พิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด |
พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และวางพานพุ่ม และ พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยรัฐบาลไทย เดิมมีมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช เป็นองค์กรหลักร่วมในการจัดงาน ปัจจุบันมีพิธีขึ้นใน 2 วาระของทุกปี คือ วันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ประวัติ
[แก้]เริ่มแรก มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช จัดพิธีนี้ขึ้นใน 2 วาระ ของทุกปี ดังนี้
- วันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน 5 ธันวามหาราช
- วันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน 12 สิงหามหาราชินี
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ได้เพิ่มการจัดพิธีในวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ก่อนจะเริ่มจัดเป็นงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังจากพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. 2558 ได้เพิ่มการจัดพิธีเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันฉลองพระชนมายุ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558
กำหนดการ
[แก้]ช่วงตั้งแต่ประมาณเวลา และ 14:00 น. และ 18:00 น. พสกนิกรจะรวมตัวกันบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการจัดงานฯ พร้อมกันที่บริเวณพิธี จากนั้น ริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ จะเข้ารวมพล ตามจุดที่กำหนด แล้วจึงเริ่มเคลื่อนไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้
ระหว่างนั้น คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการจัดงานฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกัน ณ บริเวณเวทีกลาง เสร็จแล้ว ประธานอนุกรรมการฝ่ายจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะฯ และเจ้าหน้าที่ จัดตั้งเทียนชัย พร้อมทั้งเตรียมบริเวณบนเวที จนกระทั่ง ริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ มาถึงยังบริเวณมณฑลพิธี
เมื่อถึงเวลา ด้วยประมาณ 18:00 น. วงดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติไทย เพื่อให้สัญญาณเคารพธงชาติ พร้อมเชิญธงชาติลงจากยอดเสา ระหว่างนี้ ให้เวทีต่าง ๆ งดใช้เสียง จากนั้น จะได้เริ่มการถ่ายทอดสด ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พร้อมกับเริ่มพิธีอัญเชิญพานพุ่มสักการะเข้าประจำที่ เสร็จแล้ว จะได้เชิญ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้นำในการถวาย พานต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง พานพุ่มเงิน พานพุ่มทอง และพานธูปเทียนแพ ตามลำดับ ต่อมา ผู้แทนหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าถวายพานพุ่มสักการะ
ตั้งแต่ประมาณเวลา 18:45 น. และ 18:50 น. และ 18:55 น. 19:00 น. (เวลาฤกษ์ตามปกติ เป็นเวลา 19:20 น.) นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส ผู้เป็นประธานในพิธี เดินทางมาถึง วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จบแล้ว ประธานพิธีขึ้นประจำบนแท่นเกียรติยศ จากนั้น ประธานมูลนิธิฯ กล่าวรายงานถึงความร่วมมือในการจัดงานฯ และเรียนเชิญ ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวรายงาน พร้อมกราบเรียนเชิญประธานพิธี ถวายเครื่องราชสักการะ
ต่อจากนั้น ประธานพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายเครื่องราชสักการะ ถวายคำนับ จุดเทียนชัย กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล ต่อหน้าพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี 1 จบ โดยประธานพิธีเป็นผู้นำร้อง (โดยวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 บรรเลงเพลงมหาชัย ตามพระราชอิสริยยศในขณะนั้น) จากนั้น ประธานพิธีเดินขึ้นประจำบนแท่นเกียรติยศ ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ มอบโคมเทียนแก่ประธานพิธี
ระหว่างนั้น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการจัดงานฯ ที่อยู่บนเวที รับมอบโคมเทียนจากเจ้าหน้าที่ ส่วนประชาชนที่อยู่ในมณฑลพิธี จะได้รับเทียนมงคล ที่ปลุกเสกโดยพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ และทุกคนจุดเทียนพร้อมกัน เสร็จแล้ว วงดุริยางค์บรรเลงเพลงเฉลิมพระเกียรติตามวาระต่างๆ โดยประธานพิธีเป็นผู้นำร้อง ร่วมกับผู้เข้าร่วมพิธีและประชาชน ทั้งในบริเวณมณฑลพิธี และทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ดังนี้
- วันที่ 5 ธันวาคม และวันที่ 12 วิงหาคม บรรเลงเพลงสดุดีมหาราชา โดยช่วงปี พ.ศ. 2519–2531 บรรเลงเพลงนี้ก่อนสรรเสริญพระบารมี ก่อนปรับให้บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 และบรรเลงจนถึงปี พ.ศ. 2558 (กรณีวันที่ 5 ธันวาคม) และ พ.ศ. 2559 (กรณีวันที่ 12 สิงหาคม)
- หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีการปรับเพลงที่ใช้บรรเลงในวันที่ 12 สิงหาคม ดังนี้
- พ.ศ. 2560 บรรเลงเพลงสดุดีมหาราชินี ของวงดนตรีสุนทราภรณ์
- พ.ศ. 2561 บรรเลงเพลงสดุดีพระแม่เจ้า
- พ.ศ. 2562–2568 บรรเลงเพลงสดุดีพระแม่ไทย
- หลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีการปรับเพลงที่ใช้บรรเลงในวันที่ 12 สิงหาคม ดังนี้
- วันที่ 28 กรกฎาคม มีการปรับเปลี่ยนเพลงตามพระราชอิสริยยศของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนี้
- พ.ศ. 2555–2559 ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสยามมกุฎราชกุมาร บรรเลงเพลงมาร์ชวชิราลงกรณ
- พ.ศ. 2560 งดพิธี
- พ.ศ. 2561 ภายหลังขึ้นทรงราชย์ บรรเลงเพลงสดุดีจอมราชา
- วันที่ 3 มิถุนายน บรรเลงเพลงสดุดีจอมราชา ซึ่งปรับแก้เนื้อเพลงเพื่อใช้เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ไปในคราวเดียวกัน
- วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 บรรเลงเพลงมาร์ชพระเทพของชาวไทย
จบแล้ว จะเริ่มการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และเริ่มการแสดงมหรสพต่าง ๆ ตลอดทั้งคืน ในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง[1][2]
การเปลี่ยนแปลงและโอกาสพิเศษ
[แก้]ในบางปี อาจมีเพิ่มพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพิเศษ หรือมีการปรับเปลี่ยนลำดับพิธี ดังต่อไปนี้
รัชกาลที่ 9
[แก้]ช่วงปี พ.ศ. 2519–2531 การบรรเลงเพลงจะบรรเลงเพลงสดุดีมหาราชาก่อน จบแล้วจึงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
พ.ศ. 2534 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 3 รอบ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2534
พ.ศ. 2539 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539
พ.ศ. 2542 มีการบรรเลงเพลง 3 เพลงในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงสดุดีมหาราชา และ เพลงภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา
พ.ศ. 2549 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549
พ.ศ. 2550 มีการบรรเลงเพลง 3 เพลงในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงสดุดีมหาราชา และ เพลงพ่อแห่งแผ่นดิน
พ.ศ. 2553 ในวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553 มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในส่วนกลาง 2 แห่ง คือตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และท้องสนามหลวง โดยมีพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 มีการเปลี่ยนสถานที่จัดงานส่วนกลางจากท้องสนามหลวงเป็นบริเวณหน้าศาลฎีกา เนื่องจากท้องสนามหลวงอยู่ในช่วงการปรับปรุงภูมิทัศน์
พ.ศ. 2554 ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554 มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในส่วนกลาง 2 แห่ง คือบริเวณหน้าศาลฎีกา โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และท้องสนามหลวง โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี
พ.ศ. 2555 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 และมีการเพิ่มเป็นพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลประจำปี จนถึง พ.ศ. 2558
พ.ศ. 2558 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558
รัชกาลที่ 10
[แก้]มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลครั้งแรกในรัชกาลที่ 10 ในวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยย้ายไปประกอบพิธีที่ลานพระราชวังดุสิต เนื่องจากท้องสนามหลวงอยู่ในระหว่างการสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวงเป็นครั้งแรกในรัชกาล ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยไม่มีการบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เมื่อประธานในพิธีเดินทางมาถึง และไม่มีการกล่าวรายงานความร่วมมือในการจัดงาน รวมถึงไม่มีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ
พ.ศ. 2562 มีการเพิ่มพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ประจำปี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562 และในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 มีการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ แทนการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ
พ.ศ. 2563 มีการงดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องจากอยู่ในระหว่างการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย ต่อมาสถานการณ์คลี่คลายลงจึงได้มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563 โดยไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ และมีการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ แทนการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ
พ.ศ. 2564 มีการงดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องจากอยู่ในระหว่างการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย
พ.ศ. 2565 มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลอีกครั้ง ไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ ไม่มีวงดุริยางค์บรรเลงเพลง, มีการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ แทนการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ
พ.ศ. 2566 ไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ
พ.ศ. 2567 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 โดยไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ
พ.ศ. 2568 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ตามเดิม ถึงแม้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้งดพระราชพิธีทั้งหมดในพระบรมมหาราชวังก็ตาม[3] โดยในวันดังกล่าว ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจเจรจาระงับเหตุปะทะไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีแทน[4]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "กำหนดการ งาน ๕ ธันวามหาราช ประจำวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-12-30. สืบค้นเมื่อ 2007-12-12.
- ↑ "กำหนดการ งาน ๑๒ สิงหามหาราชินี ประจำวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2550". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-09-09. สืบค้นเมื่อ 2007-12-12.
- ↑ "ในหลวง โปรดเกล้าฯ ทรงงดพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 68". โพสต์ทูเดย์. 27 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2025.
- ↑ ""สุริยะ"นำประชาชนจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง". ข่าวสด. 28 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2025.