ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เซนต์คิตส์และเนวิส)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส
Federation of Saint Kitts and Nevis (อังกฤษ)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญCountry Above Self
(ประเทศชาติอยู่เหนือกว่าตนเอง)
เพลงชาติ"โอแลนด์ออฟบิวที"
O Land of Beauty! (โอ้ดินแดนแห่งความงาม)
เพลงสรรเสริญพระบารมี : ก็อดเซฟเดอะควีน1

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
บาสแตร์
17°18′N 62°44′W / 17.300°N 62.733°W / 17.300; -62.733
ภาษาราชการ ภาษาอังกฤษ
เดมะนิม คิตติเตียน หรือ เนวิเซียน
การปกครอง ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
•  ประมุข สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2
•  ผู้สำเร็จราชการ เซอร์ แทพลีย์ ซีตัน
(ตั้งแต่ พฤษภาคม 2015)
•  นายกรัฐมนตรี ทิโมธี แฮร์ริส
(ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2015)
เอกราช
•  จาก สหราชอาณาจักร 19 กันยายน พ.ศ. 2526 
พื้นที่
•  รวม 261 ตร.กม. (189)
101 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
•  2016 (ประเมิน) 54,821 (209)
•  2011 (สำมะโน) 46,204 
•  ความหนาแน่น 164 คน/ตร.กม. (64)
424.8 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 1.528 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 26,848 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 939 ล้าน 
•  ต่อหัว $ 16,490 
HDI (2559) Increase 0.765 (สูง) (74th)
สกุลเงิน ดอลลาร์แคริบเบียนตะวันออก (XCD)
เขตเวลา (UTC-4)
ขับรถด้าน ซ้ายมือ
โดเมนบนสุด .kn
รหัสโทรศัพท์ 1-869
1God Save The Queen เป็นเพลงชาติอย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้ในพระราชพิธีเท่านั้น

เซนต์คิตส์และเนวิส (อังกฤษ: Saint Kitts and Nevis) หรือชื่อทางการคือ สหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส (อังกฤษ: Federation of Saint Kitts and Nevis)[1] เป็นประเทศที่เป็นเกาะตั้งอยู่ในหมู่เกาะลีเวิร์ด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเลสเซอร์แอนทิลลีส ในภูมิภาคเวสต์อินดีส แถบแคริบเบียน จัดเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในซีกโลกตะวันตกเมื่อวัดจากขนาดพื้นที่และจำนวนประชากร

เซนต์คิตส์และเนวิสเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของราชอาณาจักรเครือจักรภพที่มีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรทรงเป็นประมุข ประกอบด้วยเกาะหลัก 2 เกาะคือเกาะเซนต์คิตส์ หรือ เซนต์คริสโตเฟอร์ และเกาะเนวิส มีเมืองหลวงและหน่วยงานของรัฐบาลส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนเกาะเซนต์คิตส์ ที่มีขนาดใหญ่กว่า ส่วนเกาะที่เล็กกว่าคือเนวิส ตั้งอยู่ห่างจากเกาะเซนต์คิตส์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร

ตามประวัติศาสตร์แล้วประเทศเซนต์คิตส์และเนวิสเคยเป็นดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร มีชื่อว่าเซนต์คริสโตเฟอร์-เนวิส-แองกวิลลา ประกอบไปด้วยเกาะเซนต์คิตส์, เกาะเนวิส และ แองกวิลลา ต่อมาในปี ค.ศ.1980 แองกวิลลา ได้แยกตัวออกมาแต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร จากนั้นในปี ค.ศ.1983 เกาะเซนต์คิตส์และเกาะเนวิส ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรและก่อตั้งขึ้นเป็นสหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส โดยอาณาเขตทางด้านทิศเหนือรวมถึงทิศตะวันตกเฉียงเหนืออยู่ใกล้กับแองกวิลลา (สหราชอาณาจักร) , เกาะซินต์เอิสตาซิยึส และ เกาะซาบา (เนเธอร์แลนด์) , แซ็ง-บาร์เตเลมี (ฝรั่งเศส) , เกาะเซนต์มาร์ติน อันแบ่งส่วนบนเป็นแซ็ง-มาร์แต็ง (ฝรั่งเศส) และส่วนล่างเป็น ประเทศซินต์มาร์เติน ส่วนอาณาเขตทางด้านตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใกล้เคียงกับประเทศแอนติกาและบาร์บูดา และทางตะวันออกเฉียงใต้อยู่ใกล้กับเกาะมอนต์เซอร์รัตของสหราชอาณาจักร

เซนต์คิตส์และเนวิสนับได้ว่าเป็นดินแดนแรกในแถบแคริบเบียนที่มีชาวยุโรปไปตั้งรกรากอาศัยอยู่ โดยเกาะเซนต์คิตส์เป็นอาณานิคมแห่งแรกของอังกฤษและฝรั่งเศสในแถบทะเลแคริบเบียน และได้รับฉายาว่า "มาตุภูมิแห่งอาณานิคมเวสต์อินดีส์"

ศัพทมูลวิทยา[แก้]

เกาะเซนต์คิตส์ เดิมถูกชาวคาลินาโกซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองแถบทะเลแคริบเบียนตั้งชื่อให้ว่า "เลียมุยกา (Liamuiga)" แปลว่า "ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์" โดยชื่อ "เซนต์คิตส์" ที่ใช้ในปัจจุบันถูกตั้งให้โดยคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส แต่ยังหาที่มาและสาเหตุของการตั้งชื่อนี้ได้ไม่แน่ชัด

ข้อสันนิษฐานแรกกล่าวว่าเดิมทีคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ตั้งชื่อเกาะนี้เป็นภาษาสเปนว่า "ซาน กริสโตบัล (San Cristóbal)" สื่อความหมายถึงนักบุญคริสโตเฟอร์ ซึ่งเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของนักเดินทาง ตามความเชื่อศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ส่วนสันนิษฐานใหม่กล่าวว่าความจริงแล้วโคลัมบัสตั้งใจจะตั้งชื่อให้เกาะนี้ว่า "ซาน ยาโก (San Yago, Saint James)" ซึ่งหมายถึงนักบุญเจมส์ ส่วนซาน กริสโตบัล เป็นชื่อที่โคลัมบัสตั้งให้กับเกาะที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งปัจจุบันคือเกาะซาบา และสาเหตุที่ชื่อซาน กริสโตบัล ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับเกาะเซนต์คิตส์เนื่องจากความผิดพลาดในการจัดทำทำแผนที่ในยุคโบราณ

อย่างไรก็ตามชื่อ "ซาน กริสโตบัล" ก็ได้ถูกเรียกเป็นชื่อเกาะแห่งนี้ และมีหลักฐานปรากฏอยู่บนเอกสารสำคัญในช่วงศตวรรษที่ 17 ต่อมาชาวอังกฤษที่ไปอาศัยอยู่ก็ได้แปลชื่อเกาะเป็นสำเนียงอังกฤษว่า "เซนต์ คริสโตเฟอร์" โดยชื่อย่อของคริสโตเฟอร์ใช้คำว่า "คิต" เกาะนี้จึงมีชื่อว่าเซนต์คิตส์ มาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเกาะเนวิส เดิมทีมีชื่อเรียกจากชาวพื้นเมืองแคริบเบียนว่า "อัวลี (Oualie)" ซึ่งหมายความว่า "ดินแดนที่มีสายน้ำอันสวยงาม" ต่อมาชาวอังกฤษได้ตั้งชื่อภาษาสเปนให้ว่า "ดัลซีนา (Dulcena)" ส่วนคำว่า "เนวิส" ชาวอังกฤษย่อมาจากภาษาสเปนว่า "นวยส์ตรา เซญอรา เดอ ลาส นีเอเบส (Nuestra Señora de las Nieves)" หมายถึง "แม่พระแห่งหิมะ (Our Lady of the Snows)" ซึ่งเป็นสมัญญาที่ชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกถวายให้แด่พระนางมารีย์พรหมจารี โดยชื่อเกาะเนวิสมีปรากฏเป็นเอกสารสำคัญครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 16

นอกจากนี้เกาะเนวิสยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาเนื่องจากเป็นสถานที่เกิดของอเล็กซานเดอร์ แฮมิลตันหนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งสหรัฐ และยังเป็นสถานที่ที่พลเรือโท โฮราชิโอ เนลสัน ไวเคานต์เนลสันที่ 1 ซึ่งเป็นชาวบริติชผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดหนึ่งร้อยลำดับ เคยใช้ชีวิตเมื่อครั้งยังเป็นกัปตันเรือในวัยหนุ่มโดยเขาได้พบรักและแต่งงานกับฟรานเซส นิสเบ็ต ที่เกาะนี้

ประวัติศาสตร์[แก้]

การยึดครองเกาะเซนต์คิตส์โดยชาวสเปนในปี ค.ศ. 1629 นำโดยฟาดริก เดอ โตเลโด มาร์กีส ที่ 1 แห่ง บียานวยบา เดอ บัลดูเอซา

ในยุคน้ำแข็ง เกาะเซนต์คิตส์, เกาะเนวิส ,ซาบา และ เกาะซินต์เอิสตาซียึส เป็นผืนแผ่นดินเดียวกัน ก่อนที่ต่อมาแผ่นดินจะแยกออกเป็นเกาะ 4 เกาะที่อยู่ห่างกันออกไปในทะเลแคริบเบียน[2]

โดยชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อราว 3,000 ปีก่อนบนเกาะเซนต์คิตส์ มีข้อสันนิษฐานว่าเป็นชาวซิโบนี จากนั้นพวกอิกเนรีซึ่งเป็นชนกลุ่มนึงของชาวอาราวักได้ตามอพยพตามเข้ามาราวปี ค.ศ. 800 จนมีการขยายตัวของประชากรมากขึ้น ต่อมาชาวคาลินาโก ได้เข้ามารุกรานและทำสงครามในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1300 ก่อนจะขับไล่พวกอิกเนรีกลุ่มเดิมออกไปยังตอนเหนือของเกรตเตอร์แอนทิลลีส เมื่อยึดครองพื้นที่บนเกาะได้แล้วชาวคาลินาโกได้ตั้งชื่อให้กับเกาะนี้ว่า "เลียมุยกา (Liamuiga)" หมายถึงดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์

ในปี ค.ศ. 1493 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือ ที่ได้รับการสนับสนุนจากราชสำนักสเปน ได้เดินทางมาพบดินแดนแห่งนี้เป็นครั้งแรก และอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนบนเกาะให้เป็นของของราชอาณาจักรสเปน

ต่อมาอังกฤษได้เข้ายึดครองพื้นที่บนเกาะ และประกาศให้เป็นอาณานิคมแห่งแรกในแถบทะเลแคริบเบียนของราชอาณาจักรอังกฤษในปี ค.ศ. 1623 และในปี ค.ศ. 1625 ดินแดนบางส่วนถูกยึดครองโดยราชอาณาจักรฝรั่งเศส

การแบ่งดินแดนระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสบนเกาะเซนต์คิตส์ด้านตะวันตก
การแบ่งดินแดนระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสบนเกาะเซนต์คิตส์ด้านตะวันออก

ปี ค.ศ. 1626 อังกฤษและฝรั่งเศสร่วมมือกันในการกวาดล้างและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวคาลินาโกที่เป็นประชากรเดิมบนเกาะ โดยมีชาวคาลินาโกถูกสังหารมากกว่า 2,000 คน ส่วนผู้หญิงที่มีหน้าตาดีบางส่วนจะถูกนำไปเป็นทาส[3]

การเมือง[แก้]

การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข โดยสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2เป็นพระมหากษัตริย์ ทรงใช้พระราชอำนาจผ่านผู้สำเร็จราชการ

นิติบัญญัติ[แก้]

สภานิติบัญญัติ ระบบสภาเดียว มีสมาชิกสภาฯ 14 คน มีวาระ 5 ปี ฝ่ายบริหาร

บริหาร[แก้]

ผู้สำเร็จราชการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาลและหัวหน้าคณะรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ ดร.เด็นซิล ดักลาส (Dr. Denzil Douglas) รับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2538)

ตุลาการ[แก้]

อำนาจในการพิจารณาไต่สวน อยู่ภายใต้อำนาจของศาลสูงสุดแคริบเบียนตะวันออก ("en:Eastern Caribbean Supreme Court") โดยมีผู้พิพากษา 1 คน ประจำอยู่ในเซนต์คิตส์


การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

Parishes of Saint Kitts and Nevis

เซนต์คิตส์และเนวิสแบ่งเป็น 14 เขตการปกครองส่วนท้องถิ่น (parishes) ได้แก่

เศรษฐกิจ[แก้]

ระบบเศรษฐกิจเสรี อุตสาหกรรมสำคัญ คือ การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการการเงิน (Offshore Banking) การผลิตน้ำตาล แม้ว่าจะประสบวาตภัยร้ายแรงหลายครั้ง แต่ก็มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาติ เกษตร ร้อยละ 3.5อุตสาหกรรม ร้อยละ 25.8 บริการ ร้อยละ 70.7 สินค้าส่งออกที่สำคัญ เครื่องจักร อาหาร อุปกรณ์ไฟฟ้า ยาสูบ สินค้านำเข้าสำคัญ เครื่องจักร เครื่องอุปโภคบริโภค อาหาร และเชื้อเพลิง ประเทศคู่ค้าสำคัญ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศในแคริบเบียน

อ้างอิง[แก้]

  1. "1983 Saint Kitts and Nevis Constitution". pdba.georgetown.edu. สืบค้นเมื่อ 30 August 2017.
  2. Hubbard, Vincent (2002). A History of St. Kitts. Macmillan Caribbean. p. 1. ISBN 9780333747605.
  3. Du Tertre (1667), I:6

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]