ริ้วขบวนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ริ้วขบวนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการฯ พิจารณาเห็นชอบให้มีทั้งสิ้น 6 ริ้วขบวน ดังรายละเอียดต่อไปนี้[1]

การฝึกซ้อมริ้วขบวน[แก้]

ในส่วนการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ คณะกรรมการอำนวยการฯ ได้มีฝึกการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศขึ้น ได้ฝึกซ้อมในสถานที่จริง และเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศจริง โดยมี คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมการขนส่งทหารบก กรมพลาธิการทหารบก กรมสรรพาวุธทหารบก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ นักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทหารสามเหล่าทัพ กรมดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ตำรวจม้า และนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ได้ร่วมเดินฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ[2] แต่ในริ้วขบวนสุดท้ายนั้นทหารม้ารักษาพระองค์ได้ทำการฝึกซ้อมภายในกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์[3] และครั้งต่อไปได้ร่วมฝึกซ้อมกับริ้วขบวนที่เหลือในสถานที่จริง[4] โดยรายละเอียดในการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มีดังนี้

15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กรมสรรพาวุธทหารบก กรุงเทพมหานคร ทำพิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพลโท อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรม เป็นประธานในพิธี ณ โรงเรียนสรรพาวุธทหารบก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมกำลังพลที่ผ่านการคัดเลือกเป็นพลฉุดชักและเจ้าหน้าที่จำนวน 411 นาย ทำพิธีเปิดการฝึกอย่างพร้อมเพรียง[5]

31 สิงหาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กำลังพลจากกรมสรรพาวุธทหารบก จำนวน 441 นาย ได้ร่วมกันซักซ้อมการปฏิบัติในการฉุดชักราชรถในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามบินเล็ก กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นการซ้อมเดี่ยวครั้งสุดท้ายของกรมสรรพาวุธทหารบก ก่อนจะไปร่วมซ้อมเป็นส่วนรวมกับทุกภาคส่วนในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่จะเริ่มซักซ้อมในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และบริเวณท้องสนามหลวง[6]

7 กันยายน พ.ศ. 2560[แก้]

กองทัพภาคที่ 1 จัดการฝึกซ้อมกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบกที่ปฏิบัติหน้าที่ฉุดชักราชรถ ราชยาน ประกอบการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด 3 ริ้ว ซึ่งจำลองพื้นที่คล้ายจริง และห้วงเวลาเสมือนจริง โดยการซักซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีฝนตกโปรายปรายมาในช่วงเช้า ขณะที่การซ้อมย่อยเต็มขบวนจะมีขึ้นในวันที่ 21 กันยายน ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์[7]

22 กันยายน พ.ศ. 2560[แก้]

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน กองทัพภาคที่ 1 ได้ทำการฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ และผู้เข้าร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งถือเป็นการฝึกซ้อมให้เห็นถึงภาพรวมการกำหนดจุด ตำแหน่งการเคลื่อนขบวนของกำลังพล และผู้เข้าร่วมทั้ง 3 ริ้วขบวนร่วมกันเป็นครั้งแรก สำหรับผู้ที่เข้าร่วมฝึกซ้อมในขบวนครั้งนี้ มีจำนวนมากกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อาทิ ขบวนทหาร 4 เหล่าทัพ กำลังพลฉุดชักราชรถจากกรมสรรพาวุธทหารบก ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมพลาธิการทหารบก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตำรวจม้า สำนักพระราชวังผู้เชิญฉัตรเครื่องสูง โดยการฝึกครั้งนี้ กำหนดการซักซ้อมเหมือนจริงทุกประการ นับตั้งแต่การเชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน ใช้พระโกศทองใหญ่จำลอง รถบรรทุกทหารแทนพระมหาพิชัยราชรถ เดินประกอบเพลงไปตามกำหนดเวลาในพระราชพิธีจริง เพื่อให้กำลังพลได้รับทราบตำแหน่ง ระยะการเดิน และระยะห่างของริ้วขบวนต่างๆ เพื่อให้การเชื่อมต่อริ้วขบวนมีความสง่างาม สมพระเกียรติยศ โดยจะมีการฝึกซ้อมร่วมกันครั้งต่อไปในวันที่ 28 กันยายนนี้[8]

28 กันยายน พ.ศ. 2560[แก้]

กรมสรรพาวุธทหารบก ฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อเตรียมความพร้อมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีกำลังเข้าร่วมฝึกซ้อมมากกว่า 3,000 คน ซึ่งการฝึกซ้อมครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่กำลังพลฉุดชักราชรถในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 1-3 มาฝึกซ้อมร่วมกัน จากทั้งหมด 6 ริ้วขบวนตามหมายกำหนดการงานพระราชพิธี เพื่อความพร้อมเพรียง งามสง่า และสมพระเกียรติสูงสุด ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใกล้เคียงสถานที่จริง และหลังจากนี้จะมีกำหนดซ้อมย่อยอีกครั้งในพื้นที่จริง คือวันที่ 7 และ 14 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณท้องสนามหลวง[9]

7 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสถานที่จริง คือ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เป็นครั้งแรก โดยพื้นที่โดยรอบมีประชาชนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่เฝ้ารอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศกันอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมน้อมถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย[10]

8 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 6 ซึ่งจะเป็นริ้วขบวนสุดท้ายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณรอบๆ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีกองทหารม้า จำนวน 77 ม้า ร่วมการฝึกซ้อม ซึ่งตลอดทั้งเส้นทางการซักซ้อมริ้วขบวนเคลื่อนผ่านนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลัง เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะเดียวกันก็มีประชาชนทั่วทุกสารทิศเดินทางมาชมการซักซ้อมจำนวนมาก[11]

13 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

พลเอก วิทัย ลายถมยา กรรมการบริหารสมาคมกี่ฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย และนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงร่วมฝึกซ้อมการปฏิบัติในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ในตำแหน่ง ผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศ ในการเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระบรมมหาราชวังไปประดิษฐาน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในการนี้ทรงฝึกกำลังพลในแถว และตรวจเครื่องแต่งกายทั้งของกำลังพลและม้าด้วยพระองค์เอง เพื่อลงรายละเอียดในการปฏิบัติทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความสง่างามและสมพระเกียรติสูงสุด[12]

15 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทอดพระเนตรการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ซึ่งในช่วงเช้ามีการซ้อมในริ้วขบวนที่ 1-3 และทรงร่วมเดินในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศด้วย โดยการซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 และเป็นการซ้อมในพื้นที่จริงเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยมีคณะรัฐมนตรีนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ กำลังพลจากกรมสรรพาวุธทหารบก และกองทัพภาคที่ 1 จำนวนกว่า 3,000 นาย มีราชนิกูล ข้าราชบริพาร และผู้ถวายงานเข้าร่วมในการซ้อมในครั้งนี้ด้วย[13] ส่วนในช่วงบ่าย พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ทรงม้านำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในริ้วขบวนที่ 6[14]

21 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 1-3 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เช่นเดียวกับ คุณพลอยไพลิน เจนเซน เดวิด วีลเลอร์ สามี คุณสิริกิติยา เจนเซน[15] พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิษณุ เครืองาม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ได้ร่วมซ้อมด้วย

ก่อนหน้านี้ ในเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด และมีประชาชนเป็นจำนวนมากต่างสวมใส่ชุดดำสีสุภาพ มารอที่จุดคัดกรองตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดจุดคัดกรอง เพื่อมาชมความงดงาม สมพระเกียรติของริ้วขบวนและร่วมกันถวายความจงรักภักดี โดยกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาชมการซ้อมริ้วขบวนตั้งแต่ถนนมหาราชตั้งแต่แยกท่าช้าง-ท่าเตียน บริเวณหน้าศาลหลักเมืองไปจนถึงฝั่งตรงข้ามมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และนำแผงกั้นเหล็กมากั้นไว้บนฟุตบาท เพื่อป้องกันอันตราย[16]

ทั้งนี้ ประชาชนในวันนี้มีจำนวนมากทำให้ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวงสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 40,000 คน และในจุดคัดกรองบริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม เปิดให้ประชาชนเข้าได้ 15,500 คน เพื่อเข้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ บริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ตั้งแต่แยกหลักเมืองถึงแยกสะพานผ่านพิภพลีลา[17]

22 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 4-6 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทรงร่วมพิธีซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศ ในริ้วขบวนที่ 4 และ 5 โดยทั้งสองริ้วขบวนนี้เป็นการซ้อมในพื้นที่จริงครั้งแรกและครั้งเดียว[18]

ในส่วนของริ้วขบวนที่ 6 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในฉลองพระองค์สีขาว สนับเพลาสีดำ พระมาลาสีดำกำมะหยี่ ประดับพู่สีฟ้า ทรงม้านำกองทหารม้ารักษาพระองค์จำนวน 77 ม้า จากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เพื่อทรงมาเตรียมตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงร่วมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 6 เป็นครั้งสุดท้าย โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้าชื่อ W-CALATA (เว-คาลาตา) อันเป็นม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮล์สไตเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี ความสูง 170 เซนติเมตร จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นม้ากีฬาประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางที่มีความสามารถ ผ่านการฝึกขั้นสูง ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้ดี โดยเคยเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างๆ และได้รับรางวัลมากมาย ในการแข่งขันประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางในสหภาพยุโรป นำขบวน ตามด้วยขบวนกองทหารม้าจำนวน 77 ม้า ประกอบด้วยกำลังพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม2.รอ) และกำลังพลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล[19]

สำหรับบรรยากาศบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาชมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประชาชนหลั่งไหลมาเฝ้าชมอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ ด้านหน้าศาลฎีกา ยาวไปจนถึงบริเวณด้านหน้าศาลหลักเมือง[18]

ริ้วขบวนที่ 1[แก้]

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ
ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ เข้าสู่พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารขึ้นประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง
ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานไปประดิษฐานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง เคลื่อนออกไปตามถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงร่วมเดินขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 1 ตามพระบรมโกศ พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ อัญเชิญพระบรมโกศ 4 สาย ประกอบด้วย นายตำรวจขี่ม้านำ 2 คู่ เจ้าพนักงานนำริ้ว ธง 3 ชาย คู่แห่นายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ ตำรวจหลวงถือหอก มหาดเล็กหลวงคู่หน้า สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำ ตามด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวีระ โรจนพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คู่เคียง อินทร์ พรหม นาลิวัน ม้าพระที่นั่งตาม 4 ม้า พระยานมาศสามลำคานประดิษฐานพระบรมโกศ ขนาบด้วย ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ แห่อัญเชิญพระบรมโกศตามราชประเพณี เพื่อไปยังพระมหาพิชัยราชรถที่จอดรอหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ทั้งนี้ เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ถึงยัง พระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ขบวนพระยานมาศสามลำคานจะเวียนซ้าย ริ้วขบวนที่ 1 จะเข้ารวมกับริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งรออยู่แล้ว พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปพักคอย ณ พลับพลายก หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เจ้าพนักงานเชิญพระบรมโกศเทียบท้ายเกรินบันไดนาค และเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลอีกองค์หนึ่งติดตั้งที่ท้ายเกรินเพื่อกางกั้นพระบรมโกศ สมเด็จพระวันรัตลงจากพระเสลี่ยงกลีบบัวขึ้นราชรถน้อย จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพลับพลายก ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับยังพลับพลายก เจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งท้ายเกรินบันไดนาค ถวายบังคมแล้วประคองพระบรมโกศ อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ เจ้าหน้าที่ผู้ฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถถวายบังคมพร้อมกันกับเจ้าพนักงานภูษามาลา แล้วเลื่อนเกรินอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ขณะนั้น ขบวนพระบรมราชอิสริยยศกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะ ถวายความเคารพ วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินออกจากพระมหาพิชัยราชรถ สารถีพระมหาพิชัยราชรถเข้าประจำที่หน้าพระมณฑป พลฉุดชักราชรถถวายบังคมพระบรมโกศ เจ้าพนักงานคุมขบวนรัวกรับพวงให้สัญญาณครั้งที่หนึ่ง ริ้วขบวนกลับหลังหัน พลฉุดชักนำห่วงคล้องที่บ่า สัญญาณกรับครั้งที่สองพร้อมแตรเป่า เตรียมเคลื่อนริ้วขบวน สัญญาณกรับครั้งที่สามพร้อมแตรเป่า เคลื่อนริ้วขบวนที่ 2[20][21]

ริ้วขบวนที่ 2[แก้]

ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระมหาพิชัยราชรถทรงพระบรมโกศ เคลื่อนไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน ผ่านพลับพลายกหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ผ่านกระทรวงกลาโหม เข้าสู่ถนนกลางท้องสนามหลวง และเคลื่อนเข้ามณฑลพระราชพิธี เมื่อเคลื่อนขบวนทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัด จนกว่าพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศแล้วจึงหยุดยิง ขบวนพระบรมราชอิสริยยศมีมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมตลอดเวลา และหยุดประโคมเมื่อได้เปิดพระวิสูตรบนพระเมรุมาศแล้ว ขบวนพระบรมราชอิสริยยศตอนหน้าพระมหาพิชัยราชรถตรงไปตามถนนกลางท้องสนามหลวง เทียบราชรถพระนำที่มุมราชวัติต่อถนนพระจันทร์ส่งสมเด็จพระวันรัตลงจากราชรถพระนำ ไปพักที่ท้ายพระที่นั่งทรงธรรม แล้วราชรถพระนำเลยไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมด้วยฉัตรพระนำสมเด็จพระวันรัต คู่เคียง อินทร์ พรหม คู่แห่ นายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ นำริ้ว ธง 3 ชาย มโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ เดินเข้าไปตั้งแถวในพระเมรุมาศตามแนวริมราชวัติด้านเหนือ ตะวันออก และด้านใต้ พร้อมด้วยฉัตรเครื่องสูงหักทองขวาง

เมื่อพระมหาพิชัยราชรถจะถึงที่เทียบสะพานเกรินบันไดนาคหน้าพลับพลายกนอกราชวัติพระเมรุมาศ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารกองเกียรติยศแห่นำพระบรมโกศถวายความเคารพ เทียบพระมหาพิชัยราชรถที่ประตูราชวัติพระเมรุมาศ คู่เคียง อินทร์ พรหม และเครื่องสูงหักทองขวาง มหาดเล็กเชิญเครื่องพระบรมราชอิสริยยศ นาลิวัน ประตูหลัง เดินชิดขวาเคียงข้างพระมหาพิชัยราชรถริมขอบสนามไปตั้งแถวในราชวัติรวมกับเครื่องสูงขบวนหน้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่พลับพลายกพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทอดพระเนตรการอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถไปประดิษฐานเหนือราชรถปืนใหญ่เพื่อเตรียมเวียนพระเมรุมาศ ขบวนทหารกองเกียรติยศกองหลังเลี้ยวเข้าถนนตัดเข้าพระเมรุมาศ แล้วเลี้ยวซ้ายไป ตั้งแถวตรงประตูราชวัติพระเมรุมาศด้านตะวันออก และด้านใต้ตามลำดับกองพัน เจ้าพนักงานเชิญเกรินบันไดนาคเทียบพระมหาพิชัยราชรถ และเทียบราชรถปืนใหญ่เรียบร้อยแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายบังคมพร้อมกับผู้ฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ แล้วเจ้าพนักงานภูษามาลาจะได้เลื่อนอัญเชิญพระบรมโกศเคลื่อนลงทางเกรินบันไดนาคประดิษฐานเหนือราชรถปืนใหญ่ มีทหารปืนใหญ่ฉุดชักราชรถปืนใหญ่ อัญเชิญพระบรมโกศเข้าเวียนพระเมรุมาศ เจ้าพนักงานคุมขบวนรัวกรับพวงให้สัญญาณเคลื่อนริ้วขบวนที่ 3

ริ้วขบวนที่ 3[แก้]

ริ้วขบวนที่ 3 เชิญราชรถปืนใหญ่ทรงพระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศโดยอุตราวัฎ (ทางซ้าย) 3 รอบ ริ้วขบวนนำโดยเสลี่ยงกลีบบัวเชิญพระสวดพระอภิธรรม ราชรถปืนใหญ่ ตามด้วยขบวนเสด็จฯ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ข้าราชบริพารในพระองค์ฯ และสมาชิกราชสกุล ระหว่างเคลื่อนริ้วขบวน ทหารปืนใหญ่ยิงสลุดถวายนาทีละ 1 นัด เมื่อเคลื่อนขบวนครบ 3 รอบแล้ว เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานเทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศด้านเหนือ เจ้าพนักงานเลื่อนพระบรมโกศสู่เกริน อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน ครั้นถึงที่แล้ว ปิดพระฉาก ปิดพระวิสูตร หยุดประโคมกระทั่ง มโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ เปลื้องพระบรมโกศประกอบพระโกศจันทน์ แวดล้อมด้วยฉัตรดอกไม้สด 4 มุม แล้วเปิดพระฉาก เปิดพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระเมรุมาศทางบันไดด้านตะวันตก ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วเสด็จลงทางเดิม ขึ้นพระที่นั่งทรงธรรมไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ริ้วขบวนที่ 4[แก้]

ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐาน ณ พระบรมมหาราชวัง โดยออกจากพระเมรุมาศทางประตูด้านทิศเหนือ ใช้เส้นทางจากถนนกลางท้องสนามหลวง ออกถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ริ้วขบวนเริ่มด้วยโดยขบวนม้านำ 2 ม้า ตามด้วยพนักงานเชิญเครื่องสูงแผ่ลวด คณะรัฐมนตรีนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อมาเป็นพระที่นั่งราเชนทรยาน โดยมี รองศาสตราจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระบรมอัฐิ และ ศาสตราจารย์ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระบรมราชสรีรางคารบนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยตามลำดับ ตำรวจหลวง 8 นาย เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ ธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นในลำดับต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินตาม และปิดท้ายริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ด้วยขบวนของสมาชิกในราชสกุล

เมื่อริ้วขบวนถึงพระบรมมหาราชวัง ริ้วขบวนจะแยกเป็นสองสาย คือ สายพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระบรมอัฐิ ตรงไปเข้าประตูพิมานไชยศรี พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เลี้ยวขวาที่ถนนอมรวิถี และไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท และสายพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยทรงพระบรมราชสรีรางคาร แยกออกไปเลี้ยวถนนหน้าศาลาสหทัยสมาคม เทียบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยที่เกยประตูหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าพนักงานอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารจากพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยไปประดิษฐานพักไว้ในพระศรีรัตนเจดีย์[22]

ริ้วขบวนที่ 5[แก้]

ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน ออกจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท เคลื่อนไปตามถนนอมรวิถี มีนายทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราชนำ ตามด้วยพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระโกศพระบรมอัฐิ โดยมี รองศาสตราจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระโกศพระบรมอัฐิ และตำรวจหลวง 8 นาย เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ ธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นในลำดับต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี่ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระดำเนินตาม และปิดท้ายริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศด้วยขบวนของสมาชิกในราชสกุล และเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออกของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท[23]

ริ้วขบวนที่ 6[แก้]

ริ้วขบวนที่ 6 เชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารออกจากพระบรมมหาราชวัง โดยขบวนกองทหารม้ารักษาพระองค์ มี พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านําขบวนทหารม้านำ 45 ม้า ตามด้วยรถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร มีกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ขบวนหลังตามอีก 33 ม้า ขบวนเคลื่อนไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายไปยังถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาไปที่ถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชบพิธ ขบวนหน้าทหารม้ารักษาพระองค์แห่นํารถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเทียบที่ประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เพื่ออัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ

และหลังจากเสร็จพระราชพิธีที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารแล้ว ขบวนกองทหารม้าขบวนเดิม เชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารออกจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง เลี้ยวขวาที่ถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเพื่อข้ามสะพานช้างโรงสี เคลื่อนไปตามถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาเข้าถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ข้ามสะพานผ่านพิภพลีลา เคลื่อนไปตามถนนราชดำเนินกลาง วนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระสุเมรุ และเทียบขบวนที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เพื่ออัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ[24]

อ้างอิง[แก้]

  • "หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 25 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2560.
  • การถ่ายทอดสด พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
  1. "ข้อมูลเกี่ยวกับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". http://www.kingrama9.net. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2560. External link in |publisher= (help)
  2. "ซ้อมขบวนอิสริยยศเสมือนจริง". ไทยโพสต์. 23 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2560.
  3. ""พระองค์หญิง"ผู้บังคับกองทหารม้า ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวน". นิวทีวี. 14 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560.
  4. "พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงม้าซ้อมนำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". คมชัดลึก. 15 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560.
  5. "เปิดฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ". กรุงเทพธุรกิจ. 15 พฤษภาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2560.
  6. "กรมสรรพาวุธฯซ้อมครั้งสุดท้ายฉุดชักราชรถ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ". ไทยรัฐ. 31 สิงหาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2560.
  7. "ทบ.1 ซ้อมพลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9". สนุก.คอม. 7 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2560.
  8. "ซ้อมขบวนอิสริยยศเสมือนจริง". ไทยโพสต์. 23 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2560.
  9. "ฝึกซ้อมพลฉุดราชรถ 3,000 คนในขบวน "พระบรมราชอิสริยยศ"". ไทยพีบีเอส. 28 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2560.
  10. "ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯครั้งแรก". ทีเอ็นเอ็น24. 7 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2560.
  11. "ซ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ริ้วขบวนสุดท้ายในพระราชพิธีฯ". ข่าวสด. 8 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2560.
  12. ""พระองค์หญิง"ผู้บังคับกองทหารม้า ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวน". นิวทีวี. 14 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560.
  13. "สมเด็จพระเทพฯร่วมซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ". ทีเอ็นเอ็น24. 15 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560.
  14. "พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงม้าซ้อมนำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". คมชัดลึก. 15 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560.
  15. ""พระองค์โสม" ทรงร่วมซ้อมในริ้วขบวนฯ พร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน-คุณใหม่". ประชาชาติธุรกิจ. 21 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2560.
  16. ""สมเด็จพระเทพ"ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". ไบรท์ทีวี. 21 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2560.
  17. "ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯเสมือนจริง". 21 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2560.
  18. 18.0 18.1 "'สมเด็จพระเทพฯ'ทรงร่วมซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 4 ปชช.เฝ้าชมเนืองแน่น". ข่าวสด. 22 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2560.
  19. "พระองค์หญิงสิริวัณวรีฯ ทรงซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". คมชัดลึก. 22 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2560.
  20. "ยาตราริ้วขบวนที่ 1 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมโกศ". ไทยรัฐ. 26 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2560.
  21. "ในหลวง ร.10-พระเทพฯ เสด็จฯ ยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเชิญพระบรมโกศสู่พระเมรุมาศ". มติชน. 26 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2560.
  22. "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระวงศานุวงศ์ อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิ สู่พระบรมมหาราชวัง". คมชัดลึก. 27 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2560.
  23. "ในหลวงเสด็จฯริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่5 เชิญพระบรมอัฐิประดิษฐานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท". ประชาชาติธุรกิจ. 29 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2560.
  24. "ประมวลภาพ ริ้วขบวนพระบรมอิสริยยศที่ 6 บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร". ประชาชาติธุรกิจ. 29 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2560.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]