โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
กลฺยาณการี กลฺยาณํ
" ทำดีได้ดี "
(พ.ศ. 2481 - พ.ศ. 2510)

นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา
" แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี "
(พ.ศ. 2510 - ปัจจุบัน)

"เรียนดี กีฬาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม"
เลขที่ 19 ถนนบรรณาการ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ รหัสไปรษณีย์ 36000
15°48′23″N 102°01′59″E / 15.806294°N 102.03295°E / 15.806294; 102.03295

ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Chaiyabhumbhakdeechumphon School (C.B.)
อักษรย่อ ช.ภ. (พ.ศ. 2493 - พ.ศ. 2504)
ช.ย. (พ.ศ. 2504 - ปัจจุบัน)
(C.B.)
ประเภท สหศึกษารัฐบาล
สถาปนา 25 ธันวาคม พ.ศ. 2442
ผู้ก่อตั้ง พระเทพมุณี
รหัส 1011360101
ชั่วโมงเรียน 5-6 ชั่วโมง
วิทยาเขต ร.ศ. 131 ธรรมการเมืองไชยภูมิ
มณฑลนคราชสีมา
สี ███ เหลือง
███ แดง
เพลง มาร์ชชัยภูมิภักดีชุมพล
เพลงชัยภูมิภักดีชุมพล
หนังสือพิมพ์ วารสารเหลือง - แดง
Yearbook หนังสือที่ระลึกประจำปี
สังกัดการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
เว็บไซต์

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล (อังกฤษ: Chaiyabhumbhakdeechumphon School) เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายแบบโรงเรียนสหศึกษา และเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ คำว่า ชัยภูมิภักดีชุมพล มาจากคำสองคำคือ ชัยภูมิ คือชื่อจังหวัดอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียน และ ภักดีชุมพล มาจากบรรดาศักดิ์ของเจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดชัยภูมิ หรือ พระยาภักดีชุมพล โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชการะแส "อนุโมทนา"[1] กับการก่อตั้งโรงเรียนซึ่งปัจจุบันในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2445 [2]โรงเรียนจึงถือให้วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปณาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ปัจจุบันพระราชกระแสต้นฉบับได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลและท้องถิ่น ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์ พร้อมด้วยเอกสารการรับบริจาคเงินเรี่ยรายในปี พ.ศ. 2444

เนื้อหา

ประวัติโรงเรียน[แก้]

ยุคบุกเบิกโรงเรียน[แก้]

ปี พ.ศ. 2447 ได้สร้างอาคารเรียนขึ้น ณ วัดชัยประสิทธิ์เพื่อขยายการเรียนการสอน

วัดชัยประสิทธิ์ หรือ วัดสะแก ซึ่งในปี พ.ศ. 2435 ยังเป็นวัดร้างอยู่ พระประสิทธิ์ได้มาบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ จึงขนานนามวัดใหม่ตามชื่อของท่านว่า "วัดประสิทธิ์" และในปี พ.ศ. 2439 ได้ทำการสอนปริญัติธรรมซึ่งมีกำหนดไม่แน่นอนและเป็นการสอนทางธรรมเสียมากกว่า ต่อมา ประมาณปี พ.ศ. 2442 พระยาหฤทัยราชเดช เจ้าเมืองชัยภูมิสมัยนั้นได้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ โดยอาศัยศาลาการเปรียญเป็นห้องเรียน ได้แบ่งชั้นเรียนออกเป็นประโยค 1-2 ประโยค 1 มีชั้น ป.1 กับ ป.2 ประโยค 2 มี ป.3 กับ ป.4 เมื่อเรียนสำเร็จประโยค 2 (หากจะเทียบกับปัจจุบันก็คือ มัธยมศึกษาปีที่ 3) ปฐมอาจารย์แห่งโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลคือ อาจารย์เกิด มีตำแหน่งเป็นครูใหญ่ กับครูน้อยอีก 1 คนคือ อาจารย์คำ ต่อมาอาจารย์เกิดซึ่งเป็นครูใหญ่ได้ลาออกไปเป็นเสมียนมหาดไทยจังหวัดนครราชสีมา อาจารย์เปล่ง (ซึ่งเป็นพระภิกษุ) เป็นครูน้อยแทนอาจารย์คำ ขณะนั้นอาจารย์เปล่งครูใหญ่ได้เลื่อนตำแหน่งทางพระเป็นพระวินัยธรรม ประมาณปี พ.ศ. 2446 มีครูเพิ่มขึ้นอีก 3 คนคืออาจารย์หรั่ง อาจารย์จ้อย และนายดาบอิน เมือได้เป็นครู 1 ปีอาจารย์หรั่ง ขอลาออกไปเรียนต่อที่กรุงเทพมหานคร อาจารย์ทับเป็นครูน้อยแทนอาจารย์หรั่ง

ปฐมกาลแห่งการสถาปนา (พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2445)[แก้]

ภัยจากการคุมคามของประเทศมหาอำนาจในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 หรือปลายพุทธศตวรรษที่ 24 ลัทธิจักรพรรดินิยมกำลังแผ่ขยายมายังประเทศต่างๆ ในเอเชียซึ่งประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่าญวน เขมรและมลายูเป็นต้น ต่างตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศมหาอำนาจ ส่วนประเทศไทยมีจุดอ่อนทั้งในเรื่องความล้าหลัง ระบบการปกครองและการกำหนดเขตแดนที่ชัดเจนพระองค์จึงทรงห่วงใยบ้านเมืองจึงดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบประนีประนอมและเร่งปรับปรุงประเทศ โดยเน้นการ ศึกษาของชาติ

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก็เป็นส่วนหนึ่งของยุคปฏิรูปการศึกษาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเช่นกัน โดยในยุคแรกได้ใช้ศาลาการเปรียญของวัดชัยประสิทธิ์ (วัดสะแก) ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านหนองบ่อ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เมื่อปี พ.ศ. 2442 วัดสะแก หรือวัดชัยประสิทธิ์ ( วัดประสิทธิ์ ) เดิมเป็นวัดร้าง พระประสิทธิ์ได้มาซ่อมแซมบูรณะขึ้นใหม่ราวปี พ.ศ. 2432 และได้ขนานนามวัดใหม่ตามนามของท่านว่า “วัดชัยประสิทธิ์” ต่อมาพระประสิทธิ์ได้ทำการสอนพระปริยัติธรรมแก้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่สนใจในพระพุทธศาสนา ซึ่งนับเป็นการเรียนการสอนยุคแรกของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

เมื่อปี พ.ศ. 2442 พระหฤทัย (บัว) ผู้รั้งผู้ว่าราชการจังหวัด (ดำรงตำแหน่งระหว่าง : พ.ศ. 2442 – 2444) เจ้าเมืองชัยภูมิได้ตั้งโรงเรียนหลวงแห่งแรกของจังหวัดชัยภูมิขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ตามพระบรมราโชบายปฏิรูปการศึกษาหัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร และความต้องการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติโดยได้ออก "ประกาศจัดการเล่าเรียนในหัวเมือง" เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 ความว่า

… ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดแต่ความประพฤติชอบ และการเลี้ยงชีวิตโดยชอบเป็นที่ตั้ง ครั้นทั้งหลายจะประพฤติชอบ แลจะหาเลี้ยงชีวิตโดยชอบนั้นเล่า ก็ย่อมอาศัยการได้ศึกษาวิชา ความรู้ ในทางที่จะให้บังเกิดประโยชน์ มาแต่ย่อมเยาว์ และฝึกซ้อมสันดานให้น้อยในทางสัมมาปฏิบัติและเจริญปัญญา สามารถในกิจการต่างๆ อันเป็นเครื่องประกอบการหาเลี้ยงชีพเมื่อเติบใหญ่ จึงเชื่อว่าได้เข้าสู่ทางความเจริญ… บัดนี้การฝึกสอนในกรุงเทพฯ เจริญแพร่หลายมากขึ้นแล้ว สมควรจะจัดการฝึกสอนให้หัวเมืองได้เจริญขึ้นตามกัน … [3]

ในการจัดการศึกษาขั้นต้นตามนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลสยามในสมัยนั้น พระหฤทัย (บัว) ได้มีนโยบายในการจัดการศึกษาในจังหวัดเพื่อตอบสนองความต้องการของนโยบายรัฐบาลนั้นได้จัดการศึกษาขึ้นที่วัดชัยประสิทธิ์ โดยมอบหมายให้พระครูจรูญ นิโรธกิจ เป็นผู้จัดการเรียนการสอนขึ้น โดยมีนายพรหมมา และนายป้อมเป็นครูผู้สอน ในปี พ.ศ. 2442 ณ ศาลาการเปรียญวัดชัยประสิทธิ์เปิดสอนในประโยค 1 – 2 โดยประโยค 1 มีชั้น ป.1 และ ป.2 ประโยค 2 คือชั้น ป.3 และ ป.4 เมื่อสำเร็จชั้นประโยค 2 ถือว่าสำเร็จชั้นสูงสุดการศึกษาภายในจังหวัดชัยภูมิ ในต้นปี พ.ศ. 2445 ที่มีนักเรียนเป็นจำนวนมากซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบุตร ธิดาของบรรดาข้าราชการ คหบดี พ่อค้า ประชาชนทั่วไป ในจังหวัดชัยภูมิ ต่อมาในปีกลาง พ.ศ. 2445 โรงเรียนวัดประสิทธิ์มีนักเรียนทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งสิ้น 100 คน มีครูเพียง 1 คน ซึ่งที่นั่งนักเรียนไม่เพียงพอที่จะจัดการเรียนการสอน ผู้รั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หลวงพิทักษ์นรากร ได้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนสถานที่จัดการเรียนการสอนและจำนวนครูผู้สอนไม่เพียงพ่อต่อนักเรียนกอปรกับ ในปี พ.ศ. 2445 การปฏิรูปการศึกษาของประเทศนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง ประกาศใช้ “พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์” ซึ่งในแง่มุมของการศึกษา ถือเป็นการแบ่งงานระหว่างพระสงฆ์กับกรมศึกษาธิการ โดยพระสงฆ์จะจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษา ส่วนในระดับสูงกว่าเป็นหน้าที่ของกรมศึกษาธิการ จึงมีการรวบรวมรายชื่อโรงเรียนเพื่อจัดทำทะเบียนโรงเรียนหลวงขึ้น หลวงพิทักษ์นรากร จึงรวบรวมเงินบริจาคจากข้าราชการในจังหวัดชัยภูมิเพื่อปรับปรุงโรงเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีผู้บริจาคทั้งสิ้น 166 บาท 8 อัฐ (รายนามผู้บริจาค ดังนี้ [note 1])

เงินจำนวน 166 บาท 8 อัฐนี้นับเป็นเงินบำรุงสถานศึกษาชุดแรกที่ก่อให้เกิดการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาในจังหวัดชัยภูมิโดยเงินจำนวนดังกล่าวได้นำไปจ้างครูเพิ่มอีก 2 คน คนละ 5 บาทต่อเดือนคงเหลือเงิน 22 บาท 08 อัฐ ได้นำไปซื้อม้านั่งสำหรับเรียนตั้งแต่ปี 2442

2 ธันวาคม ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) หลวงพิทักษ์นารากร ผู้รั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้เสนอชื่อโรงเรียนวัดประสิทธิ์ไปยังกระทรวงมหาดไทยและได้เสนอก่อตั้งเป็นโรงเรียนหลวงขึ้นพร้อมรายนามข้าราชการที่บริจาคเงินบำรุงโรงเรียนวัดประสิทธิ์

12 ธันวาคม ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) พระยาศรีสหเทพ ราชปลัดทูลฉลอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขอตั้งโรงเรียนไปยังพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ปลัดกระทรวงธรรมการ และได้เสนอต่อไปยังสำนักราชเลขานุการได้นำความกราบบังคมทูล พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ โดยมีเนื้อความว่า

ที่ ๒๑๙ / ๖๗๑๒

วันที่ ๒๕ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๑

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาวุฒิการบดี ขอประทานกราบทูล พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมตอมรพันธ์ ทราบฝ่าพระบาท

ด้วยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือส่งบาญชีรายชื่อข้าราชการเมืองไชยภูมิ คือจัดหาจ้างครูขึ้นอีก ๒ คนและสร้างม้านั่ง

สำหรับนั่งเพิ่มขึ้นอีกด้วย ได้คัดสำเนากระทรวงมหาดไทยและบาญชีรายชื่อส่งมาถวายในนี้แล้วด้วย ถ้ามีโอกาสอันควร

ขอฝ่าพระบาทได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท แล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้า

(ลงชื่อ) พระยาวุฒิการบดี

ในวันเดียวกันความถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงมีพระราชกระแสลายพระหัตถ์รับสั่ง “อนุโมทนา”

ในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ร.ศ. ๑๒๑ พระยาวุฒิการบดี ได้แจ้งเรื่องผ่านทางกรมราชเลขานุการด้วยหนังสือ ที่ 67 / 2029 ความว่า

กรมราชเลขานุการ

วันที่ ๒๗ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๑

เรียน พระยาวุฒิการบดี

ได้รับหนังสือที่ ๒๑๙/๖๗๑๒ ลงวันที่ ๒๕ เดือนนี้ เรื่องข้าราชการเมืองไชยภูมิได้ออกเงินเรี่ยไรบำรุงโรงเรียนวัดประสิทธิ์

เมืองไชยภูมิ ดังบาญชีรายชื่อที่ส่งมาแล้วนั้น ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว

โปรดเกล้าให้แจ้งความมาว่า ทรงอนุโมทนาในส่วนกุศลนี้ด้วยฯ

ยุคแรกแห่งแสงอรุณทางการศึกษาของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และชาวชัยภูมิได้เริ่มต้นขึ้น และในยุคนี้ได้ถูกขนานนามว่า “ยุคสถาปนา”

ยุคบุกเบิกการศึกษาโดยคณะภิกษุสงฆ์ (พ.ศ. 2445 - พ.ศ. 2452)[แก้]

หลังจากโรงเรียนก่อตั้งได้ไม่นาน พระอาจารย์จรูญ นิโรธกิจ (เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ) ก็ต้องย้ายไปรับราชการในระดับเขตการศึกษา เพื่อควบคุมการศึกษาภาษาไทยในเมืองชัยภูมิ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นพัฒนาการทางการสอนที่เท่ากัน และเท่าเทียม สำหรับผู้ชายและผู้หญิงนั้นสามารถศึกษาได้อย่างเท่าเทียม ทางราชการได้แต่งตั้งพระอาจารย์เกิดมาเพื่อรับตำแหน่งแทนพระครูจรูญ นิโรธกิจซึ่งรับราชการในระดับที่สูงขึ้น การศึกษาในยุคนี้มิได้เน้นวิชาสมัยใหม่เหมือนในกรุงเทพมหานคร อต่เป็นการสอนการเขียน การอ่านภาษาไทย การเรียนวิชาในพุทธศาสนา และการสอนนั้นเน้นไปในทางปริญัติธรรมเสียส่วนใหญ่

  • ปี พ.ศ. 2445 พระอาจารย์เกิด ได้ลาออกจากราชการ ทางราชการจึงแต่งตั้ง พระอาจารย์เปล่ง เป็นครูใหญ่แทน [4]
ปี พ.ศ. 2442 โรงเรียนใช้ศาลาการเปรียญเป็นอาคารเรียนเพื่อทำการสอน ณ วัดชัยประสิทธ์
  • ปี พ.ศ. 2450 พระอาจารย์เปล่ง ได้ลาออกจากราชการ กลับภูมิลำเนาเดิม ที่จังหวัดนครราชสีมา ทางราชการจึงแต่งตั้ง พระอาจารย์ป้อม เป็นครูใหญ่แทน และปีเดียวกันโรงเรียนก็ย้ายที่เรียนมาอยู่ที่ วัดทรงศิลา โดยอาศัยศาลาการเปรียญ เป็นสถานที่เรียน

ยุคบุกเบิกการศึกษาโดยฆราวาส (พ.ศ. 2452 - พ.ศ. 2478)[แก้]

ในยุคนี้ผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นครูใหญ่ผู้บุกเบิกคือ นายมนู นาคามดี ครูใหญ่ผู้บุกเบิกโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ซึ่งตามประวัติที่มีการจดบันทึกไว้จากการบอกเล่าของ นงไฉน ปริญญาธวัช (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณกรรมปี พ.ศ. 2555) บุตรสาวของนายหนู นาคามดี นายหนู ต้องเดินทางมายังโรงเรียนชัยภูมจากจังหวัดนครราชสีมาด้วยระยะทางเพียง 100 กิโลเมตรเศษโดยใช้เวลา 5 วัน 5 คืน ซึ่งในขณะนั้นจังหวัดชัยภูมินับว่าเป็นดินแดนที่ "กันดาร" ตามคำบอกเล่าของบุตรสาวและได้ขยายโรงเรียนแห่งใหม่โดยซื้อที่ดินคืนจากชาวบ้านที่มาทำนา ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตไม่มีใครอยากจะมาเป็นข้าราชการที่จังหวัดอันห่างไกลแห่งนี้ แต่นายหนู เดินทางมาด้วยความมานะอุตสาหะ ด้วยความไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก นายหนูได้รับยกย่องให้เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษคนแรกของจังหวัดชัยภูมิอีกด้วย ในวัยก่อนเกษียนท่านได้รับคำนำหน้าชื่อเป็น รองอำมาตย์ตรี มนู นาคามดี นับว่าเป็นสิ่งที่แสดงความตั้งใจในการทำงานและเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงมานะอุตสาหะของครูผู้บุกเบิกผู้นี้

  • ปี พ.ศ. 2452 นายพรหมมา ศิริพรหมมา เป็นครูใหญ่ และใน ปี พ.ศ. 2456 ทางราชการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ายกองทหารไปรวมอยู่ที่นครราชสีมา จึงยกสถานที่เดิม ให้เป็นที่เรียนของโรงเรียน และเมื่อย้ายกองทหารกลับมา โรงเรียนต้องย้ายไปเรียน ที่วัดทรงศิลาอีกครั้งหนึ่ง
  • ปี พ.ศ. 2455 พระครูจรูญ นิโรธกิจ ได้รับตำแหน่งผู้ตรวจแขวงใต้ เมืองไชยภูมิ
  • ปี พ.ศ. 2458 ทางราชการได้สร้างโรงเรียนใหม่ขึ้น ณ สถานที่ปัจจุบัน จากนั้นก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา ทั้งการเรียนการสอน และสิ่งก่อสร้าง จนกระทั่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
  • ปี พ.ศ. 2459 ทางราชการได้แต่งตั้งนายหนู (มนู) นาคามดี วุฒิ ป.ม. จากนครราชสีมามาเป็นครูใหญ่โรงเรียนชัยภูมิ และมาช่วยนายพรหมา ก่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่จนสำเร็จ จึงย้ายสถานที่เรียนจากวัดทรงศิลามาเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่และได้เปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
  • ปี พ.ศ. 2460 โรงเรียนได้เปลี่ยนหลังคาจากสังกะสี มามุงด้วยกระเบื้องซีเมนต์ระหว่างเปลี่ยนหลังคานี้ได้ใช้ใต้ถุนศาลากลางจังหวัดชัยภูมิเป็นทีเรียนชั่วคราว
  • ปี พ.ศ. 2471 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้น มีนายกุหลาบ (สกล) ประภาสโนบล เป็นครูประจำชั้น
  • ปี พ.ศ. 2473 เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ขึ้น มีนายกุหลาบ (สกล) ประภาสโนบล เป็นครูประจำชั้น ส่วนมัธยมศึกษาปีที่ 4 นั้นให้นายเหลือ คำพิทักษ์ เป็นครูประจำชั้นแทน ซึ่งย้ายมาจากโรงเรียนประจำจังหวัดนครราชสีมา (ปัจจุบันคือโรงเรียนสุรนารีวิทยา) มาเป็นครูประจำชั้น
  • ปี พ.ศ. 2475 ได้ทำการเปิดสอนถึงช้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่สถานที่เรียนไม่เพียงพอจึงได้สร้างอาคารขึ้นมาอีก 2 หลังอยู่ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของอาคารเรียนหลังเก่า เป็นเรือนไม้สูง หลังคามุงสังกะสี
  • ปี พ.ศ. 2476 นายมนู นาคามดีได้ย้ายไปเป็นครูใหญ่จังหวัดนครราชสีมา ทางราชการจึงได้แต่งตั้งให้นายกุหลาบ ประภาสโนบล วุฒิ ป.ม. ครูมัธยมศึกษาขึ้นเป็นครูใหญ่แทน

ยุคสร้างโรงเรียนหญิงล้วนแห่งใหม่ (พ.ศ. 2478 - พ.ศ. 2481)[แก้]

สืบเนื่องจากนโยบายทางการศึกษาของรัฐบาลใหม่หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จึงแยกโรงเรียนออกเป็นชายล้วนและหญิงล้วนในระหว่างช่วงนี้โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลได้แยกนักเรียนหญิงในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปยัง โรงเรียนสตรีชัยภูมิ และได้ทำการสอนนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายตามปกติจนกระทั่งปี พ.ศ. 2483 โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลจึงกลายโรงเรียนชายล้วนอย่างสมบูรณ์

  • ปี พ.ศ. 2477 ได้รื้ออาคารหลังเก่าสร้างใหม่ให้พื้นสูงเท่ากับอาคารเรียนหลังใหม่ 2 หลังซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และขยายต่อออกไปเป็นหลังคาเดียวกัน กั้นแต่ละห้องด้วยลูกกรงเหล็กอาคารหลังเก่าปรับปรุงด้วยเงินบริจาค 1800 บาท
  • ปี พ.ศ. 2478 ทางราชการได้ย้ายนายกุหลาบ ประภาสโนบลไปเป็นครูใหญ่จังหวัดลำพูนทางราชการได้แต่งตั้งนายทอง พงศ์อนันต์ วุฒิ ป.ม. เป็นครูใหญ่แทน
  • ปี พ.ศ. 2479 ได้ต่อมุขโรงเรียนหลังกลางไปทางทิศใต้ ขนาดเท่ามุขด้านหน้าแต่ต่ออาคารเรียนหลังทิศตะวันออกไปทางทิศใต้อีก 1 ห้องเรียนเพื่อใช้เป็นห้องเรียนต่อไป
  • ปี พ.ศ. 2481 โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดชัยภูมิได้สร้างเสร็จ จึงได้โอนนักเรียนชายหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไปเรียนที่นั้นส่วนนักเรียนที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นั้นยังคงเรียนที่เดิมจนกว่าจะสอบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ก็จะหมดไปเอง โดยโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดชัยภูมินั้นปัจจุบันคือ "โรงเรียนสตรีชัยภูมิ"

ยุคแห่งผู้บริหารจาก "ธรรมศาสตร์" (พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2494)[แก้]

ยุคแห่งผู้บริหารจาก "ธรรมศาสตร์" ในยุคนี้มีผู้อำนวยการถึง 3 คนที่จบปริญญาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ นายกุหลาบ ประภาสโนบล นายทอง พงศ์อนันต์ และนายชะลอ ปทุมานนท์ ซึ่งล้วนแล้วแต่นำสิ่งใหม่ๆมาสู่โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสีประจำโรงเรียน (เหลืองแดง) ต้นไม้ที่ปลูกรอบโรงเรียนล้วนได้รับอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้กระทั่งตราโรงเรียนยุคแรกก็ยังได้รับอิธิพลจากตราธรรมจักรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการตีพิมพ์วารสารโรงเรียนขึ้นเป็นครั้งแรกโดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงและเป็นการกำหนดหลักสูตรให้กับโรงเรียนโดยรอบจังหวัดผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งถือว่าเป็นสื่อที่ทันสมัยในยุคนั้น

  • ปี พ.ศ. 2482 นักเรียนหญิงในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1,2,3 ถูกย้ายไปเรียน ณ โรงเรียนใหม่แล้ว
  • ปี พ.ศ. 2484 นักเรียนหญิงในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้หมดลงแล้ว นับว่าโรงเรียนชัยภูมิ เป็นโรงเรียนชายล้วน และต่อจากนั้นมาโรงเรียนจึงมีชื่อเรียกสั้นๆว่า "โรงเรียนชาย"
  • ปี พ.ศ. 2488 นายทอง พงศ์อนันต์ ลาออกจากราชการทางราชการได้แต่งตั้งนายชะลอ ปทุมานนท์ วุฒิ ป.ม. ธ.บ. พ.อ. ครูโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร มาเป็นครูใหญ่โรงเรียนชัยภูมิ
  • ปี พ.ศ. 2490 นายชะลอ ประทุมานนท์ ลาออกจากราชการทางราชการได้แต่งตั้งนายเฉลิม จิระนาท วุฒ ป.ม. ครูโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล มาเป็นครูใหญ่
  • ปี พ.ศ. 2491 วารสารเหลืองแดงฉบับปฐมฤกษ์ตีพิมพ์ ภายใต้ชื่อ " ชัยภูมิสาร "
  • ปี พ.ศ. 2492 ทางกระทรวงศึกษาธิการสั่งเปลี่ยนแปลงห้องเรียนใหม่
  • ปี พ.ศ. 2494 นายเฉลิม จิระนาท ได้รับตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนกาฬสินทธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทางราชการได้แต่งตั้งให้นายเหลือ คำพิทักษ์ ครูใหญ่โรงเรียนสกลนคร มาเป็นครูใหญ่แทนจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2506 ได้รับตำแหน่งเป็นอาจารย์ใหญ่ และเป็นอาจารย์ใหญ่คนแรกของโรงเรียน

ยุคแห่งการพัฒนา (พ.ศ. 2495 - พ.ศ. 2500)[แก้]

การพัฒนาทั้งทางด้านการศึกษา พัฒนาด้านการเรียนการสอน อาคารเรียนและบุคลากรทางการศึกษา มีนักเรียนรุ่นที่จบไปแล้วเริ่มมารับราชการครูในโรงเรียนที่ตนเคยศึกษา การเรียนการสอนถูกปรับปรุงให้ทันสมัยเข้าสู่ยุคและสังคมที่ทันสมัยขึ้น บริเวณโรงเรียนและอาคารเรียนมีมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามกระแสของการตื่นตัวทางการศึกษาของคนไทยในยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง นโยบายทางการศึกษาใหม่ๆ ทำให้มีการส่งเสริมการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่รู้จักกันในนาม โรงเรียนชัยภูมิ โรงเรียนประจำจังหวัดชัยภูมิ และยุคนี้คือ "ยุคแห่งการพัฒนา"

  • ปี พ.ศ. 2495 ทางกระทรวงศึกษาได้ให้งบประมาณสร้างโรงเรียนใหม่ เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 8 ห้องเรียนในงบประมาณ 2 แสนบาท แต่สร้างเต็มหลังไม่ได้ทางจังหวัดขออีก 5 หมื่นบาทจึงสำเร็จ ตลอดจนทาสี ทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนขึ้นเรียนในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2497
อาคารเรียนสร้างเมื่อปี พศ 2495 เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น 8 ห้องเรียนงบประมาณ 250,000 บาทนักเรียนขึ้นเรียนวันที่ 20 ธันวาคม 2497 (ปัจจุบันนี้รื้อแล้ว)
  • ปี พ.ศ. 2497 ทางราชการได้แต่งตั้งนายช่วง นราลัย วุฒิ ป.ม.ก. เป็นผู้ช่วยครูใหญ่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนชัยภูมิมีผู้ช่วยครูใหญ่

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 โรงเรียนได้งบประมาณสร้างบ้านพักครูหนึ่งหลังเป็นเงิน 25,000 บาท ซึ่งได้สร้างทางทิศตะวันออกของสระพัง สร้างแล้วเสร็จให้นายวินิช เวชสัสถ์ ครูโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลขึ้นอยู่อาศัย เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2497 ในปีนี้โรงเรียนได้ขยายโรงอาหารออกไปทางทิศใต้และทิศตะวันออก เพื่อใช้เป็นสถานที่ประชุม โดยเงินสะสมเพื่อสร้างโรงอาหารของโรงเรียนเป็นเงิน 8,225.05 บาท แต่นักเรียนมีมากถึง 500 คนทำให้ที่ประชุมคับแคบไป ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2498 โรงเรียนได้จัดหาวัสดุมาสร้างบ้านพักครูอีกหลังหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของสระพัง เป็นบ้านทรงปั้นหยา 2 ห้องมีระเบียงสองข้าง และมีนอกชาน ต่อจากนี้มีห้องครัว 2 ห้อง ห้องส้วมอยู่บนบ้านสร้างขึ้นไม่มีงบประมาณ แต่อาศัยเงินบำรุงจำนวน 4,271.71 บาท สร้างเสร็จให้นายบุญเรือน แช่มชื่น ครูสอนแตรขึ้นอยู่อาศัยแต่นายบุญเรือง แช่มชื่น ลาออกจากราชการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2489 จึงให้นายมงคล ประภาสโนบล อยู่แทน

ยุคแห่งความมั่นคง (พ.ศ. 2500 - พ.ศ. 2510)[แก้]

ในยุคนี้โรงเรียนที่มีอายุมากถึง 50 ปีเป็นตัวชี้ศักยภาพทางการศึกษา มีเหตุการณ์ที่แสดงความสามารถการันตีความเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ไม่ว่าจะมีระดับชั้นการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในจังหวัดที่เตรียมตัวเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา การจัดทำหนังสืออนุสรณ์ การสร้างถนนในโรงเรียน การเตรียมการสำหรับแนวการศึกษาใหม่ๆ การศึกษาวิชาพละศึกษาที่ไม่เคยมีการสอนมาก่อน เป็นต้น

  • ปี พ.ศ. 2504 หนังสืออนุสรณ์โรงเรียนเล่มแรก ฉลองครบ 59 ปีพระราชกระแส จัดจำหน่าย
  • ปี พ.ศ. 2506 ต้นปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งนำโดยนายสุวัฒน์ โชคสุวัฒนกุล เป็นหัวหน้าชขั้น ม.ศ. 3 ได้รวบรวมเงินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จัดเงินมาสร้างถนนคอนกรีตหน้าโรงเรียนเป็นเงิน 700 บาทแต่สร้างได้เพียงครึ่งเดียว ทางโรงเรียนจึงอนุมัติงบอีก 7,000 บาทเพื่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จตลอดสาย ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นำโดยนายสมเกียรติ วิจิตรธนสาร ได้จัดหาเงินสร้างสนามบาสเก็ตบอลเป็นคอนกรีต โดยใช้เงินทั้งสิ้น 14,458.00 บาท และในปีเดียวกันนี้ทางโรงเรียนได้งบประมาณรื้อถอน และซ่อมแซมโรงอาหารหลังเก่า ขยายให้กว้าง ลาดพื้นซีเมนต์เพื่อใช้เป็นห้องฝึกหัดพละศึกษาและใช้เป็นห้องประชุม และเงินงบประมาณยอดเดียวกันนี้ ได้ทาสีโรงเรียนใหม่ และซ่อมแซมประตูหน้าต่างให้เสร็จหมดงบประมาณทั้งสิน 100,000 บาท และ ได้สร้างบ้านภารโรงขึ้น ๑ หลัง อยู่ทางทิศใต้ของหนองสระพัง ด้วยเงินบำรุงการศึกษา 3,000 บาท

ในปลายปี พ.ศ. 2506 ทางกรมวิสามัญศึกษาได้โทรเลขให้โรงเรียนชัยภูมิเปิดชั้นเตรียมอุดมศึกษาปีที่ 1 ปีต่อมาก็เปิดปีที่ 2 ตามลำดับและต่อเนื่องจนทุกวันนี้ และเปลี่ยนชื่อเป็นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในเวลาต่อมา

  • ปี พ.ศ. 2544 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล โดยมี นายทองอินทร์ เพียภูเขียว อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

เป็นประธาน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544 ให้ วันที่25 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล [5]

  • ปี พ.ศ. 2547 นายวงษ์ชัย ชนะชัย อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้ประสานงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 1 รับบริจาคพื้นที่จำนวน 4 ไร่ 3 งาน (ติดโรงพยาบาลชัยภูมิ) รวมพื้นที่ปัจจุบัน 29 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา

อาณาเขต[แก้]

  • ทิศเหนือ ติดถนนบรรณาการ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ
  • ทิศตะวันออก ติดห้องสมุดประชาชน และโรงพยาบาลชัยภูมิ
  • ทิศตะวันตก ติดถนนหฤทัย ตรงข้ามสำนักงานที่ดินจังหวัดชัยภูมิ
  • ทิศใต้ ติดที่ดินส่วนบุคคล

มีพื้นที่รวม 29 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา[5]

เครื่องแบบและการแต่งกาย[แก้]

สัญลักษณ์[แก้]

ตราโรงเรียน[แก้]

ตราโรงเรียนยุคแรก

ปี พ.ศ. 2491 เป็นปีที่โรงเรียนทำวารสารประจำปีโดยใช้ชื่อว่า "ชัยภูมิสาร" และในปีเดียวกันนี้ตราโรงเรียนแบบแรกได้ถูกเผยแพร่ขึ้น ภายใต้ธรรมจักรมีอักษรย่อ ช.ภ. ซึ่งหมายถึงโรงเรียนชัยภูมิในขณะนั้นจนกระทั่งได้เปลี่ยนเป็น ช.ย. ในเวลาต่อมา

ตราโรงเรียนแบบที่ 3

เป็นตราโรงเรียนเริ่มต้นใช้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยมีลักษณะคือ เป็นวงกลมภายใต้ชฎา ภายในมีตัวอักษรย่อ ชย ซึ่งมาจากชื่อโรงเรียนชัยภูมิ มีอักษรเขียนด้านล่างว่า โรงเรียนชัยภูมิ และมีอักษรเขียนใต้ตราอีกชั้นหนึ่งว่า นตฺถิ ปัญฺญา สฺมา อาภา [6]

ตราโรงเรียน แบบที่ 5

แรกเริ่มเดิมทีเป็นตราโรงเรียนที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนตราโรงเรียนยุคแรก โดยออกแบบในสมัยผู้อำนวยการทองอินทร์ เพียภูเขียวและบางส่วนเป็นต้นแบบของตราโรงเรียนแบบ ก และแบบ ข ซึ่งตราโรงเรียนแบบนี้ไม่เป็นที่นิยมในหมูนักเรียนนักเนื่องจากรายละเอียดภาพไม่ดี ตัดภาพยาก และไม่เหมาะกับงานที่มีพื้นหลังสีขาว แต่เราสามารถพบตรารูปแบบนี้ในหนังสือคู่มือนักเรียน ผู้ปกครองปี พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2555 และหอประชุม 99 ปี โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

ตราโรงเรียน แบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง)

ตราโรงเรียนแบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง) นี้เป็นตราโรงเรียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการนำไปใช้ (สำหรับนักเรียนในโรงเรียนทำรายงาน การทำผลงานทางวิชาการของคุณครู เอกสารประกอบการเรียน ตารางการแข่งขันระหว่างโรงเรียน) เพราะมีความละเอียดสูงกว่าตราโรงเรียนแบบอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น (พ.ศ. 2548) และมีความสวยงาม แต่ไม่สะดวกกับการนำไปใช้ในงานที่ต้องการความละเอียดมากๆ มีการใช้ตรานี้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546 แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายนัก การใช้ตราโรงเรียนนี้ออกแบบขึ้นในสมัยของผู้อำนวยการวงษ์ชัย ชนะชัย และนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2549 โดยเริ่มแรกตราโรงเรียนแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสกรีนลงบนจานและชาม รวมถึงแก้วที่ระลึกของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล สำหรับตราโรงเรียนประเภทนี้นั้นมีใช้ทั้งในกลุ่มงานวิชาการ กลุ่มงานกิจการนักเรียน กลุ่มบริหารทั่วไป และกลุ่มธุรการ โดยตราแบบเดียวกันนี้ถูกนำไปดัดแปลงเป็นตราขององค์กรต่างๆในโรงเรียนหลายๆแบบด้วยกัน เช่น งานสภานักเรียน งานคณะกรรมการนักเรียน เป็นต้น

ตราโรงเรียน แบบ ข (ชฎาสีม่วงเข้ม-เหลือง)

ตราโรงเรียนแบบ ข (ชฎาสีม่วงเข้ม-เหลือง) เป็นตราโรงเรียนอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการใช้งาน ตราประเภทนี้ถูกดัดแปลงมาจากตราโรงเรียนแบบ ก (ชฎาสีเหลืองทอง) เพื่อใช้ในงานสำคัญต่างๆโดยออกแบบในปี พ.ศ. 2548 เพื่อสกรีนลงบนจานชามและเอกสารประกอบการเรียนหลายเล่มของโรงเรียน แต่ด้วยข้อจำกัดในการใช้งานคือภาพมีความละเอียดต่ำเมื่อเทียบกับแบบ ก เนื่องจากเป็นไฟล์ที่ถูกคัดลอกผ่านเว็บไซต์หรือผ่านสแกนจากงานต่างๆ สามารถพบการใช้ตรานี้ได้อย่างแพร่หลายในเอกสารประกอบการแข่งขันงานต่างๆของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล เช่น เอกสารประกอบการแข่งขันงานสภานักเรียน ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการนักเรียน เป็นต้น

ธง[แก้]

ที่มาของชื่อ[แก้]

วัดชัยประสิทธิ์ หรือ วัดสะแก ซึ่งในปี พ.ศ. 2435 ยังเป็นวัดร้างอยู่ พระประสิทธิ์ได้มาบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ จึงขนานนามวัดใหม่ตามชื่อของท่านว่า "วัดประสิทธิ์" ในสมัยของพระหฤทัยราชเดชโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลได้ก่อตั้งขึ้นในนามโรงเรียนวัดประสิทธิ์เมื่อปี พ.ศ. 2442 โดยใช้ศาลาการเปรียญวัดประสิทธิ์เป็นอาคารโดยเปิดสอนกุลบุตร กุลธิดา ในระดับการศึกษาตามที่ทางราชการกำหนด ซึ่งนับได้ว่า "โรงเรียนวัดประสิทธิ์" (วัดชัยประสิทธิ์ในเวลาต่อมา) เป็นชื่อโรงเรียนชื่อแรก และเป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกในจังหวัดชัยภูมิ

รายนามผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ผู้อำนวยการโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลแบ่งได้เป็น 4 ยุคด้วยกันคือ ยุคพระภิกษุ ยุคครูใหญ่ ยุคอาจารย์ใหญ่ และยุคผู้อำนวยการ ซึ่งมีรายนามดังต่อไปนี้

ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง หมายเหตุ
- พระประสิทธิ์ พ.ศ. 2440 - 2442 * สอนปริญัติธรรม
เป็นเจ้าอาวาสวัดประสิทธิ์
ซึ่งมีการเรียนการสอนทางธรรม
จึงถือเป็นครูใหญ่โดยพฤตินัย
1 พระครูจรูญ นิโรธกิจ [7] พ.ศ. 2442 - 2444 ได้รับมอบหมาย/แต่งตั้งจาก พระยาหฤทัยราชเดช
2 พระอาจารย์เกิด [8] พ.ศ. 2444 - 2445
3 พระอาจารย์เปล่ง พ.ศ. 2445 - 2450
4 พระอาจารย์ป้อม พ.ศ. 2450 - 2452
5 นายพรหมมา ศิริพรหมมา พ.ศ. 2452 - 2458
6 รองอำมาตย์ตรีหนู นาคามดี พ.ศ. 2458 - 2476
7 ราชบุรุษกุหลาบ ประภาสโนบล พ.ศ. 2476 - 2478
8 นายทอง พงศ์อนันต์ พ.ศ. 2478 - 2488
9 นายชลอ ปทุมานนท์ พ.ศ. 2488 - 2490
10 นายเฉลิม จิระนาท พ.ศ. 2490 - 2494
11 นายเหลือ คำวชิรพิทักษ์ พ.ศ. 2494 - 2512
12 ราชบุรุษชุบ วงษ์นรา พ.ศ. 2512 - 2517
13 นายมาโนช ปานโต พ.ศ. 2517 - 2519
14 นายดิลก วัจนสุนทร พ.ศ. 2519 - 2521
15 นายทรวง ยุวกาญจน์ พ.ศ. 2521- 2525
16 นายสำลี ผดุงศรี พ.ศ. 2525 - 2529
17 นายทองอินทร์ เพียภูเขียว พ.ศ. 2529 - 2540
18 นายคณิต ภิรมย์ไกรภักดิ์ พ.ศ. 2540 - 2541
19 นายอำพัน รักษ์มณี พ.ศ. 2541 - 2543
20 นายวงษ์ชัย ชนะชัย พ.ศ. 2543 - 2553
21 นายพิสิษฐ์ สืบนุการวัฒนา พ.ศ. 2553 - 2555
22 นายสุรวิทย์ พลมณี พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน

อาคารและสิ่งก่อสร้าง[แก้]

อาคาร 1 เป็นที่ตั้งของห้องสมุดกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และห้องปฏิบัติการณ์คอมพิวเตอร์
  • อาคาร 1

แบ่งออกเป็น 3 ชั้นโดยชั้นแรกเป็นชั้นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ชั้นที่สองเป็นที่ตั้งของ ห้องสมุดกลาง โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล และชั้นที่สาม เป็นห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์

  • อาคาร 2

แบ่งออกเป็น 3 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นห้องเรียนมีทั้งหมด 6 ห้องเรียน คือตั้งแต่ห้อง 211-216
ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 6 ห้อง คือตั้งแต่ห้อง 221-226 โดยห้อง 221 นั้นเป็นห้องพักครู
ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศแบ่งออกเป็น 6 ห้องเรียนคือห้อง 231-236
อาคาร 3 เป็นอาคารที่ใช้งานเฉพาะชั้น 1 และ 2 โดยยกเลิกการเป็นอาคารเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2553 และปัจจุบันมีเฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้งชั้น 1 เป็นที่ทำงานของฝ่ายธุรการ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายวิชาการ ห้องผู้บริหาร งานทะเบียน แนะแนวชั้น 2 เป็นที่ตั้งของห้องโสตทัศนูปกรณ์ชั้น 3 ปิดการใช้งาน
  • อาคาร 3 (รื้อถอนแล้ว)

เป็นอาคารที่ใช้งานเฉพาะชั้น 1 และ 2 โดยยกเลิกการป็นอาคารเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2553 และปัจจุบันมีเฉพาะชั้นล่างเท่านั้นที่มีการใช้งานบ่อยครั้ง

ชั้น 1 เป็นที่ทำงานของฝ่ายธุรการ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายวิชาการ ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน งานทะเบียน แนะแนว
ชั้น 2 เป็นที่ตั้งของห้องโสตทัศนูปกรณ์
ชั้น 3 ปิดการใช้งาน
  • อาคาร 4
  • อาคาร 5

เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีทั้งหมด 3 ชั้นคือ

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องวงโยธวาธิต ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์ โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ห้องกลุ่มบริหารงานทั่วไป ห้องฝ่ายพัฒนาผู้เรียน
ชั้นที่ 2 เป็นห้องเรียนของมสาระการเรียนรู้กลุ่สังคมศึกษาฯ ห้องนาฏศิลป์ และห้องเรียนวิชาศิลปะ
ชั้นที่ 3 เป็นห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ
อาคาร 6เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมีทั้งสิ้น 6 ชั้น
  • อาคาร 6

เป็นอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนมีทั้งสิ้น 6 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องประชุม 99 ปี
ชั้นที่ 2 ใช้เป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และห้องเก็บสาร (สารเคมี)
ชั้นที่ 3 คือห้องเรียนและห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ ชีววิทยา
ชั้นที่ 4 คือห้องเรียนของกลุ่มส้าระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ชั้นที่ 5 คือห้องเรียนและห้องพักครูของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นที่ 6 คือห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
  • อาคาร 7

เป็นอาคารของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และเป็นที่ตั้งของห้องสมุด 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล มีทั้งสิ้น 4 ชั้น

ชั้นที่ 1 เป็นที่ตั้งของห้องสมุด 111 ปีโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ชั้นที่ 2 เป็นที่ตั้งของห้องพักครู และห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และศูนย์อาเซียนศึกษาโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
ชั้นที่ 3 ห้องเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นที่ 4 ห้องเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
  • อาคาร 8

เป็นอาคารชั้นเดียว

ประกอบด้วยห้องของ ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล กรมการรักษาดินแดน มทบ.๒๑ นครราชสีมา
ห้องคูหาลูกเสือ ชุมนุมลูกเสือกองพิเศษ
  • โรงอาหาร
  • อาคารศูนย์กีฬา
  • อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา
  • ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน (ห้องปกครอง)
  • ห้องประชาสัมพันธ์ หน้าห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน
สระน้ำกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล
  • หนองสระพัง

สระน้ำกลางโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล

  • อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล

รูปจำลองพระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก ตั้งบริเวณหน้าอาคาร 1

  • ศาลเจ้าพ่อขุนพลัง

มีการบวงสรวงเป็นประจำทุกปีในวันสถาปนาโรงเรียน (25 ธันวาคมของทุกปี)

ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์[แก้]

ศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ให้แก่บุคคลที่สนใจ "เมื่อเราศึกษาอดีตอย่างมีเหตุและมีผลจะทำให้เราสามารถทำตัวอยู่กับปัจจุบันอย่างมีเหตุผล" เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว จึงมีผู้ที่ต้องการรวบรวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ของสถานศึกษา และท้องถิ่น โดยงานหลักของศูนย์เรียนรู้ไทยภัณฑ์คือการดูแลรักษาสมบัติของโรงเรียนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีรวมถึงประมวลภาพเหตุการณ์ของโรงเรียนทั้งฟิมล์ สไลด์ หรือไฟล์ดิจิทัล เพลงโรงเรียนตั้งแต่ยุคแผ่นเสียง เทป จนสู่ยุคแผ่นซีดี และงานจดหมายเหตุต่างๆ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

นักการเมือง[แก้]

ข้าราชการ/นักปกครอง[แก้]

ทหาร[แก้]

การแพทย์[แก้]

  • นายแพทย์สมปอง เจริญวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยภูมิ

นักวิชาการ[แก้]

ผู้ประกาศข่าว[แก้]

อื่นๆ[แก้]

  • ชูเกียรติธน ยศภัทร์หนูสลุง อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดดรีมทีม
  • เชิดศักดิ์ ชัยบุตร อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย
  • สุทิน ไชยกิตติ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย

เกียรติประวัติโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล[แก้]

  1. โรงเรียนรางวัลพระราชทาน ระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประจำปี 2532 2548 และ 2555
    จาก กระทรวงศึกษาธิการ
  2. โรงเรียนสีขาว เฉลิมพระเกียรติ ปลอดยาเสพติด ประจำปี 2542
    จาก กระทรวงศึกษาธิการ
  3. โรงเรียนปฏิรูปการศึกษาดีเด่น ประจำปี 2544
    จาก คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
  4. โรงเรียนดีเด่นด้านการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2546
    จาก กรมสามัญศึกษา
  5. รางวัลโครงการสระพังสวยด้วยมือเรา ประจำปี 2534
    จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ
  6. รางวัลโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมดีเด่น เฉลิมพระเกียรติ ประจำปี 2543
    จาก สมาคมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมไทย
  7. รางวัลกองลูกเสือดีเด่น ประจำปี 2540
    จาก มูลนิธิส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือไทย
  8. รางวัลชนะเลิศกองร้อยวิ่งสวนสนาม ประจำปี 2551 และ 2552
    จาก กองทัพภาคที่ 2
  9. รางวัลชนะเลิศกองพันเดินสวนสนาม ประจำปี 2552 และ 2553
    จาก กองทัพภาคที่ 2
  10. รางวัล won 3rd price in the category of music ประเทศกรีก ประจำปี 2541
    จาก The Hellenic Action Cancer, Athens Greek
  11. รางวัลเหรียญทอง การนำเสนอผลงานโรงเรียนมาตรฐานสากล ประจำปี 2553
    จาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  12. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท Rescue Robot Superteam RoboCup Junior 2010 ประเทศสิงคโปร์
    จาก RoboCup Junior 2010 ประเทศสิงคโปร์
  13. รางวัลโรงเรียนส่งเสริมการอ่านยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2556
    จากนานมีบุ๊คส์รีดดิ้งคลับ ปีที่ 12

แผนการเรียน[แก้]

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเปิดสอนในแผนการเรียนดังต่อไปนี้

  • แผนการเรียนวิทย์-คณิต
  • แผนการเรียนศิลป์-ภาษา
  • ห้องเรียนพิเศษ MEP (Mini English Program) เฉพาะระดับมัธยมต้น
  • ห้องเรียนพิเศษ IEP (Intensive English Program)
  • ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ SMP (Science-Math Program)

กิจกรรมภายในโรงเรียน[แก้]

  • กิจกรรมกีฬาภายใน (กีฬาสี)

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลจะมีการจัดกการแข่งขันกีฬาภายในหรือกีฬาสีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมของทุกปี ปีละ 5 วัน โดยแบ่งเป็น 5 คณะสี เรียงตามสีประจำวัน (ยกเว้นสีเหลืองและสีแดงที่เป็นสีประจำโรงเรียน) มีชื่อเรียกตามชื่ออัญมณีต่างๆ เพื่อทำกิจกรรมดังนี้

  • ██ คณะ 1 พลอยม่วง (สีม่วง) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 1,6 และ 11
  • ██ คณะ 2 ทับทิม (สีชมพู) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 2 และ 7
  • ██ คณะ 3 มรกต (สีเขียว) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 3 และ 8
  • ██ คณะ 4 บุศราคัม (สีแสด) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 4 และ 9
  • ██ คณะ 5 ไพลิน (สีฟ้า) ห้องที่ได้อยู่คณะนี้ คือห้อง 5 และ 10

และมีการแข่งขันกีฬาดังต่อไปนี้

  • ฟุตบอล
  • ฟุตซอล
  • บาสเกตบอล
  • วอลเลย์บอล
  • เซปักตะกร้อ
  • แบดมินตัน
  • เทเบิลเทนนิส
  • เปตอง
  • กรีฑา
  • กิจกรรมการเชียร์ของคณะต่างๆ

พิธีปิดการแข่งขันกีฬาภายในจะจัดขึ้นที่สนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ โดยในวันปิดจะมีการเดินขบวนพาเหรดของทั้ง 5 คณะสีเดินอ้อมตลาดเมืองชัยภูมิไปจนถึงสนามกีฬากลาง โดยกิจกรรมในพิธีปิดจะมีการแข่งขันกรีฑา การแข่งขันฟุตบอลคุณครู การประกวดกองเชียร์และเชียร์ลีดเดอร์จาก 5 คณะสี และพิธีมอบถ้วยรางวัล

กองลูกเสือ[แก้]

กองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2458 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งกองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเดิมใช้ชื่อว่า "กองลูกเสือมณฑลนครราชสีมาที่ 3 ประจำเมืองไชยภูมิ" และในปีเดียวกันนั้นได้แต่งตั้งนายมนู นาคามดี ขึ้นเป็นผู้กำกับการกองลูกเสือจังหวัดชัยภูมิคนแรก จึงนับได้ว่ากองลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลเป็กองลูกเสือกองแรกและเป็นกองลูกเสือบุกเบิกของจังหวัดชัยภูมิโดยตั้งหลังจากทรงนำกิจการลูกเสือเข้ามาในสยามได้เพียง 4 ปีเท่านั้น ปัจจับันกิจการลูกเสือในโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลนั้นสำคัญมากโดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกองลูกเสือของโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพลนั้นเป็นแบบอย่างที่สำคัญของการพิทักษ์ดูแลและรักษาความคิดและธำรงค์ไว้ซึ่งกิจการลูกเสือไทย และที่สำคัญโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานที่เก็บรักษาธงลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ จากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ

โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับมอบหมายให้เป็นสถานที่เก็บรักษาธงลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ จากคณะกรรมการลูกเสือจังหวัดชัยภูมิ
นายหนู นาคามดี ผู้กำกับลูกเสือจังหวัดชัยภูมิคนแรก
การฝึกลูกเสือโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ปี พ.ศ. 2508

โครงการธนาคารโรงเรียน[แก้]

โครงการธนาคารโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล ได้รับการพิจารณาสนับสนุนจากธนาคารออมสิน ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาค 11) ให้เปิดธนาคารเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีใจรักในการออมบนพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ปลูกฝังนิสัยรักการออมให้แก่เด็กนักเรียน วิธีการรับฝากเงิน นักเรียนสามารถนำเงินมาฝากกับธนาคารโรงเรียน (ตั้งแต่ 1 บาทเป็นต้นไป) ได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลาทำการโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนออมเงินตลอดจบการศึกษาเพื่อเป็นการปลูกฟังนิสัยที่ดีในการออม เมื่อจบการศึก นักเรียนปิดบัญชีธนาคารโรงเรียนธนาคารออมสินสาขาชัยภูมิ จะโอนเงินจากธนาคารโรงเรียนไปฝากที่ธนาคารออมสิน สาขาชัยภูมิ ธนาคารจะทำบัตร ATM ให้โดยอัตโนมัติ

เชิงอรรถ[แก้]

  1. {| class="wikitable" | หลวงพิทักษ์นรากร || ผู้รั้งราชการ || 24 บาท
    | หลวงภูมิพิทักษ์ || || 12 บาท
    | หลวงไชยภูมิพิพัฒน์ || นายอำเภอเมืองไชยภูมิ || 12 บาท
    | ขุนอาณัติราษฎร์สำราญ || ปลัดอำเภอ || 12 บาท
    | ขุนภักดีธนราช || พนักงานคลัง || 4 บาท
    | นายคำ || พนักงานบาญชี || 2 บาท
    | นายแดงเล็ก || เสมียนตรี || 2 บาท
    | ขุนสาธรศุภกิจ || ศุภุมาตรา || 4 บาท
    | นายแดงใหญ่ || เสมียนตรี || 1 บาท
    | หลวงการีคะดีรัฐ || ยกระบัตร์ || 20 บาท
    | ขุนพรหมสุภา || ผู้พิพากษา || 12 บาท
    | หมื่นอักษรคดีกิจ || || 1 บาท
    | หมื่นสฤษดีศุภการ || ยกระบัตรศาล || 1 บาท
    | ขุนวัจนาธรรมนูญ || แพ่ง || 4 บาท
    | ขุนวรอักษรเลข || อักษรเลข || 10 บาท
    | นายภัก || เสมียนฝึกหัด || 1 บาท
    | หมื่นตระเวนราชกิจ || รองแพ่ง || 2 บาท
    | นายแก้วเล็ก || คนใช้ || 1 บาท
    | นายต่วน || เสมียนตรี || 1 บาท
    | นายน้อย || เสมียนสามัญ || 1 บาท
    | หลวงอินอาญา || นักการ || 8 อัฐ
    | หลวงสิทธิ์การภักดี || ปลัดเมือง || 12 บาท
    | ขุนศรีนิติสาร || สัศดี || 4 บาท
    | ขุนสง่าบริรักษ์ || จ่าเมือง || 4 บาท
    | หลวงประกิจสรรพากร || ผู้ช่วย || 10 บาท
    | หลวงนรินทร์สงคราม || นายอำเภอจัตุรัส || 8 บาท
    | || รวม || 166 บาท 8 อัฐ |}

อ้างอิง[แก้]

  1. เอกสารก่อตั้งสถานศึกษา หอจดหมายเหตุแห่งชาติ (ไมโครฟิมล์) (ศธ.3/ร.ศ.121),
  2. รายงานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล พ.ศ. 2547
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2441/033/333.PDF ราชกิจกานุเบกษา เล่ม 15 แผ่นที่ 33 วันที่ 13 พฤศจิกายน ร.ศ. 118
  4. รายงานข้าราชการกระทรวงธรรมการ มณฑลนครราชสีมา ร.ศ. 124
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ cb111
  6. หนังสือที่ระรึกโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล พ.ศ. 2532
  7. รายชื่อข้าราชการกระทรวงธรรมการ ร.ศ.120 ศธ.3/ร.ศ.120.23 กระทรวงธรรมการ
  8. รายชื่อข้าราชการกระทรวงธรรมการ ร.ศ.123 ศธ.3/ร.ศ.123.26/1 กระทรวงธรรมการ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]