สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2

พระบรมนามาภิไธย เจ้าสามพระยา
พระปรมาภิไธย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา
ราชวงศ์ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
ครองราชย์ พ.ศ. 1967-พ.ศ. 1991
รัชกาล 24 ปี
รัชกาลก่อน สมเด็จพระอินทราชา
รัชกาลถัดไป สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
ข้อมูลส่วนพระองค์
สวรรคต พ.ศ. 1991
พระราชบิดา สมเด็จพระอินทราชา
พระมเหสี พระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 3 แห่งสุโขทัย
พระราชบุตร พระอินทราชา
พระราเมศวร
(สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ)

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระอินทราชา (เจ้านครอินทร์) และเป็นพระราชบิดาของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี พ.ศ. 1967 ภายหลังจากเหตุการณ์การแย่งราชสมบัติของพระเชษฐาทั้งสองจนสิ้นพระชนม์ไปทั้ง 2 พระองค์ โดยพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 7 แห่งกรุงศรีอยุธยา

พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถในการปกครอง และการรบ ดังจะเห็นได้จากกรณีการตีล้านนาและเมืองกัมพูชา นับเป็นการขยายพระราชอาณาเขตของ อาณาจักรอยุธยาตอนต้นอย่างเป็นรูปธรรม

พระราชประวัติ[แก้]

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 มีพระนามเดิมว่า เจ้าสามพระยา เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระอินทราชา มีพระเชษฐา 2 พระองค์ ได้แก่ เจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระองค์ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ไปปกครองเมืองชัยนาท (พิษณุโลก) ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญทางเหนือและได้ทรงอภิเษกสมรสกับพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไท) แห่งกรุงสุโขทัย ส่วนเจ้าอ้ายพระยาได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปกครองเมืองสุพรรณบุรีและเจ้ายี่พระยาได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปกครองเมืองสรรค์ (แพรกศรีราชา)

เมื่อสมเด็จพระนครินทราธิราชเสด็จสวรรคตในพ.ศ. 1967 เจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา ต่างยกทัพเข้ากรุงศรีอยุธยาเพื่อชิงราชสมบัติ ทั้งสองพระองค์ได้กระทำยุทธหัตถีกันที่เชิงสะพานป่าถ่านจนสิ้นพระชนม์ทั้งสองพระองค์ เป็นเหตุให้เจ้าสามพระยาได้ครองราชย์สมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ที่ 2) โดยพระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ก่อพระเจดีย์ขึ้น 2 องค์ ณ บริเวณที่เจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยาชนช้างกันจนสิ้นพระชนม์ทั้ง 2 พระองค์

พระองค์มีพระราชโอรส 2 พระองค์ ได้แก่

  1. พระอินทรราชา หรือ พระนครอินทร์ เชื่อกันว่าประสูติจากมเหสีเดิมในสมัยที่เจ้าสามพระยาทรงครองเมืองชัยนาท ต่อมา พระอินทราชาได้รับการโปรดเกล้าให้ไปครองเมืองพระนครหลวงจนกระทั่งสิ้นพระชนม์
  2. พระราเมศวร ประสูติแต่พระมารดาที่เป็นพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 3 แห่งกรุงสุโขทัย

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 เสด็จสวรรคต เมื่อ พ.ศ. 1991 พระองค์ครองราชสมบัติรวม 24 ปี โดยสมเด็จพระราเมศวรพระราชโอรสได้สืบราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาต่อจากสมเด็จพระบรมราชาธิราช มีพระนามว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

พระราชกรณียกิจ[แก้]

พระมหากษัตริย์ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระเจ้าทองลัน
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระนครินทราธิราช
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒
King Ay09 Trailoknat.jpg สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระรัษฎาธิราช
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระไชยราชาธิราช
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระยอดฟ้า
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png ขุนวรวงศาธิราช
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
Seal of Ayutthaya (King Narai) goldStamp bgred.png สมเด็จพระมหินทราธิราช
    

ด้านราชการสงคราม[แก้]

การศึกกับเขมร[แก้]

เมื่อ พ.ศ. 1974 พระเจ้าธรรมาโศก กษัตริย์อาณาจักรเขมร ได้ยกกำลังเข้ามากวาดต้อนผู้ตามหัวเมืองชายแดนของกรุงศรีอยุธยาไป ทำให้สมเด็จพระบรมราชาธิราช ได้เสด็จยกทัพไปตีเมืองพระนครหลวง(นครธม) เมื่อ พ.ศ. 1975 พระองค์ตั้งทัพล้อมเมืองพระนครหลวงอยู่ 7 เดือน ก็สามารถตีเอาเมืองพระนครหลวงได้ ครั้งนั้นพระองค์ทรงให้พระอินทราชา พระโอรสปกครองเมืองนครหลวงในฐานะเมืองประเทศราชขึ้นกับกรุงศรีอยุธยา แล้วให้นำ พระยาแก้ว พระยาไทย และรูปภาพ (เทวรูป สมบัติศิลปะของขอม) ทั้งปวงพร้อมทั้งกวาดต้อนผู้คนและสิ่งของสำคัญๆ มายังกรุงศรีอยุธยา ทำให้อิทธิพลของเขมรในด้านการปกครอง ประเพณี ตลอดจนงานศิลปะมาปรากฏชัดในอยุธยา

พระอินทราชานั้นครองราชย์เมืองพระนครไม่นานก็สิ้นพระชนม์ เนื่องจากทนภาวะอากาศไม่ได้ กรุงศรีอยุธยาก็ไม่ได้แต่งตั้งผู้ใดขึ้นไปดูแลแทน จึงทำให้ชาวเขมรนั้นไม่อาจกลับมายังที่เมืองพระนครได้ ปล่อยให้เมืองร้างลง ภายหลังเมื่อเขมรมีอำนาจคืนได้จึงมีการย้ายราชธานีไปตั้งที่เมืองพนมเปญ ทำให้เมืองพระนครล่มสลายในที่สุด

การศึกกับล้านนา[แก้]

ในปี พ.ศ. 1985 พระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ ได้รบกับท้าวช้อยผู้เป็นพระอนุชา ท้าวช้อยแพ้หนีไปอยู่เมืองเทิง(อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย) เจ้าเมืองเทิงได้มาขอสวามิภักดิ์กับกรุงศรีอยุธยาและขอให้ส่งกองทัพไปช่วยรบ สมเด็จพระบรมราชาธิราชจึงทรงยกกองทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ของอาณาจักรล้านนาแต่ก็ตีไม่สำเร็จประกอบกับทรงพระประชวรจึงทรงยกกองทัพกลับกรุงศรีอยุธยา

พระองค์ทรงยกกองทัพไปตีเชียงใหม่อีกครั้ง เมื่อ พ.ศ. 1987 ทรงตั้งทัพหลวงที่ตำบลปะทายเขษม ครั้งนี้ได้หัวเมืองชายแดนของเชียงใหม่กับเชลยอิก 120,000 คน จึงยกทัพหลวงกลับพระนคร

ด้านการพระศาสนา[แก้]

เมื่อสมเด็จพระบรมราชาธิราชเสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดให้สถาปนาเจดีย์ใหญ่ สองพระองค์ ไว้ตรงบริเวณที่เจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา พระเชษฐาชนช้างสู้รบกันถึงสิ้นพระชนม์ทั้งคู่ ณ ตำบลป่าถ่าน พร้อมกับได้โปรดให้สถาปนาวัดราชบูรณะ ประกอบด้วยพระธาตุ และพระวิหาร โดยสร้างไว้ ณ บริเวณที่ถวายพระเพลิงศพเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยาและสร้างพระปรางค์ใหญ่ขึ้นเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนครินทราชาธิราช พระราชบิดาในวาระนั้นด้วย

พ.ศ. 1981 สมเด็จพระบรมราชาธิราชได้ทรงสร้างวัดมเหยงคณ์

ด้านการปกครอง[แก้]

ทรงตรากฎหมายลักษณะอาญาศึก (อยู่ในลักษณะกบฏศึก) ขึ้น

การรวมสุโขทัยกับอยุธยา[แก้]

พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา เป็นผู้นำที่เข้มแข็งในการสงคราม ได้พยายามที่จะขยายอาณาเขตของเมืองเชียงใหม่ลงมาทางใต้ สมเด็จพระบรมราชาธิราชทรงเห็นว่าหากปล่อยให้เชื้อสายราชวงศ์พระร่วง ปกครองสุโขทัยในฐานะเมืองประเทศราชอยู่เช่นนั้นแล้ว จะทำให้ผู้คนในหัวเมืองพากันไปเข้ากับล้านนา หรือไม่ก็ถูกล้านนาลงมารุกราน ด้วยสุโขทัยนั้นอ่อนแอลงไม่เข้มแข็งพอ ที่จะดูแลหัวเมืองต่าง ๆ นั้นได้

เพื่อให้หัวเมืองฝ่ายเหนือหรืออาณาจักรสุโขทัยในการดูแลของเมืองพิษณุโลก อยู่ในอำนาจของกรุงศรีอยุธยาโดยสมบูรณ์ ดังนั้นใน พ.ศ. 1981 เมื่อพระมหาธรรมราชาที่ 4 กษัตริย์แห่งสุโขทัยซึ่งครองเมืองพิษณุโลกอยู่ได้สวรรคตลง สมเด็จพระบรมราชาธิราช จึงทรงให้รวบรวมหัวเมืองเหนือที่เคยแยกการปกครองเป็นสองเขตนั้น รวมเป็นเขตเดียวกัน แล้วแต่งตั้งให้พระโอรสพระราเมศวรซึ่งมีพระมารดาเป็นพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 3 เป็นพระมหาอุปราช ขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลกเพื่อกำกับดูแลหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งหมด โดยให้เมืองพิษณุโลกเป็นเมืองมหาอุปราช จึงเป็นการทำให้ราชวงศ์พระร่วงหมดอำนาจในปกครองสุโขทัย อาณาจักรสุโขทัยจึงค่อยๆถูกรวมกับกรุงศรีอยุธยา

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

ก่อนหน้า สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ถัดไป
สมเด็จพระอินทราชา
(ราชวงศ์สุพรรณภูมิ)

(พ.ศ. 1952 - พ.ศ. 1967)
2leftarrow.png Seal of Ayutthaya (King Narai).png
พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา
(ราชวงศ์สุพรรณภูมิ)

(พ.ศ. 1967 - พ.ศ. 1991)
2rightarrow.png สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
(ราชวงศ์สุพรรณภูมิ)

(พ.ศ. 1991 - พ.ศ. 2031)