ศรีรัศมิ์ สุวะดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี
HRH Srirasmi (Cropped).jpg
เกิด 9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 (45 ปี)
จังหวัดสมุทรสงคราม ประเทศไทย
คู่สมรส สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
(พ.ศ. 2544 - 2557)[ต้องการอ้างอิง]
บุตร พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
บิดามารดา อภิรุจ สุวะดี
วันทนีย์ สุวะดี

พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี (9 ธันวาคม พ.ศ. 2514) หรือเดิม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ภายหลังได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ อันมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557[1]

ประวัติ

พื้นฐานครอบครัวและการศึกษา

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี มีชื่อเล่นว่า อี๊ด เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 เป็นบุตรคนที่สามจากทั้งหมดห้าคน[2][3][4] ของอภิรุจ สุวะดี และวันทนีย์ (สกุลเดิม: เกิดอำแพง) พื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดสมุทรสงคราม[5] บิดาเป็นชาวตำบลวัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนมารดาเป็นชาวมอญจากตำบลอำแพง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร[6] ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์มีพี่สาวและพี่ชายคือ สุดาทิพย์ ม่วงนวล[7], ณรงค์ สุวะดี[8] ส่วนน้องสาวและน้องชายคือ ปณิดา สุวะดี และณัฐพล สุวะดี อดีตราชองครักษ์เวร[9][10] ส่วนพลตำรวจโท พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เป็นน้าของเธอ[11][12]

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เข้ารับการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนวัดสุนทรสถิต (สามัคคีวิทยาคม) ในอำเภอบ้านแพ้ว[6][13] ระดับประถมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย (อนุกูลราษฎร์) อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร[14][15] และเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนวัดน้อยใน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร[13][16][17] ภายหลังสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจากโรงเรียนกรุงเทพการบัญชีวิทยาลัย ก่อนจะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการทั่วไป (หลักสูตร 4 ปี) เมื่อปี พ.ศ. 2540[5] ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2545 และสำเร็จการศึกษาปริญญาโท หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คหกรรมศาสตร์) ภาคพิเศษ สาขาวิชาการพัฒนาการครอบครัวและเด็ก คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.94[18][19]

เข้าสู่พระราชวงศ์

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นพระวรชายา ปี พ.ศ. 2550

ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เริ่มเข้าถวายการรับใช้ในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 โดยรับผิดชอบหน้าที่การงานในฐานะข้าราชการพลเรือนในพระองค์ นอกจากนี้ยังได้ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในด้านศิลปาชีพ[20] บางแห่งก็ว่าเธอเคยทำงานอยู่ในสถานบันเทิงมาก่อน[21]

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ต่อมาเข้ารับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น "หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา" เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544[22] โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงกล่าวว่า

ตอนนี้อยู่เป็นครอบครัว มีกันอยู่ 4 คน มีเรา หม่อม พระองค์ภา และท่านหญิง อยู่กับหม่อมมาตั้งแต่ปี 2536 อยู่มานาน รู้จักกันมา 9-10 ปีแล้ว ดูใจกันมานานแล้ว [...] เราอยากจะสร้างครอบครัวขึ้นมาให้ดี หม่อมมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน ดูแลข้าราชบริพาร รวมทั้งถวายงานสมเด็จ (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) เราใช้ชีวิตกันแบบสบาย ๆ ไม่มีอะไร [...] เราอายุ 50 ปีแล้ว ไม่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ อยากได้ครอบครัวที่ดี ที่คนพอใจเป็นประโยชน์ คบได้ ไม่ใช่เป็นการเอาอะไรมาใส่ประชาชน แต่ขอให้ประชาชนยอมรับว่าคนนี้ใช้ได้ ถ้าเป็นหม่อมในพระบรมฯ ทุกคนก็ต้องกราบไหว้ มันก็พัง

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, 23 มกราคม 2545[23]

บิดาและมารดาของเธอรวมทั้งสมาชิกในครอบครัวได้รับพระราชทานนามสกุลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมารว่า "อัครพงศ์ปรีชา"[11] เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2545[24] หม่อมศรีรัศมิ์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าฝ่ายใน เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 และได้ประสูติกาลพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระราชโอรส เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2548[25] ภายในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นเจ้านายแห่งราชวงศ์ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548[26]

ลาออกจากฐานันดรศักดิ์

วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงขอให้รัฐบาลริบนามสกุลพระราชทานของพระวรชายา ก่อนหน้านั้น มีการกวาดล้างญาติใกล้ชิดของพระองค์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง[11] โดยทั้งหมดกลับไปใช้สกุลเดิมก่อนพระราชทานคือ "เกิดอำแพง"[27][28][29] ต่อมาข้อมูลนามสกุลนั้นผิด เมื่อตรวจสอบแล้วจึงเปลี่ยนให้ใช้ชื่อสกุลว่า "สุวะดี" อันเป็นชื่อสกุลเดิมทีแท้จริง[4][30] ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557[24] ซึ่งสำนักข่าวบีบีซีมองว่า นี่อาจเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การหย่าร้างของทั้งสองพระองค์[11]

วันที่ 12 ธันวาคมปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นลายลักษณ์อักษรว่าขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557[1] การนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานเงิน 200,000,000 บาท แก่ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์เพื่อใช้ในการดำรงชีพและดูแลครอบครัว[31] มีข่าวกระทรวงการคลังยืนยันว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารขอรับเงินพระราชทานจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และยังขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดเผยแพร่เอกสารที่ไม่เหมาะสมในสื่อทุกชนิด[32]

วันที่ 13 ธันวาคม สังคมออนไลน์ส่งภาพท่านผู้หญิงทำบัตรประชาชนใหม่ต่อ ๆ กัน[33][34] ศรีรัศมิ์ใช้คำนำหน้านามว่า "นางสาว" และเธอได้ย้ายออกจากวังศุโขทัยไปพำนักอยู่ที่บ้านในอำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี[35][36] อย่างไรก็ตามเธอจะมีคำนำหน้านามว่า "ท่านผู้หญิง" เนื่องจากได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน) ทั้งนี้ มติชนออนไลน์ ได้ให้ข้อมูลว่าเธอได้ลาออกจากการเป็นข้าราชการทหาร[37] วันที่ 17 ธันวาคม เธอได้เขียนจดหมายขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตาม และขอปฏิบัติธรรมเงียบ ๆ กับครอบครัว[38][39] เนื่องจากมีสื่อมวลชนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดจนรบกวนการปฏิบัติธรรมของเธอ[40]

พระกรณียกิจ

พระกรณียกิจส่วนใหญ่ของศรีรัศมิ์ เมื่อครั้งดำรงอิสริยยศเป็น พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมารนั้น จะเน้นในด้านครอบครัวและเด็กเป็นหลัก โดยโครงการแรกของคือ โครงการสายใยรักจากแม่สู่ลูก ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร[41] ที่รณรงค์การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่[42][43][44] โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเข้มแข็งในครอบครัว เพิ่มประสิทธิภาพของสถาบันครอบครัว และลดปัญหาสังคมทางหนึ่ง[41] ต่อมาได้มีดำริในการเปิด ศูนย์ ๓ วัยสานสายใยรักแห่งครอบครัว อันจะเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นวงจรทุกช่วงวัย[45] ระหว่างวัยเด็ก วัยทำงาน และวัยชรา ให้มีความสัมพันธ์กลมเกลียว[46]

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ประกอบพระกรณียกิจครั้งสุดท้ายก่อนลาออกจากฐานันดรศักดิ์ในพิธีเปิดมหกรรม 9 ปี สายใยรักแห่งครอบครัว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2557[47]

ด้านสาธารณสุข

มีดำริจัดตั้ง ศูนย์ศรีทวีรัก อันมีความหมายว่า "ศูนย์แห่งการแบ่งปันและเพิ่มพูนความรัก" มีหลักการเดียวกับสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่เปลี่ยนมาเป็นบริการแก่ผู้สูงอายุแทน โดยให้ลูกหลานนำผู้สูงอายุมาฝากในเวลากลางวันเพื่อไปประกอบอาชีพ ณ ที่นั่นผู้สูงอายุก็จะพบปะกับสหายวัยเดียวกัน บริการผู้สูงวัยอายุระหว่าง 65-80 ปี ให้ได้รับการพักผ่อนอย่างมีความสุขในบั้นปลายชีวิต[41]

มีการสร้าง ศุโขโยคะ ซึ่งเป็นโครงการเสริมสร้างสุขภาพ ณ พื้นที่ควบคุมในพระองค์ 904 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร[48] เมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้ข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาใช้ประโยชน์ มีระบบการออกกำลังกายแบบ "ไจโรทานิก" (Gyrotonic)[49] โดยกล่าวไว้ว่า "ไปเล่นที่เมืองนอกมา เห็นว่าอะไรดีก็นำเข้ามาให้ประชาชนได้เล่นกัน"[50] ที่สุดศุโขโยคะ ได้ปิดตัวลงในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2557[51]

นอกจากนี้มีการจัดตั้ง "กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร" ที่นำเงินไปสนับสนุนโครงการที่ช่วยเหลือทารก ซึ่งถือเป็นโครงการที่ผลักดันให้มีการจัดทำนโยบายสาธารณสุขระดับประเทศแก่ทารกวัยตั้งแต่ 0-5 ปี รวมไปถึงการช่วยเหลือทารกที่คลอดก่อนกำหนด และการรณรงค์และป้องกันการท้องก่อนวัยอันควร[46]

ด้านสาธารณประโยชน์

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (พระยศในขณะนั้น) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต นำผ้าห่มกันหนาว 20,000 ผืน ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีกษิต ภิรมย์ เป็นผู้รับมอบ[52]

ในด้านสาธารณประโยชน์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนปีเดียวกันนั้น หลังมหาอุทกภัย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ได้ร่วมกิจกรรมฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยด้วยการทำความสะอาดพื้นอาคารและกระจกของอาคารศรีรัศมิ์ ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์[53] โดยก่อนหน้านี้ได้เยี่ยมผู้ประสบภัย และมอบถุงยังชีพแก่ราษฎรในต่างจังหวัด[54]

ทั้งนี้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้อุปการะเด็กกำพร้า คือ จักรกฤษณ์ และอนุเดช ชูศรี ที่ครอบครัวเสียชีวิตจากภูเขาถล่มเมื่อปี พ.ศ. 2554[55] รวมทั้งครอบครัวของบูรฮาน และบุศรินทร์ หร่ายมณี ซึ่งบิดาถูกลอบสังหารจากเหตุความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2556[56][57] เป็นต้น

มูลนิธิ/องค์กรในอุปถัมภ์

  • ศูนย์ ๓ วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว
  • มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล ในพระอุปถัมภ์ฯ[58]
  • กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร[59]

พระเกียรติยศ

ธรรมเนียมพระยศของ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ
(พ.ศ. 2548-57)
Consort of Crown Prince's Standard of Thailand.svg
ธงประจำพระอิสริยยศ
Royal Monogram of Princess Srirasmi.svg
ตราประจำพระองค์
Royal Flag of Princess Srirasmi.png
ธงประจำพระองค์
การแทนตน เกล้ากระหม่อม/เกล้ากระหม่อมฉัน
การขานรับ เกล้ากระหม่อม

พระอิสริยยศและคำนำหน้านาม

  • ศรีรัศมิ์ สุวะดี (9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 — 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544)
  • หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา (10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 — 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548)
  • พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมงกฏราชกุมาร (15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 — 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557)
  • ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี (11 ธันวาคม พ.ศ. 2557 — ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ยศทหาร

  • ว่าที่ร้อยตรีหญิง[64] และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นราชองครักษ์พิเศษ (5 เมษายน พ.ศ. 2555)[64]
  • ร้อยตรีหญิง และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (12 เมษายน พ.ศ. 2555)[65]
  • พันเอกหญิง (4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555)[66]
  • ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักเวชศาสตร์กองทัพบก กรมแพทย์ทหารบก (1 พฤศจิกายน 2556)[67]
  • พลตรีหญิง (1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556)[68]

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ปริญญากิตติมศักดิ์ สถาบัน อ้างอิง
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ [69]
ครุศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการปฐมวัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ [69]
สาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช [70]
สังคมสงเคราะห์ศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [71]

สถานที่อันเนื่องด้วยนาม

อ้างอิง

  1. 1.0 1.1 "พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง ลาออกจากฐานันดรศักดิ์". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 131 (29ข): 1. 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557. 
  2. "ประวัติหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 29 เมษายน 2548. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  3. "รายงานพิเศษ : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร...หม่อมศรีรัศมิ์...กับวันที่ทรงรอคอย!!". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 5 พฤษภาคม 2548. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  4. 4.0 4.1 "“อัครพงศ์ปรีชา” สูงสุดคืนสู่สามัญ". ASTV ผู้จัดการรายวัน. 6 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2557. 
  5. 5.0 5.1 "Simplicity, warmth win hearts" (ใน อังกฤษ). เนชั่น. 30 เมษายน 2548. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557. 
  6. 6.0 6.1 "รอยทาง 'สุวะดี' แห่งแม่กลอง และ 'เกิดอำแพง' แห่งท่าจีน". เนชั่นสุดสัปดาห์. 19 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2557. 
  7. "ขุมธุรกิจ “อัครพงศ์ปรีชา-ม่วงนวล” คดี “พงศ์พัฒน์”". สำนักข่าวอิศรา. 27 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2557. 
  8. "พลิกปูม “ณรงค์ อัครพงศ์ปรีชา” อดีตขรก.สำนักพระราชวัง คดีอ้างเบื้องสูง". สำนักข่าวอิศรา. 30 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2557. 
  9. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งราชองครักษ์". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 129 (65ง): 4. 11 เมษายน พ.ศ. 2555. 
  10. "โปรดเกล้าฯพระราชทานยศร้อยตรี'พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์'" (ใน ไทย). ไทยโพสต์. 13 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556. 
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 "Thailand crown prince strips wife's family of royal name" (ใน อังกฤษ). BBC online. 2014-11-29. สืบค้นเมื่อ 2014-11-30. 
  12. "Eye on the throne, Thailand's crown prince appears to be putting his house in order" (ใน อังกฤษ). South China Morning Post. 4 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2557. 
  13. 13.0 13.1 "ย้อนรอยทางชีวิต ‘ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี’". คมชัดลึก. 19 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2557. 
  14. "สหาย “หม่อมศรีรัศมิ์” เผยหม่อมใจดี รักเด็ก". ASTV ผู้จัดการ. 5 พฤษภาคม 2548. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557. 
  15. "'วันโภชนาเมตตาจิต' วันแห่งความรักและเมตตา". เนชั่น. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557. 
  16. "'เจริญ' ถวายทอง "พระโอรส" ศิริราชยังคึกคัก". ASTV ผู้จัดการรายวัน. 4 พฤษภาคม 2548. สืบค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2557. 
  17. "9 ปี 'ศรีรัศมิ์ สุวะดี' บนถนนสายชะตากรรม". เนชั่นสุดสัปดาห์. 19 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 25 ธันวาคม 2557. 
  18. สมเด็จพระบรมฯทรงร่วมยินดี ‘พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์’ ทรงสำเร็จปริญญาโท
  19. "สมเด็จพระบรมฯ เสด็จพร้อมด้วยพระองค์ทีฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 28 กรกฎาคม 2550. สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2557. 
  20. "สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ “หม่อมศรีรัศมิ์ฯ”มีครรภ์". ASTVผู้จัดการออนไลน์. 14 กุมภาพันธ์ 2548. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2557. 
  21. Pavin Chachavalpongpun (15 December 2014). "A Thai Princess' Fairy Tale Comes to an End". The Diplomat. สืบค้นเมื่อ 6 April 2015. 
  22. "พระบรมฯทรงตรัสถึงหม่อมศรีรัศมิ์". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 29 เมษายน 2548. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  23. "หม่อมศรีรัศมิ์แห่ง 'พระโอรส' ชาวสยาม". เนชั่น. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2557. 
  24. 24.0 24.1 "สมยศล่า "เสี่ยโจ้" ค่าหัว1ล. มัดแน่น "พงศ์พัฒน์" เร่งคลี่ส่วย "นมถ." มท.ลบสกุล "อัครพงศ์ปรีชา" กลับไปใช้ "สุวะดี"". ข่าวสดออนไลน์. 2 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2557. 
  25. "หม่อมศรีรัศมิ์ฯ มีพระประสูติการพระโอรส". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 29 เมษายน 2548. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  26. "พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 122 (10ข): 2. 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2548. 
  27. "ยกเลิกสกุล “อัครพงศ์ปรีชา” โฆษก ตร.เผยได้รับหนังสือแล้ว". ASTV ผู้จัดการ. 29 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557. 
  28. "สตช.แจงยกเลิกชื่อสกุล 'อัครพงศ์ปรีชา' ให้กลับไปใช้ 'เกิดอำแพง'". ไทยรัฐออนไลน์. 29 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557. 
  29. "สกุลพระราชทาน ให้เลิกใช้ "อัครพงศ์ปรีชา" กลับเป็น "เกิดอำแพง" ตามเดิม ส่งพงศ์พัฒน์คืนศาล-นอนคุก". ข่าวสดออนไลน์. 30 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557. 
  30. "หลบไม่รายงานตัว รองเต่า คนสนิทพงศ์พัฒน์". ไทยรัฐออนไลน์. 1 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม 2557. 
  31. "พระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว". ไทยรัฐ. 14 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 14 ธันวาคม 2557. 
  32. กระทรวงการคลัง (15 ธันวาคม 2557). "ข่าวที่ 106/2557 การชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กรณีการพระราชทานเงินให้ท่านผู้หญิงศรีรัศม์ สุวะดี". 
  33. "'ท่านผู้หญิงบุษบา' ทำบัตรประชาชนใหม่". เดลินิวส์. 13 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2557. 
  34. "แชร์ว่อนภาพ ‘ศรีรัศมิ์ สุวะดี’ ทำบัตรประชาชน หลังคืนสู่สามัญชน". ข่าวสด. 13 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2557. 
  35. "เปิดเอกสารบัตรประชาชน น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี ไม่มีชื่อท่านผู้หญิงบุษบา". ข่าวสด. 14 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 14 ธันวาคม 2557. 
  36. "นิมนต์พระ 9 รูปเข้าบ้าน "น.ส.ศรีรัศมิ์" ที่ราชบุรี - จนท.รื้อป้อมตำรวจริมรั้วหน้าบ้าน". ข่าวสด. 14 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2557. 
  37. "ภาพสุดท้ายอดีตพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ 9ปีบนฐานันดรศักดิ์ กลับสู่สถานะสามัญชนชื่อ 'น.ส.ศรีรัศมิ์ สุวะดี'". มติชนออนไลน์. 14 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2557. [ลิงก์เสีย]
  38. "สาร 'ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์' ขอบคุณสื่อ ขออยู่บ้านปฏิบัติธรรมกับครอบครัว". ไทยรัฐ. 17 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2557. 
  39. ""ศรีรัศมิ์" ติดป้ายหน้าบ้าน ขอปฏิบัติธรรมเงียบ ๆ". ข่าวสดออนไลน์. 17 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2557. 
  40. "ตร.คุมเข้มรถที่เข้า-ออก บ้านศรีรัศมิ์". ไทยรัฐ. 17 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2557. 
  41. 41.0 41.1 41.2 "ย้อนรำลึกภารกิจ 'ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี'". ไทยรัฐ. 16 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 17 ธันวาคม 2557. 
  42. "Princess visits family project". The Nation (ใน อังกฤษ). 4 August 2006. สืบค้นเมื่อ 30 July 2011. 
  43. "A chronicle of a Prince" (ใน อังกฤษ). เนชั่น. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  44. Kupluthai Pungkanon. "Prince celebrates his first birthday" (ใน อังกฤษ). เนชั่น. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  45. "“หม่อมศรีรัศมิ์” ทรงเปิดศูนย์ 3 วัยสานสายใยรักครอบครัวที่เกาะยอ". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 4 กันยายน 2555. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2557. 
  46. 46.0 46.1 "โครงการในวันวานของท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 20 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557. 
  47. "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงเปิดงานมหกรรม 9 ปี สายใยรักแห่งครอบครัวฯ ปี 2557". สถานีโทรทัศนืสีกองทัพบกช่อง 7. 6 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2557. 
  48. "“ศุโขโยคะ” พระดำริในพระองค์หญิงศรีรัศมิ์ฯ เพื่อสุขภาพของคนไทย". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 11 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2557. 
  49. "ศุโขโยคะ ชวนออกกำลังกายแนวใหม่ ไจโรโทนิค ช่วยร่างกายกระชับ". ไทยรัฐออนไลน์. 11 เมษายน 2555. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2557. 
  50. "พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ทรงเปิด "ศุโขโยคะ" ส่วนที่2". มติชนออนไลน์. 24 ธันวาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2557. [ลิงก์เสีย]
  51. "ปิดศุโขโยคะ". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 11 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 11 ธันวาคม 2557. 
  52. หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ปีที่ 61 ฉบับที่ 21143 วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2554 หน้า 1, 12
  53. "หม่อมศรีรัศมิ์เสด็จบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ม.เกษตร". เดลินิวส์. 30 พฤศจิกายน 2554. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2557. 
  54. "“พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์” เสด็จเยี่ยมราษฎรผู้ประสบอุทกภัยกรุงเก่า". ASTVผู้จัดการออนไลน์. 8 ตุลาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557. 
  55. "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงห่วง 2 หนูน้อยเหยื่อโคลนถล่มเขาเบญจา ทำกำพร้า ทรงรับพระอุปภัมภ์". TLC News. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557. 
  56. "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงรับบุตรอิหม่ามยะโก๊บไว้ในพระอุปถัมภ์". ASTVผู้จัดการออนไลน์. 29 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557. 
  57. "ครอบครัว "หร่ายมณี" ซาบซึ้งพระเมตตาอุปถัมภ์การศึกษาทายาท". สำนักข่าวไทย. 29 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557. 
  58. "ประวัติความเป็นมา". มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล. 29 กรกฎาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2557. 
  59. "กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร". สำนักงานเครือข่ายมารดาและทารกฯ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2557. [ลิงก์เสีย]
  60. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 121 (11ข): 1. 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2547. 
  61. 61.0 61.1 "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 122 (20ข): 2. 2 ธันวาคม พ.ศ. 2548. 
  62. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี ๒๕๕๓". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 129 (20ข): 3. 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555. 
  63. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 124 (12ข): 1. 5 กันยายน พ.ศ. 2550. 
  64. 64.0 64.1 "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งราชองครักษ์". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 129 (65ง): 3. 11 เมษายน พ.ศ. 2555. 
  65. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหารและแต่งตั้งนายทหารพิเศษ". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 129 (13ข): 1. 12 เมษายน พ.ศ. 2555. 
  66. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหารเป็นกรณีพิเศษ". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 129 (17ข): 1. 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555. 
  67. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 130 (153ง): 1. 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556. 
  68. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหารชั้นนายพล". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 130 (25ข): 1. 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556. 
  69. 69.0 69.1 "เปิดแฟ้มประวัติ 'ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี' จากพระราชวงศ์สู่สามัญชน". ไทยรัฐออนไลน์. 14 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2557. 
  70. "มสธ.ทูลเกล้าฯถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตแด่พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ-พระองค์ภา". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 14 มกราคม 2553. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2557. 
  71. "สีสันวันแห่งความสำเร็จ “บัณฑิตใหม่รั้วโดม มธ.” รับปริญญา ‘55". ASTV ผู้จัดการออนไลน์. 1 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 15 ธันวาคม 2557. 
  72. "พิธีเปิด “อาคารศรีรัศมิ์”". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2557. 

แหล่งข้อมูลอื่น