โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ตราพระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี์สถิตเหนืออักษร ชย
ภายใต้มีชื่อโรงเรียนอยู่บนแถบสีเหลือง

กลฺยาณการี กลฺยาณํ
(ทำดีได้ดี)
(พ.ศ. 2481 - พ.ศ. 2510)

นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา

(แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี)
(พ.ศ. 2510 - ปัจจุบัน)
เลขที่ 19 ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ รหัสไปรษณีย์ 36000
15°48′23″N 102°01′59″E / 15.806294°N 102.03295°E / 15.806294; 102.03295

ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Chaiyabhumbhakdeechumphon School (C.B.)
ประเภท โรงเรียนหลวง
(ตั้งแต่ 21 เมษายน พ.ศ. 2442)
โรงเรียนประจำเมือง
(ตั้งแต่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2445)
โรงเรียนประจำจังหวัด
(ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2464)
โรงเรียนของรัฐ
(ตั้งแต่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2518)
สังกัด พุทธ (พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2458)
เสรี (พ.ศ. 2458 - ปัจจุบัน)
ขึ้นกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
สถาปนา ก่อตั้งเป็นโรงเรียนหลวง
21 เมษายน พ.ศ. 2442 [1]
สถาปนาเป็นโรงเรียนประจำเมือง
25 ธันวาคม พ.ศ. 2445
ผู้ก่อตั้ง พระยาวุฒิการบดี (ผู้สถาปนาโรงเรียนหลวง)
พระเทพมุณี (ผู้ก่อตั้ง)[2]
รองอำมาตย์ตรีมนู นาคมดี (ผู้ปฏิรูปโรงเรียน)
สถานะทำการ เปิดทำการ
เขตการศึกษา เมืองชัยภูมิ
รหัส 1011360101
คณาจารย์ 192 คน จาก 8 กลุ่มสาระวิชา
  • กลุ่มสาระภาษาไทย
  • กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
  • กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
  • กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
  • กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
  • กลุ่มสาระศิลปะ
  • กลุ่มสาระสุขศึกษา และพลศึกษา
  • กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ
ช่วงอายุ 12 - 19 ปี
จำนวนนักเรียน 3,315 คน
ชั้นเรียน 78 ห้อง (38 ห้องสำหรับมัธยมต้น)
ขนาดของชั้นเรียนเฉลี่ย 42.5 คน
ระบบการเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ประเทศจีน ภาษาจีนกลาง
ฟิลิปปินส์ ภาษาฟิลิปีโน

ชั่วโมงเรียน 5-6 ชั่วโมง
เนื้อที่ 29 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา
(46,840 ตารางเมตร หรือ 4.6840 เฮกตาร์)
สี      เหลืองและ      แดง
สโลแกน "เรียนดี กีฬาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม"
เพลง มาร์ชชัยภูมิภักดีชุมพล (เพลงทางการ; ในพิธีการอัญเชิญธงพระมหาพิชัยมงกุฎ)

เพลงชัยภูมิภักดีชุมพล (เพลงพิธีการ)
หนังสือพิมพ์ วารสารเหลือง - แดง
รายได้ 93,567,200 บาท
(2,672,777.14 ดอลลาร์สหรัฐ) (ปี พ.ศ. 2556)
เว็บไซต์

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล (อังกฤษ: Chaiyabhumbhakdeechumphon School) เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแบบโรงเรียนสหศึกษา และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ คำว่า ชัยภูมิภักดีชุมพล มาจากคำสองคำคือ ชัยภูมิ คือชื่อจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียน และ ภักดีชุมพล มาจากบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดชัยภูมิ หรือ พระยาภักดีชุมพล โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชการะแส "อนุโมทนา"[3] กับการก่อตั้งโรงเรียนซึ่งปัจจุบันในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2445 [4]โรงเรียนจึงถือให้วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปณาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ปัจจุบันพระราชกระแสต้นฉบับได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลและท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์ พร้อมด้วยเอกสารการรับบริจาคเงินเรี่ยรายในปี พ.ศ. 2444

เนื้อหา

ประวัติโรงเรียน[แก้]

ยุคบุกเบิกโรงเรียน[แก้]

ปี พ.ศ. 2447 ได้สร้างอาคารเรียนขึ้น ณ วัดชัยประสิทธิ์เพื่อขยายการเรียนการสอน

วัดชัยประสิทธิ์ หรือ วัดสะแก ซึ่งในปี พ.ศ. 2435 ยังเป็นวัดร้างอยู่ พระประสิทธิ์ได้มาบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ จึงขนานนามวัดใหม่ตามชื่อของท่านว่า "วัดประสิทธิ์" และในปี พ.ศ. 2439 ได้ทำการสอนปริญัติธรรมซึ่งมีกำหนดไม่แน่นอนและเป็นการสอนทางธรรมเสียมากกว่า ต่อมา ประมาณปี พ.ศ. 2442 พระยาหฤทัยราชเดช เจ้าเมืองชัยภูมิสมัยนั้นได้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ โดยอาศัยศาลาการเปรียญเป็นห้องเรียน ได้แบ่งชั้นเรียนออกเป็นประโยค 1-2 ประโยค 1 มีชั้น ป.1 กับ ป.2 ประโยค 2 มี ป.3 กับ ป.4 เมื่อเรียนสำเร็จประโยค 2 (หากจะเทียบกับปัจจุบันก็คือ มัธยมศึกษาปีที่ 3) ปฐมอาจารย์แห่งโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลคือ อาจารย์เกิด มีตำแหน่งเป็นครูใหญ่ กับครูน้อยอีก 1 คนคือ อาจารย์คำ ต่อมาอาจารย์เกิดซึ่งเป็นครูใหญ่ได้ลาออกไปเป็นเสมียนมหาดไทยจังหวัดนครราชสีมา อาจารย์เปล่ง (ซึ่งเป็นพระภิกษุ) เป็นครูน้อยแทนอาจารย์คำ ขณะนั้นอาจารย์เปล่งครูใหญ่ได้เลื่อนตำแหน่งทางพระเป็นพระวินัยธรรม ประมาณปี พ.ศ. 2446 มีครูเพิ่มขึ้นอีก 3 คนคืออาจารย์หรั่ง อาจารย์จ้อย และนายดาบอิน เมือได้เป็นครู 1 ปีอาจารย์หรั่ง ขอลาออกไปเรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร อาจารย์ทับเป็นครูน้อยแทนอาจารย์หรั่ง

ปฐมกาลแห่งการสถาปนา (พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2445)[แก้]

ภัยจากการคุมคามของประเทศมหาอำนาจในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 หรือปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ลัทธิจักรวรรดินิยมกำลังแผ่ขยายมายังประเทศต่างๆ ในเอเชียซึ่งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่าญวน เขมรและมลายูเป็นต้น ต่างตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศมหาอำนาจ ส่วนประเทศไทยมีจุดอ่อนทั้งในเรื่องความล้าหลัง ระบบการปกครองและการกำหนดเขตแดนที่ชัดเจนพระองค์จึงทรงห่วงใยบ้านเมืองจึงดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบประนีประนอมและเร่งปรับปรุงประเทศ โดยเน้นการ ศึกษาของชาติ

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก็เป็นส่วนหนึ่งของยุคปฏิรูปการศึกษาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นกัน โดยในยุคแรกได้ใช้ศาลาการเปรียญของวัดชัยประสิทธิ์ (วัดสะแก) ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านหนองบ่อ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เมื่อปี พ.ศ. 2442 วัดสะแก หรือวัดชัยประสิทธิ์ ( วัดประสิทธิ์ ) เดิมเป็นวัดร้าง พระประสิทธิ์ได้มาซ่อมแซมบูรณะขึ้นใหม่ราวปี พ.ศ. 2432 และได้ขนานนามวัดใหม่ตามนามของท่านว่า “วัดชัยประสิทธิ์” ต่อมาพระประสิทธิ์ได้ทำการสอนพระปริยัติธรรมแก้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่สนใจในพระพุทธศาสนา ซึ่งนับเป็นการเรียนการสอนยุคแรกของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

เมื่อปี พ.ศ. 2442 พระหฤทัย (บัว) ผู้รั้งผู้ว่าราชการจังหวัด (ดำรงตำแหน่งระหว่าง : พ.ศ. 2442 – 2444) เจ้าเมืองชัยภูมิได้ตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกของจังหวัดชัยภูมิขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ตามพระบรมราโชบายปฏิรูปการศึกษาหัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก "ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า

… ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดแต่ความประพฤติชอบ และการเลี้ยงชีวิตโดยชอบเป็นที่ตั้ง ครั้นทั้งหลายจะประพฤติชอบ แลจะหาเลี้ยงชีวิตโดยชอบนั้นเล่า ก็ย่อมอาศัยการได้ศึกษาวิชา ความรู้ ในทางที่จะให้บังเกิดประโยชน์ มาแต่ย่อมเยาว์ และฝึกซ้อมสันดานให้น้อยในทางสัมมาปฏิบัติและเจริญปัญญา สามารถในกิจการต่างๆ อันเป็นเครื่องประกอบการหาเลี้ยงชีพเมื่อเติบใหญ่ จึงเชื่อว่าได้เข้าสู่ทางความเจริญ… บัดนี้การฝึกสอนในกรุงเทพฯ เจริญแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สมควรจะจัดการฝึกสอนให้หัวเมืองได้เจริญขึ้นตามกัน … [5]

ในการจัดการศึกษาขั้นต้นตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลสยามในสมัยนั้น พระหฤทัย (บัว) ได้มีนโยบายในการจัดการศึกษาในจังหวัดเพื่อตอบสนองความต้องการของนโยบายรัฐบาลนั้นได้จัดการศึกษาขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ โดยมอบหมายให้พระครูจรูญ นิโรธกิจ เป็นผู้จัดการเรียนการสอนขึ้น โดยมีนายพรหมมา และนายป้อมเป็นครูผู้สอน ในปี พ.ศ. 2442 ณ ศาลาการเปรียญวัดชัยประสิทธิ์เปิดสอนในประโยค 1 – 2 โดยประโยค 1 มีชั้น ป.1 และ ป.2 ประโยค 2 คือชั้น ป.3 และ ป.4 เมื่อสำเร็จชั้นประโยค 2 ถือว่าสำเร็จชั้นสูงสุดการศึกษาภายในจังหวัดชัยภูมิ ในต้นปี พ.ศ. 2445 ที่มีนักเรียนเป็นจำนวนมากซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุตร ธิดาของบรรดาข้าราชการ คหบดี พ่อค้า ประชาชนทั่วไป ในจังหวัดชัยภูมิ ต่อมาในปีกลาง พ.ศ. 2445 โรงเรียนวัดประสิทธิ์มีนักเรียนทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งสิ้น 100 คน มีครูเพียง 1 คน ซึ่งที่นั่งนักเรียนไม่เพียงพอที่จะจัดการเรียนการสอน ผู้รั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หลวงพิทักษ์นรากร ได้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนสถานที่จัดการเรียนการสอนและจำนวนครูผู้สอนไม่เพียงพ่อต่อนักเรียนกอปรกับ ในปี พ.ศ. 2445 การปฏิรูปการศึกษาของประเทศนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์” ซึ่งในแง่มุมของการศึกษา ถือเป็นการแบ่งงานระหว่างพระสงฆ์กับกรมศึกษาธิการ โดยพระสงฆ์จะจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษา ส่วนในระดับสูงกว่าเป็นหน้าที่ของกรมศึกษาธิการ จึงมีการรวบรวมรายชื่อโรงเรียนเพื่อจัดทำทะเบียนโรงเรียนหลวงขึ้น หลวงพิทักษ์นรากร จึงรวบรวมเงินบริจาคจากข้าราชการในจังหวัดชัยภูมิเพื่อปรับปรุงโรงเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีผู้บริจาคทั้งสิ้น 166 บาท 8 อัฐ เงินจำนวนนี้นับเป็นเงินบำรุงสถานศึกษาชุดแรกที่ก่อให้เกิดการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาในจังหวัดชัยภูมิโดยเงินจำนวนดังกล่าวได้นำไปจ้างครูเพิ่มอีก 2 คน คนละ 5 บาทต่อเดือนคงเหลือเงิน 22 บาท 08 อัฐ ได้นำไปซื้อม้านั่งสำหรับเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2442

2 ธันวาคม ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) หลวงพิทักษ์นารากร ผู้รั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้เสนอชื่อโรงเรียนวัดประสิทธิ์ไปยังกระทรวงมหาดไทยและได้เสนอก่อตั้งเป็นโรงเรียนหลวงขึ้นพร้อมรายนามข้าราชการที่บริจาคเงินบำรุงโรงเรียนวัดประสิทธิ์

12 ธันวาคม ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) พระยาศรีสหเทพ ราชปลัดทูลฉลอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขอตั้งโรงเรียนไปยังพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ปลัดกระทรวงธรรมการ และได้เสนอต่อไปยังสำนักราชเลขานุการได้นำความกราบบังคมทูล พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ โดยมีเนื้อความว่า

ที่ ๒๑๙ / ๖๗๑๒

วันที่ ๒๕ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๑

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาวุฒิการบดี ขอประทานกราบทูล พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ ทราบฝ่าพระบาท ด้วยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือส่งบาญชีรายชื่อข้าราชการเมืองไชยภูมิ คือจัดหาจ้างครูขึ้นอีก ๒ คนและสร้างม้านั่ง สำหรับนั่งเพิ่มขึ้นอีกด้วย ได้คัดสำเนากระทรวงมหาดไทยและบาญชีรายชื่อส่งมาถวายในนี้แล้วด้วย ถ้ามีโอกาสอันควร ขอฝ่าพระบาทได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้า

(ลงชื่อ) พระยาวุฒิการบดี

ในวันเดียวกันความถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงมีพระราชกระแสลายพระหัตถ์รับสั่ง “อนุโมทนา”

ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๑ พระยาวุฒิการบดี ได้แจ้งเรื่องผ่านทางกรมราชเลขานุการด้วยหนังสือ ที่ 67 / 2029 ความว่า

กรมราชเลขานุการ

วันที่ ๒๗ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๑

เรียน พระยาวุฒิการบดี ได้รับหนังสือที่ ๒๑๙/๖๗๑๒ ลงวันที่ ๒๕ เดือนนี้ เรื่องข้าราชการเมืองไชยภูมิได้ออกเงินเรี่ยไรบำรุงโรงเรียนวัดประสิทธิ์ เมืองไชยภูมิ ดังบาญชีรายชื่อที่ส่งมาแล้วนั้น ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว โปรดเกล้าให้แจ้งความมาว่า ทรงอนุโมทนาในส่วนกุศลนี้ด้วยฯ

ยุคแรกแห่งแสงอรุณทางการศึกษาของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และชาวชัยภูมิได้เริ่มต้นขึ้น และในยุคนี้ได้ถูกขนานนามว่า “ยุคสถาปนา”

ยุคบุกเบิกการศึกษาโดยคณะภิกษุสงฆ์ (พ.ศ. 2445 - พ.ศ. 2452)[แก้]

หลังจากโรงเรียนก่อตั้งได้ไม่นาน พระอาจารย์จรูญ นิโรธกิจ (เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ) ก็ต้องย้ายไปรับราชการในระดับเขตการศึกษา เพื่อควบคุมการศึกษาภาษาไทยในเมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นพัฒนาการทางการสอนที่เท่ากัน และเท่าเทียม สำหรับผู้ชายและผู้หญิงนั้นสามารถศึกษาได้อย่างเท่าเทียม ทางราชการได้แต่งตั้งพระอาจารย์เกิดมาเพื่อรับตำแหน่งแทนพระครูจรูญ นิโรธกิจซึ่งรับราชการในระดับที่สูงขึ้น การศึกษาในยุคนี้มิได้เน้นวิชาสมัยใหม่เหมือนในกรุงเทพมหานคร อต่เป็นการสอนการเขียน การอ่านภาษาไทย การเรียนวิชาในพุทธศาสนา และการสอนนั้นเน้นไปในทางปริญัติธรรมเสียส่วนใหญ่

ยุคบุกเบิกการศึกษาโดยฆราวาส (พ.ศ. 2452 - พ.ศ. 2478)[แก้]

ในยุคนี้ผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นครูใหญ่ผู้บุกเบิกคือ นายมนู นาคามดี ครูใหญ่ผู้บุกเบิกโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ซึ่งตามประวัติที่มีการจดบันทึกไว้จากการบอกเล่าของ นงไฉน ปริญญาธวัช (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณกรรมปี พ.ศ. 2555) บุตรสาวของนายหนู นาคามดี นายหนู ต้องเดินทางมายังโรงเรียนชัยภูมจากจังหวัดนครราชสีมาด้วยระยะทางเพียง 100 กิโลเมตรเศษโดยใช้เวลา 5 วัน 5 คืน ซึ่งในขณะนั้นจังหวัดชัยภูมินับว่าเป็นดินแดนที่ "กันดาร" ตามคำบอกเล่าของบุตรสาวและได้ขยายโรงเรียนแห่งใหม่โดยซื้อที่ดินคืนจากชาวบ้านที่มาทำนา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตไม่มีใครอยากจะมาเป็นข้าราชการที่จังหวัดอันห่างไกลแห่งนี้ แต่นายหนู เดินทางมาด้วยความมานะอุตสาหะ ด้วยความไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก นายหนูได้รับยกย่องให้เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษคนแรกของจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย ในวัยก่อนเกษียนท่านได้รับคำนำหน้าชื่อเป็น รองอำมาตย์ตรี มนู นาคามดี นับว่าเป็นสิ่งที่แสดงความตั้งใจในการทำงานและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงมานะอุตสาหะของครูผู้บุกเบิกผู้นี้

ยุคแห่งผู้บริหารจาก "ธรรมศาสตร์" (พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2494)[แก้]

ยุคแห่งผู้บริหารจาก "ธรรมศาสตร์" ในยุคนี้มีผู้อำนวยการถึง 3 คนที่จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ นายกุหลาบ ประภาสโนบล นายทอง พงศ์อนันต์ และนายชะลอ ปทุมานนท์ ซึ่งล้วนแล้วแต่นำสิ่งใหม่ๆมาสู่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสีประจำโรงเรียน (เหลืองแดง) ต้นไม้ที่ปลูกรอบโรงเรียนล้วนได้รับอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้กระทั่งตราโรงเรียนยุคแรกก็ยังได้รับอิธิพลจากตราธรรมจักรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการตีพิมพ์วารสารโรงเรียนขึ้นเป็นครั้งแรกโดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงและเป็นการกำหนดหลักสูตรให้กับโรงเรียนโดยรอบจังหวัดผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งถือว่าเป็นสื่อที่ทันสมัยในยุคนั้น

สืบเนื่องจากนโยบายทางการศึกษาของรัฐบาลใหม่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงแยกโรงเรียนออกเป็นชายล้วนและหญิงล้วนในระหว่างช่วงนี้โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลได้แยกนักเรียนหญิงในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปยัง โรงเรียนสตรีชัยภูมิ และได้ทำการสอนนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตามปกติจนกระทั่งปี พ.ศ. 2483 โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลจึงกลายโรงเรียนชายล้วนอย่างสมบูรณ์

ยุคแห่งการพัฒนา (พ.ศ. 2495 - พ.ศ. 2500)[แก้]

การพัฒนาทั้งทางด้านการศึกษา พัฒนาด้านการเรียนการสอน อาคารเรียนและบุคลากรทางการศึกษา มีนักเรียนรุ่นที่จบไปแล้วเริ่มมารับราชการครูในโรงเรียนที่ตนเคยศึกษา การเรียนการสอนถูกปรับปรุงให้ทันสมัยเข้าสู่ยุคและสังคมที่ทันสมัยขึ้น บริเวณโรงเรียนและอาคารเรียนมีมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกระแสของการตื่นตัวทางการศึกษาของคนไทยในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง นโยบายทางการศึกษาใหม่ๆ ทำให้มีการส่งเสริมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่รู้จักกันในนาม โรงเรียนชัยภูมิ โรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ และยุคนี้คือ "ยุคแห่งการพัฒนา"

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 โรงเรียนได้งบประมาณสร้างบ้านพักครูหนึ่งหลังเป็นเงิน 25,000 บาท ซึ่งได้สร้างทางทิศตะวันออกของสระพัง สร้างแล้วเสร็จให้นายวินิช เวชสัสถ์ ครูโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลขึ้นอยู่อาศัย เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2497 ในปีนี้โรงเรียนได้ขยายโรงอาหารออกไปทางทิศใต้และทิศตะวันออก เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุม โดยเงินสะสมเพื่อสร้างโรงอาหารของโรงเรียนเป็นเงิน 8,225.05 บาท แต่นักเรียนมีมากถึง 500 คนทำให้ที่ประชุมคับแคบไป ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2498 โรงเรียนได้จัดหาวัสดุมาสร้างบ้านพักครูอีกหลังหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของสระพัง เป็นบ้านทรงปั้นหยา 2 ห้องมีระเบียงสองข้าง และมีนอกชาน ต่อจากนี้มีห้องครัว 2 ห้อง ห้องส้วมอยู่บนบ้านสร้างขึ้นไม่มีงบประมาณ แต่อาศัยเงินบำรุงจำนวน 4,271.71 บาท สร้างเสร็จให้นายบุญเรือน แช่มชื่น ครูสอนแตรขึ้นอยู่อาศัยแต่นายบุญเรือง แช่มชื่น ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2489 จึงให้นายมงคล ประภาสโนบล อยู่แทน

ยุคแห่งความมั่นคง (พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2532)[แก้]

ในยุคนี้โรงเรียนที่มีอายุมากถึง 50 ปีเป็นตัวชี้ศักยภาพทางการศึกษา มีเหตุการณ์ที่แสดงความสามารถการันตีความเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ไม่ว่าจะมีระดับชั้นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในจังหวัดที่เตรียมตัวเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา การจัดทำหนังสืออนุสรณ์ การสร้างถนนในโรงเรียน การเตรียมการสำหรับแนวการศึกษาใหม่ๆ การศึกษาวิชาพละศึกษาที่ไม่เคยมีการสอนมาก่อน เป็นต้น สร้างได้เพียงครึ่งเดียว ทางโรงเรียนจึงอนุมัติงบอีก 7,000 บาทเพื่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จตลอดสาย ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นำโดยนายสมเกียรติ วิจิตรธนสาร ได้จัดหาเงินสร้างสนามบาสเก็ตบอลเป็นคอนกรีต โดยใช้เงินทั้งสิ้น 14,458.00 บาท และในปีเดียวกันนี้ทางโรงเรียนได้งบประมาณรื้อถอน และซ่อมแซมโรงอาหารหลังเก่า ขยายให้กว้าง ลาดพื้นซีเมนต์เพื่อใช้เป็นห้องฝึกหัดพละศึกษาและใช้เป็นห้องประชุม และเงินงบประมาณยอดเดียวกันนี้ ได้ทาสีโรงเรียนใหม่ และซ่อมแซมประตูหน้าต่างให้เสร็จหมดงบประมาณทั้งสิน 100,000 บาท และ ได้สร้างบ้านภารโรงขึ้น ๑ หลัง อยู่ทางทิศใต้ของหนองสระพัง ด้วยเงินบำรุงการศึกษา 3,000 บาท

เครื่องแบบและการแต่งกาย[แก้]

สัญลักษณ์[แก้]

ตราโรงเรียน[แก้]

ตราโรงเรียนยุคแรก

ปี พ.ศ. 2491 เป็นปีที่โรงเรียนทำวารสารประจำปีโดยใช้ชื่อว่า "ชัยภูมิสาร" และในปีเดียวกันนี้ตราโรงเรียนแบบแรกได้ถูกเผยแพร่ขึ้น ภายใต้ธรรมจักรมีอักษรย่อ ช.ภ. ซึ่งหมายถึงโรงเรียนชัยภูมิในขณะนั้นจนกระทั่งได้เปลี่ยนเป็น ช.ย. ในเวลาต่อมา

ตราโรงเรียนแบบที่ 3

เป็นตราโรงเรียนเริ่มต้นใช้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยมีลักษณะคือ เป็นวงกลมภายใต้ชฎา ภายในมีตัวอักษรย่อ ชย ซึ่งมาจากชื่อโรงเรียนชัยภูมิ มีอักษรเขียนด้านล่างว่า โรงเรียนชัยภูมิ และมีอักษรเขียนใต้ตราอีกชั้นหนึ่งว่า นตฺถิ ปัญฺญา สฺมา อาภา [6]

ตราโรงเรียน แบบที่ 5

แรกเริ่มเดิมทีเป็นตราโรงเรียนที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนตราโรงเรียนยุคแรก โดยออกแบบในสมัยผู้อำนวยการทองอินทร์ เพียภูเขียวและบางส่วนเป็นต้นแบบของตราโรงเรียนแบบ ก และแบบ ข ซึ่งตราโรงเรียนแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมในหมูนักเรียนนักเนื่องจากรายละเอียดภาพไม่ดี ตัดภาพยาก และไม่เหมาะกับงานที่มีพื้นหลังสีขาว แต่เราสามารถพบตรารูปแบบนี้ในหนังสือคู่มือนักเรียน ผู้ปกครองปี พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2555 และหอประชุม 99 ปี โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

ตราโรงเรียน แบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง)

ตราโรงเรียนแบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง) นี้เป็นตราโรงเรียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำไปใช้ (สำหรับนักเรียนในโรงเรียนทำรายงาน การทำผลงานทางวิชาการของคุณครู เอกสารประกอบการเรียน ตารางการแข่งขันระหว่างโรงเรียน) เพราะมีความละเอียดสูงกว่าตราโรงเรียนแบบอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น (พ.ศ. 2548) และมีความสวยงาม แต่ไม่สะดวกกับการนำไปใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดมากๆ มีการใช้ตรานี้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายนัก การใช้ตราโรงเรียนนี้ออกแบบขึ้นในสมัยของผู้อำนวยการวงษ์ชัย ชนะชัย และนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2549 โดยเริ่มแรกตราโรงเรียนแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสกรีนลงบนจานและชาม รวมถึงแก้วที่ระลึกของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล สำหรับตราโรงเรียนประเภทนี้นั้นมีใช้ทั้งในกลุ่มงานวิชาการ กลุ่มงานกิจการนักเรียน กลุ่มบริหารทั่วไป และกลุ่มธุรการ โดยตราแบบเดียวกันนี้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นตราขององค์กรต่างๆในโรงเรียนหลายๆแบบด้วยกัน เช่น งานสภานักเรียน งานคณะกรรมการนักเรียน เป็นต้น

ตราโรงเรียน แบบ ข (ชฎาสีม่วงเข้ม-เหลือง)

ตราโรงเรียนแบบ ข (ชฎาสีม่วงเข้ม-เหลือง) เป็นตราโรงเรียนอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการใช้งาน ตราประเภทนี้ถูกดัดแปลงมาจากตราโรงเรียนแบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง) เพื่อใช้ในงานสำคัญต่างๆโดยออกแบบในปี พ.ศ. 2548 เพื่อสกรีนลงบนจานชามและเอกสารประกอบการเรียนหลายเล่มของโรงเรียน แต่ด้วยข้อจำกัดในการใช้งานคือภาพมีความละเอียดต่ำเมื่อเทียบกับแบบ ก เนื่องจากเป็นไฟล์ที่ถูกคัดลอกผ่านเว็บไซต์หรือผ่านสแกนจากงานต่างๆ สามารถพบการใช้ตรานี้ได้อย่างแพร่หลายในเอกสารประกอบการแข่งขันงานต่างๆของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล เช่น เอกสารประกอบการแข่งขันงานสภานักเรียน ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการนักเรียน เป็นต้น

ธง[แก้]

ที่มาของชื่อ[แก้]

วัดชัยประสิทธิ์ หรือ วัดสะแก ซึ่งในปี พ.ศ. 2435 ยังเป็นวัดร้างอยู่ พระประสิทธิ์ได้มาบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ จึงขนานนามวัดใหม่ตามชื่อของท่านว่า "วัดประสิทธิ์" ในสมัยของพระหฤทัยราชเดชโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลได้ก่อตั้งขึ้นในนามโรงเรียนวัดประสิทธิ์เมื่อปี พ.ศ. 2442 โดยใช้ศาลาการเปรียญวัดประสิทธิ์เป็นอาคารโดยเปิดสอนกุลบุตร กุลธิดา ในระดับการศึกษาตามที่ทางราชการกำหนด ซึ่งนับได้ว่า "โรงเรียนวัดประสิทธิ์" (วัดชัยประสิทธิ์ในเวลาต่อมา) เป็นชื่อโรงเรียนชื่อแรก และเป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกในจังหวัดชัยภูมิ

รายนามผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลแบ่งได้เป็น 4 ยุคด้วยกันคือ ยุคพระภิกษุ ยุคครูใหญ่ ยุคอาจารย์ใหญ่ และยุคผู้อำนวยการ ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
- พระประสิทธิ์ พ.ศ. 2440 - 2442 * สอนปริญัติธรรม
เป็นเจ้าอาวาสวัดประสิทธิ์
ซึ่งมีการเรียนการสอนทางธรรม
จึงถือเป็นครูใหญ่โดยพฤตินัย
1 พระครูจรูญ นิโรธกิจ [7] พ.ศ. 2442 - 2444 ได้รับมอบหมาย/แต่งตั้งจาก พระยาหฤทัยราชเดช
2 พระอาจารย์เกิด [8] พ.ศ. 2444 - 2445
3 พระอาจารย์เปล่ง พ.ศ. 2445 - 2450
4 พระอาจารย์ป้อม พ.ศ. 2450 - 2452
5 นายพรหมมา ศิริพรหมมา พ.ศ. 2452 - 2458
6 รองอำมาตย์ตรีหนู นาคามดี พ.ศ. 2458 - 2476
7 ราชบุรุษกุหลาบ ประภาสโนบล พ.ศ. 2476 - 2478
8 นายทอง พงศ์อนันต์ พ.ศ. 2478 - 2488
9 นายชลอ ปทุมานนท์ พ.ศ. 2488 - 2490
10 นายเฉลิม จิระนาท พ.ศ. 2490 - 2494
11 นายเหลือ คำวชิรพิทักษ์ พ.ศ. 2494 - 2512
12 ราชบุรุษชุบ วงษ์นรา พ.ศ. 2512 - 2517
13 นายมาโนช ปานโต พ.ศ. 2517 - 2519
14 นายดิลก วัจนสุนทร พ.ศ. 2519 - 2521
15 นายทรวง ยุวกาญจน์ พ.ศ. 2521- 2525
16 นายสำลี ผดุงศรี พ.ศ. 2525 - 2529
17 นายทองอินทร์ เพียภูเขียว พ.ศ. 2529 - 2540
18 นายคณิต ภิรมย์ไกรภักดิ์ พ.ศ. 2540 - 2541
19 นายอำพัน รักษ์มณี พ.ศ. 2541 - 2543
20 นายวงษ์ชัย ชนะชัย พ.ศ. 2543 - 2553
21 นายพิสิษฐ์ สืบนุการวัฒนา พ.ศ. 2553 - 2555
22 นายสุรวิทย์ พลมณี พ.ศ. 2555 - 2558
22 นายศราวุธ สิงหาราโท พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน

อาคารและสิ่งก่อสร้าง[แก้]

อาคาร 1 เป็นที่ตั้งของห้องสมุดกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และห้องปฏิบัติการณ์คอมพิวเตอร์
  • อาคาร 1

แบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยชั้นแรกเป็นชั้นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ชั้นที่สองเป็นที่ตั้งของ ห้องสมุดกลาง โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และชั้นที่สาม เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

  • อาคาร 2

แบ่งออกเป็น 3 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียนมีทั้งหมด 6 ห้องเรียน คือตั้งแต่ห้อง 211-216
ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 6 ห้อง คือตั้งแต่ห้อง 221-226 โดยห้อง 221 นั้นเป็นห้องพักครู
ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศแบ่งออกเป็น 6 ห้องเรียนคือห้อง 231-236
อาคาร 3 เป็นอาคารที่ใช้งานเฉพาะชั้น 1 และ 2 โดยยกเลิกการเป็นอาคารเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2553 และปัจจุบันมีเฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้งชั้น 1 เป็นที่ทำงานของฝ่ายธุรการ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายวิชาการ ห้องผู้บริหาร งานทะเบียน แนะแนวชั้น 2 เป็นที่ตั้งของห้องโสตทัศนูปกรณ์ชั้น 3 ปิดการใช้งาน
  • อาคาร 3 (รื้อถอนแล้ว)

เป็นอาคารที่ใช้งานเฉพาะชั้น 1 และ 2 โดยยกเลิกการป็นอาคารเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2553 และปัจจุบันมีเฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้ง

ชั้น 1 เป็นที่ทำงานของฝ่ายธุรการ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายวิชาการ ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน งานทะเบียน แนะแนว
ชั้น 2 เป็นที่ตั้งของห้องโสตทัศนูปกรณ์
ชั้น 3 ปิดการใช้งาน
  • อาคาร 4
  • อาคาร 5

เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีทั้งหมด 3 ชั้นคือ

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องวงโยธวาธิต ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์ โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ห้องกลุ่มบริหารงานทั่วไป ห้องฝ่ายพัฒนาผู้เรียน
ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของมสาระการเรียนรู้กลุ่สังคมศึกษาฯ ห้องนาฏศิลป์ และห้องเรียนวิชาศิลปะ
ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
อาคาร 6เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมีทั้งสิ้น 6 ชั้น
  • อาคาร 6

เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมีทั้งสิ้น 6 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องประชุม 99 ปี
ชั้นที่ 2 ใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และห้องเก็บสาร (สารเคมี)
ชั้นที่ 3 คือห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ ชีววิทยา
ชั้นที่ 4 คือห้องเรียนของกลุ่มส้าระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นที่ 5 คือห้องเรียนและห้องพักครูของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นที่ 6 คือห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • อาคาร 7

เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และเป็นที่ตั้งของห้องสมุด 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล มีทั้งสิ้น 4 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องสมุด 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ชั้นที่ 2 เป็นที่ตั้งของห้องพักครู และห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และศูนย์อาเซียนศึกษาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ชั้นที่ 3 ห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นที่ 4 ห้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • อาคาร 8

เป็นอาคารชั้นเดียว

ประกอบด้วยห้องของ ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล กรมการรักษาดินแดน มทบ.๒๑ นครราชสีมา
ห้องคูหาลูกเสือ ชุมนุมลูกเสือกองพิเศษ
  • โรงอาหาร
  • อาคารศูนย์กีฬา
  • อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา
  • ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน (ห้องปกครอง)
  • ห้องประชาสัมพันธ์ หน้าห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน
สระน้ำกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
  • หนองสระพัง

สระน้ำกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

  • อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล

รูปจำลองพระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก ตั้งบริเวณหน้าอาคาร 1

  • ศาลเจ้าพ่อขุนพลัง

มีการบวงสรวงเป็นประจำทุกปีในวันสถาปนาโรงเรียน (25 ธันวาคมของทุกปี)

ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์[แก้]

ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ให้แก่บุคคลที่สนใจ "เมื่อเราศึกษาอดีตอย่างมีเหตุและมีผลจะทำให้เราสามารถทำตัวอยู่กับปัจจุบันอย่างมีเหตุผล" เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว จึงมีผู้ที่ต้องการรวบรวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ของสถานศึกษา และท้องถิ่น โดยงานหลักของศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์คือการดูแลรักษาสมบัติของโรงเรียนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีรวมถึงประมวลภาพเหตุการณ์ของโรงเรียนทั้งฟิมล์ สไลด์ หรือไฟล์ดิจิทัล เพลงโรงเรียนตั้งแต่ยุคแผ่นเสียง เทป จนสู่ยุคแผ่นซีดี และงานจดหมายเหตุต่างๆ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

เกียรติประวัติโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

  1. โรงเรียนรางวัลพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประจำปี 2532 2548 และ 2555
    จาก กระทรวงศึกษาธิการ
  2. โรงเรียนสีขาว เฉลิมพระเกียรติ ปลอดยาเสพติด ประจำปี 2542
    จาก กระทรวงศึกษาธิการ
  3. โรงเรียนปฏิรูปการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2544
    จาก คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
  4. โรงเรียนดีเด่นด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2546
    จาก กรมสามัญศึกษา
  5. รางวัลโครงการสระพังสวยด้วยมือเรา ประจำปี 2534
    จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
  6. รางวัลโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2543
    จาก สมาคมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมไทย
  7. รางวัลกองลูกเสือดีเด่น ประจำปี 2540
    จาก มูลนิธิส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือไทย
  8. รางวัลชนะเลิศกองร้อยวิ่งสวนสนาม ประจำปี 2551 และ 2552
    จาก กองทัพภาคที่ 2
  9. รางวัลชนะเลิศกองพันเดินสวนสนาม ประจำปี 2552 และ 2553
    จาก กองทัพภาคที่ 2
  10. รางวัล won 3rd price in the category of music ประเทศกรีก ประจำปี 2541
    จาก The Hellenic Action Cancer, Athens Greek
  11. รางวัลเหรียญทอง การนำเสนอผลงานโรงเรียนมาตรฐานสากล ประจำปี 2553
    จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  12. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท Rescue Robot Superteam RoboCup Junior 2010 ประเทศสิงคโปร์
    จาก RoboCup Junior 2010 ประเทศสิงคโปร์
  13. รางวัลโรงเรียนส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2556
    จากนานมีบุ๊คส์รีดดิ้งคลับ ปีที่ 12

แผนการเรียน[แก้]

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเปิดสอนในแผนการเรียนดังต่อไปนี้

  • แผนการเรียนวิทย์-คณิต
  • แผนการเรียนศิลป์-ภาษา
  • ห้องเรียนพิเศษ MEP (Mini English Program) เฉพาะระดับมัธยมต้น
  • ห้องเรียนพิเศษ IEP (Intensive English Program)
  • ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMP (Science-Math Program)

กิจกรรมภายในโรงเรียน[แก้]

  • กิจกรรมกีฬาภายใน (กีฬาสี)

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลจะมีการจัดกการแข่งขันกีฬาภายในหรือกีฬาสีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ปีละ 5 วัน โดยแบ่งเป็น 5 คณะสี เรียงตามสีประจำวัน (ยกเว้นสีเหลืองและสีแดงที่เป็นสีประจำโรงเรียน) มีชื่อเรียกตามชื่ออัญมณีต่างๆ เพื่อทำกิจกรรมดังนี้

  • ██ คณะ 1 พลอยม่วง (สีม่วง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 1,6 และ 11
  • ██ คณะ 2 ทับทิม (สีชมพู) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 2 และ 7
  • ██ คณะ 3 มรกต (สีเขียว) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 3 และ 8
  • ██ คณะ 4 บุศราคัม (สีแสด) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 4 และ 9
  • ██ คณะ 5 ไพลิน (สีฟ้า) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 5 และ 10

และมีการแข่งขันกีฬาดังต่อไปนี้

  • ฟุตบอล
  • ฟุตซอล
  • บาสเกตบอล
  • วอลเลย์บอล
  • เซปักตะกร้อ
  • แบดมินตัน
  • เทเบิลเทนนิส
  • เปตอง
  • กรีฑา
  • กิจกรรมการเชียร์ของคณะต่างๆ

พิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในจะจัดขึ้นที่สนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ โดยในวันปิดจะมีการเดินขบวนพาเหรดของทั้ง 5 คณะสีเดินอ้อมตลาดเมืองชัยภูมิไปจนถึงสนามกีฬากลาง โดยกิจกรรมในพิธีปิดจะมีการแข่งขันกรีฑา การแข่งขันฟุตบอลคุณครู การประกวดกองเชียร์และเชียร์ลีดเดอร์จาก 5 คณะสี และพิธีมอบถ้วยรางวัล

กองลูกเสือ[แก้]

กองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2458 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งกองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเดิมใช้ชื่อว่า "กองลูกเสือมณฑลนครราชสีมาที่ 3 ประจำเมืองไชยภูมิ" และในปีเดียวกันนั้นได้แต่งตั้งนายมนู นาคามดี ขึ้นเป็นผู้กำกับการกองลูกเสือจังหวัดชัยภูมิคนแรก จึงนับได้ว่ากองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเป็กองลูกเสือกองแรกและเป็นกองลูกเสือบุกเบิกของจังหวัดชัยภูมิโดยตั้งหลังจากทรงนำกิจการลูกเสือเข้ามาในสยามได้เพียง 4 ปีเท่านั้น ปัจจับันกิจการลูกเสือในโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลนั้นสำคัญมากโดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกองลูกเสือของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลนั้นเป็นแบบอย่างที่สำคัญของการพิทักษ์ดูแลและรักษาความคิดและธำรงค์ไว้ซึ่งกิจการลูกเสือไทย และที่สำคัญโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานที่เก็บรักษาธงลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ จากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานที่เก็บรักษาธงลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ จากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ
นายหนู นาคามดี ผู้กำกับลูกเสือจังหวัดชัยภูมิคนแรก
การฝึกลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ปี พ.ศ. 2508

โครงการธนาคารโรงเรียน[แก้]

โครงการธนาคารโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับการพิจารณาสนับสนุนจากธนาคารออมสิน ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาค 11) ให้เปิดธนาคารเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีใจรักในการออมบนพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ปลูกฝังนิสัยรักการออมให้แก่เด็กนักเรียน วิธีการรับฝากเงิน นักเรียนสามารถนำเงินมาฝากกับธนาคารโรงเรียน (ตั้งแต่ 1 บาทเป็นต้นไป) ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทำการโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนออมเงินตลอดจบการศึกษาเพื่อเป็นการปลูกฟังนิสัยที่ดีในการออม เมื่อจบการศึก นักเรียนปิดบัญชีธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสินสาขาชัยภูมิ จะโอนเงินจากธนาคารโรงเรียนไปฝากที่ธนาคารออมสิน สาขาชัยภูมิ ธนาคารจะทำบัตร ATM ให้โดยอัตโนมัติ

เชิงอรรถ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา, รายงานตรวจจัดการคณะการพระศาสนาและการศึกษา ในมณฑลนครราชสีมา ของ พระเทพมุนี ผู้อำนวยการ ร,ศ, ๑๒๐, เล่ม ๑๘, ตอน ๐, ๐๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๔, หน้า ๖๔
  2. ราชกิจจานุเบกษา, รายงานตรวจจัดการคณะการพระศาสนาและการศึกษา ในมณฑลนครราชสีมา ของ พระเทพมุนี ผู้อำนวยการ ร,ศ, ๑๒๐, เล่ม ๑๘, ตอน ๐, ๐๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๔, หน้า ๖๕
  3. เอกสารก่อตั้งสถานศึกษา หอจดหมายเหตุแห่งชาติ (ไมโครฟิมล์) (ศธ.3/ร.ศ.121),
  4. รายงานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล พ.ศ. 2547
  5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2441/033/333.PDF ราชกิจกานุเบกษา เล่ม 15 แผ่นที่ 33 วันที่ 13 พฤศจิกายน ร.ศ. 118
  6. หนังสือที่ระรึกโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล พ.ศ. 2532
  7. รายชื่อข้าราชการกระทรวงธรรมการ ร.ศ.120 ศธ.3/ร.ศ.120.23 กระทรวงธรรมการ
  8. รายชื่อข้าราชการกระทรวงธรรมการ ร.ศ.123 ศธ.3/ร.ศ.123.26/1 กระทรวงธรรมการ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]