โรงเรียนบุญวัฒนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนบุญวัฒนา
Boon Wattana School
ตรามงกุฏบุญวัฒนา.png
วินัยดี วิชาเด่น
สุวิชาโน ภวํ โหตฺ
(ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ)
159 หมู่ 1 ถนนราชสีมา-โชคชัย
ต.หัวทะเล อำเภอเมือง นครราชสีมา 30000

ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Boon Wattana School
อักษรย่อ บ.ว.น.
B.W.N.
ประเภท สหศึกษา
รัฐบาล
โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ
สถาปนา 3 มกราคม พ.ศ. 2515
ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รหัส 11300103
ผู้อำนวยการ นายอนันต์ เพียรเกาะ
จำนวนนักเรียน 3,911 คน
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น
ฝรั่งเศส ภาษาฝรั่งเศส
ประเทศจีน ภาษาจีน
เกาหลีใต้ ภาษาเกาหลี

สี ████ สีฟ้าและสีแดง
เพลง มาร์ชบุญวัฒนา
มาร์ชบุญวัฒนาอัญมณีฯ
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เว็บไซต์

โรงเรียนบุญวัฒนา (Boonwattana School) เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ประเภทสหศึกษา และเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 3 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2516

ประวัติ[แก้]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดจ และสมเด็จพระราชินีนาถสิริกิตย์ เสด็จในงานเปิดอาคารเรียนหลังที่ 1

เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ดำรงพระราชอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 เพื่อที่จะได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและร่มเย็นสืบต่อไป

ในวโรกาสอันเป็นมหามงคลนี้ นายบุญธรรม – นางบุญพริ้ง ต.สุวรรณ เจ้าของบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด กรุงเทพฯ ซึ่งมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้บริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศล จำนวน 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน) เพื่อสร้างตึกอาคารเรียนแบบ 424 พิเศษ 24 ห้องเรียน หอประชุม อาคารเรียนชั่วคราว ครุภัณฑ์ ส้วม และถังเก็บน้ำ พร้อมเปิดเรียนชั้น ม.ศ.1 และ ม.ศ.4 ในปีการศึกษา 2516 จำนวน 4 ห้องเรียนเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประกอบกับในขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการมีความประสงค์ที่จะขยายการศึกษาโดยการจัดตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนครราชสีมา เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่ประสงค์จะเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายมีจำนวนมากขึ้นทุก ๆ ปี เกินกว่าที่โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และโรงเรียนสุรนารีวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดจะสามารถรับนักเรียนที่มาสมัครเข้าเรียนได้ทั้งหมด ส่วนที่เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารเรียน กระทรวงศึกษาธิการมอบให้สำนักงานศึกษาธิการ จ.นครราชสีมา ซึ่งมี นายจรัญ ปัทมดิลก ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการ จ.นครราชสีมา อยู่ในขณะนั้น ได้ดำเนินการจัดหาที่ดินสำหรับสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งที่ 3 ในอำเภอเมืองนครราชสีมา สำนักงานกระทรวงศึกษาธิการ จ.นครราชสีมา สามารถจัดหาที่ดินในทำเลที่เหมาะสมได้พื้นที่ใน ต.หัวทะเล อ.เมือง ซึ่งเป็นสถานที่ในปัจจุบัน โดยมีผู้บริจาคโดยเสด็จพระราชกุศลดังนี้

  1. ร้อยโทรส มาศิริ บริจาคที่ดินให้เปล่าจำนวน 50 ไร่
  2. สิบเอกสมศักดื์ เจริญพจน์ บริจาคที่ดินให้จำนวน 30 ไร่

ส่วนที่ดินอีก 2 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา ได้ขอเงินชดเชยจาก นายบุญธรรม – นางบุญพริ้ง ต.สุวรรณ จำนวน 13,000 บาท (หนึ่งหมื่นสามพันบาทถ้วน) เพื่อนำเงินไปบำเพ็ญกุศลอุทิศให้ พ่อ – แม่ ที่เคยครอบครองที่ดินมาก่อน (สมัยนั้นที่ดินหน้าโรงเรียนบุญวัฒนามีการจัดสรรขายไร่ละประมาณ 80,000 บาท) รวมที่ดินทั้งสิ้น 82 ไร่ 3 งาน 20 ตารางวา

บุญวัฒนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามโรงเรียนนี้ว่า “โรงเรียนบุญวัฒนา” เพื่อความเป็นศิริมงคลกับโรงเรียน ผู้บริจาคที่ดิน คุณบุญธรรม – คุณบุญพริ้ง ต.สุวรรณ เจ้าของบริษัทสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมเสด็จพระราชกุศลครั้งนี้ด้วย จังหวัดนครราชสีมา เป็นจังหวัดเดียวที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจส่งเสริมการศึกษาและพระศาสนา ดังนี้

  1. ตั้งโรงเรียนบุญวัฒนา
  2. ตั้งวัดวชิราลงกรณวราราม (ธ) ที่ อ.ปากช่อง และยกให้เป็นพระอารามหลวงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระบรมรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ได้ทรงบำเพ็ญตามราชประเพณีในวโรกาสนี้ นับเป็นอนุสรณ์แห่งความจงรักภักดีของพสนิกรชาวไทย พุทธศาสนิกชนชาวนครราชสีมาและชาวกระทรวงศึกษาธิการสืบไป
ทรงพระราชทานชื่อโรงเรียนบุญวัฒนา

วันพุธที่ 3 มกราคม 2516 เวลา 12.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ อาคารเรียนถาวร ซึ่งจะสร้างเป็นอาคารเรียน 4 ชั้น แบบ 424 พิเศษ งบประมาณการก่อสร้าง 4,816,264.49 บาท (สี่ล้านแปดแสนหนึ่งหมื่นหกพันสองร้อยหกสิบสี่บาทสี่สิบเก้าสตางค์) นอกจากอาคารเรียนถาวรดังกล่าวแล้ว นายบุญธรรม และ นางบุญพริ้ง ต.สุวรรณ ยังได้สร้างอาคารเรียนชั่วคราว อาคารหอประชุม บ้านพักครู บ่อน้ำบาดาล พร้อมเครื่องสูบถังพักน้ำ โต๊ะเก้าอี้ครู 40 ชุด โต๊ะเก้าอี้นักเรียน 600 ชุด ห้องส้วม 2 หลัง ค่าชดเชยที่ดินและค่าจ้างปรับปรุงบริเวณโรงเรียน รวมเงินโดยเสด็จพระราชกุศล ในครั้งนี้ทุกรายการ จำนวน 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน) วันที่ 17 พฤษภาคม 2516 โรงเรียนบุญวัฒนาเปิดสอนเป็นวันแรก โดยใช้อาคารเรียนชั่วคราวเนื่องจากอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารเรียนถาวร การจัดการเรียนการสอนดำเนินตามหลักสูตรมัธยมศึกษาสายสามัญ มีนักเรียน 233 คน ครู 15 คน ห้องเรียน 6 ห้องเรียน เป็นชั้น ม.ศ.1 จำนวน 2 ห้อง ชั้น ม.ศ.4 จำนวน 4 ห้อง และมีนายเทิดศักดิ์ รัตนมณี เป็นครูใหญ่

วันพุธที่ 30 ตุลาคม 2517 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนิน ถึงโรงเรียนบุญวัฒนา เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบแถวนักเรียนที่รอรับเสด็จ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เบิกตัว นายสมาน แสงมติ รองอธิบดีกรมสามัญศึกษา นายสมุทร วรรณพงษ์ ศึกษาธิการ จ.นครราชสีมา และนายเทิดศักดิ์ รัตนมณี ครูใหญ่โรงเรียนบุญวัฒนา ซึ่งรอรับเสด็จอยู่เข้าเฝ้าฯ และเชิญเสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พลับพลาที่ประทับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยพร้อมทั้งทรงศีล เสร็จแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานประวัติโรงเรียนบุญวัฒนา จนได้เวลาอันเป็นปฐมฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่อาคารเรียน เพื่อทรงเจิมแผ่นป้ายดวงฤกษ์แล้วจึงเสด็จไปยังห้องเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยในสมุดเยี่ยมของโรงเรียนบุญวัฒนา หลังจากนั้นนายบุญธรรม และนางบุญพริ้ง ต.สุวรรณ ได้เข้าเฝ้าฯ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปฏิสันถารกับครูใหญ่โรงเรียนบุญวัฒนา ว่า

จำนวนนักเรียนในปีการศึกษาหน้าจะมีเท่าไหร่

ครูใหญ่โรงเรียนบุญวัฒนากราบบังคมทูลว่า “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อมในปีการศึกษาหน้าจะมีนักเรียนประมาณ 1,000 คน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสว่า “การเป็นครูในปัจจุบันนี้มีความลำบากในการอบรมดูแลนักเรียน เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ครูต้องศึกษาและเรียนรู้ถึงวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสมในการอบรมดูแลนักเรียน ไม่ควรที่จะยินยอมตามที่นักเรียนเรียกร้องทุกครั้ง โดยมิได้คำนึงถึงเหตุผลและหลักการที่ถูกต้อง นอกจากนั้นขอให้พยายามและอดทนทำงานเพื่อเยาวชนของเรา การอุทิศตนทำงานในอาชีพครูนี้ได้กุศล ขออย่าได้ท้อถอย เพราะเหตุการณ์ในบ้านเมืองของเราขณะนี้เป็นอย่างไรก็รู้อยู่แล้ว ขอฝากไว้ให้ช่วยกันเพื่อประเทศชาติของเรา”

การเสด็จมาในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานเงินทุนเพื่อการศึกษาแก่โรงเรียนบุญวัฒนา จำนวน 54,500.00 บาท (ห้าหมื่นสี่พันห้าร้อยบาท) พระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังความปิติโสมนัสยิ่งแก่โรงเรียนบุญวัฒนา และชาวเมืองนครราชสีมาทั้งปวงที่มาเฝ้ารอรับเสด็จในโอกาสนี้.

ตราประจำโรงเรียนบุญวัฒนา

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

ดอกราชพฤกษ์
เข็มบุญวัฒนา
  • ตราประจำโรงเรียน
  • สีประจำโรงเรียน คือ

██ สีฟ้า หมายถึง ความรู้ ความใฝ่ฝัน และความมุ่งหวังอันสูงสุด (สีระดับชั้น ม.ต้น)

██ สีแดง หมายถึง ความมั่นคง พลัง ความพร้อมเพรียง และความเสียสละ (สีระดับชั้น ม.ปลาย)

ทั้งสองสีรวมกันจึงหมายถึง ความรู้ความฝันที่มั่นคงมีพลังและความเสียสละ

  • คำขวัญของโรงเรียน คือ วินัยดี วิชาเด่น
  • ต้นไม้และดอกไม้ประจำโรงเรียน คือ ต้นราชพฤษ์ ต้นราชพฤษ์ มีสีของดอกพ้องกับสีประจำวันจันทร์ เป็นวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ซึ่งท่านทรงพระราชทานนามโรงเรียนแก่ครู และนักเรียนบุญวัฒนา
  • เข็มโรงเรียนบุญวัฒนา

นักเรียนจะได้เข้าพิธีประดับเข็มมงกุฏในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โดยจะประดับเข็มมงกุฏ ก่อนหรือหลังวันไหว้ครูถือว่า หลังจากประดับจะเป็นนักเรียนโรงเรียนบุญวัฒนาอย่างเต็มตัว

และทั้งนี้เป็นโรงเรียนแรกในจังหวัดนครราชสีมาที่มีการประดับเข็มให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

(ไม่นับรวมกับ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นครราชสีมา ที่มีพิธีประดับพระเกี้ยว)

โดยการประดับเข็มจะประดับที่ชุดนักเรียนทั้งชายและหญิง เหนืออักษรย่อ ว. และไม่ประดับเข็มในวันที่ใส่ชุดพลศึกษา

การแต่งกาย[แก้]

การประดับเครื่องหมายของโรงเรียน (เฉพาะมัธยมปลาย)

๑. นักเรียนชาย ประดับเครื่องหมายตรามงกุฏโลหะ ทางด้านขวาของอกเสื้อ เหนืออักษรย่อ ว. หรือ สูงจากแนวกระเป๋าซ้ายประมาณ ๔-๕ ซม.

๒. นักเรียนหญิง ประดับเครื่องหมายตรามงกุฏโลหะ ทางด้านขวาของอกเสื้อ เหนืออักษรย่อ ว. (เหนือดาวระดับชั้น)

ทรงผม

นักเรียนชาย ให้ไว้ผมทรงนักเรียนหรือรองทรงสูง ด้านบนและรอบศีรษะ ไม่ยาวจนดูหนาและห้าม

๑.ไว้จอน

๒.ไว้หนวดเครา

๓.แสกกลาง

๔.ย้อมหรือกัดสีผม

๕.ใส่นํ้ามัน เยล หรือ ฉีดสเปรย์

๖.ทำผมตามแฟชั่น

นักเรียนหญิง

๑. ถ้าไว้ผมสั้นต้องตัดตรงความยาวของผมจรดปกเสื้อด้านหลัง

๒. ถ้าไว้ผมยาวต้องรวบให้เรียบร้อยในระดับทัดดอกไม้ ความยาวของผมไม่เกิน กึ่งกลางหลัง หากใช้สายรัดที่ทำแทนยางรัดต้องใช้สีดำเท่านั้น

๓. ใช้ริบบิ้นผูกผมที่รวบไว้ ริบบิ้นต้องมีเนื้อเรียบไม่มีลวดลายในตัวขนาดของ ริบบิ้นกว้าง ๑ นิ้ว ยาว ๓๐ นิ้ว มีสีขาวเท่านั้น ห้ามใช้สายรัดผ้าหรือกำมะหยี่ทุกสี

๔. ไม่อนุญาตให้ผูกโบตรงกลางศีรษะหรือติดกิ๊บขนาดใหญ่ หรือเกล้ามวยผม

๕. กิ๊บที่ใช้ติดผมและที่คาดผมต้องมีขนาดเล็กสีดำเท่านั้น และต้องใช้เพื่อกันผม ตกลงมาและไม่ใช้หลายอันจนดูเป็นเครื่องประดับ

๖. ไม่ให้ฉีดสเปรย์หรือใส่เยลให้ผมแข็ง และยกผมด้านหน้าสูง ๘. ห้ามซอยผม ตัดผม ย้อมหรือกัดสีผมและทำผมตามแฟชั่น

๙. ห้ามทำทรงผมแปลก เช่น กักเปียหลายอันไว้บนศีรษะ ผมตรงกลางตัดสั้นและ ตั้งตรง ผมที่มีจอนยาวกว่าส่วนอื่น ผมสองข้างตัดให้ยาวไม่เท่ากัน ส่วนท้ายทอยไว้ยาว

คล้ายหางเต่า หรือไว้ผมแบบอื่นๆ ที่ขัดต่อบุคลิกภาพของการเป็นนักเรียน

เครื่องแบบนักเรียน

๑. เสื้อนักเรียน

นักเรียนชาย ใช้เสื้อเชิ้ตคอตั้ง ผ้าสีขาวเนื้อเรียบหนาพอสมควร ตัดตัวตรงไม่เข้ารูป มีสาบที่อกตลบออกด้านนอกตัวประมาณ ๔ ซม. ไม่ตีเกล็ดด้านหลัง

ติดกระดุมกลมแบนสี ขาวเส้นฝาศูนย์กลาง ๑ ซม. มีกระเป๋าทางอกซ้าย ๑ ใบ

นักเรียนหญิง ใช้เสื้อเชิ้ตคอตั้ง ผ้าสีขาวเนื้อเรียบหนาพอสมควร ตัดตัวตรงไม่เข้ารูป ไม่มีสาบที่ด้านหน้า แขนเสื้อมีจีบยกที่ไหล่

และจีบรัดที่ปลายแขน ขอบแขนกว้าง ๓ ซม. ด้านหลังไม่มีบ่าหลัง

ทั้งนักเรียนชายและหญิง ปักอักษรย่อของโรงเรียน บ.ว.น. ที่อกขวา และปักชื่อที่อกซ้าย ด้วยไหมสีน้ำเงิน

นักเรียนชายปักระดับชั้นที่ปกเสื้อด้านขวา โดยระดับชั้นละ 1 ดวง โดยแทน มัธยมศึกาาตอนต้น สีน้ำเงิน มัธยมศึกษาตอนปลายสีแดง

นักเรียนหญิงปักระดับชั้นที่เหนืออักษรย่อ บ.ว.น. โดยระดับชั้นละ 1 ดวง โดยแทน มัธยมศึกาาตอนต้น สีน้ำเงิน มัธยมศึกษาตอนปลายสีแดง

๒. กางเกง ใช้ผ้าโทเรหรีอผ้าเสิร์จสีกากี (ห้ามใช้ผ้าเวสปอยส์) มีจีบข้างหน้าด้านละ ๒ จีบ ผ่าตรงส่วนหน้าติดซิป (ห้ามใช้กระดุม)

มีกระเป๋าด้านข้าง ๒ ข้าง ปากกระเป๋า ตัดตรง

ไม่มีกระเป๋าหลัง มีหูไว้ร้อยเข็มขัดกางเกง ความกว้างของปลายขากางเกง เมื่อดึง ออกมาจากขาต้องห่างไม่น้อยกว่า ๗ ซม. แต่ไม่เกิน ๑๒ ซม.

เมื่อใส่แล้วต้องมีความยาว เหนือลูกสะบ้าเข่าไม่เกิน ๕ ซม. โดยขอบเอวอยู่ไม่ต่ำกว่าสะดือ

๓. กระโปรง ใช้ผ้าโทเรสีกรมท่าหรือดำ เนื้อเรียบไม่มีลวดลาย ด้านหน้าและหลัง พับจีบ ข้างละ ๓ จีบ ความลึกของจีบ ๓-๔ ซม.

หันจีบออกด้านนอก เย็บทับบนจีบวัดจาก ใต้ขอบเอวกระโปรง ๗-๘ ซม.

กระโปรงที่สั่งตัดหรือซื้อมาใส่ต้องมีความยาวคลุมเข่า ไม่เห็นข้อพับโดยขอบเอวอยู่ไม่ต่ำกว่าสะดือ (ใช้สีกรมท่าแบบเข้มหรือสีดำ)

๔. เข็มขัด

นักเรียนชาย ใช้สีน้ำตาลแบบนักเรียน ขนาดกว้าง ๓.๕ ซม. หัวเข็มขัดสีทอง มีเข็มสำหรับสอดรูเข็มขัด ๑ เข็มเท่านั้น

นักเรียนหญิง ใช้สีดำแบบนักเรียน

๕. รองเท้า

นักเรียนชาย รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาลแบบผูกเชือก ทำด้วยหนังหรือผ้าใบไม่มีลวดลาย ขอบและตาไก่สำหรับร้อยเชือกต้องมีสีน้ำตาล

นักเรียนหญิง รองเท้าดำแบบนักเรียน หัวมนมีสายรัดหลังเท้าไม่มีลวดลาย (ห้ามใช้ กับชุดพลศึกษา)

๖. ถุงเท้า

นักเรียนชาย สีน้ำตาลล้วนไม่มีลวดลายและไม่ใช้ชนิดลูกฟูกหนา มีความยาวขนาด ครึ่งน่อง ไม่พับถุงเท้า

นักเรียนหญิง สีขาวล้วนไม่มีลวดลาย มีความยาวสามารถพับขอบได้ และไม่ใช้ ชนิดลูกฟูกหนาหรือบางแบบถุงน่อง หรือถุงเท้าแบบสั้น

๗. กระเป้า

ให้ใช้กระเป๋าหนังสือเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการหรือกระเป๋า สะพายที่โรงเรียนกำหนดและต้องนำมาโรงเรียนทุกครั้ง

และหากจะใช้ถุงหิ้วใส่อุปกรณ์การเรียนเพิ่มเติม ต้องใช้ถุงผ้าแบบที่โรงเรียนอนุญาตเท่านั้น

ในวันสอบกลางภาค (Midterm Test) หรือ ปลายภาค (Final Test) อนุญาตให้ใช้กระเป๋าสำรองมาได้

เครื่องแบบพลศึกษา

เป็นการแต่งกายที่โรงเรียนออกแบบไว้เพื่อความสะดวกในการเรียนวิชาพลศึกษาให้ ใช้เฉพาะในวันที่มีการเรียนพลศึกษา

มัธยมศึกษาตอนต้น

๑. เสื้อ ใช้เสื้อแขนสั้น คอโปโล สีฟ้า มีกระเป๋าข้างซ้าย ๑ ใบ ที่กระเป๋ามี เครื่องหมายโรงเรียน

อกขวาปักชื่อด้วยไหมสีขาว ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ปกเสื้อด้านขวาปักดาวระดับชั้น ด้วยไหมสีขาว ระดับชั้นละ 1 ดวง

๒. กางเกง เป็นกางเกงวอร์มขายาว สีกรมท่าเข้ม เอวรัด มีแถบเส้นสีฟ้าแดง ทั้งสองข้าง

๓. ถุงเท้า สั้น สีน้ำตาลสำหรับนักเรียนชาย และสีขาวสำหรับนักเรียนหญิง ห้ามสวมถุงเท้าที่มีลวดลายหรือสีอื่นๆ แทรก

๔. รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลสำหรับนักเรียนชาย และ รองเท้าผ้าใบสีขาวสำหรับนักเรียนหญิง หุ้มส้นแบบผูกเชือกที่ไม่มีสีหลายสีและลวดลายใดๆ

(นักเรียนหญิงห้ามใช้ รองเท้าผ้าใบกับชุดนักเรียน)

มัธยมศึกษาตอนปลาย

๑. เสื้อ ใช้เสื้อแขนสั้น คอโปโล สีแดง มีกระเป๋าข้างซ้าย ๑ ใบ ที่กระเป๋ามี เครื่องหมายโรงเรียน

อกขวาปักชื่อด้วยไหมสีขาว ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ปกเสื้อด้านขวาปักดาวระดับชั้น ด้วยไหมสีขาว ระดับชั้นละ 1 ดวง

๒. กางเกง เป็นกางเกงวอร์มขายาว สีกรมท่าเข้ม เอวรัด มีแถบเส้นสีฟ้าแดง ทั้งสองข้าง

๓. ถุงเท้า สั้น สีน้ำตาลสำหรับนักเรียนชาย และสีขาวสำหรับนักเรียนหญิง ห้ามสวมถุงเท้าที่มีลวดลายหรือสีอื่นๆ แทรก

๔. รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลสำหรับนักเรียนชาย และ รองเท้าผ้าใบสีขาวสำหรับนักเรียนหญิง หุ้มส้นแบบผูกเชือกที่ไม่มีสีหลายสีและลวดลายใดๆ

(นักเรียนหญิงห้ามใช้ รองเท้าผ้าใบกับชุดนักเรียน)

เพลงประจำโรงเรียน[แก้]

เพลงประจำโรงเรียนบุญวัฒนา คือ มาร์ชบุญวัฒนา

1. มาร์ชบุญวัฒนา

2. บุญวัฒนาอัญมณีแห่งโคราช (มาร์ชเดิมของโรงเรียน)

หลักสูตรที่เปิดสอน[แก้]

โรงเรียนบุญวัฒนาเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ โดยแบ่งตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เน้นดังนี้

มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-ม.3)

  • ห้องเรียนพิเศษ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
    • เน้น วิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ (GSMP : Gifted Science& Mathematics Program)
    • เน้น ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ แบบเข้ม (ISMEP : Intensive Science Mathematics English Program)
    • เน้น ภาษาอังกฤษแบบเข้ม (EP : English Program)
  • ห้องเรียนทั่วไป

มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-ม.6)

  • วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ แบ่งกลุ่มย่อยตามวิชาเลือกได้อีก 3 กลุ่มคือ
    • เน้น วิทยาศาสตร์ (Gifted Science)
    • เน้น ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ แบบเข้ม (ISMEP : Intensive Science Mathematics English Program)
    • วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ทั่วไป แบ่งเป็น
      • วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ กิจกรรม
  • ศิลป์ แบ่งกลุ่มย่อยตามวิชาเลือกได้อีก 3 กลุ่มคือ
    • คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยี (ศิลป์คำนวณ)
    • ภาษาไทย สังคมศึกษาและเทคโนโลยี (ศิลป์สังคม)
    • ภาษาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 3 ภาษา คือ
      • ภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น
      • ภาษาอังกฤษและภาษาจีน
      • ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส (เปิดสอนเฉพาะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2558)

รายนามผู้บริหารโรงเรียนบุญวัฒนา[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 นายเทอดศักดิ์ รัตนมณี พ.ศ. 2516 - 2519
2 นายไพรัตน์ สุวรรณแสง พ.ศ. 2519 (ก.พ.) - 2519 (ต.ค.)
3 นายครรชิต ตรานุชรัตน์ พ.ศ. 2519 - 2532
4 นายล้วน วรนุช พ.ศ. 2532 - 2535
5 นายจารุ โรจนรังสิมันตุ์ พ.ศ. 2535 - 2543
6 นายธนศักดิ์ กระต่ายทอง พ.ศ. 2543 - 2547
7 นายศิลปสิทธิ์ ทับทิมธงไชย พ.ศ. 2547 - 2549
8 นายมโน ศรีวัฒนพงศ์ พ.ศ. 2549 - 2555
9 นายสมัคร ไวยขุนทด พ.ศ. 2556 - 2557
10 นายลัดทา ชนะภัย พ.ศ. 2557 (มี.ค.) - 2557 (ก.ย.)
11 นายอนันต์ เพียรเกาะ พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน

คณะในโรงเรียน[แก้]

โรงเรียนบุญวัฒนา เป็นโรงเรียนสหศึกษาที่มีนักเรียนเข้าศึกษาจำนวนมากในทุก ๆ ปี จึงได้มีการจัดการปกครองแบ่งเป็น "6 คณะ" เพื่อให้สามารถดูและปกครองได้อย่างทั่วถึงกัน โดยใช้ชื่อพรรณไม้เป็นตัวแทนของแต่ละคณะ ซึ่งเป็นหนึงในเอกลักษณ์ของโรงเรียน ประกอบด้วย

  •      คณะบุษกร สีน้ำเงิน
  •      คณะทองกวาว สีแสด
  •      คณะปัทมา สีแดง
  •      คณะการเวก สีเขียว (เดิมเป็นสีเขียวเข้ม)
  •      คณะราชพฤกษ์ สีเหลือง
  •      คณะราชาวดี สีฟ้า (เดิมเป็นสีเขียวอ่อน)

บุคลที่มีชื่อเสียงที่จบการศึกษาจากโรงเรียนบุญวัฒนา[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

โรงเรียนในเครืออำเภอเมืองนครราชสีมา[แก้]

อ้างอิง[แก้]