กันตธีร์ ศุภมงคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้า ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
ถัดไป นายนิตย์ พิบูลย์สงคราม
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 เมษายน พ.ศ. 2495 (67 ปี)
กรุงเทพ ประเทศไทย
พรรคการเมือง ไทยรักไทย
พลังธรรม
คู่สมรส นางโสภาวรรณ ศุภมงคล
ศาสนา พุทธ

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล (3 เมษายน พ.ศ. 2495 -) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร และอดีตโฆษกพรรคไทยรักไทยคนแรก

ประวัติ[แก้]

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2495[1] ที่เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายกนต์ธีร์ ศุภมงคล อดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน,อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (จอมพลถนอม กิตติขจร)[2] กับคุณหญิงดุษฎี ศุภมงคล (อรรถกระวีสุนทร) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส เมื่อปี พ.ศ. 2519 ระดับปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน (AU) ปี พ.ศ. 2520 และปริญญาเอก สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ในปี พ.ศ. 2527

การทำงาน[แก้]

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล เริ่มรับราชการหลังจากเรียนจบปริญญาเอก สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมระยะเวลาในการรับราชการเกือบ 10 ปี จนได้รับตำแหน่งสูงสุด คือ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน จึงตัดสินใจลาออกจากราชการ เพื่อทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ คือ บริษัท กันตสหกิจ จำกัด [3]

การดำรงตำแหน่งทางการเมือง[แก้]

ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล เริ่มเข้าสู่งานการเมือง โดยการชักชวนของทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคพลังธรรมและได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 6 สังกัดพรรคพลังธรรม ต่อมา ดร.กันตธีร์ ศุภมงคล จึงเข้าร่วมกับทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย และได้รับตำแหน่งเป็นโฆษกพรรคคนแรก (คณะกรรมการชุดที่ขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง)[4] กระทั่งในรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ผู้แทนการค้าไทย และต่อมาจึงได้รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[5]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]