โรงเรียนสตรีนครสวรรค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนสตรีนครสวรรค์
Satri Nakhon Sawan School
ตราประจำโรงเรียนสตรีนครสวรรค์
ที่ตั้ง
แผนที่
312 ถนนสวรรค์วิถี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000
พิกัด15°41′40″N 100°07′32″E / 15.6944375°N 100.1254219°E / 15.6944375; 100.1254219
ข้อมูล
ชื่ออื่นส.น.
S.N.
ประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐขนาดใหญ่พิเศษ
คำขวัญความรู้ดุจอาภา จรรยาดุจอาภรณ์
Open your mind
Brush up you Brains Expand your Horizon
สถาปนา2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455 (112 ปี 72 วัน)[1]
ผู้ก่อตั้ง สมเด็จพระวิมาดาเธอกรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา
เขตการศึกษามัธยมศึกษาเขตที่ 42
หน่วยงานกำกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
รหัส07600102
ผู้อำนวยการนายไพบูลย์ เขียนประเสริฐ
จำนวนนักเรียน3,013 คน
(ปีการศึกษา 2566)
สี███ น้ำเงิน
███ เหลือง
เพลงมาร์ชสตรีนครสวรรค์[2]

รำวง ส.น.[3]

อาลัย ส.น.[4]
เว็บไซต์www.sns.ac.th
Satrinakhonsawan School

โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษประจำจังหวัดนครสวรรค์ ตั้งอยู่หลังโรงพยาบาลปากน้ำโพ เปิดสอนในระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 โดยชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นมี 12 ห้องเรียน และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมี 13 ห้องเรียน โดยในอดีตได้ก่อตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์สาขาตลาดปากน้ำโพในปัจจุบัน

ประวัติโรงเรียน[แก้]

พระวิมาดาเธอ[5] ( หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ )

โรงเรียนสตรีนครสวรรค์เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ เริ่มก่อตั้งเมื่อ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2455 บนที่ราชพัสดุตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์ ตลาดปากน้ำโพในปัจจุบัน เดิมชื่อว่า ”โรงเรียนสตรีปากน้ำโพ” เป็นโรงเรียนสหศึกษา สอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3

ปี พ.ศ. 2457 พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ได้ประทานเงินจำนวน 5,000 บาทเพื่อทำการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ โดยรื้ออาคารเรียนหลังเก่า

ปี พ.ศ. 2460 ได้เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 รับเฉพาะนักเรียนหญิง และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนประจำมณฑลแผนกสตรี

ปี พ.ศ. 2471 ได้เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และรับนักเรียนหญิงที่มีสอบไล่ได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากอำเภอต่าง ๆ เข้ามาเป็นนักเรียนฝึกหัดครู รับเป็นนักเรียนประจำโดยให้ความรู้สามัญร่วมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 และเรียนวิชาครูควบคู่ไปด้วย เมื่อเรียนสำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และวิชาครูแล้ว ได้รับประกาศนียบัตร “ครูประกาศนียบัตรมลฑล” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “ครูประกาศนียบัตรจังหวัด”

ปี พ.ศ. 2473 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ประทานเงินบำรุงแก่โรงเรียนสตรีประจำมณฑลนครสวรรค์ 200 บาท เนื่องในการที่บรรดาครูและนักเรียนโรงเรียนสตรีประจำมณฑล ได้พร้อมใจกันแสดงละครร้องถวายทอดพระเนตร ณ สโมสรข้าราชการ เมื่อคืนวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2473[6]

ปี พ.ศ. 2475 โรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครสวรรค์” เพราะมลฑลนครสวรรค์เปลี่ยนเป็นจังหวัดนครสวรรค์

ปี พ.ศ. 2482 กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั้งยุบโรงเรียนสตรีฝึกหัดครูประกาศนียัตรจังหวัด

ปี พ.ศ. 2491 กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งให้ตั้งโรงเรียนอนุบาลขึ้นในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครสวรรค์ โดยให้ครูใหญ่โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครสวรรค์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลด้วย เปิดทำการสอนในระดับอนุบาล – ประถมปีที่ 4

ปี พ.ศ. 2494 หลังจากก่อสร้างมาประมาณ 40 ปี ได้ย้ายมาปลูกสร้างในสถานที่ปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนสตรีนครสวรรค์” สร้างอาคารเรียนเป็นตึกชั้นเดียวบนพื้นที่ 10 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวา

ปี พ.ศ. 2505 ได้เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนกศิลป์ รับนักเรียนทั้งชาย-หญิง

ปี พ.ศ. 2507 โรงเรียนอนุบาลได้แยกไปอยู่ในที่ใหม่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครสวรรค์

ปี พ.ศ. 2522 โรงเรียนได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก 5 ไร่ 57 ตารางวา

ปี พ.ศ. 2524 ได้รับงบประมาณสร้างหอประชุมขนาดใหญ่ และรื้อทิ้งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2536 เพื่อใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ 5 ชั้นในปี2536

ปี พ.ศ. 2525 โรงเรียนมีนโยบายงดรับนักเรียนชาย และ ได้รับงบประมาณ 3,120,000 บาท ต่อสร้างโรงฝึกงานแบบพิเศษ 3 ชั้น 6 หน่วย ตั้งชื่อว่า "อาคารมาลัยพิรุณ"

ปี พ.ศ. 2536 โรงเรียนได้งบประมาณสร้างอาคารเอนกประสงค์ 5 ชั้น 1 หลัง ราคา 25 ล้านบาท มีห้องเรียน 40 ห้อง ชั้นบนเป็นโรงยิมเนเซียม หรือ อาคาร6 นภคุณหยาดเพชร ชั้นล่างโล่ง

ปี พ.ศ. 2540 มีนโยบายรับนักเรียนชายและเป็นโรงเรียนสหศึกษา และในปีเดียวกันนี้ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 2 ชั้น ราคา 15 ล้านบาท ด้านหน้าโรงเรียน อาคารเฉลิมพระเกรียติ 6 รอบ พระชนม์พรรษา

ปี พ.ศ. 2541 โรงเรียนได้ขอพระราชทานชื่ออาคารและขออนุญาตเชิญตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ประดิษฐานที่ป้ายชื่ออาคารและสำนักราชเลขาธิการพระบรมมหาราชวังมีหนังสือแจ้งกลับว่าสมควรให้ใช้ชื่ออาคารว่า “อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเปิดอาคารเรียน “อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ในครั้งนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นราชพฤกษ์ ต้นไม้ประจำโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ พระราชทานแก่โรงเรียน บริเวณอาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา

ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนสตรีนครสวรรค์[แก้]

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 ครูมาลี พ.ศ. 2455 – 2456
2 ครูจ๋วน กิจวรวัฒน์ พ.ศ. 2456 – 2465
3 ครูลาภ มานะเศวต พ.ศ. 2465 – 2466
4 ครูมานพ สุวรรณเกษร พ.ศ. 2466 – 2466
5 ครูน้อม กสิรักษ์ พ.ศ. 2466 – 2470
6 นางตาบทิพย์ รัตนวราหะ พ.ศ. 2470 – 2480
7 นายเติมมา ณ มหาไชย พ.ศ. 2480 – 2502
8 นางไพฑูรย์ เที่ยงศิริ พ.ศ. 2502 – 2521
9 นางพะเยีย อุทยานิน พ.ศ. 2521 – 2524
10 นางพวงเพชร ธนะเพทย์ พ.ศ. 2524 – 2538
11 นางเพ็ญศรี พืชพันธ์ พ.ศ. 2538 – 2542
12 นางสาวบุบผา เสนาวิน พ.ศ. 2543 – 2546
13 นายวิวัฒน์ อนิวรรตกูล พ.ศ. 2546 – 2549
14 นายปรีชา ทานะมัย พ.ศ. 2549 - 2553
15 ดร.วินัย ทองมั่น พ.ศ. 2554-2556
16 นางสาวจุไรรัตน์ มณีรัตน์ พ.ศ. 2557-2560
17 นางสาวสุดสวาท ยังแจ่ม พ.ศ. 2560-2563
18 นายชาญชัย ชนิดสะ พ.ศ. 2563-2566
19 นายไพบูลย์ เขียนประเสริฐ พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน

แผนการเรียน[แก้]

อ้างอิง: [7][8]

(อดีต) มัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

  • ห้อง 1-6และ8 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 7 แผนการเรียนรู้ EP
  • ห้อง 9-12 แผนการเรียนศิลป์-ภาษา

(ปัจจุบัน) มัธยมศึกษาตอนต้น[แก้]

  • ห้อง 1 ห้องเรียนพิเศษ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (SMTE)
  • ห้อง 2,3,4,5,6,8 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 7 ห้องเรียนพิเศษ โครงการห้องเรียนพิเศษ English Program (EP)
  • ห้อง 9,10,11,12 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาอังกฤษ
  • ห้อง 13 แผนการเรียนศิลปะ-กีฬา

(อดีต) มัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

  • ห้อง 1 ห้องเรียนพิเศษ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
  • ห้อง 2-4 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 5-6 แผนการเรียนศิลป์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 7 ห้องเรียนพิเศษ โครงการห้องเรียนพิเศษEnglish Program (EP) (จีน-ญี่ปุ่น-ฝรั่งเศส)
  • ห้อง 8-9 แผนการเรียนภาษาจีน-ญี่ปุ่น-ฝรั่งเศส-เกาหลี
  • ห้อง 10-11 แผนการเรียนภาษาอังกฤษ
  • ห้อง 12-13 แผนการเรียนทั่วไป

(ปัจจุบัน) มัธยมศึกษาตอนปลาย[แก้]

  • ห้อง 1 ห้องเรียนพิเศษ โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (SMTE)
  • ห้อง 2,3,4,5 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
  • ห้อง 6,8,9 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาอังกฤษ
  • ห้อง 7 ห้องเรียนพิเศษ โครงการห้องเรียนพิเศษ English Program (EP)(จีน - ญี่ปุ่น - ฝรั่งเศส)
  • ห้อง 10 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาจีน-ฝรั่งเศส
  • ห้อง 11 แผนการเรียนศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น-เกาหลี
  • ห้อง 12 แผนการเรียนศิลปะ-กีฬา
  • ห้อง 13 แผนการเรียนศิลป์-ทั่วไป

อาคารและสถานที่[แก้]

อาคารเรียนของโรงเรียนสตรีนครสวรรค์มีทั้งหมด 10 อาคาร ดังนี้

  • อาคารอัจฉราลัย เป็นหอประชุมของโรงเรียน ชั้นล่างเป็นโรงอาหาร
  • อาคารไพจิตรเวหาส (ตึก 1) เป็นอาคารเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
  • อาคารโอภาสรวี (ตึก 2) เป็นอาคารเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และศิลปะ ในอดีตอาคารนี้เคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานผู้อำนวยการ และห้องประชุมกีรตยานุสรณ์
  • อาคารรัศมีดารา (ตึก 3) เป็นอาคารเรียนวิชาภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และฝรั่งเศส
  • อาคารจันทราอำไพ (ตึก 4) เป็นอาคารเรียนคณิตศาสตร์ ห้องพยาบาล และห้องลูกเสือ
  • อาคารมาลัยพิรุณ (ตึก 5) เป็นอาคารเรียนวิชาคหกรรม งานช่าง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ ศูนย์AFSเขตนครสวรรค์ ศูนย์อาเซียนศึกษา ห้องกลุ่มบริหารกิจการพิเศษ และศูนย์การเรียนรู้ไร้พรมแดน เป็นห้องประชุมขนาดเล็ก (ห้องมาลัย1 และห้องมาลัย2)
  • อาคารนพคุณหยาดเพชร (ตึก 6) สร้างขึ้นเมื่อปี 2536 ได้รับเกียรติจาก ผ.อ.พวงเพชร ธนะแพทย์ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ของอาคาร
  • อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (ตึก 7) สร้างขึ้นเมื่อปี 2541 เป็นอาคารเรียนโครงการ 2 ภาษา ซึ่งมีห้องสมุดและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2542 และในคราวเดียวกันทรงปลูกต้นราชพฤกษ์พระราชทานบริเวณด้านหน้าอาคาร
  • อาคาร8 (ตึก 8) สร้างขึ้นเมื่อปี 2561 อาคาร8 ยังไม่มีการตั้งชื่ออาคารอย่างเป็นทางการ เป็นอาคารเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
  • สระบัว เป็นอ่างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ก่อขึ้นมาระหว่างอาคารโอภาสรวีและอาคารรัศมีดารา ในอดีตมีบัวหลากหลายสายพันธุ์ แต่หลังจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 ทำให้บัวหลายสายพันธุ์สูญหายและไม่สามารถทนต่อสภาพน้ำได้ จึงทำให้ในปัจจุบันยังคงมีแค่บัวหลวงปทุมเท่านั้นที่เหลือรอดมาจากเหตุการณ์น้ำท่วม นอกจากบัวแล้วในสระยังมีปลาและหอยหลายสายพันธุ์ เช่นหอยเชอรี่ ในช่วงหลังจากประกาศผลสอบแอดมิดชั่นหรือรับตรงเข้ามหาวิทยาลัยมักจะมีนักเรียน ม.6 ที่ประสบความสำเร็จในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมากระโดดสระบัว วิ่งรอบสระบัวเป็นธรรมเนียมประเพณีที่สืบต่อกันมานาน
  • สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
  • หอพระ อาคารทรงปราสาทจตุรมุข มียอด1ยอด หลังคาซ้อนสองชั้น ประดับใบระกาหางหงส์ สร้างขึ้นในสมัยของผู้อำนวยการเพ็ญศรี พืชพันธุ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศรีสวรรค์ และสมเด็จพระโพธิญาณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำโรงเรียน
  • ลานลีลาวดี ในอดีตใช้เป็นลานฝึกสอนวิชานาฏศิลป์ ปัจจุบันได้ปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นสวนหย่อมภายในมีต้นลีลาวดีขนาดใหญ่ และเสาอิฐของอาคารเรียนหลังแรกเป็นอนุสรณ์ พื้นที่นี้ใช้ในการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งในบางสาขาวิชา
  • โดมร่มเย็น สร้างขึ้นเมื่อปี 2559
  • โดมร่มเย็น(ช่วงที่2) ต่อเติมเพิ่มจากโดมเก่า สร้างเมื่อปี 2566

คณะสี[แก้]

ชื่อคณะสี สีประจำคณะ
ไพจิตรเวหาส สีเขียว ███
โอภาสรวี สีแดง ███
รัศมีดารา สีฟ้า ███
จันทราอำไพ สีเหลือง ███
มาลัยพิรุณ สีน้ำเงิน ███

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

ภาษาที่มีการเรียนการสอน[แก้]

ไทย ภาษาไทย

สหราชอาณาจักร สหรัฐภาษาอังกฤษ

ฝรั่งเศส ภาษาฝรั่งเศส

จีน ภาษาจีน

ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น

ประเทศเกาหลี ภาษาเกาหลี

ตราสัญลักษณ์EPและศิลป์ภาษา[แก้]

ตราสัญลักษณ์ศิลป์ภาษาจีนโรงเรียนสตรีนครสวรรค์
ตราสัญลักษณ์ศิลป์ภาษาฝรั่งเศสโรงเรียนสตรีนครสวรรค์
ตราสัญลักษณ์ศิลป์ภาษาญี่ปุ่นโรงเรียนสตรีนครสวรรค์
ตราสัญลักษณ์ศิลป์ภาษาเกาหลีโรงเรียนสตรีนครสวรรค์

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ข้อมูลพื้นฐาน
  2. มาร์ช สตรีนครสวรรค์, สืบค้นเมื่อ 2023-02-11
  3. รำวง ส.น. (โรงเรียนสตรีนครสวรรค์), สืบค้นเมื่อ 2023-02-11
  4. อาลัยส.น. (โรงเรียนสตรีนครสวรรค์), สืบค้นเมื่อ 2023-02-11
  5. ประวัติโรงเรียนสตรีนครสวรรค์
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2473/D/3392.PDF
  7. http://www.sns.ac.th/imageboss/vichakan/1.pdf
  8. http://www.sns.ac.th/imageboss/vichakan/1.pdf