ประเทศจอร์แดน
ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน | |
|---|---|
| คำขวัญ: الله، الوطن، الملك Allāh, al-Waṭan, al-Malik "พระเจ้า, ชาติ, พระมหากษัตริย์"[1] | |
| เพลงชาติ: السلام الملكي الأردني Al-Salām al-Malakī al-Urdunī "เพลงสรรเสริญพระบารมีแห่งจอร์แดน" | |
| เมืองหลวง | อัมมาน 31°57′N 35°56′E / 31.950°N 35.933°E |
| ภาษาราชการ | ภาษาอาหรับ[2] |
| กลุ่มชาติพันธุ์ |
|
| ศาสนา | และอื่น ๆ 1% |
| เดมะนิม | ชาวจอร์แดน |
| การปกครอง | ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญแบบรัฐเดี่ยวในระบบรัฐสภา |
| อับดุลเลาะห์ที่ 2 | |
| จาฟาร์ ฮัสซัน | |
| สภานิติบัญญัติ | รัฐสภา |
• สภาสูง | วุฒิสภา |
• สภาล่าง | สภาผู้แทนราษฎร |
| เอกราช จาก สหราชอาณาจักร | |
| 11 เมษายน ค.ศ. 1921 | |
| 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1946 | |
| 11 มกราคม ค.ศ. 1952 | |
| พื้นที่ | |
• รวม | 89,342 ตารางกิโลเมตร (34,495 ตารางไมล์) (อันดับที่ 110) |
• แหล่งน้ำ (%) | 0.6 |
| ประชากร | |
• ประมาณ 2023 | 11,484,805[3] (อันดับที่ 84) |
• สำมะโนประชากรปี 2015 | 9,531,712[4] |
• ความหนาแน่น | 114 ต่อตารางกิโลเมตร (295.3 ต่อตารางไมล์) (อันดับที่ 70) |
| จีดีพี (อำนาจซื้อ) | ประมาณ 2023 |
• รวม | |
• ต่อหัว | |
| จีดีพี (ราคาตลาด) | ประมาณ 2023 |
• รวม | |
• ต่อหัว | |
| จีนี (2011) | 35.4[6] ความเหลื่อมล้ำปานกลาง |
| เอชดีไอ (2023) | สูง (อันดับที่ 100) |
| สกุลเงิน | ดีนาร์จอร์แดน (JOD) |
| เขตเวลา | UTC+03:00 (AST) |
| รหัสโทรศัพท์ | +962 |
| โดเมนบนสุด | .jo .الاردน |
จอร์แดน[a] หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน[b] เป็นประเทศในภูมิภาคลิแวนต์ตอนใต้ของเอเชียตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับซีเรียทางทิศเหนือ ติดกับอิรักทางทิศตะวันออก ติดกับซาอุดีอาระเบียทางทิศใต้ และติดกับทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ (เวสต์แบงก์) ทางทิศตะวันตก มีแม่น้ำจอร์แดน ไหลลงสู่ทะเลเดดซี ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนตะวันตกของประเทศภายในหุบเขาจอร์แดนริฟต์ จอร์แดนมีชายฝั่งขนาดเล็กติดกับทะเลแดงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีอ่าวอะกาบาคั่นกลางจากอียิปต์ มีอัมมานเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคลิแวนต์
ดินแดนนี้มีมนุษย์อยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยยุคหินเก่า โดยมีอาณาจักรสามแห่งถือกำเนิดขึ้นในทรานส์จอร์แดนระหว่างยุคเหล็ก ได้แก่ อัมโมน, โมอับ และเอโดม ในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ชาวอาหรับนาบาทีนได้สถาปนาอาณาจักรของตน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เปตรา ต่อมาในสมัยกรีก-โรมันมีการสถาปนาเมืองหลายแห่งในทรานส์จอร์แดนซึ่งประกอบกันเป็นเดคาโปลิส หลังจากสิ้นสุดการปกครองของไบแซนไทน์ ภูมิภาคนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐคอลิฟะห์อิสลามภายใต้ราชวงศ์ราชิดุน, อุมัยยัด, อับบาซิด และจักรวรรดิออตโตมัน ภายหลังการปฏิวัติอาหรับใน ค.ศ. 1916 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อดีตดินแดนซีเรียของออตโตมันถูกแบ่งส่วน นำไปสู่การสถาปนาเอมีร์แห่งทรานส์จอร์แดนใน ค.ศ. 1921 ซึ่งกลายเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ ต่อมาใน ค.ศ. 1946 จอร์แดนได้รับเอกราชและเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็นราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน[c] จอร์แดนได้เข้ายึดครองและผนวกเวสต์แบงก์ระหว่างสงครามปาเลสไตน์ ค.ศ. 1948 จนกระทั่งถูกอิสราเอลเข้ายึดครองในสงครามหกวัน ค.ศ. 1967 จอร์แดนได้สละสิทธิเรียกร้องเหนือดินแดนดังกล่าวให้แก่ชาวปาเลสไตน์ใน ค.ศ. 1988 และลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับอิสราเอลใน ค.ศ. 1994
จอร์แดนเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้ง ครอบคลุมพื้นที่ 89,342 km2 (34,495 sq mi) มีประชากร 11.5 ล้านคน ทำให้เป็นประเทศอาหรับที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับ 11 ประชากรส่วนใหญ่ประมาณ 95% เป็นชาวมุสลิมซุนนี ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับคริสเตียน จอร์แดนแทบไม่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคภายหลังเหตุการณ์อาหรับสปริงใน ค.ศ. 2010 ตั้งแต่ ค.ศ. 1948 เป็นต้นมา จอร์แดนได้เปิดรับผู้ลี้ภัยจากประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศที่ตกอยู่ในความขัดแย้ง ใน ค.ศ. 2015 มีการประมาณการว่ามีผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ราว 2.1 ล้านคน (ซึ่งส่วนใหญ่ถือสัญชาติจอร์แดน) และผู้ลี้ภัยซีเรียอีก 1.4 ล้านคน พำนักอยู่ในจอร์แดน[4] นอกจากนี้ ราชอาณาจักรยังเป็นที่ลี้ภัยของชาวคริสเตียนอิรักหลายพันคนที่หลบหนีการประหัตประหาร[8][9] แม้จอร์แดนจะยังคงรับผู้ลี้ภัยต่อไป แต่การไหลเข้าของชาวซีเรียจำนวนมหาศาลในช่วงทศวรรษ 2010 ได้สร้างภาระอย่างมากต่อทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ[10]
รัฐอธิปไตยแห่งนี้มีการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจบริหารและนิติบัญญัติที่กว้างขวาง จอร์แดนเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสันนิบาตอาหรับและองค์การความร่วมมืออิสลาม จอร์แดนมีดัชนีการพัฒนาคนในระดับสูง (อันดับที่ 100) และถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีรายได้ปานกลางระดับล่าง เศรษฐกิจของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มีขนาดเล็กที่สุดในภูมิภาค มีความดึงดูดใจต่อนักลงทุนต่างชาติเนื่องจากมีแรงงานที่มีทักษะ[11] นอกจากนี้ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของการท่องเที่ยว และยังดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้วยระบบสาธารณสุขที่พัฒนาอย่างดี[12] อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ การไหลเข้าของผู้ลี้ภัยจำนวนมาก และความไม่สงบในภูมิภาคได้กลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ[13]
การเมืองการปกครอง
[แก้]ระบอบการปกครอง ระบอบราชาธิปไตยกึ่งภายใต้รัฐธรรมนูญ สมเด็จพระราชาธิบดีธิบดีเป็นประมุขรัฐ
บริหาร
[แก้]ฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล
นิติบัญญัติ
[แก้]ฝ่ายนิติบัญญัติ มี 2 สภา เรียกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Majlis an-Nuwāb) และ สมาชิกวุฒิสภา (Majlis al-'Aayan) สมาชิกมาจากการเลือกตั้ง 150 คน
ตุลาการ
[แก้]ฝ่ายตุลาการ เป็นระบบศาลสูง (High Court) ระบบกฎหมายใช้กฎหมายอิสลามเป็นพื้นฐานผสมกับกฎหมายออตโตมัน-อียิปต์ โดยนำรูปแบบมาจากประมวลกฎหมายนโปเลียนเป็นประมวลกฎหมายแพ่งของฝรั่งเศส
การแบ่งเขตการปกครอง
[แก้]
ประเทศจอร์แดนแบ่งการปกครองออกเป็น 12 เขตผู้ว่าราชการ (governorates) ซึ่งมีผู้ว่าราชการที่แต่งตั้งโดยสมเด็จพระราชาธิบดี เป็นเจ้าหน้าที่สำหรับทุกกรมของรัฐบาลและโครงการพัฒนาในแต่ละเขตเพียงผู้เดียว
- ญะร็อช
- มะอาน
- มาดะบา
- อัจญ์ลูน
- อัซซัรกออ์
- อัฏเฏาะฟีละฮ์
- อัมมาน
- อัลกะร็อก
- อัลบัลกออ์
- อัลมัฟร็อก
- อิรบิด
- แอคะบา (อัลอะเกาะบะฮ์)
เศรษฐกิจ
[แก้]
ใน พ.ศ. 2542 สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลอฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ได้ทรงดำเนินนโยบายปฏิรูปทางเศรษฐกิจ เช่น การดำเนินนโยบายการค้าเสรี เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ
ทรัพยากรธรรมชาติ
[แก้]จอร์แดนไม่มีทรัพยากรน้ำมันเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ประกอบกับมีทรัพยากรธรรมชาติจำกัด ภูมิอากาศที่แห้งแล้ง และมีพื้นที่เพาะปลูกเฉพาะเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำจอร์แดน รัฐบาลจอร์แดนจึงต้องขอรับความช่วยเหลือจากภายนอกโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศอาหรับ
ประชากรศาสตร์
[แก้]ชนชาติ
[แก้]ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ชาวอาหรับร้อยละ 98, ชาวอาร์มีเนียร้อยละ 1 และอื่น ๆ อีกร้อยละ 1
ศาสนา
[แก้]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ อาหรับ: الأردن, อักษรโรมัน: al-Urdun [al.ʔʊr.dʊn]
- ↑ อาหรับ: المملكة الأردنية الهاشمية, อักษรโรมัน: al-Mamlaka al-Urduniyya al-Hāshimiyya
- ↑ ประเทศนี้เป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการในภาษาอาหรับว่าราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน อย่างไรก็ตาม ในภาษาอังกฤษยังคงถูกเรียกว่าราชอาณาจักรฮัชไมต์ทรานส์จอร์แดนจนถึง ค.ศ. 1949
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Temperman, Jeroen (2010). State-Religion Relationships and Human Rights Law: Towards a Right to Religiously Neutral Governance. Brill. p. 87. ISBN 978-90-04-18148-9. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 October 2017. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
- ↑ "Jordanian Constitution". Hashemite Kingdom of Jordan Constitutional Court. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 August 2020. สืบค้นเมื่อ 31 August 2020.
- ↑ "Population clock". Jordan Department of Statistics. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 August 2019. สืบค้นเมื่อ 1 October 2023.
- 1 2 Ghazal, Mohammad (22 January 2016). "Population stands at around 9.5 million, including 2.9 million guests". The Jordan Times. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 February 2018. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
- 1 2 3 4 "World Economic Outlook Database, October 2023 Edition. (Jordan)". International Monetary Fund. 10 October 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 October 2023. สืบค้นเมื่อ 14 October 2023.
- ↑ "Gini index". World Bank. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 February 2015. สืบค้นเมื่อ 12 June 2018.
- ↑ "Human Development Report 2025" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 6 May 2025. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 6 May 2025. สืบค้นเมื่อ 6 May 2025.
- ↑ "The Politics of Aid to Iraqi Refugees in Jordan". MERIP (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2010-09-20. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 March 2022. สืบค้นเมื่อ 2022-04-05.
- ↑ Frelick, Bill (2006-11-27). ""The Silent Treatment": Fleeing Iraq, Surviving in Jordan". Human Rights Watch (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 April 2022. สืบค้นเมื่อ 5 April 2022.
- ↑ "2015 UNHCR country operations profile – Jordan". UNHCR. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 October 2014. สืบค้นเมื่อ 12 October 2015.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อskwf - ↑ "Jordan second top Arab destination to German tourists". Petra. Jordan News. 11 March 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 March 2016. สืบค้นเมื่อ 12 March 2016.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อwashington
แหล่งที่มา
[แก้]- Salibi, Kamal S. . (1998). The Modern History of Jordan. London: I. B. Tauris. ISBN 978-1860643316.
- Taylor, Jane (2001). Petra and the Lost Kingdom of the Nabataeans. I. B. Tauris. ISBN 978-1-86064-508-2.
อ่านเพิ่ม
[แก้]- Ashton, Nigel (2008). King Hussein of Jordan: A Political Life. Yale University Press. excerpt เก็บถาวร 8 มีนาคม 2021 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- El-Anis, Imad H. (2011). Jordan and the United States : the political economy of trade and economic reform in the Middle East. London: Tauris Academic Studies. ISBN 9781848854710. case studies of trade in textiles, pharmaceuticals, and financial services.
- Goichon, Amélie-Marie. Jordanie réelle. Paris: Desclée de Brouwer (1967–1972). 2 vol., ill.
- Robins, Philip (2004). A history of Jordan. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 9780521598958.
- Ryan, Curtis R. (2002). Jordan in transition : from Hussein to Abdullah. Boulder, CO: Lynne Rienner Publishers. ISBN 9781588261038.
- Teller, Matthew (1998). The Rough Guide to Jordan. London: Rough Guides. Sixth edition 2016.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]รัฐบาล
[แก้]- Jordan Portal – gateway to government sites
- King Abdullah II – official website of the king of Jordan
- Prime Minister – official website of the prime minister of Jordan
- Statistics – official website of Department of Statistics
ประวัติศาสตร์
[แก้]- "History" – Jordanian History at the website of King Hussein
การท่องเที่ยว
[แก้]- Visit Jordan – Jordan's official tourism portal
แผนที่
[แก้]
Wikimedia Atlas of ประเทศจอร์แดน
ดูข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ ประเทศจอร์แดน ที่โอเพินสตรีตแมป