สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ
จักรพรรดิเรวะ
Emperor Naruhito (may 2019).jpg
จักรพรรดิญี่ปุ่น
1 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 – ปัจจุบัน
พิธีราชาภิเษก22 ตุลาคม ค.ศ. 2019
พระราชวังหลวงโตเกียว
รัชศกเรวะ
รัชกาลก่อนหน้าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ

ประสูติ23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1960 (59 ปี)
พระบรมนามาภิไธยนารูฮิโตะ
พระราชบิดาสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ
พระราชมารดาสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ
จักรพรรดินีสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ
พระราชโอรส-ธิดาเจ้าหญิงไอโกะ เจ้าโทะชิ
ศาสนาชินโต
Emperor Naruhito 20190504b.jpg
Emperor Akihito and Empress Michiko with the Imperial Family (November 2013).jpg
Rittaishi of Prince Naruhito.jpg

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ (ญี่ปุ่น: 徳仁天皇) เป็นจักรพรรดิญี่ปุ่นพระองค์ที่ 126 ทรงขึ้นครองราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกะคุชูอิน และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ทรงสนพระทัยในเรื่องของประวัติศาสตร์และดนตรี และยังโปรดปรานการสีวิโอลาอีกด้วย พระองค์ทรงอภิเษกกับมาซาโกะ โอวาดะ ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสาขาเศรษฐศาสตร์ และทางด้านการทูตที่กระทรวงการต่างประเทศ

พระราชประวัติ[แก้]

เจ้าชายนารูฮิโตะ ในปี พ.ศ. 2504

ครั้นแรกพระราชสมภพ จักรพรรดินารูฮิโตะทรงดำรงพระยศและราชทินนามเป็น เจ้าฮิโระ (ญี่ปุ่น: 浩宮  โรมาจิฮิโระ-โนะ-มิยะ) และได้ทรงดำรงพระราชอิสริยยศนั้นมาจนถึงปี พ.ศ. 2534 [1] จึงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นมกุฎราชกุมาร เป็นเวลาสองปีภายหลังจากการเสด็จสวรรคตของจักรพรรดิโชวะ พระราชอัยกาของพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2532

ทรงสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยกะกุชุอิง ในสายประวัติศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2525 และ พ.ศ. 2531 ตามลำดับ แต่ในปี พ.ศ. 2526-2528 ทรงไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร ในวิทยาลัยเมอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

พระองค์โปรดการเล่นวิโอลา รวมไปถึงการวิ่งจ๊อกกิ้ง การไต่เขา และการปีนเขาในยามว่าง นอกจากนี้พระองค์ได้เขียนหนังสือ The Thames and I: A Memoir of Two Years at Oxford ซึ่งเป็นบันทึกประจำวันขณะที่พระองค์ประทับศึกษาอยู่ในออกซฟอร์ด

ชีวิตส่วนพระองค์[แก้]

การอภิเษกสมรส[แก้]

จักรพรรดินารูฮิโตะ ทรงดำเนินการเพื่ออภิเษกสมรส กับสตรีวัย 29 ปี ชาวญี่ปุ่น นามว่า มะซะโกะ โอะวะดะ เธอเป็นนักการทูตในกระทรวงการต่างประเทศ ที่เดียวกับที่ทำงานของบิดาเธอคือฮิซะชิ โอะวะดะ ที่ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และเป็นอดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงอดีตทูตญี่ปุ่นประจำสหประชาชาติ โดยที่สำนักพระราชวังหลวง ได้ประกาศถึงการหมั้นหมายของทั้งสองพระองค์ เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2536

พระราชพิธีอภิเษกสมรส ถูกจัดขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2536 ที่หอชินโตของพระราชวังหลวงโตเกียว มีแขกผู้ได้รับเชิญราว 800 คน ซึ่งรวมถึงพระราชวงศ์จากราชวงศ์ในยุโรปจำนวนมาก และมีการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมราว 500 ล้านคนทั่วโลก ทั้งสองพระองค์ได้เลือกพำนักที่วังโทงู ในเขตมินะโตะ โตเกียว

ทั้งสองพระองค์มีพระราชธิดา 1 พระองค์ คือ

ข้อโต้แย้งต่อพระชายา[แก้]

ในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 มกุฎราชกุมารนารูฮิโตะทรงพยายามให้สาธารณชนเข้าใจถึงเจ้าหญิงมาซาโกะพระยายาของพระองค์ ที่กำลังทรงประสบกับภาวะความเครียดและซึมเศร้า ซึ่งถูกวินิจฉัยว่าทรงเป็นภาวะการปรับตัวผิดปกติ เจ้าชายนารูฮิโตะ ทรงตรัสว่า "ข้าพเจ้าอยากจะให้ทุกคนเข้าใจว่า มาซาโกะเธอจะยังคงดำเนินตามความพยายามสูงสุดของเธอต่อไปด้วยกำลังใจจากผู้คนรอบข้าง โปรดเฝ้ามองเธอต่อไปด้วยความเห็นใจ" ทั้งนี้การประชวรของจักรพรรดินีมาซาโกะ ถูกมองว่าอาจมาจากการทรงถูกกดดันให้ประสูติกาลพระราชโอรสเป็นว่าที่องค์รัชทายาท เพราะตามโบราณราชประเพณีและกฎมณเฑียรบาลแล้วสตรีไม่สามารถขึ้นครองราชย์ได้[2][3]

การสละราชสมบัติของพระราชบิดา[แก้]

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 สำนักพระราชวังหลวง ได้ประกาศว่าจักรพรรดิเฮเซ จะสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 เนื่องจากทรงเห็นว่าทรงอยู่ในวัยพระชราภาพ อีกทั้งพระพลานามัยที่อ่อนล้าลง ทำให้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ยากลำบากขึ้น และจะเปิดทางให้ เจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ขึ้นครองราชสมบัติแทน

เป็นครั้งแรกในรอบ 200 กว่าปี ที่จักรพรรดิญี่ปุ่นประกาศสละราชสมบัติ หลังจากที่จักรพรรดิโคกะกุได้สละราชสมบัติให้กับจักรพรรดินินโก พระราชโอรส พระองค์ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2360 (วันที่ 22 เดือน 3 ปี บุงกะ ที่ 14) ซื่งสภาสำนักพระราชวังหลวง ซึ่งประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี ชินโซ อะเบะ พร้อมด้วยประธานสภาผู้แทนราษฎร คณะองคมนตรี และผู้แทนสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่น เจ้าชายมะซะฮิโตะ เจ้าฮิตะชิ เสด็จฯ ออกพร้อมด้วย เจ้าหญิงฮะนะโกะ พระชายาฯ ได้มีการประชุมร่วมกันเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เพื่อกำหนดวันที่เหมาะสมในการสละราชบัลลังก์ของจักรพรรดิเฮเซ ต่อมา ชินโซ อะเบะ นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อนักข่าวสั้น ๆ ว่า สภาสำนักพระราชวังหลวง กำหนดวันสละราชบัลลังก์ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

จักรพรรดิเฮเซขณะนี้มีพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระองค์ได้เคยผ่านการผ่าตัดพระหทัยและการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากมาแล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา พระองค์เคยตรัสว่า

ทรงมีพระชนมพรรษามากขึ้น และพระพลานามัยอ่อนแอลง ทำให้การทรงงานและปฏิบัติพระราชกรณียกิจทำได้ไม่เต็มที่

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศนามของรัชศกใหม่ที่นำมาใช้แทนรัชศก เฮเซ ที่จะสิ้นสุดลงคือ เรวะ ซึ่งจะเริ่มต้นใช้ในวันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เมื่อการสละราชสมบัติของพระราชบิดามีผลในเที่ยงคืนวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 มกุฎราชกุมารนารูฮิโตะทรงขึ้นสืบราชสมบัติต่อในทันที

พระราชอิสริยยศ[แก้]

ธรรมเนียมพระยศของ
จักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Flag of the Japanese Emperor.svg
ธงประจำพระอิสริยยศ
การทูลเท็นโนเฮกะ
การแทนตนโบะกุ (บุรุษ) / วาตาชิ (สตรี)
การขานรับเฮกะ (陛下)
ลำดับโปเจียม1
  • 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 : เจ้าชายนารูฮิโตะ เจ้าฮิโระ
  • 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 – 30 เมษายน พ.ศ. 2562 : เจ้าชายนารูฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
  • 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน : สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

ราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ถัดไป
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ 2leftarrow.png Flag of the Japanese Emperor.svg
จักรพรรดิญี่ปุ่น
(1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ​ยังอยู่ในราชสมบัติ
เจ้าชายอากิฮิโตะ
ภายหลังคือ จักรพรรดิเฮเซ
2leftarrow.png Japan Koutaisi(son) Flag.svg
มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น
(23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 – 30 เมษายน พ.ศ. 2562)
2rightarrow.png ​ว่าง