ริ้วขบวนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ริ้วขบวนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คณะกรรมการอำนวยการฯ พิจารณาเห็นชอบให้มีทั้งสิ้น 6 ริ้วขบวน ดังรายละเอียดต่อไปนี้[1]

การฝึกซ้อมริ้วขบวน[แก้]

ในส่วนการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ คณะกรรมการอำนวยการฯ ได้มีฝึกการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศขึ้น ได้ฝึกซ้อมในสถานที่จริง และเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศจริง โดยมี คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมการขนส่งทหารบก กรมพลาธิการทหารบก กรมสรรพาวุธทหารบก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ นักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ทหารสามเหล่าทัพ กรมดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ตำรวจม้า และนักเรียนโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ได้ร่วมเดินฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ[2] แต่ในริ้วขบวนสุดท้ายนั้นทหารม้ารักษาพระองค์ได้ทำการฝึกซ้อมภายในกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์[3] และครั้งต่อไปได้ร่วมฝึกซ้อมกับริ้วขบวนที่เหลือในสถานที่จริง[4] โดยรายละเอียดในการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ มีดังนี้

15 พฤษภาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กรมสรรพาวุธทหารบก กรุงเทพมหานคร ทำพิธีเปิดการฝึกพลฉุดชักราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพลโท อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรม เป็นประธานในพิธี ณ โรงเรียนสรรพาวุธทหารบก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พร้อมกำลังพลที่ผ่านการคัดเลือกเป็นพลฉุดชักและเจ้าหน้าที่จำนวน 411 นาย ทำพิธีเปิดการฝึกอย่างพร้อมเพรียง[5]

31 สิงหาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กำลังพลจากกรมสรรพาวุธทหารบก จำนวน 441 นาย ได้ร่วมกันซักซ้อมการปฏิบัติในการฉุดชักราชรถในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สนามบินเล็ก กองทัพอากาศ ซึ่งเป็นการซ้อมเดี่ยวครั้งสุดท้ายของกรมสรรพาวุธทหารบก ก่อนจะไปร่วมซ้อมเป็นส่วนรวมกับทุกภาคส่วนในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่จะเริ่มซักซ้อมในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และบริเวณท้องสนามหลวง[6]

7 กันยายน พ.ศ. 2560[แก้]

กองทัพภาคที่ 1 จัดการฝึกซ้อมกำลังพลกรมสรรพาวุธทหารบกที่ปฏิบัติหน้าที่ฉุดชักราชรถ ราชยาน ประกอบการเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมด 3 ริ้ว ซึ่งจำลองพื้นที่คล้ายจริง และห้วงเวลาเสมือนจริง โดยการซักซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีฝนตกโปรายปรายมาในช่วงเช้า ขณะที่การซ้อมย่อยเต็มขบวนจะมีขึ้นในวันที่ 21 กันยายน ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์[7]

22 กันยายน พ.ศ. 2560[แก้]

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน กองทัพภาคที่ 1 ได้ทำการฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถ และผู้เข้าร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งถือเป็นการฝึกซ้อมให้เห็นถึงภาพรวมการกำหนดจุด ตำแหน่งการเคลื่อนขบวนของกำลังพล และผู้เข้าร่วมทั้ง 3 ริ้วขบวนร่วมกันเป็นครั้งแรก สำหรับผู้ที่เข้าร่วมฝึกซ้อมในขบวนครั้งนี้ มีจำนวนมากกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อาทิ ขบวนทหาร 4 เหล่าทัพ กำลังพลฉุดชักราชรถจากกรมสรรพาวุธทหารบก ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ กรมพลาธิการทหารบก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตำรวจม้า สำนักพระราชวังผู้เชิญฉัตรเครื่องสูง โดยการฝึกครั้งนี้ กำหนดการซักซ้อมเหมือนจริงทุกประการ นับตั้งแต่การเชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคาน ใช้พระโกศทองใหญ่จำลอง รถบรรทุกทหารแทนพระมหาพิชัยราชรถ เดินประกอบเพลงไปตามกำหนดเวลาในพระราชพิธีจริง เพื่อให้กำลังพลได้รับทราบตำแหน่ง ระยะการเดิน และระยะห่างของริ้วขบวนต่างๆ เพื่อให้การเชื่อมต่อริ้วขบวนมีความสง่างาม สมพระเกียรติยศ โดยจะมีการฝึกซ้อมร่วมกันครั้งต่อไปในวันที่ 28 กันยายนนี้[8]

28 กันยายน พ.ศ. 2560[แก้]

กรมสรรพาวุธทหารบก ฝึกซ้อมกำลังพลฉุดชักราชรถในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อเตรียมความพร้อมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีกำลังเข้าร่วมฝึกซ้อมมากกว่า 3,000 คน ซึ่งการฝึกซ้อมครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่กำลังพลฉุดชักราชรถในขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 1-3 มาฝึกซ้อมร่วมกัน จากทั้งหมด 6 ริ้วขบวนตามหมายกำหนดการงานพระราชพิธี เพื่อความพร้อมเพรียง งามสง่า และสมพระเกียรติสูงสุด ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งมีพื้นที่กว้างใกล้เคียงสถานที่จริง และหลังจากนี้จะมีกำหนดซ้อมย่อยอีกครั้งในพื้นที่จริง คือวันที่ 7 และ 14 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณท้องสนามหลวง[9]

7 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในสถานที่จริง คือ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เป็นครั้งแรก โดยพื้นที่โดยรอบมีประชาชนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่เฝ้ารอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศกันอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมน้อมถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย[10]

8 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 6 ซึ่งจะเป็นริ้วขบวนสุดท้ายในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณรอบๆ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีกองทหารม้า จำนวน 77 ม้า ร่วมการฝึกซ้อม ซึ่งตลอดทั้งเส้นทางการซักซ้อมริ้วขบวนเคลื่อนผ่านนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลัง เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะเดียวกันก็มีประชาชนทั่วทุกสารทิศเดินทางมาชมการซักซ้อมจำนวนมาก[11]

13 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

พลเอก วิทัย ลายถมยา กรรมการบริหารสมาคมกี่ฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย และนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยหน่วยม้าทรงประจำพระองค์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงร่วมฝึกซ้อมการปฏิบัติในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 6 ในตำแหน่ง ผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศ ในการเชิญพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากพระบรมมหาราชวังไปประดิษฐาน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในการนี้ทรงฝึกกำลังพลในแถว และตรวจเครื่องแต่งกายทั้งของกำลังพลและม้าด้วยพระองค์เอง เพื่อลงรายละเอียดในการปฏิบัติทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความสง่างามและสมพระเกียรติสูงสุด[12]

15 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทอดพระเนตรการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ซึ่งในช่วงเช้ามีการซ้อมในริ้วขบวนที่ 1-3 และทรงร่วมเดินในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศด้วย โดยการซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 และเป็นการซ้อมในพื้นที่จริงเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยมีคณะรัฐมนตรีนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ กำลังพลจากกรมสรรพาวุธทหารบก และกองทัพภาคที่ 1 จำนวนกว่า 3,000 นาย มีราชนิกูล ข้าราชบริพาร และผู้ถวายงานเข้าร่วมในการซ้อมในครั้งนี้ด้วย[13] ส่วนในช่วงบ่าย พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 29 รักษาพระองค์ ทรงม้านำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในริ้วขบวนที่ 6[14]

21 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 1-3 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เช่นเดียวกับ คุณพลอยไพลิน เจนเซน เดวิด วีลเลอร์ สามี คุณสิริกิติยา เจนเซน[15] พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวิษณุ เครืองาม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ได้ร่วมซ้อมด้วย

ก่อนหน้านี้ ในเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด และมีประชาชนเป็นจำนวนมากต่างสวมใส่ชุดดำสีสุภาพ มารอที่จุดคัดกรองตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดจุดคัดกรอง เพื่อมาชมความงดงาม สมพระเกียรติของริ้วขบวนและร่วมกันถวายความจงรักภักดี โดยกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาชมการซ้อมริ้วขบวนตั้งแต่ถนนมหาราชตั้งแต่แยกท่าช้าง-ท่าเตียน บริเวณหน้าศาลหลักเมืองไปจนถึงฝั่งตรงข้ามมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และนำแผงกั้นเหล็กมากั้นไว้บนฟุตบาท เพื่อป้องกันอันตราย[16]

ทั้งนี้ ประชาชนในวันนี้มีจำนวนมากทำให้ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวงสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 40,000 คน และในจุดคัดกรองบริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม เปิดให้ประชาชนเข้าได้ 15,500 คน เพื่อเข้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ บริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ตั้งแต่แยกหลักเมืองถึงแยกสะพานผ่านพิภพลีลา[17]

22 ตุลาคม พ.ศ. 2560[แก้]

กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จัดพิธีฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 4-6 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทรงร่วมพิธีซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสสริยยศ ในริ้วขบวนที่ 4 และ 5 โดยทั้งสองริ้วขบวนนี้เป็นการซ้อมในพื้นที่จริงครั้งแรกและครั้งเดียว[18]

ในส่วนของริ้วขบวนที่ 6 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ในฉลองพระองค์สีขาว สนับเพลาสีดำ พระมาลาสีดำกำมะหยี่ ประดับพู่สีฟ้า ทรงม้านำกองทหารม้ารักษาพระองค์จำนวน 77 ม้า จากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เพื่อทรงมาเตรียมตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 6 ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงร่วมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในริ้วขบวนที่ 6 เป็นครั้งสุดท้าย โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้าชื่อ W-CALATA (เว-คาลาตา) อันเป็นม้าทรงประจำพระองค์ฯ สายพันธุ์โฮล์สไตเนอร์ วอร์มบลัด สีแซมขาว เพศเมีย อายุ 11 ปี ความสูง 170 เซนติเมตร จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นม้ากีฬาประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางที่มีความสามารถ ผ่านการฝึกขั้นสูง ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมได้ดี โดยเคยเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างๆ และได้รับรางวัลมากมาย ในการแข่งขันประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางในสหภาพยุโรป นำขบวน ตามด้วยขบวนกองทหารม้าจำนวน 77 ม้า ประกอบด้วยกำลังพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม2.รอ) และกำลังพลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล[19]

สำหรับบรรยากาศบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาชมการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประชาชนหลั่งไหลมาเฝ้าชมอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่ ด้านหน้าศาลฎีกา ยาวไปจนถึงบริเวณด้านหน้าศาลหลักเมือง[18]

ริ้วขบวนที่ 1[แก้]

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระโกศทองใหญ่โดยพระยานมาศสามลำคานจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ
ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ เข้าสู่พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารขึ้นประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง
ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยานไปประดิษฐานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง เคลื่อนออกไปตามถนนมหาราช เลี้ยวเข้าสู่ถนนท้ายวัง มุ่งไปยังถนนสนามไชย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงร่วมเดินขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 1 ตามพระบรมโกศ พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ อัญเชิญพระบรมโกศ 4 สาย ประกอบด้วย นายตำรวจขี่ม้านำ 2 คู่ เจ้าพนักงานนำริ้ว ธง 3 ชาย คู่แห่นายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ ตำรวจหลวงถือหอก มหาดเล็กหลวงคู่หน้า สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำ ตามด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวีระ โรจนพจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คู่เคียง อินทร์ พรหม นาลิวัน ม้าพระที่นั่งตาม 4 ม้า พระยานมาศสามลำคานประดิษฐานพระบรมโกศ ขนาบด้วย ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ แห่อัญเชิญพระบรมโกศตามราชประเพณี เพื่อไปยังพระมหาพิชัยราชรถที่จอดรอหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ทั้งนี้ เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ถึงยัง พระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ขบวนพระยานมาศสามลำคานจะเวียนซ้าย ริ้วขบวนที่ 1 จะเข้ารวมกับริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งรออยู่แล้ว พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินไปพักคอย ณ พลับพลายก หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เจ้าพนักงานเชิญพระบรมโกศเทียบท้ายเกรินบันไดนาค และเชิญนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลอีกองค์หนึ่งติดตั้งที่ท้ายเกรินเพื่อกางกั้นพระบรมโกศ สมเด็จพระวันรัตลงจากพระเสลี่ยงกลีบบัวขึ้นราชรถน้อย จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพลับพลายก ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับยังพลับพลายก เจ้าพนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งท้ายเกรินบันไดนาค ถวายบังคมแล้วประคองพระบรมโกศ อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ เจ้าหน้าที่ผู้ฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถถวายบังคมพร้อมกันกับเจ้าพนักงานภูษามาลา แล้วเลื่อนเกรินอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ขณะนั้น ขบวนพระบรมราชอิสริยยศกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะ ถวายความเคารพ วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินออกจากพระมหาพิชัยราชรถ สารถีพระมหาพิชัยราชรถเข้าประจำที่หน้าพระมณฑป พลฉุดชักราชรถถวายบังคมพระบรมโกศ เจ้าพนักงานคุมขบวนรัวกรับพวงให้สัญญาณครั้งที่หนึ่ง ริ้วขบวนกลับหลังหัน พลฉุดชักนำห่วงคล้องที่บ่า สัญญาณกรับครั้งที่สองพร้อมแตรเป่า เตรียมเคลื่อนริ้วขบวน สัญญาณกรับครั้งที่สามพร้อมแตรเป่า เคลื่อนริ้วขบวนที่ 2[20][21]

ริ้วขบวนที่ 2[แก้]

ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระมหาพิชัยราชรถทรงพระบรมโกศ เคลื่อนไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน ผ่านพลับพลายกหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท ผ่านกระทรวงกลาโหม เข้าสู่ถนนกลางท้องสนามหลวง และเคลื่อนเข้ามณฑลพระราชพิธี เมื่อเคลื่อนขบวนทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรตินาทีละ 1 นัด จนกว่าพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศแล้วจึงหยุดยิง ขบวนพระบรมราชอิสริยยศมีมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมตลอดเวลา และหยุดประโคมเมื่อได้เปิดพระวิสูตรบนพระเมรุมาศแล้ว ขบวนพระบรมราชอิสริยยศตอนหน้าพระมหาพิชัยราชรถตรงไปตามถนนกลางท้องสนามหลวง เทียบราชรถพระนำที่มุมราชวัติต่อถนนพระจันทร์ส่งสมเด็จพระวันรัตลงจากราชรถพระนำ ไปพักที่ท้ายพระที่นั่งทรงธรรม แล้วราชรถพระนำเลยไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พร้อมด้วยฉัตรพระนำสมเด็จพระวันรัต คู่เคียง อินทร์ พรหม คู่แห่ นายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ นำริ้ว ธง 3 ชาย มโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ เดินเข้าไปตั้งแถวในพระเมรุมาศตามแนวริมราชวัติด้านเหนือ ตะวันออก และด้านใต้ พร้อมด้วยฉัตรเครื่องสูงหักทองขวาง

เมื่อพระมหาพิชัยราชรถจะถึงที่เทียบสะพานเกรินบันไดนาคหน้าพลับพลายกนอกราชวัติพระเมรุมาศ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารกองเกียรติยศแห่นำพระบรมโกศถวายความเคารพ เทียบพระมหาพิชัยราชรถที่ประตูราชวัติพระเมรุมาศ คู่เคียง อินทร์ พรหม และเครื่องสูงหักทองขวาง มหาดเล็กเชิญเครื่องพระบรมราชอิสริยยศ นาลิวัน ประตูหลัง เดินชิดขวาเคียงข้างพระมหาพิชัยราชรถริมขอบสนามไปตั้งแถวในราชวัติรวมกับเครื่องสูงขบวนหน้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่พลับพลายกพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทอดพระเนตรการอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถไปประดิษฐานเหนือราชรถปืนใหญ่เพื่อเตรียมเวียนพระเมรุมาศ ขบวนทหารกองเกียรติยศกองหลังเลี้ยวเข้าถนนตัดเข้าพระเมรุมาศ แล้วเลี้ยวซ้ายไป ตั้งแถวตรงประตูราชวัติพระเมรุมาศด้านตะวันออก และด้านใต้ตามลำดับกองพัน เจ้าพนักงานเชิญเกรินบันไดนาคเทียบพระมหาพิชัยราชรถ และเทียบราชรถปืนใหญ่เรียบร้อยแล้ว เจ้าพนักงานภูษามาลาถวายบังคมพร้อมกับผู้ฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ แล้วเจ้าพนักงานภูษามาลาจะได้เลื่อนอัญเชิญพระบรมโกศเคลื่อนลงทางเกรินบันไดนาคประดิษฐานเหนือราชรถปืนใหญ่ มีทหารปืนใหญ่ฉุดชักราชรถปืนใหญ่ อัญเชิญพระบรมโกศเข้าเวียนพระเมรุมาศ เจ้าพนักงานคุมขบวนรัวกรับพวงให้สัญญาณเคลื่อนริ้วขบวนที่ 3

ริ้วขบวนที่ 3[แก้]

ริ้วขบวนที่ 3 เชิญราชรถปืนใหญ่ทรงพระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศโดยอุตราวัฎ (ทางซ้าย) 3 รอบ ริ้วขบวนนำโดยเสลี่ยงกลีบบัวเชิญพระสวดพระอภิธรรม ราชรถปืนใหญ่ ตามด้วยขบวนเสด็จฯ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ พระประยูรญาติ ข้าราชบริพารในพระองค์ฯ และสมาชิกราชสกุล ระหว่างเคลื่อนริ้วขบวน ทหารปืนใหญ่ยิงสลุดถวายนาทีละ 1 นัด เมื่อเคลื่อนขบวนครบ 3 รอบแล้ว เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานเทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศด้านเหนือ เจ้าพนักงานเลื่อนพระบรมโกศสู่เกริน อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน ครั้นถึงที่แล้ว ปิดพระฉาก ปิดพระวิสูตร หยุดประโคมกระทั่ง มโหระทึก สังข์ แตร ปี่ กลองชนะ เปลื้องพระบรมโกศประกอบพระโกศจันทน์ แวดล้อมด้วยฉัตรดอกไม้สด 4 มุม แล้วเปิดพระฉาก เปิดพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระเมรุมาศทางบันไดด้านตะวันตก ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ แล้วเสด็จลงทางเดิม ขึ้นพระที่นั่งทรงธรรมไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ริ้วขบวนที่ 4[แก้]

ริ้วขบวนที่ 4 เชิญพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐาน ณ พระบรมมหาราชวัง โดยออกจากพระเมรุมาศทางประตูด้านทิศเหนือ ใช้เส้นทางจากถนนกลางท้องสนามหลวง ออกถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาเข้าถนนหน้าพระลาน เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ริ้วขบวนเริ่มด้วยโดยขบวนม้านำ 2 ม้า ตามด้วยพนักงานเชิญเครื่องสูงแผ่ลวด คณะรัฐมนตรีนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต่อมาเป็นพระที่นั่งราเชนทรยาน โดยมี รองศาสตราจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระบรมอัฐิ และ ศาสตราจารย์ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระบรมราชสรีรางคารบนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยตามลำดับ ตำรวจหลวง 8 นาย เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ ธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นในลำดับต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระดำเนินตาม และปิดท้ายริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ด้วยขบวนของสมาชิกในราชสกุล

เมื่อริ้วขบวนถึงพระบรมมหาราชวัง ริ้วขบวนจะแยกเป็นสองสาย คือ สายพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระบรมอัฐิ ตรงไปเข้าประตูพิมานไชยศรี พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เลี้ยวขวาที่ถนนอมรวิถี และไปยังพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท และสายพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยทรงพระบรมราชสรีรางคาร แยกออกไปเลี้ยวถนนหน้าศาลาสหทัยสมาคม เทียบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยที่เกยประตูหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้าพนักงานอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารจากพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยไปประดิษฐานพักไว้ในพระศรีรัตนเจดีย์[22]

ริ้วขบวนที่ 5[แก้]

ริ้วขบวนที่ 5 เชิญพระโกศพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน ออกจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท เคลื่อนไปตามถนนอมรวิถี มีนายทหารราชองครักษ์เชิญธงมหาราชนำ ตามด้วยพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระโกศพระบรมอัฐิ โดยมี รองศาสตราจารย์ นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระโกศพระบรมอัฐิ และตำรวจหลวง 8 นาย เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ ธงชัยพระครุฑพ่าห์ นำเสด็จฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นในลำดับต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี่ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระดำเนินตาม และปิดท้ายริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศด้วยขบวนของสมาชิกในราชสกุล และเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานที่อัฒจันทร์ตะวันออกของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท[23]

ริ้วขบวนที่ 6[แก้]

ริ้วขบวนที่ 6 เชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารออกจากพระบรมมหาราชวัง โดยขบวนกองทหารม้ารักษาพระองค์ มี พันโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงม้านําขบวนทหารม้านำ 45 ม้า ตามด้วยรถยนต์พระที่นั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร มีกองเกียรติยศทหารม้ารักษาพระองค์ขบวนหลังตามอีก 33 ม้า ขบวนเคลื่อนไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสนามไชย เลี้ยวซ้ายไปยังถนนกัลยาณไมตรี ข้ามสะพานช้างโรงสี เลี้ยวขวาไปที่ถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชบพิธ ขบวนหน้าทหารม้ารักษาพระองค์แห่นํารถยนต์พระที่นั่งอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารเทียบที่ประตูวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เพื่ออัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ

และหลังจากเสร็จพระราชพิธีที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารแล้ว ขบวนกองทหารม้าขบวนเดิม เชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารออกจากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร โดยรถยนต์พระที่นั่ง เลี้ยวขวาที่ถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายเพื่อข้ามสะพานช้างโรงสี เคลื่อนไปตามถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาเข้าถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ข้ามสะพานผ่านพิภพลีลา เคลื่อนไปตามถนนราชดำเนินกลาง วนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระสุเมรุ และเทียบขบวนที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เพื่ออัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุ[24]

อ้างอิง[แก้]

  • "หมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 25 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  • การถ่ายทอดสด พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
  1. "ข้อมูลเกี่ยวกับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". http://www.kingrama9.net. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2560. Check date values in: |accessdate= (help); External link in |publisher= (help)
  2. "ซ้อมขบวนอิสริยยศเสมือนจริง". ไทยโพสต์. 23 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. ""พระองค์หญิง"ผู้บังคับกองทหารม้า ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวน". นิวทีวี. 14 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  4. "พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงม้าซ้อมนำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". คมชัดลึก. 15 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. "เปิดฝึกกำลังพลฉุดชักราชรถ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ". กรุงเทพธุรกิจ. 15 พฤษภาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  6. "กรมสรรพาวุธฯซ้อมครั้งสุดท้ายฉุดชักราชรถ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ". ไทยรัฐ. 31 สิงหาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  7. "ทบ.1 ซ้อมพลฉุดชักราชรถ พระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9". สนุก.คอม. 7 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  8. "ซ้อมขบวนอิสริยยศเสมือนจริง". ไทยโพสต์. 23 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  9. "ฝึกซ้อมพลฉุดราชรถ 3,000 คนในขบวน "พระบรมราชอิสริยยศ"". ไทยพีบีเอส. 28 กันยายน 2560. สืบค้นเมื่อ 29 กันยายน 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  10. "ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯครั้งแรก". ทีเอ็นเอ็น24. 7 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  11. "ซ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ริ้วขบวนสุดท้ายในพระราชพิธีฯ". ข่าวสด. 8 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  12. ""พระองค์หญิง"ผู้บังคับกองทหารม้า ทรงร่วมซ้อมริ้วขบวน". นิวทีวี. 14 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  13. "สมเด็จพระเทพฯร่วมซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ". ทีเอ็นเอ็น24. 15 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  14. "พระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงม้าซ้อมนำขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". คมชัดลึก. 15 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  15. ""พระองค์โสม" ทรงร่วมซ้อมในริ้วขบวนฯ พร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน-คุณใหม่". ประชาชาติธุรกิจ. 21 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  16. ""สมเด็จพระเทพ"ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". ไบรท์ทีวี. 21 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  17. "ซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯเสมือนจริง". 21 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 21 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  18. 18.0 18.1 "'สมเด็จพระเทพฯ'ทรงร่วมซ้อมขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วขบวนที่ 4 ปชช.เฝ้าชมเนืองแน่น". ข่าวสด. 22 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  19. "พระองค์หญิงสิริวัณวรีฯ ทรงซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ". คมชัดลึก. 22 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  20. "ยาตราริ้วขบวนที่ 1 'สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว' เสด็จพระราชดำเนินตามพระบรมโกศ". ไทยรัฐ. 26 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  21. "ในหลวง ร.10-พระเทพฯ เสด็จฯ ยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเชิญพระบรมโกศสู่พระเมรุมาศ". มติชน. 26 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  22. "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระวงศานุวงศ์ อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิ สู่พระบรมมหาราชวัง". คมชัดลึก. 27 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 27 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  23. "ในหลวงเสด็จฯริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่5 เชิญพระบรมอัฐิประดิษฐานพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท". ประชาชาติธุรกิจ. 29 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  24. "ประมวลภาพ ริ้วขบวนพระบรมอิสริยยศที่ 6 บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร". ประชาชาติธุรกิจ. 29 ตุลาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2560. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]