โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา
สุวิชาโน ภวํ โหติ
(ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ)
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Sawananan Wittaya School
อักษรย่อ ส.อ. / SW
ประเภท รัฐ
ก่อตั้ง พ.ศ. 2438
รหัส 1007640701
เพลง มาร์ชลูกสวรรค์-อนันต์
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน
เว็บไซต์

โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ตั้งอยู่ริมถนนจรดวิถีถ่อง ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอสวรรคโลก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 38 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจัดเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ และมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 128 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา เป็นโรงเรียนสหศึกษา ซึ่งเกิดจากการรวมโรงเรียนสวรรคโลก "สวรรควิทยา" โรงเรียนชายประจำจังหวัดสวรรคโลก กับโรงเรียนสตรีสวรรคโลก "อนันตนารี" โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดสวรรคโลก เข้าด้วยกันตามนโยบายและ ประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2513 โดยจัดการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาต้อนต้น เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2513 ณ อาคารเลขที่ 89 หมู่ 3 ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายฉลวย บุญครอบ เป็นอาจารย์ใหญ่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 กรมวิสามัญศึกษา ได้เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คือชั้น ม.ศ. 4 - 5 แผนวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันได้เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คือ ชั้น ม.1- ม.3 และในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คือชั้น ม.4 - ม.6


โรงเรียนสวรรคโลก "สวรรควิทยา" เดิมชื่อ "โรงเรียนบัณฑิตสภา" ก่อตั้งโดยสมุหเทศาภิบาลมณฑลพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ. 2438 หรือ ร.ศ. 113 ในระยะแรกได้อาศัยอาคาร "ศาลาบัณฑิต" สันนิษฐานว่าใช้เป็นที่ประชุมบัณฑิต หรือคณะกรรมการการเมือง ซึ่งเป็นอาคารไม้ตั้งอยู่ข้างศาลากลางจังหวัดสวรรคโลก สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยมี หลวงศาสนนิเทศก์เป็นครูใหญ่ท่านแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 ได้ย้ายไปอยู่โรงเรียนสร้างใหม่ บริเวณเหนือวัดสว่างอารมณ์วรวิหาร และเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนสวรรควิทยา" โดยถือนามเมืองสวรรคโลกเป็นมงคลและปี พ.ศ. 2513 ก็ย้ายมาอยู่ที่อาคารเลขที่ 89 หมู่ 3 ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

ส่วนโรงเรียนสตรีสวรรคโลก "อนันตนารี" เปิดสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2465 โดยใช้พลับพลาเป็นที่จัดการเรียนการสอน มีนางสาวเนื่อง บิณฑดิษฐ์ เป็นครูใหญ่ท่านแรก ปลายปี พ.ศ. 2466 ได้ย้ายไปเรียนรวมกับโรงเรียนสวรรควิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนชายประจำจังหวัดสวรรคโลก ปี พ.ศ. 2467 ได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนสร้างใหม่ และปี พ.ศ. 2513 ได้ย้ายไปเรียนรวมกับโรงเรียนสวรรควิทยา โดยใช้ชื่อว่า "โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา" ปัจจุบันอาคารเรียนของโรงเรียนอนันตนารีเป็นอาคารร้าง ส่วนที่ดินของโรงเรียนได้จัดเป็นนิคมบ้านพักอาจารย์โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยามีเนื้อที่อยู่ 3 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา [1]


สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน[แก้]

  • คำขวัญ ได้แก่ เรียนดี ประพฤติดี การงานดี
  • คติพจน์ ได้แก่ สุวิชาโน ภวํ โหติ แปลว่า ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ
  • สีประจำสถาบัน ได้แก่ น้ำเงิน-ชมพู
  • ต้นไม้ประจำสถาบัน

ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เมื่อก่อนโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา มีต้นคูนอยู่เต็มโรงเรียนเมื่อถึงฤดูแล้ง ก็ออกดอกเหลืองทั้งต้นทั่วโรงเรียน ดังตอน หนึ่งของเพลง สวรรค์สามัคคี หนึ่งในเพลงประจำโรงเรียนซึ่งประพันธ์โดยอาจารย์ ระพีพรรณ ฤทธิ์น้ำ ว่า "ร่มคูนร่มรื่นชื่นสราญ ดังทิพย์วิมาน อบอุ่นสุขสันต์ ทั้งกายใจ" ปัจจุบันต้นคูนส่วนใหญ่ ถูกน้ำท่วมตายจนแทบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นแล้วในปีการศึกษา 2544 ได้มีโครงการปลูกต้นคูน เพื่อคืนความร่มรื่นชื่นสราญ ให้แก่โรงเรียนโดยกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มเกษตรกรรมเป็นแกนนำในการปลูก

  • พระพุทธรูป

ศาลาบัณฑิต หรือที่เรียกกันในนาม "ศาลหลวงปู่" สืบเนื่องมาจากการจัดงานฉลองครบรอบ 76 ปี ของโรงเรียนสวรรควิทยา และอายุครบรอบ 50 ปี ของโรงเรียน อนันตนารี คณะกรรมการจัดงานจึงมีมติตั้งศาลที่ระลึกขึ้น สำหรับผู้ก่อตั้งและผู้มีอุปการคุณแก่โรงเรียนสวรรควิทยา ได้แก่ "พระสวรรค์วรนายก (ทองคำ จิตรธร)" (พ.ศ. 2420-2508)อดีตเจ้าคณะจังหวัดสวรรคโลกและสุโขทัย เพื่อเป็นที่เคารพสักการบูชาแก่ครู และนักเรียน ศาลาที่จัดสร้างขึ้นนี้จึงให้ชื่อว่า "ศาลาบัณฑิต" ตามชื่อเดิมของโรงเรียนสวรรควิทยา อันได้แก่ โรงเรียนบัณฑิตสภา "ศาลาบัณฑิต" แห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวของคณะนักเรียน และครูโรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยาแล้วยังเป็นศูนย์รวมใจของศิษย์เก่า สวรรควิทยา อนันตนารี และสวรรค์อนันต์วิทยาอีกด้วย[2]


เพลงประจำโรงเรียน[แก้]

เพลง ลูกสวรรค์ - อนันต์

คำร้อง/ทำนอง อาจารย์ทวี สุทธิอาภาพงศ์ จังหวะ มาร์ช

ลูกสวรรค์ อนันต์วิทยา
ลูกสวรรค์ อนันต์วิทยา
(สร้อย) มาเถิดมา เรามาร่วมกัน พี่น้องชาวสวรรค์ - อนันต์สมานไมตรี
ลูกสวรรค์ มา มา มา มา (ฮัม)
มาร่วมพี่ร่วมน้อง ที่เกิดจากท้องเดียวกัน ลูกสวรรค์อนันต์ หมายมั่นผดุงไทย
ลูกสวรรค์ อนันต์วิทยา
ลูกสวรรค์ อนันต์วิทยา
(สร้อย) มาเถิดมา เรามาร่วมกัน พี่น้องชาวสวรรค์ - อนันต์สมานไมตรี
ลูกสวรรค์ มาซิพวกเรา (ฮัม)
เรามาร่วมสามัคคี มาร่วมยินดีพบกัน ลูกสวรรค์อนันต์ รักกันอย่าจืดจาง
ลูกสวรรค์ อนันต์วิทยา
ลูกสวรรค์ อนันต์วิทยา
(สร้อย) มาเถิดมา เรามาร่วมกัน พี่น้องชาวสวรรค์ - อนันต์สมานไมตรี
ลูกสวรรค์ น้ำเงินชมพู (ฮัม)
เรามาร่วมรวมจิต มาร่วมผูกมิตรกันไว้ ต่างพร้อมใจ เธอลูกใคร ?
ลูกสวรรค์..... อนันต์วิทยา[3]

ทำเนียบผู้บริหาร[แก้]

  • โรงเรียนสวรรคโลก "สวรรควิทยา" (ตั้งแต่เป็นโรงเรียนบัณฑิตสภา)
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 หลวงศาสนนิเทศ์ พ.ศ. 2438
2 พระวินัยธรจ่าง
3 พรสมุห์น่วม
4 พระมหาเจริญ
5 พระใบฎีกาเชย
6 พระภิกษุแก้ว ปิณฑดิษฐ์
7 พระภิกษุชม
8 นายแย้ม สีตะสุด พ.ศ. 2446 - 2461
9 นายจำปา เวชบุตร พ.ศ. 2461 - 2463
10 นายแตงกวย บูรณะเกียรติ พ.ศ. 2463 - 2467
11 นายเหรียญ วงศ์มณี พ.ศ. 2467 - 2471
12 นายสอด กล่ำประเสริฐ พ.ศ. 2471 - 2475
13 นายด้าย บูรณะกร พ.ศ. 2475 - 2479
14 นายงาม สีตะธาณี พ.ศ. 2479 - 2482
15 นายเจริญ ฐิตาภาวิทยศักดิ์ พ.ศ. 2482 - 2494
16 นายสุด สุวรรณาคินทร์ พ.ศ. 2494 - 2506
17 นายพจน์ จิตต์ภักดี พ.ศ. 2506 - 2510
  • โรงเรียนสตรีสวรรคโลก "อนันตนารี"
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 นางสาวเนื่อง บิณฑดิษฐ์ พ.ศ. 2465 - 2480
2 นางสาวฝัน แสนโกศิก พ.ศ. 2480 - 2486
3 นางสาวเจียมจิตต์ บุญญานุรักษ์ พ.ศ. 2486 - 2491
4 นางทวีศิริ ง้าวสุวรรณ พ.ศ. 2491 - 2494
5 นางเฉลิมลักษณ์ บุณเกตุ พ.ศ. 2494 - 2498
6 นางนันทิยา งามขำ พ.ศ. 2498 - 2502
7 นางลำดวน กำปั่นทอง พ.ศ. 2502 - 2513
  • โรงเรียนสวรรค์อนันต์วิทยา
ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 นายฉลวย บุญครอบ พ.ศ. 2513 - 2528
2 นายเขจร เปรมจิตต์ พ.ศ. 2528 - 2529
3 นายปรีชา จาดศรี พ.ศ. 2529 - 2539
4 นายไพวัน คงกระพันธ์ พ.ศ. 2539 - 2540
5 นายไพรัตน์ ใยดี พ.ศ. 2540 - 2542
6 นายสมศักดิ์ จงรู้ธรรม พ.ศ. 2542 - 2547
7 นายประมวล ลอยฟ้า พ.ศ. 2547 - 2549
8 นายจำลอง คุรุบรรเจิดจิต พ.ศ. 2549 - 2551
9 นายถวิล หิรัญศรี พ.ศ. 2551 - 2556
10 นายสมชาย ธรรมปรีชา พ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน[4]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]