โรงเรียนสมุทรปราการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนสมุทรปราการ
ปญญา นรานํ รตนํ
ปัญญาเป็นแก้วของนรชน
498 ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Samutprakan School
อักษรย่อ ส.ป. (S.P.)
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
สถาปนา 18 กรกฎาคมพ.ศ. 2426

(134 ปี 66 วัน)

ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รหัส 1001110101 (ใหม่)
01110101 (เก่า)
ผู้อำนวยการ ชาญสินธุ์ กิจแสงทอง
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น
ประเทศจีน ภาษาจีน
ฝรั่งเศส ภาษาฝรั่งเศส(ยกเลิกแล้ว)

เนื้อที่ 17 ไร่
สี ██████ ฟ้า - เหลือง
เพลง
เพลงเทิดเกียรติ ส.ป.
ดอกไม้ ต้นประดู่อังสนา
เว็บไซต์

โรงเรียนสมุทรปราการ (อังกฤษ: Samutprakan School, อักษรย่อ: ส.ป., S.P.) โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จมาก่อตั้ง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 ปัจจุบันมีอายุ 134 ปี บนเนื้อที่ 17 ไร่ ประกอบด้วยอาคารเรียน 7 หลังเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ตั้งอยู่เลขที่ 498 ถนนสุขุมวิท ก.ม.27 ติด บิ๊กซี สมุทรปราการ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เดิมใช้รหัสสถานศึกษาเป็น 1001110101 ต่อมาเปลี่ยนเป็น 01110101 อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 (ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ) (สังกัดเดิมคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แต่เดิมโรงเรียนเป็นโรงเรียนชายล้วนมาก่อน ปัจจุบันเปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแบบสหศึกษา และเป็นโรงเรียนบุรุษประจำจังหวัดสมุทรปราการคู่กับโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ

ประวัติ[แก้]

ป้ายชื่อโรงเรียนสมุทรปราการในอดีต

โรงเรียนสมุทรปราการ ได้เริ่มทำการสอนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2426 และเมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสร็จลงมาตั้งโรงเรียนหนังสือไทยที่วัดกลาง เมืองสมุทรปราการ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงเรียนที่มีอยู่เดิมตามพระอารามหลวง โดยโรงเรียนหนังสือไทยที่วัดกลางจึงได้รับการจัดตั้งเป็น โรงเรียนวัดกลาง เมื่อปี พ.ศ. 2429[1] โดยจากหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือราชกิจจานุเบกษา และ ตำนานวัดกลาง อันเป็นจดหมายความทรงจำของ พระครูสุนทรสมุทร์ (จ้อย สุวัณณสโร) ที่ใช้เวลาในการรวบรวมมากว่า 20 ปี ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ ตลอดจน เอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับโรงเรียนวัดกลางเมืองสมุทรปราการ ไว้เป็นลำดับ ดังนี้

...ครั้น ณ ๑๔ ฯ  พุทธศักราช ๒๔๒๖ พระบรมวงศ์เธอกรมพระดำรงราชานุภาพครั้งยังดำรงพระยศเป็นพระองค์เจ้าดิศวรกุมารได้เสร็จลงมาตั้งโรงเรียนหนังสือไทยขึ้นที่วัดกลาง…

หน้าโรงเรียนสมุทรปราการในสมัยก่อน

ก่อตั้ง[แก้]

การมาตั้งโรงเรียนหนังสือไทยขึ้นที่วัดกลางเมืองสมุทรปราการนี้ พระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) ได้รับภาระเป็นผู้จัดการและอุปการะดูแลโรงเรียนโดยแข็งแรง และให้นายเชาว์ เป็นครูใหญ่ได้เริ่มการสอนนักเรียนที่ศาลาทำบุญกลางอาวาส

ครั้น ณ วันเสาร์แรม 9 ค่ำ เดือน 8 พ.ศ. 2427 พระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) ได้จัดจ้างอาจารย์มาสอนพระปริยัติธรรม แก่ภิกษุ สามเณร เพิ่มเติมอีก การศึกษาฝ่ายพระปริยัติธรรมและหนังสือไทยก็เจริญขึ้นตามลำดับ พระสงฆ์และ ไวยาวัจกรตลอดจนสับปุริสชน (ผู้มีจิตศรัทธา) ก็ได้มีความเลื่อมใสศรัทธาพากันช่วยปฏิสังขรณ์ พระอาราม ให้เจริญขึ้นอีกหลายแห่ง ตามตำนานของวัดกลางวรวิหารแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาพระราชทานผ้าพระกฐิน 2 ครั้ง ระหว่าง พ.ศ. 2424พ.ศ. 2427 ครั้งหนึ่ง และครั้งที่สอง พ.ศ. 2428

อีกครั้งหนึ่งในการเสด็จมาพระราชทานผ้าพระกฐินในครั้งที่สองนี้เมื่อวันเสาร์ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ. 2428 * (จ.ศ. 1247) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ซึ่งมีพระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) เป็นเจ้าอาวาส และตามบันทึกของคุณหลวงอารักษ์ดรุณพล (ม้วน บุรารักษ์) แจ้งว่า หลังจากพระราชทานผ้าพระกฐินแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทอดพระเนตรบริเวณวัดและโรงเรียนหนังสือไทย และทรงรับสั่งว่าเด็กนั่งพื้นสกปรก นาฬิกาสำหรับดูเวลาก็ไม่มีจึงทรงรับสั่งให้ขุนอไภย์ภาษี (หลวงจู้ม้า อัศวนนท์) มัคทายกของวัดกลาง ซึ่งมาเฝ้ารับเสด็จอยู่ ในขณะนั้น ให้นำเรือไปรับนาฬิกาปารีสกับโต๊ะเรียนที่พระราชทาน นาฬิกาปารีสและโต๊ะเรียนพระราชทานได้เก็บไว้ที่ โรงเรียนสมุทรปราการจนบัดนี้ หลังจากที่พระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) มรณภาพในปี พ.ศ. 2428 ทำให้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการว่างลง

พระธรรมถาวร เจ้าคณะฝ่ายใต้ วัดพระเชตุพน และพระยาวุฒิการบดี จางวางกรมสังฆการี กระทรวงธรรมการ ได้มีหนังสือมอบให้พระปลัด (จ้อย) รักษาการคณะสงฆ์และปกครองอาวาสแทนต่อไป จนกว่าจะมีเจ้าคณะมาปกครอง และทางด้านโรงเรียนหนังสือไทยนั้น พระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงมอบให้พระปลัด (จ้อย) เป็นผู้อุปการะดูแลจัดการต่อไป[2]

  • วันเสาร์ เดือนยี่ แรม 4 ค่ำ ปีระกา สัปตศก 1247 พ.ศ. 2428 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขอพระราชทานทำรายงานโรงเรียนขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อทรงทราบ ซึ่งเป็นรายงานฉบับที่ 2 ความตอนหนึ่งว่า “…ในรายงานฉบับก่อนมีโรงเรียน 23 แห่ง , อาจารย์ 54 คน , นักเรียน 1,363 คน ล่วงมาจนถึงเวลานี้มีโรงเรียนทั้งสิ้น 28 แห่ง , อาจารย์ 73 คน , นักเรียน 1,955 คน

มากกว่าในรายงานครั้งก่อน คือ โรงเรียน 5 แห่ง , อาจารย์ 19 คน , นักเรียน 590 คน ซึ่งในจำนวน 5 แห่งนี้ มีแขวงเมืองสมุทรปราการรวมอยู่ด้วยแห่งหนึ่ง มีจำนวนนักเรียน 60 คน ดังตัวอย่างของแผนกการศึกษาถึงจำนวน ครู นักเรียน ในเดือน 2-3-4

พัฒนา[แก้]

นาฬิกาและโต๊ะเรียนพระราชทาน

พ.ศ. 2428 ความทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมี พระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศแก่พระบรมวงศานุวงศ์และทวยราษฎร์ทั้งหลายทราบว่า พระองค์ทรงมีพระราชดำริเห็นว่า การวิชาหนังสือ เป็นต้นเค้าของวิชาความรู้ทั้งปวง สมควรที่จะทะนุบำรุงให้เจริญ รุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปเพราะคนในพื้นบ้านเมืองสยาม ของเราไม่รู้หนังสือไทย ยังมีอีกมากที่พอรู้อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่ถูกถ้วนนั้นก็มีมาก เพราะโรงเรียนที่สอนวิชา ตามแบบหลวงยังมีน้อยอีกทั้งมีพระประสงค์จะให้พระบรมวงศานุวงศ์และทวยราษฎร์ทั้งปวงได้เล่าเรียนหนังสือไทยโดยละเอียดตามแบบที่ถูกต้อง จึงสละราชทรัพย์ออกตั้งโรงเรียนและจ้างครูสอนทำนุบำรุงการเล่าเรียน สิ้นพระราชทรัพย์เป็นอันมาก และยังมีพระราชดำริ จะให้ตั้งโรงเรียนตามพระอารามหลวงทุก ๆ พระอารามทำให้ประชาชนตื่นเล่าลือกันว่า ที่โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้ง โรงเรียนนั้น เพราะพระราชประสงค์จะเก็บเด็กนักเรียนเป็นทหาร

ความทราบใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาท จึงประกาศ ณ วันศุกร์ เดือน 6 แรม 3 ค่ำ ปีระกา สัปตศก พ.ศ. 2428 ว่า “…อย่าให้ผู้ใดพลอยตื่นเต้นเชื่อฟังคำเล่าลือเป็นอันขาด คนที่ชักชวนเป็นทหารก็มีอยู่พวกหนึ่งต่างหาก ไม่ต้องตั้งโรงเรียนเกลี้ยกล่อมเด็กมาเป็นทหารเลย อนึ่ง เด็กทั้งปวงนี้ก็ล้วนเป็นบุตรหลานไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินสิ้นด้วยกัน ถ้าจะเก็บเอามาเป็นทหารเสียตรง ๆ นั้นจะไม่ได้หรือ จะต้องตั้งโรงเรียนเกลี้ยกล่อมให้ลำบากและเปลือง พระราชทรัพย์ด้วยเหตุใดถ้อยคำของคนหล่านั้นใคร ๆ ไม่ควรเชื่อ ใครมีบุตรหลานอยากให้ได้เล่าเรียนมีวิชาก็ส่งเข้าเรียนได้ อย่าได้คิด หวาดหวั่น” และด้วยความพยายามของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้ายู่หัว ที่จะตั้งโรงเรียนให้แก่ประชาชนได้เล่าเรียนโดยทั่วกัน ในปี พ.ศ. 2429 จึงได้ตั้งโรงเรียนที่มีอยู่เดิมสำเร็จ 30 แห่ง คือ ในพระนคร 17 โรง , กรุงเก่า 5 โรง , อ่างทอง 2 โรง , ลพบุรี 1 โรง , อุทัยธานี 1 โรง , นครปฐม 1 โรง , ราชบุรี 1 โรง , เพชรบุรี 1 โรง และ วัดกลางเมืองสมุทรปราการ 1 โรง ให้วัฒนาถาวรขึ้นกว่าแต่ก่อนครั้นถึง

พ.ศ. 2434 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตั้งกรมศึกษาธิการขึ้นในกระทรวง ธรรมการ ก็เพราะมีพระราชประสงค ์จะจัดการศึกษาเล่าเรียนให้แพร่หลายออกไป อีกทั้งจำนวนนักเรียนโดยประมาณชั้นสูงเพียง 201 คน โรงเรียนภาษาอังกฤษ 206 คน โรงเรียนสามัญซึ่งตั้งในพระอารามต่างๆ ทั่วในพระนครและหัวเมืองรวม 51 ตำบล มีนักเรียน 2,360 คน โรงเรียนเชลยศักดิ์ 46 โรง นักเรียน 827 คน ยังเป็นการน้อยนักไม่สมดังพระประสงค์ ประกอบกับศิษย์วัดมักจะไม่ได้มาเรียน ถึงแม้จะให้มาเรียนก็ให้มาแต่น้อย จะมีก็แต่เด็กชาวบ้านที่บิดา มารดา ยอมสมัครให้มาเรียนเสียโดยมาก แต่เด็กเหล่านี้บ้างก็มา บ้างก็ไม่มา บางทีก็เลิกเรียนเสียทีเดียว ทำให้ไม่เป็นการแน่นอน จึงเป็นเหตุให้จำนวนนักเรียนน้อยไป จึงเป็นการสมควรที่จะจัดการแก้ไขให้การศึกษาหนังสือไทยแพร่หลายออกไป เพื่อให้ประชาราษฎร์ได้รับประโยชน์การเล่าเรียนเต็มบริบูรณ์ทั่วหน้ากัน[3]

  • พ.ศ. 2435 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานกระทรวงธรรมการ จัดการศึกษาให้เป็นแบบแผน โดยแบ่งการเล่าเรียนเป็นลำดับชั้น บรรดาการเล่าเรียนในชั้นแรกเรียกว่า มูลศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ
  • โรงเรียนมูลสามัญชั้นต่ำ ให้สอนเพียง เขียน อ่าน คิดเลข 4 แม่ (บวก ลบ คูณ หาร)
  • โรงเรียนมูลสามัญชั้นสูง ให้สอน เขียน อ่าน แต่งข้อความ ไวยากรณ์ คิดเลข พระราชพงศาวดาร ภูมิศาสตร์ วิทยาการตามแบบเรียน เป็นต้น

จากหลักฐาน“แจ้งความกระทรวงธรรมการแผนกศึกษาธิการ” ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 12 หน้า 270-271 ความว่า ด้วยโรงเรียนมูลศึกษาวัดกลางเมืองสมุทรปราการ ได้เปิดทำการสอนมาหลายปี แต่ผู้บำรุง (ผู้อุปการะ) และครูได้บอกลาจากการในโรงเรียน ต่อมาภายหลังท่านพระครูสุนทรสมุทร์ เจ้าคณะใหญ่ ได้ชักชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ตั้งพิธีเปิดโรงเรียน เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2438 (ร.ศ. 114) เวลาบ่าย 3 โมงเศษ พระสงฆ์ถานานุกรม 95 รูป เจริญพระพุทธมนต์ รุ่งขึ้นวันที่ 4 ทายกถวายอาหารบิณฑบาตรแล้ว พระครูสุนทรสมุทร์ได้จัดให้ นายบุตร นักเรียนประโยค 1 เป็นครู เริ่มลงมือสอนตั้งแต่ 3 โมงเช้าเป็นต้นไป

มีนักเรียนในคราวแรกนี้ 54 คน มีบรรดาทายกผู้ลงชื่อรับบำรุงทุกเดือน 19 คน ได้เงินเดือนละ 26 บาท 3 สลึงถ้วน ต่อมานายบุตร อาจารย์โรงเรียนวัดกลางเมืองสมุทรปราการ ได้ยื่นรายงานถึง พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ อธิบดีกรมศึกษาธิการ ว่า พระครูสุนทรสมุทร์ ผู้อุปการะได้มอบหนังสือแบบเรียนเร็วเล่ม 1 จำนวน 5 เล่ม , กระดานชนวนศิลา 48 แผ่น , พระปลัดจ้อย ให้โต๊ะกลม 1 โต๊ะ , เก้าอี้ 1 ตัว , ท่านพระยาสมุทรบุรารักษ์ ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรปราการ ให้เงิน 16 บาท , นายบุตร อาจารย์ให้หนังสือแบบเรียนเร็วเล่ม 1 จำนวน 5 เล่ม , เลขวิธีที่ 1 จำนวน 5 เล่ม , เลขวิธีที่ 2 จำนวน 5 เล่ม , กระดานชนวนศิลา 9 แผ่น , กระดาษฝรั่งมีไม้บรรทัด 15 โหล , หมึกดำ 6 ขวด , ปากกา 1 หีบ , ด้ามปากกา 6 ด้าม ระหว่างเวลาที่ล่วงเลยมา การศึกษาหนังสือไทยก็ได้เล่าเรียนยู่ที่ศาลากลางอาวาสเจริญเป็นลำดับมา

หลวงอารักษ์ดรุณพล (ม้วน บุรารักษ์) ได้เป็นครูใหญ่วัดกลางนี้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2444 และในปีเดียวกันพระปลัดจ้อย ผู้ปกครองวัดได้จัดการสร้างสถานที่เรียนหนังสือไทยขึ้นแห่งหนึ่งในที่ดินของวัดด้านทิศตะวันออก พระสาสนโสภณ (อ่อน) เจ้าคณะมณฑลกรุงเทพ ฯ ให้นามว่า “โรงเรียนสุนทรสมุทร์ที่ 5”[4] ต่อมาปี พ.ศ. 2445 พระปลัดจ้อย ได้จัดตั้งการศึกษาสำหรับสตรีขึ้น อาศัยโรงมหรสพเรียนเป็นการชั่วคราว โดยมีนายอยู่เป็นครูคนแรก ต่อมาพระปลัดจ้อยได้รับพระราชทานสัญญาบัตร สมณศักดิ์ เป็นพระครูสุนทรสมุทร์ และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดกลางก็ได้จัดการบำรุงการศึกษาพระปริยัติธรรมและฝ่ายหนังสือไทยเจริญแพร่หลายเป็นลำดับ

  • พ.ศ. 2459 นายประยงค์ พันธุบรรยงค์ ได้รับแต่งตั้งเป็นครูใหญ่แทนหลวงอารักษ์ ดรุณพล ที่ถูกแต่งตั้งไปเป็นธรรมการจังหวัดสมุทรปราการ
  • พ.ศ. 2460 กระทรวงธรรมการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนวัดกลางเป็น “โรงเรียนมัธยมวัดกลาง” และในปีนี้เองที่ได้ขยายโรงเรียนมัธยมวัดกลางขึ้นอีกแห่งหนึ่ง โดยย้าย ม.1 – 2 จากวัดกลางมาเรียนที่อาคารเรือนแสงเฮี๊ยะ ซึ่งอาศัยที่ดินของวัดพิชัยสงคราม (วัดนอก) เป็นที่ก่อสร้างพ.ศ. 2465 ขุนอภิรักษ์จรรยา (เปรื่อง ก้องสมุทร) เป็นครูใหญ่และเฉพาะที่วัดกลางก็เริ่มชั้นมัธยมปีที่ 6 เป็นปีแรก
  • พ.ศ. 2475 ได้ย้ายโรงเรียนหญิงจากโรงเรียนสมุทรสตรีที่วัดกลางมาเรียนที่อาคารแสงเฮี๊ยะ ส่วนนักเรียนชายที่เรียนอยู่เดิมให้กลับไปเรียนที่วัดกลาง
  • พ.ศ. 2476 ทางจังหวัดได้พิจารณาเห็นว่า สถานที่เดิมของวัดกลางก็เต็มขยายไม่ออกเด็กต้องแยกย้ายกันเรียนหลายแห่ง ไม่สะดวกในการควบคุมจึงรายงานต่อกระทรวงศึกษาธิการขอยุบชั้นประถม
  • พ.ศ. 2477 นักเรียนสตรีที่เรียนจบชั้นมัธยมต้นไม่มีที่เรียนต่อ จึงขออนุญาตกระทรวง ศึกษาธิการเข้าเรียนรวมกัน กับนักเรียนชายแบบสหศึกษา
  • พ.ศ. 2478 การศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาวัดกลางเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วปัญหาเรื่องที่เรียนไม่พอ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเงิน 1,000 บาทมาสมทบกับคณะกรรมการดำเนินงานหาทุนสร้างอาคารเรียนเอกเทศได้เงินทั้งสิ้น 13,000 บาท และสร้างแล้วเสร็จปลายปี พ.ศ. 2479

ต่อมาทางจังหวัดได้ทำรายงานเสนอกระทรวงศึกษาธิการขอเงินการกุศลมาสร้างอาคารเรียนเอกเทศหลังที่ 2 ในที่สุสานของวัดแต่มีเงินจำกัด การก่อสร้างไม่เต็มรูปแบบที่ขอไป ทางโรงเรียนจึงหาเงินมาสมทบสร้างจนแล้วเสร็จ [5]

  • พ.ศ. 2496 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศเปลี่ยนชื่อโรงเรียนรัฐบาลทั่วราชอาณาจักร โดยให้มีชื่อจังหวัดที่ตั้งของโรงเรียนต่อท้ายโรงเรียนมัธยมวัดกลางจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น“โรงเรียนสมุทรปราการ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา[6]
ธงโรงเรียนและธงชาติ

แม้กระทรวงศึกษาอนุมัติเงินงบประมาณให้จัดสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมเพียงไรก็ตาม ก็ยังไม่พอแก่จำนวนเด็กเรียนอยู่นั่นเอง ประกอบกับที่วัดไม่มีที่จะสร้างได้อีก ในที่สุดอนุมัติเงินการกุศลจำนวน 400,000 บาท สำหรับซื้อที่ดินบริเวณริมถนนสุขุมวิท ในเนื้อที่ 17 ไร่ เมื่อปี พ.ศ. 2498 หลังจากซื้อที่ดินแล้วประมาณ 10ปีเศษต่อมา กระทรวงศึกษาธิการได้จัดเงินเป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียนจำนวนเงิน 2,000,000 บาท เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ขนาด 18 ห้องเรียน และสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2511 พร้อมทั้งได้สร้างสาธารณูปโภคอื่นๆอีก และในเดือนกันยายน ปีเดียวกันนี้เองก็ได้ย้ายนักเรียนจากวัดกลางมาเรียนยังสถานที่ ที่ได้ก่อสร้างขึ้นใหม่ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

  • พ.ศ. 2511 กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณเป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น ขนาด 5.9 x 40.5 ตารางเมตร 8 ห้องเรียน เป็นเงิน 800,000 บาท สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2512
  • พ.ศ. 2513 กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณเป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้นขนาด 9.5 x 72ตารางเมตร จำนวน 18 ห้องเรียน เป็นเงิน 200,000 บาท สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2514
  • พ.ศ. 2515 กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณ เป็นค่าก่อสร้างอาคารเกษตรขนาด 10 x 24.50ตารางเมตร 2 หน่วย เป็นเงิน 200,000 บาท
  • พ.ศ. 2518 ได้รับงบประมาณจากโครงการพัฒนาโรงเรียนมัธยมส่วนภูมิภาค เป็นค่าก่อสร้างอาคารวิทยาศาสตร์ ขนาด 10 x 85 ตารางเมตร จำนวน 12 ห้องเรียน และอาคารอุตสาหกรรมศิลป์ ขนาด 10 x 50 ตารางเมตร จำนวน 6 หน่วย รวมเป็นเงิน 9,671,600 บาท สร้างเสร็จเมื่อ 1 ตุลาคม 2519
  • พ.ศ. 2519 ชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสมุทรปราการ ได้สร้างอาคารชั่วคราวให้โรงเรียนเพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนพลานามัยให้ 1 หลัง เป็นเงิน 5,500 บาท
  • พ.ศ. 2525 กรมสามัญศึกษาได้อนุมัติงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ 4 ชั้น 15 ห้องเรียน ชั้นล่างเป็นห้องประชุมโรงอาหาร 1 หลัง เป็นเงิน 7,856,000 บาท


  • พ.ศ. 2528 ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและจากการจัดกิจกรรมเดินการกุศลเป็นเงิน 120,000 บาท สร้างอาคารเพิ่มเติมอีก 1 หลังให้เพียงพอแก่จำนวนนักเรียน ให้มีที่นั่งรับประทานอาหารขนาดกว้าง 17 เมตร และยาว 40 เมตร ขนานกับโรงอาหารเดิม
  • พ.ศ. 2530 โรงเรียนสมุทรปราการ ได้รับบริจาคจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสมุทรปราการ ชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสมุทรปราการ รวมเป็นเงิน 335,000 บาท และบริษัทกระเบื้องโอฬารมอบกระเบื้องมุงหลังคาให้ทั้งหมด สมทบเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียนอีก 315,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท เพื่อการก่อสร้างอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นเรือนพยาบาล ชั้นบนเป็นห้องจริยธรรม ลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 เมื่อสร้างเสร็จแล้วเรียบร้อยแล้วใช้ชื่อว่า “อาคารอนุสรณ์ 100 ปี” เมื่อ พ.ศ. 2529
  • พ.ศ. 2531 โรงเรียนสมุทรปราการได้รับเงินบริจาคจากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสมุทรปราการ จำนวน 80,000 บาท และสมทบด้วยเงินบำรุงการศึกษาจำนวน 52,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 162,400 บาท เพื่อทำการก่อสร้างเรือน ประชาสัมพันธ์โรงเรียนสมุทรปราการ
  • ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2533พ.ศ. 2534 กรมสามัญศึกษาได้อนุมัติงบประมาณสร้างอาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นชั้นรับประทานอาหาร ชั้นที่สองเป็นห้องฝึกงานเกษตรและโสตทัศนศึกษา ชั้นที่ 3 เป็นห้องประชุมและพลศึกษา เป็นจำนวน 9,975,000 บาท

ปีการศึกษา 2536 ส.ส.นายแพทย์วัลลภ ยังตรง จัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดให้ 400,000 บาท เพื่อปรับปรุงถนนในโรงเรียนขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 200 เมตร หนา 0.12 เมตรและ ส.ส.ประเสริฐ สุขวัฒน์ จัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดให้ 105,450 บาท เพื่อปรับปรุงระบบเสียงภายในโรงเรียน

ปีการศึกษา 2537 ส.ส.นายแพทย์วัลลภ ยังตรง จัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดให้อีก 450,000 บาท เพื่อปรับปรุงถนนภายในโรงเรียนเพิ่มเติม ขนาด 5 เมตร ยาว 220 เมตร หนา 0.12 เมตร

จังหวัดสมุทรปราการอนุมัติงบพัฒนาจังหวัด จัดซื้อถังน้ำสแตนเลส ขนาด 1,100 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 10 ชุด มูลค่า 81,000 บาท เพื่อปรับปรุงน้ำดื่ม น้ำใช้ภายในโรงเรียนสมุทรปราการ ปีการศึกษา 2539 ส.ส.สนิท กุลเจริญ จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด ปรับปรุงประตูทางเข้าโรงเรียน 2 ประตู มูลค่า 135,000 บาท

ส.ส.นายแพทย์วัลลภ ยังตรง จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด ฯ จัดซื้อโต๊ะเพื่อใช้ในห้องประชุมใหญ่ มูลค่า 428,000 บาท

ส.ส.พรรคชาติไทย จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด ฯ ปรับปรุงสนามอเนกประสงค์ มูลค่า 949,500 บาท

ปีงบประมาณ 2540 ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียนอเนกประสงค์ 6 ชั้น งบประมาณ ผูกพันปี 2541 และ2542 มูลค่า 35,990,000 บาท [7]

  • โดยเมื่อปีพ.ศ. 2526โรงเรียนสมุทรปราการได้มีการสถาปณาครบรอบ 100 ปี
โรงเรียนสมุทรปราการถ่ายจากอัฒจรรย์นอกสุด

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

ตราสัญญาลักษณ์ของโรงเรียนสมุทรปราการ

ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน รูปพระสมุทรเจดีย์เปล่งรัศมีซ้อนอยู่กับโบสถ์ ใต้พระสมุทรเจดีย์เป็นอักษรย่อของโรงเรียนสมุทรปราการ (ส.ป.) ด้านล่างเป็นแถบผ้าระบายมีคติพจน์ประจำโรงเรียน

อักษรย่อ

ส.ป.

ปรัชญา

รักโรงเรียน เพียรทำดี

คติธรรม

ปญฺญา นรานํ รตนํ แปลว่า ปัญญาเป็นแก้วของนรชน

สีประจำโรงเรียน
  • ███ สีฟ้า
  • ███ สีเหลือง
พระพุทธรูปประจำโรงเรียน

พระสมุทรปัญโญ

ต้นไม้ประจำโรงเรียน

ต้นประดู่อังสนา

เพลงประจำโรงเรียน

เทิดเกียรติ สมุทรปราการ

รายนามผู้บริหารในอดีตถึงปัจจุบันของโรงเรียนสมุทรปราการ[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 นายเชาว์ พ.ศ. 2428 - 2433
2 นายสุ่น พ.ศ. 2433 - 2438
3 นายบุศย์ พ.ศ. 2438 - 2444
4 หลวงอารักษ์ดรุณพล พ.ศ. 2444 - 2458
5 ขุนคุรุกิจพิจารณ์ พ.ศ. 2458 - 2461
6 ขุนอภิรักษ์จรรยา พ.ศ. 2461 - 2464
7 นายแสวง เรือนจำเนียร พ.ศ. 2464 - 2467
8 นายสว่าง เรือนจำเนียร พ.ศ. 2467 - 2481
9 นายจำลอง สง่ามั่งคั่ง พ.ศ. 2481 - 2483
10 นายเทพ เวชพงศ์ พ.ศ. 2484 - 2485
11 นายฟู พุทธินันท์ พ.ศ. 2486 - 2488
12 นายเทพ อินสุวรรณ พ.ศ. 2488 - 2490
13 นายจำนง แสงสว่าง พ.ศ. 2490 - 2496
14 นายสระ เหลืองอรุณ พ.ศ. 2696 - 2510
15 นายสงบ นันทกิจ พ.ศ. 2510 - 2511
16 นายสุวรรณ จันทร์สม พ.ศ. 2511 - 2513
17 นายลพ ชูแข พ.ศ. 2513 - 2516
18 นายบรรจบ เสริมทอง พ.ศ. 2516 - 2528
19 นายบุญเปี่ยม เวชรักษ์ พ.ศ. 2528 - 2532
20 นายบรรเลง รอดแดง พ.ศ. 2532 - 2539
21 นายสันติ คงทน พ.ศ. 2539 - 2542
22 นายสำอาง คำหริ่ม พ.ศ. 2542 - 2543
23 นายสมบัติ คุ้มภู พ.ศ. 2543 - 2544
24 นายอดุล อนุชปรีดา พ.ศ. 2544 - 2548
25 นางปลื้มจิตร สถาพรดำรงค์ พ.ศ. 2549 - 2551
26 นายสุรัต อัตนวานิช พ.ศ. 2551 - 2556
27 นายชาญสินธุ์ กิจแสงทอง พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน

การศึกษา[แก้]

  • โรงเรียนสมุทรปราการเปิดให้การศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6

การรับบุคคลเข้าศึกษา[แก้]

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1[แก้]

  • ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า
  • การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา ใช้การสอบคัดเลือก โดยผู้มีสิทธิเข้าศึกษาจะเข้ารับการทดสอบทางวิชาการในสาขาวิชาและตามวัน เวลา และพฤติการณ์ที่โรงเรียนกำหนด เครื่องมือในการทดสอบนั้นโรงเรียนจัดทำขึ้นตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
  • โดยจะมีการสอบ 2 รอบคือ สอบรอบGifted(หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง สสวทและ สอวน ),Mini English Program และ รอบปกติ

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4[แก้]

  • ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในระดับนี้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า
  • การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา มี2วิธีคือ
    • นักเรียนเดิมของโรงเรียนมีสิทธิสมัครโควต้าเพื่อเรียนต่อมัธยมศึกษาปีที่4
    • นักเรียนทั่วไป : ใช้วิธีการสอบคัดเลือก

การสำเร็จการศึกษา[แก้]

ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จะได้รับอนุมัติประกาศนียบัตรรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จะได้ประกาศนียบัตรรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

แผนการเรียนของโรงเรียนสมุทรปราการ[แก้]

  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) มีทั้งหมด 3 แผนการเรียน คือ
    • แผนการเรียนGifted(หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง สสวทและ สอวน )
    • แผนการเรียนMini English Program
    • แผนการเรียนปกติ
  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) มีทั้งหมด 8 แผนการเรียน คือ
    • แผนการเรียนวิทย์-คณิต
    • แผนการเรียนศิลป์-คณิต
    • แผนการเรียนGifted(หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทางสสวทและ สอวน )
    • แผนการเรียนMini English Program
    • แผนการเรียนศิลป์ภาษาอังกฤษ
    • แผนการเรียนศิลป์ภาษาจีน
    • แผนการเรียนศิลป์ภาษาญี่ปุ่น
    • แผนการเรียนธุรกิจ
    • แผนการเรียนเกษตร-อุตสาหกรรม(ยกเลิกแล้ว)(ปัจจุบัน ยังคงดำเนินการสอนในรุ่น 132)
    • แผนการเรียนวิทย์-คณิต-คอม

เกียรติประวัติ[แก้]

พ.ศ. 2551
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2551
พ.ศ. 2552
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2552
พ.ศ. 2553
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2553
พ.ศ. 2554
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2554[8]
พ.ศ. 2555
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2555
  • ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการแข่งขันโต้สาระวาทีรูปแบบรัฐสภาเอเชีย จัดโดยมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเปิดชมรม และศูนย์เพื่อนใจทูบีนัมเบอร์วัน ที่โรงเรียนสมุทรปราการ[9]
พ.ศ. 2556
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2556[10]
  • รางวัลหนึ่งแสนครูดีมีคุณครูโรงเรียนสมุทรปราการ ได้รับรางวัล 29 ท่าน
พ.ศ. 2557
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2557[11]
พ.ศ. 2558
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2558[12]
  • รางวัลชนะเลิศ แข่งขันวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 35 ประเภท ค. ปี 2559 [13]
  • รางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลนักเรียน กรมพลศึกษา ประจำปี 2559 ประเภททั่วไป รุ่นอายุไม่เกิน16ปี [14]
พ.ศ. 2559
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2559[15]
  • รางวันรองชนะเลิศอันดับที่1 การแข่งขันสภานักเรียนในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้งที่ 66 และไปเป็นตัวแทนภาคกลางและภาคตะวันออกในการแข่งระดับชาติ[16]
  • ได้อันดับที่ 11 เกียรติบัตรรางวัลระดับเหรียญทอง ในการแข่งขันสภานักเรียนในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 66 ในฐานะตัวแทนภาคกลางและภาคตะวันออก [17]
พ.ศ. 2560
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2560[18]

อาคารและหน่วยงานภายในโรงเรียนสมุทรปราการ[แก้]

อาคาร[แก้]

อาคารเก่า
อาคาร2โรงเรียนสมุทรปราการ(อาคารในอดีต)
  • อาคาร1 เป็นอาคารไม้ 3 ชั้นประกอบด้วย
    • ชั้น1 ห้องประชุมศรีสมบูรณ์,ห้องธุรการ,ห้องบริหารการเงิน,บริหารต่างๆ
    • ชั้น2 ทั้งชั้นเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์และห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้คอมพิวเตอร์
    • ชั้น3 ทั้งชั้นเป็นห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • อาคาร2 อาคารเฉลิมฉลองครบ 100 ปีโรงเรียนสมุทรปราการ (อาคารไม้ 2 ชั้นในอดีต ปัจจุบันรื้อถอนเพื่อสร้างอาคาร 2 ใหม่)
  • อาคาร2(อาคารใหม่)เป็นอาคารคอนกรีต 7 ชั้นประกอบด้วย
    • ชั้น1 โรงอาหาร
    • ชั้น2 ห้องพละ ห้องอาเซียน และห้องแนะแนว
    • ชั้น3 ห้องเรียนและห้องพักครูอาจารย์คณิตศาสตร์
    • ชั้น4 ห้องเรียน
    • ชั้น5 ห้องเรียน
    • ชั้น6 ห้องประชุม และห้องนันทนาการ
    • ชั้น7 ดานฟ้า
  • อาคาร3 เป็นอาคารไม้ 3 ชั้นประกอบด้วย
    • ชั้น1 เป็นห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา, ห้องปกครอง (สำนักงานกลุ่มงานบริหารงานบุคคล), ห้องกรรมการนักเรียน (ปัจจุบันย้ายไปอาคาร 4), ห้องพัสดุ, ห้องงานอาคารและสถานที่
    • ชั้น2แชั้น3เป็นห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
  • อาคาร4 เป็นอาคารคอนกรีต
    • ชั้น1 เป็นสถานที่นั้งเล่นของนักเรียน และสถานที่ฝึกซ้อมชมรมยูโด
    • ชั้น2 ห้องเรียนเกษตรอุตสาหกรรมห้องประชุมโสตทัศนศึกษา 1-2
    • ชั้น3 ห้องประชุมทองนิรมล (ห้องประชุมใหญ่)
  • อาคาร5 อาคารคอนกรีต 4 ชั้น
    • ชั้น1 เป็นห้องสำนักงานผู้อำนวยการผู้อำนวยการ,ห้องสมุด
    • ชั้น2 ห้องทดลอง ห้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ บ้างส่วนเป็นห้องพิมพ์ดีด
    • ชั้น3 ห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
    • ชั้น4 ห้องวงโยธวธิต,ห้องดนตรีไทย,ห้องเรียน
อาคาร6โรงเรียนสมุทรปราการปี2557
  • อาคาร6 อาคารคอนกรีตสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 มี 6 ชั้น
    • ชั้น1 ห้องเรียนอุตสาหกรรม,ห้องเรียนสีเขียว,ห้องพักครู
    • ชั้น2 ห้องเรียนอุตสาหกรรม ห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานพื้นฐานอาชีพ ,ห้องเรียนเทคโนโลยีสารสนเทศ,ห้องเขียนแบบ
    • ชั้น3 ห้องเรียนของหมวดวิทยาศาสตร์บางส่วน
    • ชั้น4 ห้องเรียนธรรมดา
    • ชั้น5 ห้องเรียนของหมวดภาษาไทย
    • ชั้น6 ห้องเรียนประจำของนักเรียน Gifted
  • อาคาร7 อาคารคอนกรีต 4 ชั้น
    • ชั้น1 โรงอาหาร สหกรณ์
    • ชั้น2-3 ห้องเรียนของหมวดภาษาต่างประเทศทั้งภาษาจีน,อังกฤษ,ญี่ปุ่น
    • ชั้น3-4 ห้องเรียนประจำของนักเรียน MEP
  • ห้องน้ำนักเรียนชาย
  • ห้องน้ำนักเรียนหญิง
  • อาคารประชาสัมพันธ์

องค์กรภายในโรงเรียน[แก้]

กิจกรรมและประเพณีภายในโรงเรียน[แก้]

  • กิจกรรมกีฬาสีภายใน
  • ██ คณะ 1 คณะนารายณ์ปราบศึก (สีน้ำเงิน) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 1 และ 12
  • ██ คณะ 2 คณะจักรกรด (สีแสด) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 2 และ 11
  • ██ คณะ 3 คณะกายสิทธ์ (สีเขียว) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 3 และ 10
  • ██ คณะ 4 คณะเสือซ่อนเล็บ (สีแดง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 4 และ 9
  • ██ คณะ 5 คณะปราการ (สีชมพู) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 5 และ 8
  • ██ คณะ 6คณะตรีเพชร (สีม่วง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 6 และ 7
  • งานทำบุญคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน
  • พิธีประดับเข็มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
  • กิจกรรมดอกประดู่บาน
    • กิจกรรมประดู่บานเป็นการบอกลารุ่นพี่ม.3และม.6ของแต่ละรุ่นซึ่งจะจบการศึกษาจากโรงเรียนสมุทรปราการ
  • กิจกรรมห้องเรียนสีเขียว
งานกิจกรรมประดู่บานของรุ่น127
  • กิจกรรมปลูกป่าชายเลน
  • กิจกรรมเข้าชมงานวิทยาศาสตร์ ไบเทค-บางนา
  • กิจกรรมวันวิชาการ
  • กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์
  • กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ
  • กิจกรรม to be number one
  • กิจกรรมลองดีลองดู
    • การแข่งขันโฟลค์ซอง ม.ต้น
    • การแข้งขันโฟลค์ซอง ม.ปลาย
    • การแข่งขันฟุตซอล ม.ต้น
    • การแข่งขันฟุตซอล ม.ปลาย
  • กิจกรรมสานสัมพันธ์สตรี-สป

สถานที่ตั้งของโรงเรียน[แก้]

แผนที่โรงเรียนสมุทรปราการ
  • สถานที่ตั้ง
    • เลขที่ 498 ถ.สุขุมวิท (กม.27) ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ. สมุทรปราการเนื้อที่ ทั้งหมด 17 ไร่
  • แผนที่

สถานที่รอบๆโรงเรียนสมุทรปราการ[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือรุ่น 129
  • วารสารร่มฟ้าเหลือ 56-57
  • วารสารร่มฟ้าเหลือ 55-56
  1. ประวัติโรงเรียน
  2. ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่1
  3. ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่2
  4. ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่3
  5. ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่4
  6. ประวัติการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
  7. ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่5
  8. http://www.obec.go.th/sites/obec.go.th/files/document/attachment/4164/40138.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2554
  9. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังโรงเรียนสมุทรปราการ
  10. http://www.sesao8.go.th/file/2012-12-06_01.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2556
  11. http://www.korat7.go.th/web/images/stories/01-57/227.pdf?e1a5ed8408d7cd9dfd4e6ed5108ec95d=bf934e39ee54ad550be3e7ff8eca8299 โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2557
  12. http://www.mathayom9.go.th/webspm9/data/student58/student05.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2558
  13. รางวัลชนะเลิศ แข่งขันวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานพระเทพฯ ครั้งที่35 ทุกประเภท
  14. รางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลนักเรียน กรมพลศึกษา ประจำปี 2559 ประเภททั่วไป ทุกรุ่น
  15. http://www.nmrsw2.ac.th/St2558/St2559/racing-matyom59.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2559
  16. งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้งที่ 66 ประจำปีการศึกษา 2559 สังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ที่จังหวัดจันทบุรีระหว่าง วันที่ 16-18 ธันวาคม พ.ศ. 2559
  17. งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 66 ประจำปีการศึกษา 2559 วันที่ 29-31 มกราคม พ.ศ. 2559
  18. http://plan.bopp-obec.info/tmp/upload/2016-09-21-12-31-36.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2560

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°35′09″N 100°36′24″E / 13.585889°N 100.606739°E / 13.585889; 100.606739