ข้ามไปเนื้อหา

วิสูตร อรรถยุกติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิสูตร อรรถยุกติ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
23 กันยายน พ.ศ. 2500  7 สิงหาคม พ.ศ. 2501
นายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
ก่อนหน้าพันตรี รักษ์ ปันยารชุน
ถัดไปจิตติ สุจริตกุล
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2490  13 พฤษภาคม พ.ศ. 2491
รัฐมนตรีว่าการ
ก่อนหน้าหลวงสิทธิสยามการ
ถัดไปหม่อมเจ้าวงศานุวัตร เทวกุล
รัฐทูตและอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส[a]
ดำรงตำแหน่ง
14 พฤษภาคม พ.ศ. 2491  3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าพระยาราชวังสัน
ถัดไปพลตรี ไชย ประทีปะเสน
รัฐทูตและอัครราชทูตไทยประจำเบลเยียม[b]
ดำรงตำแหน่ง
18 ตุลาคม พ.ศ. 2491  3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าพระพหิทธานุกร
ถัดไปพลตรี ไชย ประทีปะเสน
รัฐทูตและอัครราชทูตไทยประจำเนเธอร์แลนด์[c]
ดำรงตำแหน่ง
28 กรกฎาคม พ.ศ. 2493  3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าพระยาราชวังสัน
ถัดไปพลตรี ไชย ประทีปะเสน
รัฐทูตและอัครราชทูตไทยประจำสเปน[d]
ดำรงตำแหน่ง
28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2494  3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าพระยาราชวังสัน
ถัดไปพลตรี ฟ้อน ฤทธาคนี ยอดอาวุธ
รัฐทูตและอัครราชทูตไทยประจำโปรตุเกส[e]
ดำรงตำแหน่ง
28 พฤษภาคม พ.ศ. 2495  3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล แปลก พิบูลสงคราม
ก่อนหน้าพันเอก หม่อมราชวงศ์ตัน สนิทวงศ์
ถัดไปพลตรี ไชย ประทีปะเสน
เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐ
ดำรงตำแหน่ง
14 เมษายน พ.ศ. 2502  14 กรกฎาคม พ.ศ. 2506
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ก่อนหน้าถนัด คอมันตร์
ถัดไปสุกิจ นิมมานเหมินท์
เอกอัครราชทูตไทยประจำบราซิล[f]
ดำรงตำแหน่ง
25 มิถุนายน พ.ศ. 2502  14 กรกฎาคม พ.ศ. 2506
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปหม่อมราชวงศ์ทวยเทพ เทวกุล
เอกอัครราชทูตไทยประจำสวีเดน
ดำรงตำแหน่ง
15 กรกฎาคม พ.ศ. 2506  30 กันยายน พ.ศ. 2507
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าพลโท หม่อมเจ้าคัสตาวัส จักรพันธุ์
ถัดไปพลโท วิฑูร หงสเวส
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด
ถวิล[g]

11 มกราคม พ.ศ. 2447
อำเภอบางกอกน้อย เมืองธนบุรี ประเทศสยาม
เสียชีวิต13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 (70 ปี)
โรงพยาบาลพร้อมมิตร เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
คู่สมรสเผชิญ โชติกเสถียร (สมรส 2480)
บุตร8 คน
อาชีพนักการทูต
วิชาชีพข้าราชการพลเรือน

วิสูตร อรรถยุกติ หรือ อำมาตย์โท หลวงวิสูตรวิรัชชเทศ (10 มกราคม พ.ศ. 2447 – 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517)[1] เป็นนักการทูตชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 2 สมัย ในรัฐบาลของพจน์ สารสิน และรัฐบาลของจอมพล ถนอม กิตติขจร เอกอัครราชทูตไทยประจำหลายประเทศ, เอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

ประวัติ

[แก้]

วิสูตร อรรถยุกติ เดิมชื่อ ถวิล อรรถยุกติ เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2446 (นับแบบปัจจุบันคือปี พ.ศ. 2447) ที่อำเภอบางกอกน้อย เมืองธนบุรี เป็นบุตรของพระยาเผด็จดุลยบดีศรีสรคม (เลียบ อรรถยุกติ) และคุณพร้อม มีน้องร่วมบิดา 1 คน

เขาสมรสกับคุณหญิงเผชิญ อรรถยุกติ (สกุลเดิม โชติกเสถียร) บุตรสาวคนโตของ นาวาเอก พระวิทยุทูระลิขิต (ทั่ง โชติกเสถียร) และคุณผิน เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2480 ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นผู้ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้ มีบุตรธิดารวม 8 คน

การศึกษา

[แก้]

วิสูตร อรรถยุกติ ได้เริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2463 โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมฌัก อามีอ็อต จากนั้นจึงเรียนวิชากฎหมายกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยเมืองกังซ์ สอบไล่ได้ปริญญาด้านกฎหมาย ในปี พ.ศ. 2469 พร้อมกับได้รางวัลวิลลีย์ เดอเมสเครสต์ ซึ่งเป็นรางวัลที่มหาวิทยาลัยมอบให้แก่นักศึกษาที่คะแนนยอดเยี่ยมตลอดระยะ 3 ปีที่ทำการศึกษากฎหมายอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้

วิสูตรยังได้รับพระราชทานปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาการทูต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2516

การทำงาน

[แก้]

การรับราชการ

[แก้]

วิสูตร อรรถยุกติ รับราชการในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2469 เคยดำรงตำแหน่งเอกอัคราชทูตไทยประจำหลายประเทศ และเป็นเอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำกรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน[2] และดำรงตำแหน่งสูงสุด คือ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ[3]

งานการเมือง

[แก้]

วิสูตร อรรถยุกติ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2500[4] ในรัฐบาลของนายพจน์ สารสิน ต่อมาในปี พ.ศ. 2501 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง ในรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร

วิสูตร ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 หลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2501 ต่อมาเขาได้ลาออกจากตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน[5]

ถึงแก่อนิจกรรม

[แก้]

วิสูตร อรรถยุกติ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 เวลา 05.30 น. ด้วยอาการหัวใจวาย สิริอายุได้ 70 ปี 10 เดือน 2 วัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งศพที่ศาลาสิทธิสยามการ วัดธาตุทอง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2518 ที่เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

วิสูตร อรรถยุกติ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้

ประเทศไทย

[แก้]

ต่างประเทศ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ระเบียบพิธีปฏิบัติทางการทูต และกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางกงสุล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระจันทร์, 2518
  2. http://thaiembassy.se/en/embassy/list-of-ambassadors/60/
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2490/D/021/796.PDF
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (จำนวน ๒๙ ราย)
  5. "รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-10-29. สืบค้นเมื่อ 2020-05-22.
  6. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๒ ตอนที่ ๓๙ ง หน้า ๑๔๐๑, ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๐๘
  7. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๑๐๗ ง หน้า ๒๙๙๓, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๐
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๖, ๑๒ มกราคม ๒๕๐๐
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญช่วยราชการเขตภายใน, เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๔๒ ง หน้า ๒๕๓๑, ๑๐ สิงหาคม ๒๔๘๖
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญช่วยราชการเขตภายใน, เล่ม ๖๑ ตอนที่ ๓๓ ง หน้า ๙๓๗, ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๘๗
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๖๘ ตอนที่ ๗๕ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๗๕, ๑๒ ธันวาคม ๒๔๙๔
  12. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความ เรื่อง ให้ประดับตราต่างประเทศ, เล่ม ๕๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๑๙๔, ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๗๗
  13. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๕๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๕๕๗, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๘๒
  14. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความ เรื่อง ให้ประดับตราต่างประเทศ, เล่ม ๕๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๖๐๕, ๑๔ ตุลาคม ๒๔๗๗
  15. 1 2 ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗๒ ตอนที่ ๕๓ ง หน้า ๑๕๘๗, ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๘
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๖๕ ตอนที่ ๖๕ ง หน้า ๑๖๓๑, ๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๑
  17. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๖๙ ตอนที่ ๒๗ ง หน้า ๑๐๘๓, ๒๙ เมษายน ๒๔๙๕
  18. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗๓ ตอนที่ ๕๐ ง หน้า ๑๗๙๔, ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๙
  1. ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2492
  2. เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมามีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2500 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
  3. เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2500 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
  4. เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2506 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
  5. เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2507 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
  6. เป็นตำแหน่งเอกอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหากฤ
  7. สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล