่านเพิ่ม

[แก้]
  • Ashton, Nigel (2008). King Hussein of Jordan: A Political Life. Yale University Press. excerpt เก็บถาวร 8 มีนาคม 2021 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  • El-Anis, Imad H. (2011). Jordan and the United States : the political economy of trade and economic reform in the Middle East. London: Tauris Academic Studies. ISBN 9781848854710. case studies of trade in textiles, pharmaceuticals, and financial services.
  • Goichon, Amélie-Marie. Jordanie réelle. Paris: Desclée de Brouwer (1967–1972). 2 vol., ill.
  • Robins, Philip (2004). A history of Jordan. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 9780521598958.
  • Ryan, Curtis R. (2002). Jordan in transition : from Hussein to Abdullah. Boulder, CO: Lynne Rienner Publishers. ISBN 9781588261038.
  • Teller, Matthew (1998). The Rough Guide to Jordan. London: Rough Guides. Sixth edition 2016.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

รัฐบาล

[แก้]

ประวัติศาสตร์

[แก้]
  • "History" – Jordanian History at the website of King Hussein

การท่องเที่ยว

[แก้]

แผนที่

[แก้]

31°00′N 36°30′E / 31°N 36.5°E / 31; 36.5