พระยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระยาไชยยศสมบัติ
(เสริม กฤษณามระ)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ดำรงตำแหน่ง
12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 – 19 ธันวาคม พ.ศ. 2481
ก่อนหน้า พระยาพหลพลพยุหเสนา
ถัดไป ปรีดี พนมยงค์
ข้อมูลส่วนบุคคล
คู่สมรส คุณหญิงดารา ไชยยศสมบัติ
ศาสนา พุทธ

ศาสตร์จารย์อุปการะคุณ พระยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ) เป็น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) และอดีตคณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนแรก และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธนาคารไทยทนุ เมื่อปี พ.ศ. 2492

ประวัติ[แก้]

พระยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ) เป็นบุตรของอำมาตย์เอกพระยาราชธนพิทักษ์ (สังข์ กฤษณามระ) และคุณหญิงราชธนพิทักษ์ (แสง ศรัทธาคุ้ม) จบการศึกษาจากโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อจบการศึกษาจึงเข้ารับราชการที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติในปีพ.ศ. 2456 ในตำแหน่งเสมียนกรมที่ปรึกษาการคลัง จากนั้นจึงสอบชิงทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

แล้วกลับมาเข้ารับราชการที่กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ได้รับบรรจุในตำแหน่งเสมียนอังกฤษ ในเดือนตุลาคมพ.ศ. 2465 พร้อมทั้งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงกฤษณามระพัต ต่อจากนั้นจึงลาออกจากกระทรวงพระคลังมหาสมบัติเข้าทำงานในกรมบัญชีกลาง ตำแหน่งนายเวรชั้น 2 สักระยะหนึ่งได้โอนไปอยู่กรมตรวจเงินแผ่นดิน ตำแหน่งนายเวรชั้น 1 ภายหลังต่อมาเปลี่ยนชื่อตำแหน่งเป็นปลัดกรมชั้น 1 รับราชการอยู่ในกรมตรวจเงินแผ่นดิน จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมตรวจเงินแผ่นดิน ในปี พ.ศ. 2472 ได้รับการโอนกลับมาที่กรมบัญชีกลางอีกครั้ง พร้อมตำแหน่งรักษาการอธิบดีกรมบัญชีกลางเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2472 จนรับตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลางเมื่อเดือนเมษายน 2472 ด้วยวัยเพียง 32 ปี และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาไชยสมบัติ

พระยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ครั้งแรกเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 ในคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 6[1] และดำรงตำแหน่งต่อมาในคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 7[2] และคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 8[3] และพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2481 นอกจากนี้ยังเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาผู้แทนราษฎรไทย (ผู้แทนราษฎรชั่วคราว พ.ศ. 2475)[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]