ข้ามไปเนื้อหา

ศรีนวล ขำอาจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ศรีนวล ขำอาจ
ชื่อเกิดศรีนวล ขำอาจ
เกิด20 มิถุนายน พ.ศ. 2490 (78 ปี)
ที่เกิดจังหวัดธนบุรี ประเทศไทย
แนวเพลงลำตัด
อาชีพศิลปินพื้นบ้าน ลำตัด
ค่ายเพลงคณะลำตัดหวังเต๊ะ

ศรีนวล ขำอาจ ศิลปินเพลงพื้นบ้านชาวไทย ภรรยาของหวังดี นิมา (หวังเต๊ะ) ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะพื้นบ้าน-ลำตัด) ประจำปีพุทธศักราช 2562

ประวัติ

[แก้]

ภูมิหลัง

[แก้]

ศรีนวล ขำอาจ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2490 ที่ ตำบลศาลาธรรมสพน์ จังหวัดธนบุรี​ (ปัจจุบัน​เป็นเขตทวีวัฒนา กรุงเทพ​มหานคร) สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดกลางทอง (วัดปุรณาวาส) คุณแม่และคุณพ่อมีอาชีพทำนา ทำไร่ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ประยูร ยมเยี่ยม

เข้าสู่วงการ

[แก้]

เมื่ออายุได้ 15 ปี ได้เริ่มฝึกหัดการแสดงพื้นบ้านจากครูเต๊ะ ซึ่งเป็นบิดาของนายหวังดี นิมา (หวังเต๊ะ) ได้ออกแสดงลำตัดเป็นครั้งแรกกับคณะบุญช่วย (น้องชายของหวังเต๊ะ) โดยแสดงร่วมกับแม่อุ่นเรือน ยมเยี่ยม (น้องสาวแม่ประยูร) พ่อบุญปลูกและพ่อมนตรี ต่อมาในปีพ.ศ.2506 ได้เข้าร่วมกับคณะพ่อหวังเต๊ะและแม่ประยูร จากการสนับสนุนของแม่ทองเลื่อน คุณพันธ์ ครูลำตัดอาวุโสประจำคณะหวังเต๊ะ โดยรับบทเป็นนางเอกประจำคณะ และด้วยความรักในเพลงพื้นบ้านจึงพยายามศึกษาเพิ่มเติมจากศิลปินเพลงพื้นบ้านรุ่นเก่าที่มีชื่อเสียง เช่น แม่ทองอยู่ รักษาพล แม่ทองหล่อ ทำเลทอง ตาพรหม เอี่ยมเจ้า แม่บัวผัน จันทร์ศรี และขวัญจิต ศรีประจันต์ ทำให้ฝีมือในการแสดงพัฒนามากขึ้น รวมถึงได้รับคำแนะนำต่าง ๆ ในการแสดงลำตัดจากนายหวังเต๊ะ หัวหน้าคณะ ซึ่งเป็นทั้งครูและคู่ชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนคือนิรามัย นิมา หรือ “ปุ๊ก”

นับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2526 เป็นต้นมา ศรีนวลรับหน้าที่แต่งบทลำตัดสำหรับตัวเองและแม่ผมเพลงคนอื่นๆในวง โดยสามารถใช้ถ้อยคำได้อย่างไพเราะคมคายและสอดแทรกไปด้วยอารมณ์ขันที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะการใช้คำสองแง่สองงามศรีนวลนวลจะหลีกเลี่ยงด้วยวิธีต่าง ๆ คือ การหักคอรอจังหวะ การใช้คำผวน การใช้บริบทเนื้อหาที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำนั้น และได้เป็นผู้ริเริ่มนำท่ารำทั้งนาฏศิลป์คือ ท่ารำแม่บท มาประยุกต์เป็นแม่แบบในการรำประกอบการแสดงลำตัด โดยดัดแปลงให้เข้ากับรูปแบบของการแสดงลำตัดเดิมและจังหวะการตีรำมะนาต้อนรัลูกคู่จนกลายเป็นท่ามาตรฐานของการแสดงลำตัด ท่ารำที่นางศรีนวลนำมาดัดแปลงประกอบการแสดงลำตัดนั้นมีทั้งหมด 5 ท่า ได้แก่

  1. ท่าพรหมสี่หน้า (ดัดแปลงจากท่าเดิมที่ม้วนมือเข้าเป็นม้วนมือออก)
  2. ท่าสอดสร้อยมาลา (ดัดแปลงให้แขนสูงข้างต่ำข้าง)
  3. ท่าผาลาเพียงไหล่ (ดัดแปลงให้แขนห่างมากขึ้นกว่าเดิม)
  4. ท่าภมรเคล้า (ดัดแปลงให้กางแขนห่างขึ้นและเอียงตัวในขณะรำ)
  5. ท่าชักแป้งผัดหน้า (ดัดแปลงให้ตั้งวงห่างกว่าเดิมมีการเอียงตัวขึ้นลงและไม่ย่ำเท้า)

นางศรีนวลกำหนดว่าท่ารำทุกท่าขาจะต้องยืนปักหลักอยู่กับที่แบบไขว้กัน ข้างนึงอยู่หน้า ข้างนึงอยู่หลังเพื่อความงดงามและมั่นคง จากนั้นได้ฝึกหัดลูกศิษย์มากมาย โดยวิธีการสำคัญในการฝึกหัดลูกศิษย์ของศรีนวล คือ จะให้ผู้ร้องท่องเนื้อให้แม่น ต่อมาจึงฝึกร้องและทำท่าหน้ากระจกเพื่อเห็นความเหมาะสมกับการยิ้มและการตีท่า เมื่อขึ้นเวทีจะได้ร้องข้องไม่ติดขัดไม่ต้องพะวงกับท่าทางหรือเนื้อร้อง

ศิลปินแห่งชาติ

[แก้]

ศรีนวล ขำอาจ ได้สร้างสรรค์ผลงานการแสดงพื้นบ้านมาอย่างต่อเนื่อง มีความสามารถด้านการขับร้อง การประพันธ์บทเพลงลำตัด และสร้างสรรค์ท่ารำประกอบการแสดงลำตัดจนเป็นมาตรฐานให้แก่ศิลปินลำตัดทั่วไป อีดทั้งยังเผยแพร่การแสดงผ่านสื่อทุกรูป และรักษาเกณฑ์การใช้ภาษาที่สุภาพและปรับวิธีการแสดงให้เหมาะสมกับกาลเทศะ และได้เปิดบ้านพักให้เป็นแหล่งเรียนรู้เพลงพื้นบ้านภาคกลางพ่อหวังเต๊ะ - แม่ศรีนวล ถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชนและประชาชนผู้สนใจโดยไม่คิดค่าค่าใช้จ่ายใด นอกจากนี้ยังเป็นผู้ให้ความร่วมมือสนับสนุนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเต็มความสามารถ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน - ลำตัด) ประจำปีพ.ศ. 2562

ผลงาน

[แก้]

ละครโทรทัศน์

[แก้]
ปี พ.ศ.เรื่องออกอากาศรับบทเป็นหมายเหตุ
2538สายโลหิตช่อง 7ร้องเพลงเรือรับเชิญ
2562เพลงรักเพลงปืนช่อง 7ศิลปินพื้นบ้าน ลำตัดที่ร้องเพลงกลางทุ่งนารับเชิญ
นางสิบสองช่อง 7
2568 แม่ปลาบู่ช่อง 7ยายสม

ภาพยนตร์

[แก้]
  • 2514: ยมบาลเจ้าขา
  • 2554: เหลือแหล่

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]