สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา

พระบรมนามาภิไธย พระศรีสุธรรมราชา
พระปรมาภิไธย สมเด็จพระสรรเพชญ
พระอิสริยยศ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
ราชวงศ์ ราชวงศ์ปราสาททอง
ครองราชย์ พ.ศ. 2199
รัชกาล 2 เดือน 20 วัน[1]
รัชกาลก่อน สมเด็จเจ้าฟ้าไชย
รัชกาลถัดไป สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ข้อมูลส่วนพระองค์
สวรรคต พ.ศ. 2199
บทความนี้เกี่ยวกับสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 7 สำหรับสมเด็จพระสรรเพชญ์พระองค์อื่น ดูที่ สมเด็จพระสรรเพชญ์

สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 7 เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 26 แห่งอาณาจักรอยุธยา และเป็นรัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์ปราสาททอง ทรงครองราชย์ในปี พ.ศ. 2199 เป็นพระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง โดยบางแห่งกล่าวว่าเป็นบุตรของมหาดเล็ก พี่ชายของนางอิน พระมารดาของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง[2]

พระราชประวัติ[แก้]

ก่อนครองราชย์[แก้]

สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชเป็นพระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อสมเด็จพระเจ้าปราสาททองปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยานั้น สมเด็จพระเจ้าปราสาททองตรัสว่า "น้องเราคนนี้น้ำใจกักขฬะหยาบช้า มิได้มีหิริโอตัปปะ จะให้เป็นอุปราชรักษาแผ่นดินต่างพระเนตรพระกรรณมิได้ ให้เป็นแต่เจ้าพระ ชื่อ พระศรีสุธรรมราชา" พร้อมกันนี้โปรดให้พระศรีสุธรรมราชาตั้งบ้านหลวงอยู่ที่ริมวัดสุธาวาส[3]

ขึ้นครองราชย์[แก้]

ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เจ้าฟ้าไชย พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าปราสาททองเสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อจากพระราชบิดา แต่สมเด็จเจ้าฟ้าไชยทรงครองราชย์ได้เพียง 9 เดือน พระนารายณ์ พระอนุชาต่างพระมารดาในสมเด็จเจ้าฟ้าไชย ก็ส่งคนมาติดต่อกับพระศรีสุธรรมราชาเพื่อให้ชิงราชสมบัติ เมื่อถึงเวลาค่ำของวันที่ทั้งสองพระองค์ตกลงกันแล้ว พระนารายณ์ได้พาพระราชกัลยาณี พระขนิษฐาในพระองค์ลอบหนีออกจากพระราชวังทางประตูตัดสระแก้วเพื่อเสด็จไปหาพระศรีสุธรรมราชา หลังจากนั้น พระศรีสุธรรมราชาและพระนารายณ์จึงได้ยกกำลังพลเข้ามาในพระราชวัง จับกุมสมเด็จเจ้าฟ้าไชยและนำพระองค์ไปสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ณ วัดโคกพระยา[4] พระศรีสุธรรมราชาก็ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พร้อมกับทรงแต่งตั้งพระนารายณ์ราชนัดดาเป็นพระมหาอุปราช โดยให้เสด็จไปประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล

ถูกชิงราชสมบัติ[แก้]

หลังจากครองราชสมบัติได้ 2 เดือนเศษ สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาธิราชทอดพระเนตรเห็นพระราชกัลยาณีแล้วมีพระทัยเสน่หา ถึงกับให้พระราชกัลยาณีเสด็จขึ้นไปหาที่ห้องด้วยหมายจะร่วมสังวาส แต่พระราชกัลยาณีหนีลงมาที่พระตำหนักแล้วบอกพระสนม พระสนมจึงให้พระราชกัลยาณีซ่อนให้ตู้พระสมุด หามออกไปส่งพระราชวังบวรสถานมงคล เมื่อถึงแล้วพระราชกัลยาณีจึงเข้าเฝ้าพระนารายณ์ ทรงพระกันแสงและทูลเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด พระนารายณ์ทรงทราบก็ทรงโทมนัสน้อยพระทัยตรัสว่า

อนิจจา พระเจ้าอาเรานี้ คิดว่าสมเด็จพระบิตุราชสวรรคตแล้ว ยังแต่พระเจ้าอาก็เหมือนหนึ่งพระบรมราชบิดายังอยู่ จะได้ปกป้องพระราชวงศานุวงศ์สืบไป ควรหรือมาเป็นได้ดังนี้ พระองค์ปราศจากหิริโอตตัปปะแล้ว ไหนจะครองสมบัติเป็นยุติธรรมเล่า น่าที่จะร้อนอกสมณชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎรไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินเป็นแท้ จะละไว้มิได้ ด้วยพระองค์ก่อแล้วจำจะสานตามเถิด จะเสี่ยงเอาบารมีเป็นที่พึ่ง

พระนารายณ์รับสั่งเรียกขุนนางเข้ามาแล้วตรัสเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขุนนางเหล่านั้นก็เข้าร่วมด้วย[5]

สวรรคต[แก้]

พระนารายณ์ได้รับการสนับสนุนจากพระยาเสนาภิมุข พระยาไชยาสุระ ทหารญี่ปุ่น 40 นาย รวมทั้งชาวมุสลิมจากชาวเปอร์เซีย การต่อสู้ยึดอำนาจเกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรงในตอนเย็นวันหนึ่งในปี พ.ศ. 2199 จนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น ไพร่พลของทั้งสองฝ่ายล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ทั้งสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาและพระนารายณ์ต่างได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน สมเด็จพระศรีสุธรรมราชาสู้ไม่ได้จึงถอยหนีไปวังหลังแต่ถูกพระนารายณ์จับกุมตัวและนำไปสำเร็จโทษที่วัดโคกพระยา ครองราชสมบัติได้เพียง 2 เดือน 20 วัน[1]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ
  1. 1.0 1.1 พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 288
  2. ราชอาณาจักรสยาม
  3. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 272
  4. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 284
  5. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม), หน้า 285
บรรณานุกรม


ก่อนหน้า สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ถัดไป
สมเด็จเจ้าฟ้าไชย
(พ.ศ. 2199)
2leftarrow.png Seal of Ayutthaya (King Narai).png
พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรอยุธยา
(ราชวงศ์ปราสาททอง)

(พ.ศ. 2199)
2rightarrow.png สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
(พ.ศ. 2199 - พ.ศ. 2231)