วิสูตร อรรถยุกติ
วิสูตร อรรถยุกติ หรือ อำมาตย์โท หลวงวิสูตรวิรัชชเทศ (10 มกราคม พ.ศ. 2447 – 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517)[1] เป็นนักการทูตชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 2 สมัย ในรัฐบาลของพจน์ สารสิน และรัฐบาลของจอมพล ถนอม กิตติขจร เอกอัครราชทูตไทยประจำหลายประเทศ, เอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำกรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ประวัติ
[แก้]วิสูตร อรรถยุกติ เดิมชื่อ ถวิล อรรถยุกติ เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2446 (นับแบบปัจจุบันคือปี พ.ศ. 2447) ที่อำเภอบางกอกน้อย เมืองธนบุรี เป็นบุตรของพระยาเผด็จดุลยบดีศรีสรคม (เลียบ อรรถยุกติ) และคุณพร้อม มีน้องร่วมบิดา 1 คน
เขาสมรสกับคุณหญิงเผชิญ อรรถยุกติ (สกุลเดิม โชติกเสถียร) บุตรสาวคนโตของ นาวาเอก พระวิทยุทูระลิขิต (ทั่ง โชติกเสถียร) และคุณผิน เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2480 ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นผู้ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้ มีบุตรธิดารวม 8 คน
การศึกษา
[แก้]วิสูตร อรรถยุกติ ได้เริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เดินทางไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2463 โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมฌัก อามีอ็อต จากนั้นจึงเรียนวิชากฎหมายกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยเมืองกังซ์ สอบไล่ได้ปริญญาด้านกฎหมาย ในปี พ.ศ. 2469 พร้อมกับได้รางวัลวิลลีย์ เดอเมสเครสต์ ซึ่งเป็นรางวัลที่มหาวิทยาลัยมอบให้แก่นักศึกษาที่คะแนนยอดเยี่ยมตลอดระยะ 3 ปีที่ทำการศึกษากฎหมายอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้
วิสูตรยังได้รับพระราชทานปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาการทูต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2516
การทำงาน
[แก้]การรับราชการ
[แก้]วิสูตร อรรถยุกติ รับราชการในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2469 เคยดำรงตำแหน่งเอกอัคราชทูตไทยประจำหลายประเทศ และเป็นเอกอัครราชทูตไทยคนแรกประจำกรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน[2] และดำรงตำแหน่งสูงสุด คือ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ[3]
งานการเมือง
[แก้]วิสูตร อรรถยุกติ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2500[4] ในรัฐบาลของนายพจน์ สารสิน ต่อมาในปี พ.ศ. 2501 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง ในรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร
วิสูตร ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 หลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2501 ต่อมาเขาได้ลาออกจากตำแหน่งในเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกัน[5]
ถึงแก่อนิจกรรม
[แก้]วิสูตร อรรถยุกติ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 เวลา 05.30 น. ด้วยอาการหัวใจวาย สิริอายุได้ 70 ปี 10 เดือน 2 วัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งศพที่ศาลาสิทธิสยามการ วัดธาตุทอง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2518 ที่เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]วิสูตร อรรถยุกติ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้
ประเทศไทย
[แก้]- พ.ศ. 2508 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ 2 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.) (ฝ่ายหน้า)[6] - พ.ศ. 2500 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นสูงสุด มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[7] - พ.ศ. 2499 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)[8] - พ.ศ. 2485 –
เหรียญช่วยราชการเขตภายใน การรบสงครามอินโดจีน (ช.ร.)[9] - พ.ศ. 2487 –
เหรียญช่วยราชการเขตภายใน การรบสงครามมหาเอเชียบูรพา (ช.ร.)[10] - พ.ศ. 2494 –
เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.)[11] - พ.ศ. 2468 –
เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 7 (ร.ร.ศ.7) - พ.ศ. 2493 –
เหรียญพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 (ร.ร.ศ.9) - พ.ศ. 2475 –
เหรียญเฉลิมพระนคร 150 ปี (ร.ฉ.พ.)
ต่างประเทศ
[แก้]
อิตาลี :
เบลเยียม :
เนเธอร์แลนด์ :
- พ.ศ. 2491 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออเรนจ์-นัสเซา ชั้นที่ 1[16]
- พ.ศ. 2491 –
ไลบีเรีย :
- พ.ศ. 2495 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดาราแห่งแอฟริกา ชั้นที่ 2[17]
- พ.ศ. 2495 –
ฝรั่งเศส :
- พ.ศ. 2498 –
เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ ชั้นที่ 2[15]
- พ.ศ. 2498 –
ไต้หวัน :
- พ.ศ. 2499 –
เครื่องอิสริยาภรณ์ดาราอันสุกสกาว ชั้นที่ 1[18]
- พ.ศ. 2499 –
อ้างอิง
[แก้]- ↑ ระเบียบพิธีปฏิบัติทางการทูต และกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางกงสุล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระจันทร์, 2518
- ↑ http://thaiembassy.se/en/embassy/list-of-ambassadors/60/
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2490/D/021/796.PDF
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (จำนวน ๒๙ ราย)
- ↑ "รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-10-29. สืบค้นเมื่อ 2020-05-22.
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๒ ตอนที่ ๓๙ ง หน้า ๑๔๐๑, ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๐๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๑๐๗ ง หน้า ๒๙๙๓, ๑๗ ธันวาคม ๒๕๐๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๖ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๓๖, ๑๒ มกราคม ๒๕๐๐
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญช่วยราชการเขตภายใน, เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๔๒ ง หน้า ๒๕๓๑, ๑๐ สิงหาคม ๒๔๘๖
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญช่วยราชการเขตภายใน, เล่ม ๖๑ ตอนที่ ๓๓ ง หน้า ๙๓๗, ๓๐ พฤษภาคม ๒๔๘๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๖๘ ตอนที่ ๗๕ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๗๕, ๑๒ ธันวาคม ๒๔๙๔
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความ เรื่อง ให้ประดับตราต่างประเทศ, เล่ม ๕๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๑๑๙๔, ๒๒ กรกฎาคม ๒๔๗๗
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๕๖ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๕๕๗, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๘๒
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความ เรื่อง ให้ประดับตราต่างประเทศ, เล่ม ๕๑ ตอนที่ ๐ ง หน้า ๒๖๐๕, ๑๔ ตุลาคม ๒๔๗๗
- 1 2 ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗๒ ตอนที่ ๕๓ ง หน้า ๑๕๘๗, ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๘
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๖๕ ตอนที่ ๖๕ ง หน้า ๑๖๓๑, ๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๑
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๖๙ ตอนที่ ๒๗ ง หน้า ๑๐๘๓, ๒๙ เมษายน ๒๔๙๕
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗๓ ตอนที่ ๕๐ ง หน้า ๑๗๙๔, ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๙
- ↑ ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2492
- ↑ เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมามีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2500 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
- ↑ เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2500 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
- ↑ เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2506 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
- ↑ เป็นตำแหน่งอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงปารีส ต่อมาเมื่อมีการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตตำแหน่งจึงเปลี่ยนเป็นเอกอัครราชทูตเมื่อปี พ.ศ. 2507 ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหาก
- ↑ เป็นตำแหน่งเอกอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ปัจจุบันเป็นตำแหน่งแยกต่างหากฤ
- ↑ สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล