โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล จังหวัด พังงา เริ่มก่อตั้งเมื่อเมื่อ พ.ศ. 2443 โดยท่านเจ้าคุณมหานายก ผู้ตรวจการคณะสงฆ์ได้จัดตั้งขึ้นเป็นทำนองโรงเรียนในวัด อาศัยศาลาโรงธรรมของวัดใหม่กำแพง (วัดเสนานุชรังสรรค์ ในปัจจุบัน) เป็นตัวโรงเรียน

ครั้นต่อมา ในปี พ.ศ. 2448 พระราชเมธี ผู้ตรวจการคณะสงฆ์มาตรวจเห็นว่ามีเด็กเข้ามาเล่าเรียนเป็นจำนวนมาก 80 - 90 คน ควรจะจัดให้เป็นตัวโรงเรียนหลวงขึ้นได้ จึงจัดหาครูให้คนหนึ่ง ตั้งนามโรงเรียนว่า "คณะราษฎร์บำรุง" ดำรงอยู่ในอุปการะของท่านพระอุดมปัญญา (น่วม) เจ้าคณะเมืองตะกั่วป่า เป็นผู้สอดส่องดูแลการสอน การปกครอง ความเป็นอยู่ของครูและนักเรียนตลอดมา ส่วนครูได้รับเงินเดือนของรัฐบาลส่วนท้องถิ่นการจัดการสอนมี ชั้นมูล 1,2,3 ตามลำดับ

ผู้ที่เป็นครูใหญ่โรงเรียนหลังนี้ คือ

  1. พระภิกษุเจี้ยง ฯ
  2. สามเณรไม่ทราบนาม (ไม่ทราบนามที่แน่นอนเพราะไม่มีการบันทึกเอาไว้)
  3. นายช้อย ฯ
  4. นายเวศ ฯ
  5. นายแปลก ในสมัยที่นายแปลกเป็นครูใหญ่นี้การบังคับบัญชาเข้มงวดกวดขันมากนักเรียนได้รับความรู้อย่างดีสมกับสมัยนั้น

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนเสนานุกูล ในปี พ.ศ. 2449 พระเสนานุชิต (ฉิม) ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่า (สมัยตะกั่วป่ายังเป็นจังหวัด) เห็นว่ายุวชนใน ตำบลตลาดเหนือ ตลาดใต้ (ตำบลตะกั่วป่าในปัจจุบัน) กับตำบลใกล้เคียงมีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการศึกษา เพราะสถานที่ศึกษามีน้อยไม่เพียงพอกับจำนวนของเด็ก เห็นสมควรที่จะทะนุบำรุงโรงเรียนที่มีอยู่แล้วในวัดใหม่กำแพง (เสนานุชรังสรรค์) ให้เจริญขึ้น และให้มีห้องเรียนเพียงพอกับจำนวนนักเรียน จึงได้ขอเรี่ยไรเงินจากเงินเดือนข้าราชการคนละ 1 เดือน ส่วนที่ยังขาดอยู่ให้พ่อค้า นายเหมืองแร่ช่วยกันออกจนพอ ได้เงินรวมทั้งสิ้น 5,000 บาทเศษ จึงได้สร้างโรงเรียนขึ้นตรงหน้าวัดเสนานุชรังสรรค์ ภายนอกกำแพงด้านตะวันออกของวัด การสร้างนั้นเกณฑ์ราษฎรตำบลใกล้เคียงให้หาตัวไม้ เครื่องประกอบและช่วยสร้าง จ้างนายช่างเป็นผู้อำนวยการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2452 ย้ายนักเรียนมาเรียนเฉพาะชั้นมูล 1,2,3 ส่วนชั้นเตรียมให้คงเรียนที่เดิมไปก่อน แต่ครูใหญ่มีเฉพาะโรงเรียนใหม่หลังเดียว แล้วท่านจึงได้ตั้งนามโรงเรียนให้พ้องกับนามของท่านและข้าราชการว่า โรงเรียน เสนานุกูล (เสนา = ข้าราชการ) ดำรงอยู่ด้วยอุปการะของผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าคณะจังหวัดทางคณะสงฆ์ ส่วนครูรับเงินเดือนของรัฐบาลซึ่งกระทรวงจัดเบิกจ่ายให้ การจัดสอนชั้นต้น มีชั้นมูล 1,2,3 แล้วจึงเลื่อนขึ้นเรียนชั้นประถมปีที่ 1,2,3 ตามลำดับ สอนภาษาไทยตลอดทุกชั้น

ต่อมาในปี พ.ศ. 2465 ประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา จึงเริ่มเก็บเงินค่าเล่าเรียนชั้นประถม 1-3 คนละ 2 บาทต่อปี มัธยมปีที่ 1-3 คนละ 4 บาท ต่อปี ส่วนชั้นประถมนั้นภายหลังได้เพิ่มชั้นประถมปีที่ 4 เป็นประโยคประถมบริบูรณ์ ครูใหญ่ที่สอนเฉพาะโรงเรียนหลังนี้ คือ

  1. นายเที่ยง ฯ (ส่งมาจากกระทรวง)
  2. พระใบฎีกา (แดง) เจ้าอาวาสวัดเสนานุชรังสรรค์
  3. ร.อ.ต. ทรัพย์ ยูวนวัฒน์ ป.ป.ส่งมาจากกระทรวง
  4. ร.อ.ต.ช่วง ปาลิพภัฏ ป.ป. ส่งมาจากกระทรวง
  5. ร.อ.ต. บุญมี อินทาปัจ (วรสิทธิ อินทาปัจ) ป.ม.,ธ.บ. ส่งมาจากกระทรวง

ในสมัยนี้การศึกษาเจริญขึ้น การเรียนการสอนก็ได้รับผลมากทั้งจัดเป็นโรงเรียนสหศึกษาด้วย จึงมีนักเรียนมากขึ้นตามลำดับ

โรงเรียนประจำอำเภอตะกั่วป่า "เสนานุกูล" หลังเดิมชำรุดทรุดโทรมมากจนเหลือความสามารถ ที่จะซ่อมแซม จึงขออนุญาตงบประมาณ 7,650 บาท จึงได้เริ่มก่อสร้าง ในวันที่ 1 เมษายน 2477 เสร็จเรียบร้อยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2478 เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำอำเภอตะกั่วป่า "เสนานุกูล" และต่อมาในปี พ.ศ. 2494 ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนอีกครั้งเป็น โรงเรียนตะกั่วป่า "เสนานุกูล"

  • พ.ศ. 2509 โรงเรียนได้รับเข้าโครงการปรับปรุงโรงเรียนมัธยมในชนบท (คมช.) รุ่นที่ 3 และเนื่องจากสถานที่เดิมคับแคบ ขยายสร้างอาคารเพิ่มเติมไม่ได้ จึงได้ย้ายโรงเรียนไปสร้าง ณ สถานที่ใหม่ ตำบลบางนายสี เยื้องโรงพยาบาลตะกั่วป่า ซึ่งทางอำเภออนุญาตให้ใช้ที่สงวนของทางราชการ เนื้อที่ 50 ไร่ แล้วโอนอาคารเรียนเดิมให้แก่สำนักงานเทศบาลเมืองตะกั่วป่า ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน 300,000 บาท อาคารอุตสาหกรรมศิลป์ 163,000 บาท และบ้านพักครู 1 หลัง 50,000 บาท ได้ย้ายมาทำการเรียนการสอน ณ สถานที่แห่งใหม่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2510 และยังคงมีจำนวนนักเรียน 9 ห้องเรียน และโรงเรียนยังได้รับอุปกรณ์จากกรมวิสามัญและยูนิเซฟเป็นจำนวนมาก วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2510 นายช่วย สุขพันธุ์ ครูใหญ่คนเดิม ครบเกษียณอายุราชการ กรมวิสามัญได้แต่งตั้งนายสุทิน ปิ่นแก้ว ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ต่อมา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2510
  • พ.ศ. 2511 โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าโครงการโรงเรียนมัธยมแบบประสมแบบ 2 (คมส.2) และได้ขยาย เนื้อที่ออกเป็น 100 ไร่ โดยขอขยายออกทางด้านหลังซึ่งเป็นที่สงวนของทางราชการ ขอปรับตำแหน่งครูใหญ่เป็นอาจารย์ใหญ่ในปีนั้นด้วย
  • พ.ศ. 2512 ได้รับงบประมาณจากกรมสามัญศึกษา จำนวน 120,000 บาท ให้ก่อสร้างอาคาร อาชีวเกษตร 1 หลัง สร้างเสร็จปี พ.ศ. 2513 และได้รับเงินงบประมาณ 500,000 บาทกับเงินบริจาคซคุณจุติ บุญสูง บริจาคสมทบจำนวน 500,000 บาท ก่อสร้างอาคารเรียนถาวร แบบ 212 จำนวน 1 หลัง 10 ห้องเรียน สร้างเสร็จ พ.ศ. 2513 และเปิดสอนสายอาชีวเกษตร ตามหลักสูตร คมส. 2
  • พ.ศ. 2518 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • พ.ศ. 2521 เริ่มรับนักเรียนที่จบชั้นประถมปีที่ 6 เข้าเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) ตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น ปี พ.ศ. 2521
  • พ.ศ. 2524 เริ่มรับนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2524
  • พ.ศ. 2542 โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าโครงการห้องเรียนสีเขียวของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รับงบประมาณจำนวน 500,000 บาท โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ Resource Center เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่าย School Net ประเภทโรงเรียนพี่ข่ายและได้รับจัดสรรครุภัณฑ์ Resource Center 1 ห้อง (เครื่องคอมพิวเตอร์ 7 ชุด Server 1 ชุด Lease Line 1 หมายเลข)
  • พ.ศ. 2543 – 2547 ได้รับงบประมาณจากโครงการเงินกู้ธนาคารโลก โครงการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ จำนวน 2,800,000 บาท และปรับปรุงอาคารเรียน 4 โดยใช้เงินงบประมาณของโรงเรียนและศิษย์เก่า 2505 ร่วมบริจาคสร้างห้องคณิตศาสตร์ 91,600 บาท งบปรับปรุงห้อง 200,000 บาท

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]