สมเด็จพระเอกาทศรถ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมเด็จพระเอกาทศรถ

พระบรมนามาภิไธย เอกาทศรถ
พระปรมาภิไธย สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 3
ราชวงศ์ ราชวงศ์สุโขทัย
ครองราชย์ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 - พ.ศ. 2153
รัชกาล 5 ปี
รัชกาลก่อน สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
รัชกาลถัดไป สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์
ข้อมูลส่วนพระองค์
สวรรคต พ.ศ. 2153
พระราชบิดา สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช
พระราชมารดา พระวิสุทธิกษัตริย์
พระราชบุตร 7 พระองค์

สมเด็จพระเอกาทศรถ หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 3 มีพระนามเดิมว่า พระองค์ขาว เป็นพระราชโอรสองค์สุดท้ายในสมเด็จพระมหาธรรมราชา กับพระวิสุทธิกษัตรีย์ เป็นพระอนุชาของพระสุพรรณกัลยาและสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระนามเต็ม[แก้]

"พระศรีสรรเพชญ์ สมเด็จบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิ สวรรยาราชาธิบดินทร์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเนตร นาถนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวสัย สมุทัย ตโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร หริหรินทรา ธาดาธิบดีศรีวิบุลย คุณรุจิตรฤทธิราเมศวรธรรมิกราชเดโชไชย พรหมเทพาดิเทพตรีภูวนาธิเบศร โลกเชษฐวิสุทธิคตา มกุฎเทศมหาพุทธางกูร บรมบพิตร"

ก่อนขึ้นครองราชสมบัติ[แก้]

หลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง เมื่อปีพ.ศ. 2127 สมเด็จพระเอกาทศรถก็ได้เสด็จออกร่วมทำการรบคู่กับสมเด็จพระนเรศวร ได้โดยเสด็จในการทำศึกสงครามด้วยทุกครั้งนับแต่นั้นมาจนสิ้นรัชสมัยเสมอเหมือนพระเจ้าแผ่นดินและให้ประทับอยู่ที่พระราชวังจันทร์เกษมในกรุงศรีอยุธยา

หลังขึ้นครองราชสมบัติ[แก้]

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเอกาทศรถ

เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2148 พระองค์ก็ได้ขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระนเรศวร ในปีเดียวกันในรัชสมัยของพระองค์ บ้านเมืองเป็นปกติสุข เป็นที่เคารพยำเกรงแก่ประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นผลจากการที่สมเด็จพระนเรศวร และพระองค์เองได้ทรงสร้างอานุภาพ ของราชอาณาจักรอยุธยาไว้อย่างยิ่งใหญ่ มีพระราชอาณาเขตแผ่ออกไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่ายุคใดๆของไทย พระองค์ทรงเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาทำศึกมาตลอดการครองราชย์ของสมเด็จพระนเรศวร จึงไม่มีพระราชประสงค์จะแผ่พระราชอาณาเขตออกไปอีก และหันมาเน้นทางการปกครองบ้านเมืองแทน

ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีชาวต่างประเทศอาศัยในกรุงศรีอยุธยาอยู่มากจึงมีการยอมรับชาวต่างชาติเข้ามาเป็นทหาร เรียกว่า ทหารอาสา โดยได้จัดแบ่งออกเป็นพวก ๆ ตามเชื้อชาติ และตามความชำนาญในการรบ เกิดหน่วยทหารอาสาขึ้นหลายหน่วย เช่น กรมอาสาญี่ปุ่น กรมอาสาจาม กรมทหารแม่นปืน (โปรตุเกส) นอกจากนั้นในรัชสมัยของพระองค์ ยังมีชื่อเสียงในด้านความสามารถหล่อปืนใหญ่สำริดที่มีคุณภาพสูง ซึ่งน่าจะได้เรียนรู้มาจากโปรตุเกสและฮอลันดา เมื่อมาผสมผสานกับขีดความสามารถ ในด้านการหล่อโลหะของไทยที่มีการหล่อ ระฆังและพระพุทธรูป ที่มีมาแต่เดิม จึงทำให้การหล่อปืนใหญ่ของไทยในครั้งนั้นเป็นที่ยกย่องชมเชยไปถึงต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่โชกุนของญี่ปุ่น ได้มีหนังสือชมเชยคุณสมบัติของปืนใหญ่ไทยเป็นอันมาก พร้อมกับขอให้ไทยช่วยหล่อปืนใหญ่ให้อีกด้วย (โชกุนของญี่ปุ่นในรัชสมัยของพระองค์คือโชกุนโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ)

พระราชโอรส[แก้]

พระราชโอรส[1]

  1. เจ้าพลาย ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 1 และในปี พ.ศ. 2173 ได้หนีราชภัยไปตั้งบ้านเรือนที่แขวงบางช้าง เมืองราชบุรี (ในปัจจุบัน (พ.ศ. 2556) แขวงดังกล่าวคือจังหวัดสมุทรสงคราม) และทรงมีบุตรหลานเกี่ยวดองกันมากกับบุตรหลานเจ้าแสน แต่ถ้านับทางฝ่ายชายเท่านั้น ก็ไม่มีผู้สืบเชื้อสาย
  2. เจ้าแสน ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ได้หนีราชภัยพร้อมกับเจ้าพลาย และทรงเป็นบรรพบุรุษของ วงศ์บางช้าง (ราชินิกุลบางช้างแห่งราชวงศ์จักรี) ซึ่งมี 5 สกุล ได้แก่ ชูโต แสงชูโต สวัสดิชุโต บุนนาค และ ณ บางช้าง และเป็นวงศ์เดียวที่เราทราบว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายจากราชวงศ์สุโขทัยแห่งอาณาจักรอยุธยา
  3. เจ้าไลย ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 3 และในปี พ.ศ. 2173 ได้กระทำราชประหารสำเร็จ กล่าวคือปลงพระชนม์พระเชษฐาธิราชเจ้า แล้วให้พระอาทิตยวงศ์ พระชนมายุ 9 พรรษา ขึ้นครองราชสมบัติได้ 3 เดือนเศษ ก็ปลดจากราชสมบัติ แล้วปราบดาภิเศกพระองค์เองขึ้นเป็นพระเจ้าปราสาททองและทรงสถาปนาราชวงศ์ใหม่ซึ่งชื่อว่าราชวงศ์ปราสาททอง
  4. พระศรีสุธรรมราชา ซึ่งถูกพระนารายณ์ปลงพระชนม์
  5. พระศรีศิลป์ ซึ่งหนีราขภัยไปบวช ได้เป็นพระพิมลธรรม
  6. เจ้าฟ้าสุทัศน์ ซึ่งได้เป็นพระมหาอุปราช แล้วดื่มยาพิษสิ้นพระชนม์
  7. เจ้าฟ้าศรีเสาวภาคย์ ซึ่งขึ้นครองราชย์เป็น "สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์" และครองราชย์หนึ่งปีก็ถูกทำราชประหาร

เสด็จสวรรคต[แก้]

สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2153 และทรงอยู่ในราชสมบัติได้ 5 ปี สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสจึงได้เสวยราชสมบัติต่อ

ดูเพิ่ม[แก้]

ราชตระกูล[แก้]

พระราชตระกูลในสมเด็จพระเอกาทศรถ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์พระร่วง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระเอกาทศรถ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (พระเฑียรราชา)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พระวิสุทธิกษัตรีย์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สมเด็จพระสุริโยทัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อ้างอิง[แก้]

  • ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗๙
  • พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหมอบรัดเล. --กรุงเทพฯ : โฆษิต, 2549. ISBN 9749489993
  • สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ. ไทยรบพม่า เล่ม 1. --กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2546. ISBN 9744085347
  • เทพ สุนทรศารทูล. พงศาวดารราชินีกุลบางช้าง. -- กรุงเทพฯ : พระนารายณ์, 2540. ISBN 9748239756
ก่อนหน้า สมเด็จพระเอกาทศรถ ถัดไป
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ราชวงศ์สุโขทัย
2leftarrow.png Garuda Emblem of Thailand.svg
พระมหากษัตริย์ไทย
อาณาจักรอยุธยา

(2148 - 2153)
2rightarrow.png สมเด็จพระศรีเสาวภาคย์
ราชวงศ์สุโขทัย


  1. พงศาวดารราชินีกุลบางช้าง ของ เทพ สุนทรศารทูล