ข้ามไปเนื้อหา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

หน้าถูกถูกกึ่งป้องกัน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
เจ้าฟ้าชั้นเอก
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา
ดำรงตำแหน่ง
4 กันยายน พ.ศ. 2555  1 ตุลาคม พ.ศ. 2557
(2 ปี 27 วัน)
นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ก่อนหน้าสมศักดิ์ สุริยวงศ์
ถัดไปอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร
ประสูติ7 ธันวาคม พ.ศ. 2521
พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
สิ้นพระชนม์11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 (47 ปี)
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ราชสกุลมหิดล
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
ศาสนาพุทธเถรวาท
อาชีพ
  • นักการทูต
  • อัยการ
  • ทหาร
ลายพระอภิไธย

พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระนามเดิม: พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา; 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 – 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569) เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับราชการในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ โดยเริ่มจากตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์[1] ต่อมาทรงเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[2]

พระประวัติ

พระประสูติกาล

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ[3][4] ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเมีย สัมฤทธิศก จ.ศ. 1340 ตรงกับวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต[5] เป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระอิสริยยศเดิมเมื่อแรกประสูติคือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

การศึกษา

สถาปนาและเฉลิมพระนาม

ตามโบราณราชประเพณี เมื่อพระมหากษัตริย์บรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมทรงสถาปนาพระเกียรติยศพระบรมวงศานุวงศ์ ดังนั้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริว่า "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความวิริยะอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาถึงรัชกาลปัจจุบัน ได้แบ่งเบาพระราชภาระเป็นอันมาก จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องพระเกียรติยศตามโบราณราชประเพณี" จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาและเฉลิมพระนาม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 ชั้นที่ 1[8]

ทรงกรม

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณมาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย

นอกจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นองค์ประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาตินครนิวยอร์ก อีกทั้งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงานสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนา พระเกียรติยศให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี

จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมทั้งพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์[9]

ทั้งนี้ ในหนังสือรวมเรื่องและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับราชสำนัก พ.ศ. 2565 ได้ระบุพระนามอย่างย่อไว้ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา[10]

สิ้นพระชนม์

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ขณะที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงฝึกสุนัขทรงเลี้ยงเพื่อร่วมการแข่งขัน พระองค์ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น (15 ธันวาคม)[11] โดยภายหลังนั้นคณะแพทย์สรุปผลการวินิจฉัยว่าพระอาการเกิดจากการเต้นผิดจังหวะของพระหทัยแบบรุนแรง จากการอักเสบของพระหทัยจากเชื้อไมโคพลาสมา[12] โดยสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ให้ทราบทั้งหมด 7 ฉบับ

ต่อมาตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อในพระนาภีจากการอักเสบของพระอันตะ ทำให้พระอาการไม่คงที่ ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะการแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ ซึ่งเป็นพระอาการที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนเมษายนปีเดียวกัน[13] ก่อนที่สำนักพระราชวังจะออกประกาศเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนว่า แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 19:48 น. ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษา 47 ปี[14]

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สํานักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569 แต่เนื่องจากไม่สามารถใช้พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทได้เพราะอยู่ระหว่างประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอยู่ จึงเปลี่ยนสถานที่ประดิษฐานพระศพเป็นพระที่นั่งพิมานรัตยาแทน[14] โดยเป็นพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์แรกที่ประดิษฐานพระศพที่พระที่นั่งแห่งนี้[15]

พระกรณียกิจ

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการโครงการ ELFI ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะนักการทูตด้วยความเป็นผู้นำและเสียสละ อุทิศทุ่มเท ด้วยพระอัธยาศัยและพระจริยวัตรอันงามสง่า ประกอบกับพระปรีชาสามารถ พระปฏิภาณไหวพริบเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวต่างชาติ ช่วยเพิ่มพูนบทบาทและเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมทั้งได้นำความก้าวหน้ามาสู่การทูตพหุภาคีของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พระภารกิจที่ทรงปฏิบัติในฐานะนักการทูต มีมากมายหลายประการ อาทิ ทรงเป็นองค์ผู้แทนประเทศไทย ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ ๖๐ ณ นครนิวยอร์ก โดยทรงรับผิดชอบงานในกรอบคณะกรรมการที่ 3 (Third Committee) ได้แก่ เรื่องการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา สิทธิมนุษยชนผู้อพยพ การย้ายถิ่นฐาน และคณะกรรมการที่ 6 (Sixth Committee) ได้แก่ เรื่องกฎหมายทะเล กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อผลประโยชน์และการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานข้อคิดเห็นและข้อสังเกตให้แก่คณะทูตถาวรฯ และกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณา อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดท่าทีของประเทศไทยในประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ

ด้านกฎหมาย

  • พ.ศ. 2549 – อัยการผู้ช่วยสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด[16]
  • พ.ศ. 2550 – อัยการประจำกอง (ข้าราชการอัยการชั้น 2) สำนักงานคดียาเสพติด[17]
  • พ.ศ. 2551 – อัยการจังหวัดผู้ช่วย (ข้าราชการอัยการชั้น 2) สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี[18]
  • พ.ศ. 2552 – รองอัยการจังหวัดอุดรธานี (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี[19]
  • พ.ศ. 2553 – รองอัยการจังหวัดพัทยา (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา[20]
  • พ.ศ. 2554 – รองอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู (ข้าราชการอัยการชั้น 3) สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู[21]
  • พ.ศ. 2554 – อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการชั้น 4) สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน[22]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 – อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ข้าราชการชั้น 4) สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู[23]
  • 3 เมษายน พ.ศ. 2560 – อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดระยอง (ข้าราชการอัยการชั้น 4)[24]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560 – อัยการผู้เชี่ยวชาญ (ข้าราชการอัยการชั้น 5) สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด[25]

ด้านการต่างประเทศ

  • พ.ศ. 2555 – เอกอัครราชทูต (นักบริหารระดับสูง) ประจำคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย[26]
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 – เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐออสเตรีย[27]
  • 7 มกราคม พ.ศ. 2556 – เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสโลวาเกีย อีกตำแหน่งหนึ่ง[28]
  • 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 – เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศสโลวีเนีย อีกตำแหน่งหนึ่ง[29]

ด้านการศึกษา

ทรงเป็นอาจารย์พิเศษ หลักสูตรปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์[30]

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เริ่มต้นจากการดำเนิน โครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งมีขึ้นในขณะที่มีอุทกภัยครั้งร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ. 2538 และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จนภาคราชการและองค์กรการกุศลที่มีอยู่มิอาจให้ความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง จนเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนอันเกิดจากความเครียดอันเนื่องมาจากการป้องกันน้ำให้ท่วมในวงจำกัด ผู้ที่เดือนร้อนจึงรู้สึกว่าขาดที่พึ่ง ขาดความเห็นอกเห็นใจ ต้องได้รับความเดือดร้อนเฉพาะชาวพื้นที่ของตนเอง ขณะที่พื้นที่ติดกันได้รับความสะดวกสบายอย่างเป็นปกติ

ในช่วงเช้าของวันที่ 29 ตุลาคม เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงออกปฏิบัติภารกิจในโครงการฯ เป็นครั้งแรก โดยเสด็จออกรับน้ำใจจากผู้ไม่ประสบอุทกภัยที่สถานีบริการน้ำมัน ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย ได้เสด็จพระดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 เขตบางกอกน้อย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 82, 84 และ 86 เขตบางพลัด

การออกปฏิบัติพระกรณียกิจในครั้งนี้ส่งผลให้เหตุการณ์สงบลง จากนั้นมาโครงการฯ ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิที่ผู้บริจาคสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 และได้พัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา

นอกจากนี้ ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดให้รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ พิชิต สุวรรณประกร เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพ 3,000 ถุง ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ[31]

โครงการกำลังใจ ในพระดำริ

ทรงก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2544 เมื่อครั้งยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย โดยครั้งแรก เสด็จเยี่ยมผู้ต้องขังหญิง ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ด้วยความสนพระทัยในสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง

โครงการนี้ได้ขยายความช่วยเหลือไปยังเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก รวมทั้งผู้ต้องขังหญิงสูงอายุ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงได้กระจายไปทั่วโลก ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ภายใต้ชื่อ “Enhancing Life for Female Inmates: ELFI”

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ

เป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นด้วยพระประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 โดยประทานพระกรุณารับเป็นองค์ประธานมูลนิธิ เพื่อดำเนินกิจการตามพระดำริด้านสาธารณกุศลในการให้โอกาส การเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และการพัฒนาชีวิตแก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ตลอดจนกระตุ้นเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้โอกาส มูลนิธิ ณภาฯ จึงได้ดำเนินการตามพระดำริดังกล่าว เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิ ณภาฯ ในปัจจุบัน ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอุปโภคตรา "จัน" และ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบริโภคตรา "ธรา" โดยมูลนิธิ ณภาฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางในการเผยแพร่และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพื่อนำมาเป็นทุนในการสนับสนุนงานของมูลนิธิต่อไป

มูลนิธิ/องค์กรในพระอุปถัมภ์

  • มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  • มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
  • เครือข่ายคนรักน้องหมา
  • กองทุนกำลังใจ
  • ศูนย์ควบคุมสุนัข กทม. (ประเวศ)

พระเกียรติยศ

ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร
มหาวัชรราชธิดา
ธงประจำพระอิสริยยศ
ตราประจำพระองค์
ธงประจำพระองค์
การทูลใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับพระพุทธเจ้าข้า/เพคะ

พระอิสริยยศ

  • พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 — 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี[32] (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562)
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา[33] (28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 — 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569)

เครื่องราชอิสริยยศราชูปโภค

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชูปโภคสำหรับสมเด็จเจ้าฟ้า ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีรายการดังต่อนี้

  • พานพระศรี (พานใส่หมากพลู) ทองคำลงยา เครื่องพร้อม
  • พระสุพรรณศรี (กระโถนเล็ก) ทองคำลงยา
  • หีบพระศรีทองคำลงยา พร้อมพานรอง
  • พระคนโททองคำลงยา พร้อมพานรอง
  • พานเครื่องพระสำอาง พร้อมพระสางวงเดือนกับพระสางเสนียดสอดในซองเยียรบับ และพระกรัณฑ์ทองคำลงยาสำหรับบรรจุเครื่องพระสำอาง
  • ราวพระภูษาซับพระพักตร์ทองคำลงยารูปพญานาค 2 ตน ขนดหางพันเกลียวเป็นเสาราว ผินเศียรไปทางซ้ายและขวาเป็นราวพาด 2 กิ่ง พร้อมซับพระพักตร์จีบริ้วพาดบนราว 2 องค์
  • พระฉายกรอบทองคำลงยาทำเป็นรูปพญานาคขนดพันกันโดยรอบบานพระฉาย ด้านบนเป็นรูปพระมหามงกุฎเปล่งรัศมี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

ต่างประเทศ

พระยศทางทหาร

พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร
มหาวัชรราชธิดา
รับใช้กองทัพบกไทย
ประจำการ
  • พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2569
ชั้นยศ
  • พลเอก (พิเศษ) หญิง
  • 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543: ว่าที่ร้อยตรีหญิง, ร้อยตรีหญิง[41] และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์[42]
  • 23 ตุลาคม พ.ศ. 2545: ร้อยโทหญิง[43]
  • 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545: นายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์[44]
  • 10 กันยายน พ.ศ. 2547: ร้อยเอกหญิง[45]
  • 4 มีนาคม พ.ศ. 2561: พลตรีหญิง[46] และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[47]
  • 27 กันยายน พ.ศ. 2562: พลโทหญิง[48]
  • 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564: พลเอกหญิง และทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[1]
  • 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568: พลเอก (พิเศษ) หญิง และทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์[2]

พระเกียรติคุณ

  • รางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2543 คณะกรรมการรางวัลสัญญาธรรมศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ถวายรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544 เป็นกรณีพิเศษแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยทรงเป็นตัวอย่างในด้านการศึกษาและด้านกิจกรรมนักศึกษา โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่า ตลอดเวลาที่ทรงศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น พระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนักศึกษาทั่วไปทั้งในด้านการศึกษา การเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตรตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ

  • รางวัล Medal of Recognition

หน่วยงาน UNODC (ยูเอ็นโอดีซี) สหประชาชาติ จากทรงมีบทบาทสำคัญในระดับนานาชาติหลายอย่างเริ่มตั้งแต่การจัดตั้งกองทุนพัชรกิติยาภา เพื่อการศึกษากฎหมาย การรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โครงการกำลังใจ ในพระดำริฯ โครงการจัดทำมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง หรือ ELFI (เอลฟี) การทรงงานด้านกระบวนการยุติธรรมเหล่านี้ จึงพิจารณาทูลเกล้าถวายรางวัลกียรติยศสูงสุดจากสหประชาชาติ

  • ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador)

ดร.จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงาน โครงการกำลังใจ ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระองค์ประทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ต้องขังสตรีและเด็กติดผู้ต้องขัง และทรงประทานความช่วยเหลือให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี ซึ่งหน่วยงาน UNIFEM รู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในพระกรณียกิจที่ทรงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มหนึ่งในสังคมไทย โดยหน่วยงาน UNIFEM ขอพระราชทานกราบทูลเชิญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นองค์ทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง[49]

ปริญญากิตติมศักดิ์

สิ่งอันเนื่องด้วยพระนาม

การแพทย์และสาธารณสุข

  • อาคารพัชรกิติยาภา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

สถาบันการศึกษา

ศาสนสถาน

ศาสนวัตถุ

อื่น ๆ

พงศาวลี

อ้างอิง

  1. 1 2 ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศ เรื่อง ให้รับโอนข้าราชการฝ่ายอัยการเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร และพระราชทานพระยศทหาร เก็บถาวร 2021-03-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน หน้า ๑ เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๒๕ ง, ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
  2. 1 2 "พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารรับราชการ [พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 142 (พิเศษ 277 ง): 1. 20 สิงหาคม 2568. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ August 21, 2025.
  3. "มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก - ประวัติมูลนิธิฯ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-07-11. สืบค้นเมื่อ 2006-08-25.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศเฉลิมพระนาม (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ) เก็บถาวร 2024-12-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๘, ตอน ๑๔๐ก ฉบับพิเศษ, ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๑
  5. หนังสือจดหมายเหตุเฉลิมพระเกียรติ 5 ทศวรรษ (2539) โดย : มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช
  6. ":: มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ::". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-07-11. สืบค้นเมื่อ 2006-08-25.
  7. "Commencement 2005: Cell phones, cameras, congratulations, challenges and a princess". Cornell Univesity News Service. May 29, 2005. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-01-14. สืบค้นเมื่อ 2011-10-21.
  8. "ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๑๕ ข หน้า ๘, ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-12-14. สืบค้นเมื่อ 2023-12-14.
  9. "ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๔๑ ข หน้า๑, ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-03-04. สืบค้นเมื่อ 2023-12-14.
  10. "การกราบบังคมทูล". หน่วยราชการในพระองค์. สืบค้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2025.[ลิงก์เสีย]
  11. "สำนักพระราชวัง แถลงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงพระประชวร". บีบีซีไทย. 15 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2025.
  12. "แถลงการณ์ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ฉบับที่ 2". ไทยพีบีเอส. 19 ธันวาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2025.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  13. "แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7". ข่าวสด. 21 พฤษภาคม 2026. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2026.
  14. 1 2 "แถลงการณ์สำนักพระราชวัง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์". กรุงเทพธุรกิจ. 12 มิถุนายน 2026. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2026.
  15. "พระที่นั่งพิมานรัตยา ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพเจ้านาย". แนวหน้า. 12 มิถุนายน 2026. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2026.
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักงานอัยการสูงสุด เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๓, ตอนพิเศษ ๙๕ ง, ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙, หน้า ๑๔
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๔, ตอน ๑๑๒ ง, ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐, หน้า ๑
  18. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๕, ตอนพิเศษ ๗๔ ง, ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑, หน้า ๑
  19. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ, เล่ม ๑๒๖, ตอนพิเศษ ๓๙ ง, ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒, หน้า ๒๘
  20. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๗, ตอนพิเศษ ๔๔ ง, ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓, หน้า ๑๒
  21. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๘, ตอนพิเศษ ๓๗ ง, ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๓
  22. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๙, ตอนพิเศษ ๑๑ ง, ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๑
  23. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งข้าราชการอัยการ
  24. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการอัยการ เก็บถาวร 2021-01-20 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน,เล่ม ๑๓๔, ตอนพิเศษ ๖๙ ง, ๖ มีนาคม ๒๕๖๐, หน้า ๑
  25. "อัยการผู้เชี่ยวชาญ (ข้าราชการอัยการชั้น 5)" (PDF). เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-01-20. สืบค้นเมื่อ 2017-12-14.
  26. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการอัยการพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๙, ตอนพิเศษ ๒๔ ง, ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๑
  27. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๙, ตอนพิเศษ ๑๔๖ ง, ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕, หน้า ๔
  28. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสโลวัก, เล่ม ๑๓๐, ตอนพิเศษ ๑๐ ง, ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖, หน้า ๑
  29. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐสโลวีเนีย, เล่ม ๑๓๐, ตอนพิเศษ ๓๓ ง, ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖, หน้า ๕
  30. รายชื่ออาจารย์พิเศษ[ลิงก์เสีย]
  31. ""พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ" มอบถุงยังชีพ 3 พันชุดช่วยผู้ประสบภัยสึนามิ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-03-16. สืบค้นเมื่อ 2011-03-18.
  32. 1 2 3 "ประกาศสถาปนา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (15ข): 8. 2019-05-05. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-05-05. สืบค้นเมื่อ 2019-05-05.
  33. 1 2 "ประกาศประกาศ เรื่อง สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 136 (41ข): 1. 2019-07-28. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2019-07-28. สืบค้นเมื่อ 2019-07-28.
  34. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน (เพิ่มเติม) ในวโรกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล ๕ พฤษภาคม ๒๕๓๔) เก็บถาวร 2014-04-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๘, ตอน ๘๑ ง ฉบับพิเศษ, ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔, หน้า ๑
  35. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์) เก็บถาวร 2005-12-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๒, ตอน ๒๐ ข ฉบับทะเบียนฐานันดร, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘, หน้า ๒
  36. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย) เก็บถาวร 2014-04-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนเล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑
  37. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ปฐมดิเรกคุณภรณ์ จำนวน ๘ พระองค์) เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๗ ข เล่มที่ ๐๐๓, ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘, หน้า ๑
  38. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ เก็บถาวร 2022-06-27 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๓๙, ตอน ๒๘ ข, ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕, หน้า ๑
  39. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๐๑, ตอน ๑๖๒ ง ฉบับพิเศษ, ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๗, หน้า ๗
  40. ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานเหรียญจักรมาลา หน้า ๑ เล่ม ๑๔๒ ตอนที่ ๙ ข, ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘
  41. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอพระราชทานพระยศทหาร เก็บถาวร 2016-03-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๒, ตอน ๑๙ ข, ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔, หน้า ๑
  42. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ, เล่ม ๑๑๘, ตอน ๒ ง, ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๔, หน้า ๘
  43. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร, เล่ม ๑๑๙, ตอน ๒๔ ข, ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕, หน้า ๑
  44. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ เก็บถาวร 2011-11-11 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๑๙, ตอน ๑๑๘ ง, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๕, หน้า ๑
  45. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหาร, เล่ม ๑๒๑, ตอน ๒๖ ข, ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗, หน้า ๑
  46. พระราชโองการ ประกาศ พระราชทานพระยศ เก็บถาวร 2018-03-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๓๕, ตอน ๘ ข หน้า ๑ ๕ มีนาคม ๒๕๖๑
  47. พระราชโองการ ประกาศ เรื่อง แต่งตั้งนายทหารพิเศษ[ลิงก์เสีย], เล่ม ๑๓๕ ตอน ๔๘ ง พิเศษ หน้า ๒ ๕ มีนาคม ๒๕๖๑
  48. ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานพระยศ, เล่ม ๑๓๖, ตอน ๕๓ ข, ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒, หน้า ๑
  49. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-07-26. สืบค้นเมื่อ 2010-01-28.

แหล่งข้อมูลอื่น