โรงเรียนนครสวรรค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงเรียนนครสวรรค์
ตราโรงเรียนนครสวรรค์
ตราโรงเรียนนครสวรรค์
ที่ตั้ง
173 ถนนมาตุลี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000
ข้อมูล
ประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
คำขวัญสุโข ปญฺญา ปฏิลาโภ
(ปัญญา คือ ลาภให้เกิดสุข)
ผู้ก่อตั้งพระครูธรรมฐิติวงศ์
จำนวนนักเรียน3,695 คน (ปีการศึกษา 2560)
สี███ ม่วง
███ ขาว
เพลงมาร์ชนครสวรรค์
เว็บไซต์www.nssc.ac.th

โรงเรียนนครสวรรค์ เป็นโรงเรียนสหศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ประจำจังหวัดนครสวรรค์ รู้จักกันในนาม โรงเรียนชาย เดิมอยู่บริเวณวัดนครสวรรค์ และได้ย้ายมาอยู่บริเวณเชิงเขากบใกล้กับเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยในปัจจุบัน เปิดสอนในระดับชั้น ม.1- ม.6 เป็น แห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นโรงเรียนศูนย์อาเซียน (Sister School) ของประเทศไทย

ซึ่งในปัจจุบันทางสมาคมศิษย์เก่าได้มีการจัดการสอบแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชิงทุนการศึกษาทุกปีเพื่อส่งเสริมอัจฉริยภาพและประสิทธิภาพของนักเรียนรวมถึงผู้สนใจโดยทั่วไป[ต้องการอ้างอิง]

ประวัติโรงเรียน[แก้]

เจ้า อาวาสวัดโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีชื่อว่า“โรงเรียนธรรมฐิติวงศ์วิทยา” ใช้ศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เรียน มีนักเรียนจำนวน 23 คน ต่อมาในปี พ.ศ 2456 ทางราชการได้อนุมัติงบประมาณสร้างอาคารเรียนใหม่ แยกออกจากศาลาการเปรียญเป็นโรงเรียนเอกเทศ เมื่อสร้างอาคารเรียนเสร็จเปิดทำการสอนได้เพียง 9 เดือน เพลิงไหม้อาคารเรียนเสียหายอย่างหนัก กระทรวงธรรมการจึงได้อนุมัติงบประมาณ จำนวน 3,000บาท และได้ย้ายสถานที่จากวัดโพธารามมาอยู่ที่โรงเรียนใหม่บริเวณวัดหัวเมือง (ปัจจุบัน คือวัดนครสวรรค์) จัดการเรียนการสอนจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ปีพ.ศ. 2501 กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติให้ ทำการสอนในระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษาจึง เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนนครสวรรค์” แล้วย้ายสถานที่ตั้งโรงเรียนมาอยู่ ในบริเวณป่าสักเชิงเขากบอันเป็นสถานที่ตั้งของ โรงเรียนในปัจจุบัน บริเวณนครสวรรค์ ป่าสัก เชิงเขากบนี้ เดิมเป็นที่ดินของราชพัสดุเต็มไปด้วยต้นสักที่อุดมสมบูรณ์ มีประชาชน ปลูกที่อยู่อาศัยกันเพื่อหาของป่า พระยา อรรถกวีสุนทร ซึ่งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาลในขณะนั้น พร้อมด้วยขุนวิวรณ์สุขวิทยา และอาจารย์เกษม พุ่มพวง ได้ร่วมกันจับจองไว้ เพื่อจะใช้เป็นสถานที่สร้างโรงเรียนเกษตรกรรมแห่งใหม่ (เดิม อยู่ที่สถาบันราชภัฏนครสวรรค์ปัจจุบันนี้) แต่การสร้างโรงเรียนต้องระงับลงเนื่องจาก พระยาอรรถกวีสุนทรย้ายไปเนื่องจาก มีการยุบมณฑลนครสวรรค์ อย่างไรก็ตามยังถือว่าบริเวณป่าสักเป็นของกระทรวงศึกษาธิการอยู่

ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2479 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย หลวงบุรกรรมโกวิท ได้ มาราชการที่จังหวัดนครสวรรค์ ขุนวิวรณ์สุขวิทยา จึงได้พูดปรารภกับจอมพล ป. พิบูลสงครามว่า โรงเรียนนครสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดหัวเมืองมีพื้นที่ คับแคบมาก ต้อง การย้ายมาอยู่ในบริเวณป่าสักเชิงเขากบ และได้รับการเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ขุนวิวรณ์สุขวิทยา จึงได้นำเรื่องเสนอ ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อ ของบประมาณก่อสร้าง ได้รับงบประมาณจำนวน 4 ล้านบาท ยังไม่ทันดำเนินการก็เกิดการปฏิวัติ ภายหลังขุนวิวรณ์สุขวิทยา นายอวยชัย ธนศรี ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมด้วยนายโชติ สุวรรณชิน ครู ใหญ่โรงเรียนนครสวรรค์ในขณะนั้น ได้ริเริ่มดำเนินการสร้างต่อ แต่เนื่องจากเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ประสงค์จะใช้ที่บริเวณนี้ก่อสร้างสวนสาธารณะ ผู้ ริเริ่มก่อสร้างโรงเรียน จึงประสานงานขอความร่วมมือจากศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้ปกครอง และประชาชนเรียกร้องด้วยการเขียนข้อความ และเดินขบวนอย่างสงบในตลาดปากน้ำโพ ขอ ใช้บริเวณป่าสักเป็นสถานที่ก่อสร้างโรงเรียน จนในที่สุดได้รับการอนุญาตจากทางราชการการก่อสร้างโรงเรียนครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้อนุมัติงบประมาณสร้างรั้วและบ้านพักครู จำนวน 2 หลัง เป็นเงิน 100,000 บาท

ต่อมาในปี พ.ศ. 2505 จึงอนุมัติงบประมาณ 800,000 บาท สร้างอาคารไม้ 2 ชั้น จังหวัดและกรรมการศึกษาพร้อมด้วยพ่อค้าประชาชน เห็นว่าควรสร้างอาคารเป็น ตึก จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ โดยมี นายสวัสดิวงศ์ ปฏิทัศน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานกกรมการ ร่วมกับอาจารย์โชติ สุวรรณชิน และผู้ใหญ่อีกหลายคน ได้ จัดหาเงินงบประมาณในการก่อสร้างจากผู้มีจิตศรัทธา ได้เงินจำนวน 600,000.00 บาท สมทบกับงบประมาณที่ได้รับก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกโดยทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2504 โดย มี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ โรงเรียนนครสวรรค์ในพื้นที่ใหม่และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบัน คือ เลขที่ 173 ถนนมาตุลี อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ทั้งหมด 38 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา มีอาจารย์โชติ สุวรรณชิน เป็นผู้บริหารโรงเรียนคนแรก และได้พัฒนามาเป็นลำดับ จน กระทั่งในปี พ.ศ. 2511 ได้เข้าโครงการโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประสม(คมส)รุ่นแรก เปิดทำการสอนทั้งวิชาสามัญและสายอาชีพ ให้นักเรียนเลือกเรียนตามความสนใจและความสามารถ ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 ได้ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 และในปี พ.ศ. 2524 ได้ใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงหลักสูตรใหม่ โรงเรียน ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนร่วมพัฒนาการใช้หลักสูตรในปี พ.ศ. 2531 โดยเริ่มใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2533 และหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533 ในปี พ.ศ. 2533 จนถึงปี พ.ศ. 2544 ในปี พ.ศ. 2545 ได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนแกนนำในการจัดทำและใช้หลักสูตรสถานศึกษาตาม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 นอกจากนั้นในปี พ.ศ. 2536 โรงเรียนได้รับคัดเลือกให้จัดการเรียนการสอน 2 โครงการ คือ โครงการลงทะเบียนเรียนตามเวลาและความสามารถในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ลบส.)โดย นักเรียนสามารถลือกลงทะเบียนเรียนให้จบหลักสูตรก่อน 3 ปี และโครงการส่งเสริมความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนมัธยม ศึกษาซึ่งกรมสามัญศึกษาคัดเลือกเขตการศึกษาละ 1 โรงเรียน ต่อ มาได้จัดให้มีการเรียนการสอนโครงการดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยรับนักเรียนที่มีความสามารถตามเกณฑ์เข้าเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปี พ.ศ 2545 ได้ รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนร่วมพัฒนาในการจัดทำ และใช้หลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกระทรวงศึกษาธิการ โดย ได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2545 เป็นต้นมา

ในปีการศึกษา 2552 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนแกนนำการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และในปีการศึกษา 2553 ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Spirit of ASEAN โดยให้จัดตั้งเป็นศูนย์อาเซียนศึกษาและโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานสากล

ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนนครสวรรค์[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 พระครูธรรมธิติวงศ์ พ.ศ. 2448-2451
2 พระครูสวรรค์นคราจารย์ พ.ศ. 2451-2456
3 ขุนบรรเจิดวิชาชาญ พ.ศ. 2456-2458
4 ขุนกุมาโรวาท พ.ศ. 2458-2462
5 ขุนเสขวุฒิศึกษา พ.ศ. 2462-2465
6 ขุนอภิรักษ์จรรยา พ.ศ. 2465-2470
7 นายสนิท มษามาน พ.ศ. 2470-2475
8 นายประเสริฐ เจริญโต พ.ศ. 2475-2477
9 นายเลื่อน วุฑฒยากร พ.ศ. 2477-2484
10 นายเทพ อินสุวรรณ พ.ศ. 2484-2485
11 นายถิ่น รัติกนก พ.ศ. 2485-2494
12 นายโชติ สุวรรณชิน พ.ศ. 2494-2509
13 นายสมบัติ แสงรุ่งเรือง พ.ศ. 2509-2514
14 นายภิรมย์ บุษยกุล พ.ศ. 2515-2519
15 นายอุเทน เจริญกูล พ.ศ. 2519-2523
16 นายชื่น ศรีสวัสดิ์ พ.ศ. 2523-2532
17 นายธีรพนธ์ กลางนภา พ.ศ. 2532-2539
18 นายเฉลิม หงษ์สัมฤทธิ์ พ.ศ. 2539-2542
19 นายวิวัฒน์ อนิวรรตกูล พ.ศ. 2543-2546
20 นางสาวบุบผา เสนาวิน พ.ศ. 2546-2553
21 นางสาวเพ็ญจรัส สิงห์ทอง พ.ศ. 2554-2556
22 ดร.วินัย ทองมั่น พ.ศ. 2557-2559
22 นายพันศักดิ์ ศรีทอง พ.ศ. 2560-2563
23 ดร.จงกล เดชปั้น พ.ศ. 2563-2566

แผนการเรียน[แก้]

มัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

  • ห้อง 1-5 โครงการดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก
  • ห้อง 6-12 แผนการเรียนปกติ

มัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

  • ห้อง 1-5 โครงการดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกเดิม
  • ห้อง 6-9 เรียนตามโครงการห้องเรียน พสวท.
  • ห้อง 10-12 สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 13 ศิลป์คำนวณ
  • ห้อง 14 MP Program
  • ห้อง 15 Laboratory (ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์)

คณะสี[แก้]

  1. ███ คณะศิวาลัย สีน้ำเงิน ห้อง 1,12,15
  2. ███ คณะเพชราวุธ สีชมพู ห้อง 2,11,13
  3. ███ คณะพิณทิพย์ สีเลือดหมู ห้อง 3,10,14
  4. ███ คณะตรีโลกนาถ สีฟ้า ห้อง 4,9
  5. ███ คณะนารายณ์ สีเขียว ห้อง 5,8
  6. ███ คณะเอราวัณ สีแสด ห้อง 6,7

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]