กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์
| กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ | |
|---|---|
| ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร | |
สัญลักษณ์ของกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร | |
| สถาปนา | กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (2523 – ปัจจุบัน) กรมทหารราบที่ 31 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (2522 – 2523) กรมผสมที่ 31 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (2519 – 2522) กรมผสมที่ 31 (2498 – 2519) 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 |
| ประเทศ | |
| เหล่า | |
| รูปแบบ | ทหารรักษาพระองค์ |
| บทบาท | หน่วยรบเคลื่อนที่เร็ว |
| กำลังรบ | 3 กองพัน |
| ขึ้นต่อ | กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ |
| กองบัญชาการ | ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี 15000 |
| สมญา | กองพันทหารเสือ (กองพันที่ 1) กองพันมรณะ (กองพันที่ 2) |
| คำขวัญ | ยอมตายดีกว่าเป็นทาส |
| ปฏิบัติการสำคัญ | เหตุจลาจลในพนมเปญ พ.ศ. 2546 วิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2551–2554 วิกฤตการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 |
| อิสริยาภรณ์ | (เฉพาะกองพันที่ 1 และกองพันที่ 2)[1] |
กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ มีชื่อเต็มว่า กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นหน่วยทหารของกองทัพบกไทย ขึ้นตรงต่อกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ มีที่ตั้งหน่วยอยู่ที่ 120 หมู่ 5 บ้านหนองแขม ถนนพิชัยดาบหัก ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
ประวัติ
[แก้]กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สถาปนาหน่วยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ในนามหน่วย "กรมผสมที่ 31" ต่อมาได้จัดกำลังเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองพลที่ 1 ในปี พ.ศ. 2499 และจัดกำลังเป็นหน่วยส่งทางอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2512 โดยจัดให้กองพันที่ 1 เป็นหน่วยพลร่ม และแปรสภาพกองพันที่ 2 และ 3 ให้เป็นหน่วยรบประเภทเดียวกันในระยะต่อมา
ในปี พ.ศ. 2519 กรมผสมที่ 31 ได้รับการสถาปนาให้เป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ภายใต้สังกัดกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เปลี่ยนแปลงนามหน่วยเป็นกรมทหารราบที่ 31กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ในปี พ.ศ. 2522 และยกฐานะเป็นหน่วยทหารรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อ พ.ศ. 2523[2][3]
การจัดกำลังหน่วย
[แก้]กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปัจจุบันจัดรูปแบบหน่วยขึ้นตรงดังนี้
- กองร้อยบังคับการกรม
- กองร้อยทหารม้ายานเกราะ 1 กองร้อย
- กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิด 1 กองร้อย
- กองร้อยลาดตระเวน 1 กองร้อย
- กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (หน่วยพลร่มและส่งทางอากาศ)
- กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (หน่วยทหารราบเบา)
- กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (หน่วยทหารราบเบา)
ภารกิจ
[แก้]ปัจจุบัน กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ฯ ปฏิบัติภารกิจดังต่อไปนี้[4]
- เป็นกรมทหารราบ บุกพื้นที่ ทำลายกำลังรบของข้าศึก และช่วยเหลือประชาชนเมื่อมีภัยพิบัติ
- เป็นทหารรักษาพระองค์ ถวายอารักขาและความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์
- เป็นหน่วยใช้ร่ม หรือหน่วยส่งอากาศ โจมตีจากทางอากาศ
- เป็นหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF - Rapid Deployment Force) ซึ่งในปี พ.ศ. 2568 ได้มีการฟื้นฟูและเสริมสร้างหน่วยเป็นหน่วยพร้อมรบเฉพาะกิจในสงครามรูปแบบใหม่ พร้อมรับมือทุกสถานการณ์
วีรกรรมของหน่วย
[แก้]- กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ฯ เมื่อครั้งยังมีนามหน่วยว่า กองพันทหารราบที่ 6 กองพลลพบุรี กองทัพด้านบูรพา ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญประดับธงชัยเฉลิมพล เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2484 จากวีรกรรมในการรบที่ด่านปอยเปต ระหว่างเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2484[5]
- กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ฯ เมื่อครั้งยังมีนามหน่วยว่า กองพันทหารราบที่ 8 กองพลลพบุรี กองทัพด้านบูรพา ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญประดับธงชัยเฉลิมพล เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2484 จากวีรกรรมในการยึดที่มั่นข้าศึก ณ บ้านโพธิ์สามต้น (อยู่บนถนนสายปอยเปต–ศรีโสภณ ห่างจากปอยเปต 6 กิโลเมตร) ระหว่างเกิดกรณีพิพาทอินโดจีน เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2484 [6]
เครื่องแบบเต็มยศทหารรักษาพระองค์
[แก้]
กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ มีเครื่องแบบเฉพาะสำหรับแต่งกายเต็มยศเมื่อปฏิบัติหน้าที่ทหารรักษาพระองค์ ดังนี้[7]
- หมวกยอดสีขาว มีพู่สีเลือดหมู ด้านหน้าหมวกมีตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 9
- เสื้อสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ปลอกคอทำด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมู แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ 7 ดุม ที่ดุมมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร
- ปลายแขนเสื้อมีปลอกโดยรอบ ทำด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมู มีลายช่อชัยพฤกษ์ประดับดอกพุดตานปักด้วยดิ้นทอง ส่วนบนด้านนอกเป็นรูปสามเหลี่ยม มีพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ
- กระเป๋าคันชีพทำด้วยหนังสีเลือดหมู มีแถบไหมทอง 1 แถบ มีตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 9 ทำด้วยโลหะสีทองติดที่ฝากระเป๋า
- กางเกงสักหลาดหรือเสิร์จสีดำ แนวตะเข็บมีแถบผ้าสักหลาดสีเลือดหมู (1 แถบสำหรับพลทหารและนายทหารชั้นประทวน, 2 แถบสำหรับนายทหารสัญญาบัตร)
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ราชกิจจานุเบกษา. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญกล้าหาญประดับธงชัยเฉลิมพล. เล่ม ๕๘, ตอน ๐ ง, ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔,หน้า ๙๑๓.
- ↑ "ประวัติหน่วยกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (Thai)". กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (Official website of the 31st Infantry Regiment, King's Guard). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 August 2016. สืบค้นเมื่อ 22 June 2016.
- ↑ "History of the 1st Division, King's Guard (English)". กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (Official website of the 1st Infantry Division, King's Guard). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 สิงหาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2016.
- ↑ "ร.31 รอ. คืออะไร อยู่ที่ไหน รู้จักหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วของกองทัพไทย". ไทยรัฐออนไลน์. 2 July 2025. สืบค้นเมื่อ 2026-01-19.
- ↑ "การปฏิบัติการของกองพันทหารราบที่ ๖ ในห้วงสงครามอินโดจีน". กองทัพบก. สืบค้นเมื่อ 2026-02-03.
- ↑ "การปฏิบัติการของกองพันทหารราบที่ ๘ ในห้วงสงครามอินโดจีน". กองทัพบก. สืบค้นเมื่อ 2026-02-03.
- ↑ "เปิดเครื่องแบบเต็มยศ ทหารรักษาพระองค์ ร่วมพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ฯ". มติชนออนไลน์. 2 December 2024. สืบค้นเมื่อ 2026-01-19.