ประเทศเลโซโท
ราชอาณาจักรเลโซโท | |
|---|---|
| คำขวัญ: Khotso, Pula, Nala "สันติภาพ ฝน มั่งคั่ง" | |
| เพลงชาติ: เลโซโทฟัดเชลาบอนตาตาโรนา | |
ที่ตั้งของประเทศเลโซโท (สีเขียวเข้ม) | |
| เมืองหลวง และเมืองใหญ่สุด | มาเซรู 29°18′54″S 27°29′13″E / 29.31500°S 27.48694°E |
| ภาษาราชการ | ภาษาโซโท ภาษาอังกฤษ |
| เดมะนิม | โมโซโท (เอกพจน์) บาโซโท (พหูพจน์) |
| การปกครอง | ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ |
• พระมหากษัตริย์ | สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 |
• นายกรัฐมนตรี | Sam Matekane |
| เอกราช จากสถานะรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักร | |
• ประกาศ | 4 ตุลาคม พ.ศ. 2509 |
| พื้นที่ | |
• รวม | 30,355 ตารางกิโลเมตร (11,720 ตารางไมล์) (137) |
• แหล่งน้ำ (%) | น้อย |
| ประชากร | |
• ประมาณ 2023 | 2,210,646[1] (147) |
• ความหนาแน่น | 68.1 ต่อตารางกิโลเมตร (176.4 ต่อตารางไมล์) (138) |
| จีดีพี (อำนาจซื้อ) | ประมาณ 2023 |
• รวม | |
• ต่อหัว | |
| จีดีพี (ราคาตลาด) | ประมาณ 2023 |
• รวม | |
• ต่อหัว | |
| จีนี (2017) | ความเหลื่อมล้ำปานกลาง |
| เอชดีไอ (2023) | ปานกลาง (167) |
| สกุลเงิน | โลตี (LSL) |
| เขตเวลา | UTC+2 (SAST) |
| รหัสโทรศัพท์ | +266 |
| โดเมนบนสุด | .ls |
เลโซโท (ซูทู: Lesotho) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรเลโซโท (ซูทู: Naha ea Lesotho) เป็นประเทศขนาดเล็กในทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ทั้งหมด 30,355 ตารางกิโลเมตร (11,720 ตารางไมล์) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เนื่องจากพรมแดนถูกล้อมรอบทุกด้านด้วยประเทศเดียว คือประเทศแอฟริกาใต้ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง[5] มีเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดคือมาเซรู เลโซโทมีรูปแบบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งในสามประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่นเดียวกับประเทศโมร็อกโกและประเทศเอสวาตินี[6][7]
เดิมเลโซโทเป็นหนึ่งในคราวน์โคโลนี ในนามบาซูโตแลนด์ ซึ่งได้ประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 1966 ทำให้กลายเป็นรัฐอธิไตย และเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ เครือจักรภพ สหภาพแอฟริกา และประชาคมพัฒนาแอฟริกาตอนใต้ ชื่อ เลโซโท สามารถแปลประมาณว่า "แผ่นดินของโซโท"[8][9]
ประวัติศาสตร์
[แก้]เลโซโทเป็นหนึ่งในสามของประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (อีก 2 ประเทศ คือ ประเทศโมร็อกโกและประเทศเอสวาตินี) เดิมประเทศเลโซโทมีชื่อว่าบาซูโต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2361 โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดีโมโชโชที่ 1 เป็นผู้ปกครอง ต่อมา ชนเผ่าซูลู และคนผิวขาวเข้าไปตั้งหลักแหล่งในประเทศ และถูกแอฟริกาใต้รุกราน บาซูโตจึงต้องขอรับความคุ้มครองจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และมีฐานะเป็นรัฐในปกครองของสหราชอาณาจักร (British protectorate of Basutoland) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2509 ได้ประกาศเอกราชและเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเลโซโท

การเมือง
[แก้]ระบอบการเมือง ระบอบประชาธิปไตยมีกษัตริย์เป็นประมุข โดยฝ่ายบริหาร มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติรัฐสภา (National Assembly) แบบ 2 สภา (bicameral) ประกอบด้วยวุฒิสมาชิก 33 คน (ซึ่งในจำนวนนี้ 11 คน กษัตริย์เป็นผู้เสนอและพรรครัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งอีก 22 คนมาจากหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 65 คน ซึ่งอยู่ในวาระคราวละ 5 ปี ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วย ศาลสูง ศาลอุทธรณ์ ศาลพิพากษา และศาลพื้นเมือง
การแบ่งเขตการปกครอง
[แก้]เลโซโทมี 10 เขต คือ:
- เขตเบเรีย (Berea)
- เขตบูทา-บูเท (Butha-Buthe)
- เขตเลริเบ (Leribe)
- เขตมาเฟเตง (Mafeteng)
- เขตมาเซรู (Maseru)
- เขตโมเฮลส์ฮุก (Mohale's Hoek)
- เขตโมคอตลอง (Mokhotlong)
- เขตคาชาส์เนก (Qacha's Nek)
- เขตคูทิง (Quthing)
- เขตทาบา-เซกา (Thaba-Tseka)
ภูมิศาสตร์
[แก้]ประเทศเลโซโท เป็นประเทศที่มีแอฟริกาใต้ล้อมรอบหมดทุกด้าน มีพื้นที่ประมาณ 30,000 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณสองเท่าของจังหวัดอุบลราชธานี ของประเทศไทย แต่เลโซโทมีพื้นที่ส่วนมากอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400-1,800 เมตร จึงทำให้มีหิมะปกคลุม เป็นเพียงไม่กี่ประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีหิมะ แต่ใช้ประโยชน์จากหิมะที่ละลายเป็นน้ำอุปโภคบริโภคใช้ในประเทศ[10]
นโยบายต่างประเทศ
[แก้]ความสัมพันธ์กับราชอาณาจักรไทย
[แก้]ด้านการเมือง
[แก้]ไทยและเลโซโทได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2532 โดยไทยได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย แอฟริกาใต้ มีเขตอาณาครอบคลุมเลโซโท และเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรียดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำเลโซโทอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ส่วนเลโซโทได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตเลโซโท ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยและได้แต่งตั้ง อภิชาติ สุดแสวง เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศไทย
- เลโซโทให้การสนับสนุนไทยมาตลอดในเรื่องปัญหากัมพูชา
- รัฐบาลไทยได้ส่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรียเข้าร่วมในพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์สมเด็จพระราชาธิบดีโมโชโชที่ 2 แห่งเลโซโท ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2536
- รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาวะขาดแคลนพืชพันธุ์ธัญญาหาร อันเนื่องมาจากความแห้งแล้งแก่รัฐบาลเลโซโทในปี พ.ศ. 2538 เป็นมูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ไทยได้ให้ความช่วยเหลืออีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเลโซโทประสบภัยจากหิมะ
ด้านเศรษฐกิจ
[แก้]มูลค่าการค้าระหว่างไทย – เลโซโทยังมีไม่มากนัก ในปี พ.ศ. 2543 การค้าระหว่างไทย – เลโซโทมีมูลค่ารวม 3.1 ล้านบาท โดยไทยเป็นฝ่ายส่งออก 3.1 ล้านบาท สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปเลโซโท ได้แก่ กระดาษ เยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในครัวและบ้านเรือน น้ำมันสำเร็จรูป ปูนซีเมนต์ สิ่งทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และสินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากเลโซโท ได้แก่ กุ้งสดแช่เย็นและแช่แข็ง ยากำจัดศัตรูพืช ไม้ซุง ไม้แปรรูปและไม้อื่น ๆ เคมีภัณฑ์ เมล็ดพืช น้ำมัน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ
เศรษฐกิจ
[แก้]ประเทศเลโซโท มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศแอฟริกาใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 หลังจากที่เนลสัน แมนเดลา ประธานาธิบดีของแอฟริกาใต้ได้ไปเยือน ซึ่งก่อนหน้านั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่ค่อยดีนัก ต่อมาจึงมีการพัฒนาความสัมพันธ์ตามลำดับ บนพื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกัน ที่สำคัญได้แก่ โครงการสร้างเขื่อนและอุโมงค์ส่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อส่งน้ำจากเลโซโทไปให้แอฟริกาใต้ อันทำรายได้ให้เลโซโทปีละประมาณ 70 ล้านดอลลาร์ และสร้างงานให้ชาวเลโซโทประมาณ 10,000 คน
เศรษฐกิจของประเทศเลโซโท นอกเหนือจากการส่งน้ำให้แอฟริกาใต้แล้ว ก็มีการทำเหมืองเพชร และสินแร่อื่น ๆ การเกษตรกรรม เช่น การปลูกข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และการปศุสัตว์ แต่ปัญหาสำคัญของประเทศคือ ผลิตอาหารได้ไม่พอเพียง ต้องนำเข้าจากต่างประเทศถึงร้อยละ 70 ของการบริโภค ทำให้ขาดดุลการค้าปีละประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ อย่างต่อเนื่อง[10]
ประชากร
[แก้]เลโซโทเป็นประเทศที่ไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติเหมือนหลายประเทศในทวีปแอฟริกา เพราะประชากรที่มีประมาณ 2,000,000 คน ร้อยละ 99.7 เป็นชนเผ่าโซโท[10]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Lesotho". The World Factbook (2026 ed.). Central Intelligence Agency. สืบค้นเมื่อ 22 June 2023. (Archived 2023 edition)
- 1 2 3 4 "World Economic Outlook Database, October 2023 Edition. (Lesotho)". IMF.org. International Monetary Fund. 10 October 2023. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 October 2023. สืบค้นเมื่อ 27 October 2023.
- ↑ "Gini Index coefficient". CIA World Factbook. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 July 2021. สืบค้นเมื่อ 10 August 2021.
- ↑ "Human Development Report 2023/2024" (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 19 March 2024. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 March 2024. สืบค้นเมื่อ 19 March 2024.
- ↑ "ข้อมูลรายประเทศ: ราชอาณาจักรเลโซโท". กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-06-09. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2015.
- ↑ "Governance". gov.sz.
- ↑ "Swaziland: Africa′s last absolute monarchy". Deutsche Welle. 2014-07-14. สืบค้นเมื่อ 2014-10-19.
- ↑ Nicole Itano (2007). No Place Left to Bury the Dead. Simon and Schuster. p. 314. ISBN 978-0-7432-7095-3.
- ↑ Roman Adrian Cybriwsky (2013). Capital Cities around the World: An Encyclopedia of Geography, History, and Culture. ABC-CLIO. p. 182. ISBN 9781610692489. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 พฤษภาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 4 มีนาคม 2018.
- 1 2 3 "ไทยกับเลโซโท". คมชัดลึก. 29 October 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-10-29. สืบค้นเมื่อ 29 October 2014.
