ข้ามไปเนื้อหา

พิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และวางพานพุ่ม และ พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นพิธีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยรัฐบาลไทย เดิมมีมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช เป็นองค์กรหลักร่วมในการจัดงาน ปัจจุบันมีพิธีขึ้นใน 2 วาระของทุกปี คือ วันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

ประวัติ

[แก้]

เริ่มแรก มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช จัดพิธีนี้ขึ้นใน 2 วาระ ของทุกปี ดังนี้

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ได้เพิ่มการจัดพิธีในวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ก่อนจะเริ่มจัดเป็นงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวหลังจากพระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2558 ได้เพิ่มการจัดพิธีเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันฉลองพระชนมายุ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558

กำหนดการ

[แก้]

ช่วงตั้งแต่ประมาณเวลา และ 14:00 น. และ 18:00 น. พสกนิกรจะรวมตัวกันบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการจัดงานฯ พร้อมกันที่บริเวณพิธี จากนั้น ริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ จะเข้ารวมพล ตามจุดที่กำหนด แล้วจึงเริ่มเคลื่อนไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้

ระหว่างนั้น คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการจัดงานฯ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกัน ณ บริเวณเวทีกลาง เสร็จแล้ว ประธานอนุกรรมการฝ่ายจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะฯ และเจ้าหน้าที่ จัดตั้งเทียนชัย พร้อมทั้งเตรียมบริเวณบนเวที จนกระทั่ง ริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ มาถึงยังบริเวณมณฑลพิธี

เมื่อถึงเวลา ด้วยประมาณ 18:00 น. วงดุริยางค์บรรเลงเพลงชาติไทย เพื่อให้สัญญาณเคารพธงชาติ พร้อมเชิญธงชาติลงจากยอดเสา ระหว่างนี้ ให้เวทีต่าง ๆ งดใช้เสียง จากนั้น จะได้เริ่มการถ่ายทอดสด ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พร้อมกับเริ่มพิธีอัญเชิญพานพุ่มสักการะเข้าประจำที่ เสร็จแล้ว จะได้เชิญ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้นำในการถวาย พานต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง พานพุ่มเงิน พานพุ่มทอง และพานธูปเทียนแพ ตามลำดับ ต่อมา ผู้แทนหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าถวายพานพุ่มสักการะ

ตั้งแต่ประมาณเวลา 18:45 น. และ 18:50 น. และ 18:55 น. 19:00 น. (เวลาฤกษ์ตามปกติ เป็นเวลา 19:20 น.) นายกรัฐมนตรี และคู่สมรส ผู้เป็นประธานในพิธี เดินทางมาถึง วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จบแล้ว ประธานพิธีขึ้นประจำบนแท่นเกียรติยศ จากนั้น ประธานมูลนิธิฯ กล่าวรายงานถึงความร่วมมือในการจัดงานฯ และเรียนเชิญ ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวรายงาน พร้อมกราบเรียนเชิญประธานพิธี ถวายเครื่องราชสักการะ

ต่อจากนั้น ประธานพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ถวายเครื่องราชสักการะ ถวายคำนับ จุดเทียนชัย กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล ต่อหน้าพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี 1 จบ โดยประธานพิธีเป็นผู้นำร้อง (โดยวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 บรรเลงเพลงมหาชัย ตามพระราชอิสริยยศในขณะนั้น) จากนั้น ประธานพิธีเดินขึ้นประจำบนแท่นเกียรติยศ ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ มอบโคมเทียนแก่ประธานพิธี

ระหว่างนั้น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการมูลนิธิฯ คณะกรรมการจัดงานฯ ที่อยู่บนเวที รับมอบโคมเทียนจากเจ้าหน้าที่ ส่วนประชาชนที่อยู่ในมณฑลพิธี จะได้รับเทียนมงคล ที่ปลุกเสกโดยพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ และทุกคนจุดเทียนพร้อมกัน เสร็จแล้ว วงดุริยางค์บรรเลงเพลงเฉลิมพระเกียรติตามวาระต่างๆ โดยประธานพิธีเป็นผู้นำร้อง ร่วมกับผู้เข้าร่วมพิธีและประชาชน ทั้งในบริเวณมณฑลพิธี และทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักร ดังนี้

จบแล้ว จะเริ่มการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และเริ่มการแสดงมหรสพต่าง ๆ ตลอดทั้งคืน ในบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง[1][2]

การเปลี่ยนแปลงและโอกาสพิเศษ

[แก้]

ในบางปี อาจมีเพิ่มพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพิเศษ หรือมีการปรับเปลี่ยนลำดับพิธี ดังต่อไปนี้

รัชกาลที่ 9

[แก้]

ช่วงปี พ.ศ. 2519–2531 การบรรเลงเพลงจะบรรเลงเพลงสดุดีมหาราชาก่อน จบแล้วจึงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

พ.ศ. 2534 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 3 รอบ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2534

พ.ศ. 2539 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539

พ.ศ. 2542 มีการบรรเลงเพลง 3 เพลงในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงสดุดีมหาราชา และ เพลงภูมิแผ่นดิน นวมินทร์มหาราชา

พ.ศ. 2549 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549

พ.ศ. 2550 มีการบรรเลงเพลง 3 เพลงในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550 คือ เพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงสดุดีมหาราชา และ เพลงพ่อแห่งแผ่นดิน

พ.ศ. 2553 ในวันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553 มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในส่วนกลาง 2 แห่ง คือตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และท้องสนามหลวง โดยมีพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 มีการเปลี่ยนสถานที่จัดงานส่วนกลางจากท้องสนามหลวงเป็นบริเวณหน้าศาลฎีกา เนื่องจากท้องสนามหลวงอยู่ในช่วงการปรับปรุงภูมิทัศน์

พ.ศ. 2554 ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554 มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ในส่วนกลาง 2 แห่ง คือบริเวณหน้าศาลฎีกา โดยมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี และท้องสนามหลวง โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี

พ.ศ. 2555 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ขณะดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 และมีการเพิ่มเป็นพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลประจำปี จนถึง พ.ศ. 2558

พ.ศ. 2558 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558

รัชกาลที่ 10

[แก้]

มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลครั้งแรกในรัชกาลที่ 10 ในวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยย้ายไปประกอบพิธีที่ลานพระราชวังดุสิต เนื่องจากท้องสนามหลวงอยู่ในระหว่างการสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ต่อมาในปี พ.ศ. 2561 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวงเป็นครั้งแรกในรัชกาล ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยไม่มีการบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เมื่อประธานในพิธีเดินทางมาถึง และไม่มีการกล่าวรายงานความร่วมมือในการจัดงาน รวมถึงไม่มีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ

พ.ศ. 2562 มีการเพิ่มพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ประจำปี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562 และในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 มีการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ แทนการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ

พ.ศ. 2563 มีการงดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องจากอยู่ในระหว่างการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย ต่อมาสถานการณ์คลี่คลายลงจึงได้มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 และวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563 โดยไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ และมีการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ แทนการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ

พ.ศ. 2564 มีการงดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องจากอยู่ในระหว่างการระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย

พ.ศ. 2565 มีการจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลอีกครั้ง ไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ ไม่มีวงดุริยางค์บรรเลงเพลง, มีการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ แทนการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ

พ.ศ. 2566 ไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ

พ.ศ. 2567 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 โดยไม่มีริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ วงดุริยางค์บรรเลงเพลง การจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และการแสดงโดรนแปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ

พ.ศ. 2568 มีพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ตามเดิม ถึงแม้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้งดพระราชพิธีทั้งหมดในพระบรมมหาราชวังก็ตาม[3] โดยในวันดังกล่าว ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจเจรจาระงับเหตุปะทะไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2568 ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีแทน[4]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "กำหนดการ งาน ๕ ธันวามหาราช ประจำวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-12-30. สืบค้นเมื่อ 2007-12-12.
  2. "กำหนดการ งาน ๑๒ สิงหามหาราชินี ประจำวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2550". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-09-09. สืบค้นเมื่อ 2007-12-12.
  3. "ในหลวง โปรดเกล้าฯ ทรงงดพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค. 68". โพสต์ทูเดย์. 27 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2025.
  4. ""สุริยะ"นำประชาชนจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง". ข่าวสด. 28 กรกฎาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2025.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]