โรงเรียนสมุทรปราการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
โรงเรียนสมุทรปราการ
ปญญา นรานํ รตนํ
ปัญญาเป็นแก้วของนรชน
498 ถนนสุขุมวิท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Samutprakan School
อักษรย่อ ส.ป. (S.P.)
ประเภท โรงเรียนรัฐบาล
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
สถาปนา 18 กรกฎาคมพ.ศ. 2426

(135 ปี 213 วัน)

ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รหัส 1001110101 (ใหม่)
01110101 (เก่า)
ผู้อำนวยการ ไพรัตน์ ก้อนทองคำ
จำนวนนักเรียน 3,259 คน ปีการศึกษา 2561[1]
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น (เลือกเรียน)
ประเทศจีน ภาษาจีน (เลือกเรียน)
ฝรั่งเศส ภาษาฝรั่งเศส (ยกเลิกแล้ว)

เนื้อที่ 17 ไร่
สี ██████ ฟ้า - เหลือง
เพลง
    เพลงเทิดเกียรติ ส.ป.
ดอกไม้ ต้นประดู่อังสนา
เว็บไซต์

โรงเรียนสมุทรปราการ (อังกฤษ: Samutprakan School, อักษรย่อ: ส.ป., S.P.) เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ตั้งอยู่เลขที่ 498 ถนนสุขุมวิท ก.ม. 27 ติดบิ๊กซีสมุทรปราการ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ[2] โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จมาก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2426[3] ปัจจุบันมีอายุ 135 ปี บนเนื้อที่ 17 ไร่ ประกอบด้วยอาคารเรียน 7 หลัง เดิมใช้รหัสสถานศึกษาเป็น 1001110101 ต่อมาเปลี่ยนเป็น 01110101 อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 (ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ) (สังกัดเดิมคือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แต่เดิมโรงเรียนเป็นโรงเรียนชายล้วนมาก่อน ปัจจุบันเปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแบบสหศึกษา และเป็นโรงเรียนบุรุษประจำจังหวัดสมุทรปราการคู่กับโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ

ประวัติ[แก้]

หน้าโรงเรียนสมุทรปราการในสมัยก่อน

...ครั้น ณ ๑๔ ฯ  พุทธศักราช ๒๔๒๖ พระบรมวงศ์เธอกรมพระดำรงราชานุภาพครั้งยังดำรงพระยศเป็นพระองค์เจ้าดิศวรกุมารได้เสร็จลงมาตั้งโรงเรียนหนังสือไทยขึ้นที่วัดกลาง…[4][5]

โรงเรียนสมุทรปราการทำการสอนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2426 หลังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เสร็จลงมาตั้งโรงเรียนหนังสือไทยที่วัดกลางเมืองสมุทรปราการ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงเรียนที่มีอยู่ตามพระอารามหลวง[6]ทำให้โรงเรียนหนังสือไทยที่วัดกลางได้รับการจัดตั้งเป็น โรงเรียนวัดกลาง เมื่อ พ.ศ. 2429[3]

ก่อตั้ง[แก้]

การตั้งโรงเรียนที่วัดกลางสมุทรปราการนี้ พระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) ได้รับภาระเป็นผู้จัดการและอุปการะดูแลโรงเรียนและให้นายเชาว์เป็นครูใหญ่ได้เริ่มการสอนนักเรียนที่ศาลาทำบุญกลางอาวาส กระทั่งวันเสาร์แรม 9 ค่ำ เดือน 8 พ.ศ. 2427 พระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) ได้จัดจ้างอาจารย์มาสอนพระปริยัติธรรมแก่ภิกษุ สามเณร เพิ่มเติมอีก[7][5]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาพระราชทานผ้าพระกฐิน 2 ครั้ง ครั้งแรกระหว่าง พ.ศ. 2424พ.ศ. 2427 และครั้งที่สองในวันเสาร์ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 พ.ศ. 2428พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค[4] หลังจากพระราชทานผ้าพระกฐินแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทอดพระเนตรบริเวณวัดและโรงเรียนหนังสือไทยแล้วทรงรับสั่งว่า "เด็กนั่งพื้นสกปรก นาฬิกาสำหรับดูเวลาก็ไม่มี" จึงทรงรับสั่งให้ขุนอไภย์ภาษี (หลวงจู้ม้า อัศวนนท์) มัคทายกของวัดกลางซึ่งมาเฝ้ารับเสด็จในขณะนั้นให้นำเรือไปรับนาฬิกาปารีสกับโต๊ะเรียนที่พระราชทาน[8][5] (ปัจจุบันนาฬิกาปารีสและโต๊ะเรียนตั้งอยู่ที่อาคาร 4 โรงเรียนสมุทรปราการ)

หลังจากที่พระครูสุนทรสมุทร์ (น้อย) มรณภาพใน พ.ศ. 2428 ทำให้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการว่าง พระธรรมถาวรเจ้าคณะฝ่ายใต้วัดพระเชตุพนและพระยาวุฒิการบดี จางวางกรมสังฆการี กระทรวงธรรมการ ได้มีหนังสือมอบให้พระปลัด (จ้อย) รักษาการคณะสงฆ์และปกครองอาวาสแทนต่อไปจนกว่าจะมีเจ้าคณะมาปกครอง และทางด้านโรงเรียนหนังสือไทยนั้นสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงมอบให้พระปลัด (จ้อย) เป็นผู้อุปการะดูแลจัดการต่อไป[7][5]

วันเสาร์ เดือนยี่ แรม 4 ค่ำ ปีระกา สัปตศก 1247 สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพขอพระราชทานทำรายงานโรงเรียนขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อทรงทราบ ซึ่งเป็นรายงานฉบับที่ 2 ความตอนหนึ่งว่า “…ในรายงานฉบับก่อนมีโรงเรียน 23 แห่ง, อาจารย์ 54 คน, นักเรียน 1,363 คน ล่วงมาจนถึงเวลานี้มีโรงเรียนทั้งสิ้น 28 แห่ง, อาจารย์ 73 คน, นักเรียน 1,955 คน มากกว่าในรายงานครั้งก่อน คือ โรงเรียน 5 แห่ง , อาจารย์ 19 คน , นักเรียน 590 คน ซึ่งในจำนวน 5 แห่งนี้ มีแขวงเมืองสมุทรปราการรวมอยู่ด้วยแห่งหนึ่ง มีจำนวนนักเรียน 60 คน ดังตัวอย่างของแผนกการศึกษาถึงจำนวน ครู นักเรียน ในเดือน 2-3-4[9][5]

พัฒนา[แก้]

นาฬิกาและโต๊ะเรียนพระราชทาน

พ.ศ. 2428 ความทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศแก่พระบรมวงศานุวงศ์และทวยราษฎร์ทั้งหลายทราบว่า พระองค์มีพระราชดำริเห็นว่าวิชาการและหนังสือเป็นต้นเค้าของวิชาความรู้สมควรที่จะทำนุบำรุงให้เจริญยิ่งขึ้นเพราะคนในสยามของเราไม่รู้หนังสือไทยยังมีอีกมากที่พอรู้อ่านออกเขียนได้แต่ไม่ถูกถ้วนนั้นก็มีมากเพราะโรงเรียนที่สอนวิชาตามแบบหลวงยังมีน้อยอีกทั้งมีพระประสงค์จะให้พระบรมวงศานุวงศ์และทวยราษฎร์ทั้งปวงได้เล่าเรียนหนังสือไทยโดยละเอียดตามแบบที่ถูกต้องจึงสละราชทรัพย์ออกตั้งโรงเรียนและจ้างครูสอนทำนุบำรุงการเล่าเรียนสิ้นพระราชทรัพย์เป็นอันมากและยังมีพระราชดำริจะให้ตั้งโรงเรียนตามพระอารามหลวงทุก ๆ พระอารามทำให้ประชาชนตื่นเล่าลือกันว่าที่ให้ตั้งโรงเรียนนั้นเพราพระราชประสงค์จะเก็บเด็กนักเรียนเป็นทหาร[9][10][5]

ความทราบใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาท จึงประกาศ ณ วันศุกร์ เดือน 6 แรม 3 ค่ำ ปีระกา พ.ศ. 2428 ว่า

...อย่าให้ผู้ใดพลอยตื่นเต้นเชื่อฟังคำเล่าลือเป็นอันขาด คนที่ชักชวนเป็นทหารก็มีอยู่พวกหนึ่งต่างหาก ไม่ต้องตั้งโรงเรียนเกลี้ยกล่อมเด็กมาเป็นทหารเลย อนึ่ง เด็กทั้งปวงนี้ก็ล้วนเป็นบุตรหลานไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินสิ้นด้วยกัน ถ้าจะเก็บเอามาเป็นทหารเสียตรง ๆ นั้นจะไม่ได้หรือจะต้องตั้งโรงเรียนเกลี้ยกล่อมให้ลำบากและเปลืองพระราชทรัพย์ด้วยเหตุใดถ้อยคำของคนหล่านั้นใคร ๆ ไม่ควรเชื่อ ใครมีบุตรหลานอยากให้ได้เล่าเรียนมีวิชาก็ส่งเข้าเรียนได้ อย่าได้คิด หวาดหวั่น[5]

และด้วยความพยายามของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่จะตั้งโรงเรียนให้แก่ประชาชนได้เล่าเรียนกันใน พ.ศ. 2429 จึงตั้งโรงเรียนที่มีอยู่เดิมสำเร็จ 30 แห่งคือในพระนคร 17 โรง, กรุงเก่า 5 โรง, อ่างทอง 2 โรง, ลพบุรี 1 โรง, อุทัยธานี 1 โรง, นครปฐม 1 โรง, ราชบุรี 1 โรง, เพชรบุรี 1 โรงและสมุทรปราการ 1 โรง [5][9]

พ.ศ. 2434 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งกรมศึกษาธิการขึ้นในกระทรวงธรรมการ ก็เพราะมีพระราชประสงค์จะจัดการศึกษาเล่าเรียนให้แพร่หลายออกไปอีกทั้งจำนวนนักเรียนโดยประมาณชั้นสูงเพียง 201 คน โรงเรียนภาษาอังกฤษ 206 คน โรงเรียนสามัญซึ่งตั้งในพระอารามต่าง ๆ ทั่วในพระนครและหัวเมืองรวม 51 ตำบล มีนักเรียน 2,360 คน โรงเรียนเชลยศักดิ์ 46 โรง นักเรียน 827 คน ยังเป็นการน้อยนักไม่สมดังพระประสงค์ ประกอบกับศิษย์วัดมักจะไม่ได้มาเรียนถึงแม้จะให้มาเรียนก็ให้มาแต่น้อยจะมีก็แต่เด็กชาวบ้านที่บิดา มารดา ยอมสมัครให้มาเรียนเสียโดยมากแต่เด็กเหล่านี้บ้างก็มาบ้างก็ไม่มา บางทีก็เลิกเรียนเสียทีเดียว ทำให้ไม่เป็นการแน่นอนจึงเป็นเหตุให้จำนวนนักเรียนน้อยไป เป็นการสมควรที่จะจัดการแก้ไขให้การศึกษาหนังสือไทยแพร่หลายออกไป เพื่อให้ประชาราษฎร์ได้รับประโยชน์การเล่าเรียนเต็มบริบูรณ์ทั่วหน้ากัน[9]

พ.ศ. 2435 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานกระทรวงธรรมการ จัดการศึกษาให้เป็นแบบแผน โดยแบ่งการเล่าเรียนเป็นลำดับชั้น บรรดาการเล่าเรียนในชั้นแรกเรียกว่า มูลศึกษา แบ่งออกเป็น 2 ชั้น คือ[10][11]

  • โรงเรียนมูลสามัญชั้นต่ำ ให้สอนเพียง เขียน อ่าน คิดเลข 4 แม่ (บวก ลบ คูณ หาร)
  • โรงเรียนมูลสามัญชั้นสูง ให้สอน เขียน อ่าน แต่งข้อความ ไวยากรณ์ คิดเลข พระราชพงศาวดาร ภูมิศาสตร์ วิทยาการตามแบบเรียน

ในความว่าด้วยโรงเรียนมูลศึกษาวัดกลางเมืองสมุทรปราการได้เปิดทำการสอนมาหลายปีแต่ผู้อุปการะและครูได้ลาจากการในโรงเรียน ต่อมาภายหลังท่านพระครูสุนทรสมุทร์เจ้าคณะใหญ่ได้ชักชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ตั้งพิธีเปิดโรงเรียน เมื่อวันที่ 3 กันยายน ร.ศ. 114 เวลาบ่าย 3 โมงเศษ พระสงฆ์ถานานุกรม 95 รูป เจริญพระพุทธมนต์ รุ่งขึ้นวันที่ 4 ทายกถวายอาหารบิณฑบาตรแล้ว พระครูสุนทรสมุทร์ได้จัดให้ นายบุตร นักเรียนประโยค 1 เป็นครู เริ่มลงมือสอนตั้งแต่ 3 โมงเช้าเป็นต้นไป [12][13][11]

มีนักเรียนในคราวแรกนี้ 54 คน มีบรรดาทายกผู้ลงชื่อรับบำรุงทุกเดือน 19 คนได้เงินเดือนละ 26 บาท 3 สลึงถ้วน ต่อมานายบุตร อาจารย์โรงเรียนวัดกลางเมืองสมุทรปราการได้ยื่นรายงานถึงพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์อธิบดีกรมศึกษาธิการว่าพระครูสุนทรสมุทร์ ผู้อุปการะได้มอบหนังสือแบบเรียนเร็วเล่ม 1 จำนวน 5 เล่ม, กระดานชนวนศิลา 48 แผ่น, พระปลัดจ้อยให้โต๊ะกลม 1 โต๊ะ, เก้าอี้ 1 ตัว, ท่านพระยาสมุทรบุรารักษ์ ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรปราการ ให้เงิน 16 บาท , นายบุตร อาจารย์ให้หนังสือแบบเรียนเร็วเล่ม 1 จำนวน 5 เล่ม, เลขวิธีที่ 1 จำนวน 5 เล่ม, เลขวิธีที่ 2 จำนวน 5 เล่ม, กระดานชนวนศิลา 9 แผ่น, กระดาษฝรั่งมีไม้บรรทัด 15 โหล, หมึกดำ 6 ขวด, ปากกา 1 หีบ, ด้ามปากกา 6 ด้าม ระหว่างเวลาที่ล่วงเลยมา การศึกษาหนังสือไทยก็ได้เล่าเรียนยู่ที่ศาลากลางอาวาสเจริญเป็นลำดับมา[11]

ต่อมา พ.ศ. 2445 พระปลัดจ้อย ได้จัดตั้งการศึกษาสำหรับสตรีขึ้น อาศัยโรงมหรสพเรียนเป็นการชั่วคราว โดยมีนายอยู่เป็นครูคนแรก ต่อมาพระปลัดจ้อยได้รับพระราชทานสัญญาบัตร สมณศักดิ์ เป็นพระครูสุนทรสมุทร์ และได้เป็นเจ้าอาวาสวัดกลางก็ได้จัดการบำรุงการศึกษาพระปริยัติธรรมและฝ่ายหนังสือไทยเจริญแพร่หลายเป็นลำดับ

พ.ศ. 2460 กระทรวงธรรมการได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนวัดกลางเป็น “โรงเรียนมัธยมวัดกลาง” และในปีนี้เองที่ได้ขยายโรงเรียนมัธยมวัดกลางขึ้นอีกแห่งหนึ่ง โดยย้าย ม.1 – 2 จากวัดกลางมาเรียนที่อาคารเรือนแสงเฮี๊ยะ ซึ่งอาศัยที่ดินของวัดพิชัยสงคราม (วัดนอก) เป็นที่ก่อสร้าง

พ.ศ. 2465 ขุนอภิรักษ์จรรยา (เปรื่อง ก้องสมุทร) เป็นครูใหญ่และเฉพาะที่วัดกลางก็เริ่มชั้นมัธยมปีที่ 6 เป็นปีแรก ใน พ.ศ. 2476 ทางจังหวัดได้พิจารณาว่า สถานที่เดิมของวัดกลางเต็มขยายไม่ได้ทำให้เด็กต้องแยกไปเรียนหลายแห่ง ไม่สะดวกในการควบคุมจึงรายงานต่อกระทรวงศึกษาธิการขอยุบชั้นประถม และใน พ.ศ. 2477 มีปัญหานักเรียนสตรีที่เรียนจบชั้นมัธยมตอนต้นไม่มีที่เรียนต่อ จึงขออนุญาตกระทรวง ศึกษาธิการเข้าเรียนรวมกันกับนักเรียนชายแบบสหศึกษา

พ.ศ. 2478 การศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาวัดกลางเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วปัญหาเรื่องที่เรียนไม่พอ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเงิน 1,000 บาทมาสมทบกับคณะกรรมการดำเนินงานหาทุนสร้างอาคารเรียนเอกเทศได้เงินทั้งสิ้น 13,000 บาท และสร้างแล้วเสร็จปลายปี พ.ศ. 2479 ต่อมาทางจังหวัดได้ทำรายงานเสนอกระทรวงศึกษาธิการขอเงินการกุศลมาสร้างอาคารเรียนเอกเทศหลังที่ 2 ในที่สุสานของวัดแต่มีเงินจำกัด การก่อสร้างไม่เต็มรูปแบบที่ขอไป ทางโรงเรียนจึงหาเงินมาสมทบสร้างจนแล้วเสร็จ [11]

พ.ศ. 2496 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศเปลี่ยนชื่อโรงเรียนรัฐบาลทั่วราชอาณาจักร โดยให้มีชื่อจังหวัดที่ตั้งของโรงเรียนต่อท้ายโรงเรียนมัธยมวัดกลางจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น“โรงเรียนสมุทรปราการ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา[14]

ธงโรงเรียนและธงชาติ

แม้กระทรวงศึกษาอนุมัติเงินงบประมาณให้จัดสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมเพียงไรก็ตามก็ยังไม่พอกับจำนวนเด็ก ประกอบกับที่วัดไม่สามรถขยายได้อีก จึงอนุมัติเงินการกุศลจำนวน 400,000 บาท สำหรับซื้อที่ดินบริเวณริมถนนสุขุมวิทขนาด 17 ไร่ เมื่อ พ.ศ. 2498 ต่อ 10 ปีเศษหลังจากซื้อที่ กระทรวงศึกษาธิการได้จัดเงินเป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียนจำนวนเงิน 2,000,000 บาท เป็นอาคารเรียน 3 ชั้น ขนาด 18 ห้องเรียน และสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2511 พร้อมทั้งได้สร้างสาธารณูปโภคอื่น ๆ อีก และในเดือนกันยายน ปีเดียวกันนี้เองก็ได้ย้ายนักเรียนจากวัดกลางมาเรียนยังสถานที่ ที่ได้ก่อสร้างขึ้นใหม่ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน[15]

ช่วง พ.ศ. 2511 - 2515 กระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณค่าก่อสร้างอาคารเรียน 3 ครั้งคือใน พ.ศ. 2511 ได้อนุมัติสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น ขนาด 5.9 x 40.5 ตารางเมตร 8 ห้องเรียน เป็นเงิน 800,000 บาทแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2512 ใน ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2513 อนุมัติสร้างอาคารเรียน 3 ชั้นขนาด 9.5 x 72 ตารางเมตร จำนวน 18 ห้องเรียน เป็นเงิน 200,000 บาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2514 และสุดท้าย พ.ศ. 2515 อนุมัติค่าก่อสร้างอาคารเกษตรขนาด 10 x 24.50ตารางเมตร 2 หน่วย เป็นเงิน 200,000 บาท[15]

พ.ศ. 2518 ได้รับงบประมาณจากโครงการพัฒนาโรงเรียนมัธยมส่วนภูมิภาค เป็นค่าก่อสร้างอาคารวิทยาศาสตร์ ขนาด 10 x 85 ตารางเมตร จำนวน 12 ห้องเรียน และอาคารอุตสาหกรรมศิลป์ ขนาด 10 x 50 ตารางเมตร จำนวน 6 หน่วย รวมเป็นเงิน 9,671,600 บาท สร้างเสร็จเมื่อ 1 ตุลาคม 2519 ปีต่อมาชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสมุทรปราการ ได้สร้างอาคารชั่วคราวให้โรงเรียนเพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนพลานามัยให้ 1 หลัง เป็นเงิน 5,500 บาท ทำให้กรมสามัญศึกษาได้อนุมัติงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบ 4 ชั้น 15 ห้องเรียน ชั้นล่างเป็นห้องประชุมโรงอาหาร 1 หลัง เป็นเงิน 7,856,000 บาท ใน พ.ศ. 2525 [15]

พ.ศ. 2528 ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและจากการจัดกิจกรรมเดินการกุศลเป็นเงิน 120,000 บาท สร้างอาคารเพิ่มเติมอีก 1 หลังให้เพียงพอแก่จำนวนนักเรียน ให้มีที่นั่งรับประทานอาหารขนาดกว้าง 17 เมตร และยาว 40 เมตร ขนานกับโรงอาหารเดิม

พ.ศ. 2530 ประชาชน สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสมุทรปราการ ชมรมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสมุทรปราการ บริจาคเงินให้โรงเรียนรวมเป็นเงิน 335,000 บาท และ บริษัทกระเบื้องโอฬารมอบกระเบื้องมุงหลังคาให้และสมทบเงินบำรุงการศึกษาของโรงเรียนอีก 315,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 650,000 บาท เพื่อการก่อสร้างอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นเรือนพยาบาล ชั้นบนเป็นห้องจริยธรรม ลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 เมื่อสร้างเสร็จแล้วเรียบร้อยแล้วใช้ชื่อว่า “อาคารอนุสรณ์ 100 ปี” เมื่อ พ.ศ. 2529[16] ปีต่อมาสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสมุทรปราการบริจาคเงินให้ทางโรงเรียนเป็นจำนวน 80,000 บาท และสมทบด้วยเงินบำรุงการศึกษาจำนวน 52,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 162,400 บาท เพื่อทำการก่อสร้างเรือน ประชาสัมพันธ์โรงเรียนสมุทรปราการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2533 – พ.ศ. 2534 กรมสามัญศึกษาได้อนุมัติงบประมาณสร้างอาคารอเนกประสงค์ 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นชั้นรับประทานอาหาร ชั้นที่สองเป็นห้องฝึกงานเกษตรและโสตทัศนศึกษา ชั้นที่ 3 เป็นห้องประชุมและพลศึกษา เป็นจำนวน 9,975,000 บาท[16]

ปีการศึกษา 2536 วัลลภ ยังตรง จัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดให้ 400,000 บาท เพื่อปรับปรุงถนนในโรงเรียนขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 200 เมตร หนา 0.12 เมตรและประเสริฐ สุขวัฒน์ จัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดให้ 105,450 บาท เพื่อปรับปรุงระบบเสียงภายในโรงเรียน ปีต่อมา นายแพทย์วัลลภ ยังตรง ได้จัดสรรงบประมาณจากงบพัฒนาจังหวัดเพิ่มให้อีก 450,000 บาท เพื่อปรับปรุงถนนภายในโรงเรียนเพิ่มเติม ขนาด 5 เมตร ยาว 220 เมตร หนา 0.12 เมตร และทางจังหวัดอนุมัติงบพัฒนา จัดซื้อถังน้ำสแตนเลส ขนาด 1,100 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 10 ชุด มูลค่า 81,000 บาท เพื่อปรับปรุงน้ำดื่มน้ำใช้ภายในโรงเรียน

ปีการศึกษา 2539 ส.ส.สนิท กุลเจริญ จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด ปรับปรุงประตูทางเข้าโรงเรียน 2 ประตู มูลค่า 135,000 บาท ส่วนนายแพทย์วัลลภ ยังตรง จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัดจัดซื้อโต๊ะเพื่อใช้ในห้องประชุมใหญ่มูลค่า 428,000 บาท ต่อมา ส.ส.พรรคชาติไทยได้จัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัด ฯ ปรับปรุงสนามอเนกประสงค์ มูลค่า 949,500 บาท และต่อมาในปีงบประมาณ 2540 ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียนอเนกประสงค์ 6 ชั้น งบประมาณ ผูกพันปี 2541 และ 2542 มูลค่า 35,990,000 บาท [16]

พ.ศ. 2560 มีการทอดผ้าป่าการศึกษาและรับบริจาคต่าง ๆ เพื่อสร้างหลังคาอเนกประสงค์ โดยสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 [17]

โรงเรียนสมุทรปราการถ่ายจากอัฒจรรย์นอกสุด

รายนามผู้บริหาร[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 นายเชาว์ พ.ศ. 2428 - 2433
2 นายสุ่น พ.ศ. 2433 - 2438
3 นายบุศย์ พ.ศ. 2438 - 2444
4 หลวงอารักษ์ดรุณพล พ.ศ. 2444 - 2458
5 ขุนคุรุกิจพิจารณ์ พ.ศ. 2458 - 2461
6 ขุนอภิรักษ์จรรยา พ.ศ. 2461 - 2464
7 นายแสวง เรือนจำเนียร พ.ศ. 2464 - 2467
8 นายสว่าง เรือนจำเนียร พ.ศ. 2467 - 2481
9 นายจำลอง สง่ามั่งคั่ง พ.ศ. 2481 - 2483
10 นายเทพ เวชพงศ์ พ.ศ. 2484 - 2485
11 นายฟู พุทธินันท์ พ.ศ. 2486 - 2488
12 นายเทพ อินสุวรรณ พ.ศ. 2488 - 2490
13 นายจำนง แสงสว่าง พ.ศ. 2490 - 2496
14 นายสระ เหลืองอรุณ พ.ศ. 2696 - 2510
15 นายสงบ นันทกิจ พ.ศ. 2510 - 2511
16 นายสุวรรณ จันทร์สม พ.ศ. 2511 - 2513
17 นายลพ ชูแข พ.ศ. 2513 - 2516
18 นายบรรจบ เสริมทอง พ.ศ. 2516 - 2528
19 นายบุญเปี่ยม เวชรักษ์ พ.ศ. 2528 - 2532
20 นายบรรเลง รอดแดง พ.ศ. 2532 - 2539
21 นายสันติ คงทน พ.ศ. 2539 - 2542
22 นายสำอาง คำหริ่ม พ.ศ. 2542 - 2543
23 นายสมบัติ คุ้มภู พ.ศ. 2543 - 2544
24 นายอดุล อนุชปรีดา พ.ศ. 2544 - 2548
25 นางปลื้มจิตร สถาพรดำรงค์ พ.ศ. 2549 - 2551
26 นายสุรัต อัตนวานิช พ.ศ. 2551 - 2556
27 นายชาญสินธุ์ กิจแสงทอง พ.ศ. 2556 - 2561
28 นายไพรัตน์ ก้อนทองคำ พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน

การศึกษา[แก้]

โรงเรียนสมุทรปราการเปิดให้การศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6

การรับบุคคลเข้าศึกษา[แก้]

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1[แก้]

ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า

  • การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา ใช้การสอบคัดเลือก โดยผู้มีสิทธิเข้าศึกษาจะเข้ารับการทดสอบทางวิชาการในสาขาวิชาและตามวัน เวลา และพฤติการณ์ที่โรงเรียนกำหนด เครื่องมือในการทดสอบนั้นโรงเรียนจัดทำขึ้นตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
  • โดยจะมีการสอบ 2 รอบคือ สอบรอบ Gifted (หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง สสวทและ สอวน ), Mini English Program และ รอบปกติ

ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4[แก้]

ผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในระดับนี้เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า

  • การคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา มี 2 วิธีคือ
    • นักเรียนเดิมของโรงเรียนมีสิทธิสมัครโควต้าเพื่อเรียนต่อมัธยมศึกษาปีที่4
    • นักเรียนทั่วไป : ใช้วิธีการสอบคัดเลือก

การสำเร็จการศึกษา[แก้]

ผู้เรียนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จะได้รับอนุมัติประกาศนียบัตรรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จะได้ประกาศนียบัตรรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

แผนการเรียน[แก้]

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3) มีทั้งหมด 3 แผนการเรียน คือ
  1. แผนการเรียน Gifted (หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง สสวทและ สอวน)
  2. แผนการเรียน Mini English Program
  3. แผนการเรียนปกติ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6) มีทั้งหมด 8 แผนการเรียน คือ
  1. แผนการเรียนวิทย์-คณิต
  2. แผนการเรียนศิลป์-คณิต
  3. แผนการเรียน Gifted (หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทางสสวทและ สอวน)
  4. แผนการเรียน Mini English Program
  5. แผนการเรียนศิลป์ภาษาอังกฤษ
  6. แผนการเรียนศิลป์ภาษาจีน
  7. แผนการเรียนศิลป์ภาษาญี่ปุ่น
  8. แผนการเรียนธุรกิจ
  9. แผนการเรียนเกษตร-อุตสาหกรรม (ยกเลิกแล้ว)
  10. แผนการเรียนวิทย์-คณิต-คอม

เกียรติประวัติ[แก้]

พ.ศ. 2551
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2551
พ.ศ. 2552
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2552
พ.ศ. 2553
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2553
  • ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล (World - Class Standard School) รุ่นที่ 1 เป็น 1 ใน 369 โรงเรียนทั่วประเทศ[18]
พ.ศ. 2554
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2554[19]
พ.ศ. 2555
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2555
  • ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการแข่งขันโต้สาระวาทีรูปแบบรัฐสภาเอเชีย โครงการโลกรอดเพราะกตัญญู จัดโดยมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[20]
  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเปิดชมรม และศูนย์เพื่อนใจทูบีนัมเบอร์วัน ที่โรงเรียนสมุทรปราการ[21]
พ.ศ. 2556
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2556[22]
  • รางวัลหนึ่งแสนครูดีมีคุณครูโรงเรียนสมุทรปราการ ได้รับรางวัล 29 ท่าน
พ.ศ. 2557
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2557[23]
พ.ศ. 2558
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2558[24]
  • รางวัลชนะเลิศ แข่งขันวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 35 ประเภท ค. ปี 2559 [25]
  • รางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลนักเรียน กรมพลศึกษา ประจำปี 2559 ประเภททั่วไป รุ่นอายุไม่เกิน16ปี [26]
พ.ศ. 2559
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2559[27]
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่1 การแข่งขันสภานักเรียนในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้งที่ 66 และไปเป็นตัวแทนภาคกลางและภาคตะวันออกในการแข่งระดับชาติ[28]
  • ได้อันดับที่ 10 เกียรติบัตรรางวัลระดับเหรียญทอง ในการแข่งขันสภานักเรียนในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 66 ในฐานะตัวแทนภาคกลางและภาคตะวันออก [29]
  • ผ่านเข้ารอบสามในการแข่งขันฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี แชมเปี้ยนคัพ ปี 2016 กลุ่มที่สอง
พ.ศ. 2560
  • เป็น 1 ในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2560[30]
  • รางวัลโรงเรียนต้นแบบสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2560 ประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษา[ต้องการอ้างอิง]
พ.ศ. 2561
  • เป็น 1 ใน 282 โรงเรียนมัธยมศึกษายอดนิยมและโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงของประเทศ [31]

อาคารและหน่วยงานภายใน[แก้]

อาคาร[แก้]

อาคาร2โรงเรียนสมุทรปราการ (อาคารในอดีต)
  • อาคาร1 เป็นอาคารไม้ 3 ชั้นประกอบด้วย
    • ชั้น1 ห้องประชุมศรีสมบูรณ์,ห้องธุรการ,ห้องบริหารการเงิน,บริหารต่างๆ
    • ชั้น2 ทั้งชั้นเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์และห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้คอมพิวเตอร์
    • ชั้น3 ทั้งชั้นเป็นห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • อาคาร2 อาคารเฉลิมฉลองครบ 100 ปีโรงเรียนสมุทรปราการ (อาคารไม้ 2 ชั้นในอดีต ปัจจุบันรื้อถอนเพื่อสร้างอาคาร 2 ใหม่)
  • อาคาร2 (อาคารใหม่) เป็นอาคารคอนกรีต 7 ชั้นประกอบด้วย
    • ชั้น1 โรงอาหาร
    • ชั้น2 ห้องพละ ห้องอาเซียน และห้องแนะแนว
    • ชั้น3 ห้องเรียนและห้องพักครูอาจารย์คณิตศาสตร์
    • ชั้น4 ห้องเรียน
    • ชั้น5 ห้องเรียน
    • ชั้น6 ห้องประชุม และห้องนันทนาการ
    • ชั้น7 ดานฟ้า
  • อาคาร3 เป็นอาคารไม้ 3 ชั้นประกอบด้วย
    • ชั้น1 เป็นห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา, ห้องปกครอง (สำนักงานกลุ่มงานบริหารงานบุคคล), ห้องกรรมการนักเรียน (ปัจจุบันย้ายไปอาคาร 4), ห้องพัสดุ, ห้องงานอาคารและสถานที่
    • ชั้น2แชั้น3เป็นห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
  • อาคาร4 เป็นอาคารคอนกรีต
    • ชั้น1 เป็นสถานที่นั้งเล่นของนักเรียน และสถานที่ฝึกซ้อมชมรมยูโด
    • ชั้น2 ห้องเรียนเกษตรอุตสาหกรรมห้องประชุมโสตทัศนศึกษา 1-2
    • ชั้น3 ห้องประชุมทองนิรมล (ห้องประชุมใหญ่)
  • อาคาร5 อาคารคอนกรีต 4 ชั้น
    • ชั้น1 เป็นห้องสำนักงานผู้อำนวยการผู้อำนวยการ,ห้องสมุด
    • ชั้น2 ห้องทดลอง ห้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ บ้างส่วนเป็นห้องพิมพ์ดีด
    • ชั้น3 ห้องเรียนและห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
    • ชั้น4 ห้องวงโยธวธิต,ห้องดนตรีไทย,ห้องเรียน
อาคาร6โรงเรียนสมุทรปราการปี2557
  • อาคาร6 อาคารคอนกรีตสร้างขึ้นเพื่อเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ พระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 มี 6 ชั้น
    • ชั้น1 ห้องเรียนอุตสาหกรรม,ห้องเรียนสีเขียว,ห้องพักครู
    • ชั้น2 ห้องเรียนอุตสาหกรรม ห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานพื้นฐานอาชีพ ,ห้องเรียนเทคโนโลยีสารสนเทศ,ห้องเขียนแบบ
    • ชั้น3 ห้องเรียนของหมวดวิทยาศาสตร์บางส่วน
    • ชั้น4 ห้องเรียนธรรมดา
    • ชั้น5 ห้องเรียนของหมวดภาษาไทย
    • ชั้น6 ห้องเรียนประจำของนักเรียน Gifted
  • อาคาร7 อาคารคอนกรีต 4 ชั้น
    • ชั้น1 โรงอาหาร สหกรณ์
    • ชั้น2-3 ห้องเรียนของหมวดภาษาต่างประเทศทั้งภาษาจีน,อังกฤษ,ญี่ปุ่น
    • ชั้น3-4 ห้องเรียนประจำของนักเรียน MEP
  • ห้องน้ำนักเรียนชาย
  • ห้องน้ำนักเรียนหญิง
  • อาคารประชาสัมพันธ์

องค์กรภายในโรงเรียน[แก้]

กิจกรรมและประเพณี[แก้]

  • กิจกรรมกีฬาสีภายใน
  • ██ คณะ 1 คณะนารายณ์ปราบศึก (สีน้ำเงิน) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 1 และ 12
  • ██ คณะ 2 คณะจักรกรด (สีแสด) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 2 และ 11
  • ██ คณะ 3 คณะกายสิทธ์ (สีเขียว) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 3 และ 10
  • ██ คณะ 4 คณะเสือซ่อนเล็บ (สีแดง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 4 และ 9
  • ██ คณะ 5 คณะปราการ (สีชมพู) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 5 และ 8
  • ██ คณะ 6คณะตรีเพชร (สีม่วง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 6 และ 7
  • งานทำบุญคล้ายวันสถาปนาโรงเรียน
  • พิธีประดับเข็มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
  • กิจกรรมดอกประดู่บาน
    • กิจกรรมประดู่บานเป็นการบอกลารุ่นพี่ม.3และม.6ของแต่ละรุ่นซึ่งจะจบการศึกษาจากโรงเรียนสมุทรปราการ
  • กิจกรรมห้องเรียนสีเขียว
งานกิจกรรมประดู่บานของรุ่น127
  • กิจกรรมปลูกป่าชายเลน
  • กิจกรรมเข้าชมงานวิทยาศาสตร์ ไบเทค-บางนา
  • กิจกรรมวันวิชาการ
  • กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์
  • กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ
  • กิจกรรม to be number one
  • กิจกรรมลองดีลองดู
    • การแข่งขันโฟลค์ซอง ม.ต้น
    • การแข้งขันโฟลค์ซอง ม.ปลาย
    • การแข่งขันฟุตซอล ม.ต้น
    • การแข่งขันฟุตซอล ม.ปลาย
  • กิจกรรมสานสัมพันธ์สตรี-สป

สถานที่ตั้ง[แก้]

แผนที่โรงเรียนสมุทรปราการ
  • สถานที่ตั้ง
    • เลขที่ 498 ถ.สุขุมวิท (กม.27) ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ จ. สมุทรปราการเนื้อที่ ทั้งหมด 17 ไร่[2]
  • แผนที่

สถานที่โดยรอบ[แก้]

บุคคลที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. จำนวนนักเรียน ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2561
  2. 2.0 2.1 เกี่ยวกับโรงเรียน
  3. 3.0 3.1 ประวัติโรงเรียน
  4. 4.0 4.1 พระครูสุนทรสมุทร ตำนานวัดกลาง จังหวัดสมุทรปราการ ตามจดหมายเหตุความทรงจำ, ม.ป.ท., 2462
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 โรงเรียนสมุทรปราการ. หนังสือรุ่นโรงเรียนสมุทรปราการ 129 พ.ศ. 2557 หน้า 4 และ 5
  6. นางสาววรัฏรยา หุ่นเจริญ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2545 โรงเรียนสมัยรัชกาลที่ 5 รูปแบบภาษาไทยและอังกฤษ สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2561
  7. 7.0 7.1 ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่1
  8. บันทึกของคุณหลวงอารักษ์ดรุณพล (ม้วน บุรารักษ์)
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่2
  10. 10.0 10.1 ม.ม.ป. การศึกษาของไทยสมัยปฏิรูปการศึกษา (พ.ศ. 2412 - พ.ศ. 2474)สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่3
  12. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 12 หน้า 270-271
  13. จากหลักฐาน “แจ้งความกระทรวงธรรมการแผนกศึกษาธิการ”
  14. ประวัติการเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
  15. 15.0 15.1 15.2 ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่4
  16. 16.0 16.1 16.2 ประวัติโรงเรียนสมุทรปราการหน้าที่5
  17. สร้างหลังคาอเนกประสงค์
  18. โรงเรียนมาตรฐานสากล (World - Class Standard School) รุ่นที่ 1
  19. http://www.obec.go.th/sites/obec.go.th/files/document/attachment/4164/40138.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2554
  20. โรงเรียนสมุทรปราการชนะเลิศ การแข่งขันโต้สาระวาที โลกรอดเพราะกตัญญู "โครงการอบรมและแข่งขันโต้สาระวาที สิ่งแวดล้อม ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ" ประจำปี 2555 ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
  21. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จไปยังโรงเรียนสมุทรปราการ
  22. http://www.sesao8.go.th/file/2012-12-06_01.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2556
  23. http://www.korat7.go.th/web/images/stories/01-57/227.pdf?e1a5ed8408d7cd9dfd4e6ed5108ec95d=bf934e39ee54ad550be3e7ff8eca8299 โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2557
  24. http://www.mathayom9.go.th/webspm9/data/student58/student05.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2558
  25. รางวัลชนะเลิศ แข่งขันวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานพระเทพฯ ครั้งที่35 ทุกประเภท
  26. รางวัลชนะเลิศ การแข่งขันฟุตซอลนักเรียน กรมพลศึกษา ประจำปี 2559 ประเภททั่วไป ทุกรุ่น
  27. http://www.nmrsw2.ac.th/St2558/St2559/racing-matyom59.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2559
  28. งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้งที่ 66 ประจำปีการศึกษา 2559 สังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ที่จังหวัดจันทบุรีระหว่าง วันที่ 16-18 ธันวาคม พ.ศ. 2559
  29. งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 66 ประจำปีการศึกษา 2559 วันที่ 29-31 มกราคม พ.ศ. 2559
  30. http://plan.bopp-obec.info/tmp/upload/2016-09-21-12-31-36.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2560
  31. http://plan.bopp-obec.info/tmp/upload/2017-11-08-09-02-02.pdf โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ระดับมัธยมศึกษา ปีการศึกษา 2561

บรรณานุกรม[แก้]

  • โรงเรียนสมุทรปราการ. หนังสือรุ่นโรงเรียนสมุทรปราการ 129. กรุงเทพฯ : บริษัท จามจุรีโปรดักส์ จำกัด เลขที่ 26 ซ.พระรามที่ 83 ถ.พระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน 10150, พ.ศ. 2557. 120 หน้า. หน้า 4 และ 5.
  • พระครูสุนทรสมุทร. ตำนานวัดกลาง จังหวัดสมุทรปราการ ตามจดหมายเหตุความทรงจำ. พระนคร : ม.ป.ท. พิมพ์แจกในงานศพท่านพระครูสุนทรสมุทร์ (จ้อย สุวัณ์ณสโร), 27 เมษายน พ.ศ. 2462.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


พิกัดภูมิศาสตร์: 13°35′09″N 100°36′24″E / 13.585889°N 100.606739°E / 13.585889; 100.606739