สมเกียรติ พ่วงทรัพย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเกียรติ พ่วงทรัพย์
ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
ผู้บังคับการตำรวจภูธร 7
ผู้บังคับหมวดสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่
ผู้บังคับหมวดสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด ไทย ประเทศไทย
การเข้าเป็นทหาร
สังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ยศ RTP OF-8 (Police Lieutenant General).svg พลตำรวจโท[1]
บังคับบัญชา ตำรวจสันติบาล[2]
การยุทธ์ การก่อการกำเริบคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย[2]
การล้อมตี๋ใหญ่[2]

พลตำรวจโท สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ เป็นตำรวจไทยที่มีชื่อเสียงจากการติดตามคดีตี๋ใหญ่เป็นเวลาหลายปี นอกจากนี้ เขายังเป็นนักเขียน รวมถึงเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือตอนบนและจังหวัดลำปาง[2]

ประวัติ[แก้]

เมื่อครั้งศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจปีสุดท้าย สมเกียรติได้มีโอกาสฝึกงานที่สถานีตํารวจนครบาลสําราญราษฎร์ โดยได้รับมอบหมายให้จับกุมโสเภณี แต่ไม่สามารถจับได้เลยในขณะนั้น กระทั่งก่อนรับตําแหน่งผู้บังคับหมวดสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร เขาได้ไปจับกุมโสเภณี ณ สถานที่เดิมที่สารวัตรปราบปรามเคยสั่งให้ไปจับ ซึ่งครั้งนี้เขาสามารถจับกุมได้กว่า 10 คน และสมเกียรติได้เรียนรู้ว่าไม่ว่าประเทศใดในโลก อาชีพโสเภณีจะไม่มีวันหมดไป รวมถึงเรียนรู้งานของตำรวจอีกหลายอย่าง[2]

ประมาณปี พ.ศ. 2510 สมเกียรติได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจโท โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวดสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น และพบการซื้อเสียงของกำนันในตำบลที่เขาประจำการ ตลอดจนความอยุติธรรมในการจับกุมการพนันของผู้ต้องหาที่มีฐานะ[2]

สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีสำคัญหลายคดี รวมถึงเป็นผู้นำตำรวจในการตามล่าตี๋ใหญ่[3][4][5] ซึ่งนับเป็นคดีที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยคดีนี้มีตำรวจที่ทำงานด้วยกันถูกยิงเสียชีวิต ก่อนจบคดีจากการเสียชีวิตของตี๋ใหญ่[2]

นอกจากนี้ สมเกียรติยังเป็นผู้สอนวิชาความรู้ด้านการสืบสวนสอบสวนแก่มหาวิทยาลัยเอกชนหลายแห่ง[2]

การเมือง[แก้]

พ.ศ. 2543 พลตำรวจโท สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัดลำปาง จากพรรคประชาธิปัตย์[6] แต่สอบไม่ผ่านการสมัครทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยมีการซื้อเสียงกันมากในพื้นที่ ซึ่งภายหลัง เขาได้เป็นหนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคเหนือตอนบนและจังหวัดลำปาง[2] โดยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานตำรวจที่ต้องการเข้าร่วมขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทั้งในประจำการและนอกประจำการ[7]

งานเขียน[แก้]

  • ครูนิตย์คนรักป่า – รายได้ทั้งหมดใช้จัดตั้งเป็นกองทุนให้ผู้บังคับการตำรวจภูธร 7 (ลำปาง) กู้ยืม[2]
  • เล่าซาน – นวนิยายสอบสวน รายได้จากการจำหน่ายมอบให้แก่ตำรวจ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน[2]

สิ่งสืบทอด[แก้]

สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบมือปืน ที่สถานีตํารวจนครบาลประชาชื่น โดยให้วิชัย สังข์ประไพ (เจ้าของฉายา "มือปราบหูดำ") เป็นคณะทำงานเรื่องการสอบสวน[8]

เรื่องราวจากแฟ้มคดีของพลตำรวจโท สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ ได้รับการนำมาร้อยเรียงเป็นนิยายอาชญากรรมเรื่องตี๋ใหญ่ โจรระห่ำเมือง เรียบเรียงโดยโรจนา นาเจริญ[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. Untitled - ราชกิจจานุเบกษา
  2. 2.00 2.01 2.02 2.03 2.04 2.05 2.06 2.07 2.08 2.09 2.10 “มือปราบตี๋ใหญ่:ตำรวจ พธม.”ปลุกสำนึก“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” - ผู้จัดการ
  3. เปิดเผย...หน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกฉีก !!! การตายของ "ตี๋ใหญ่" กับ "ความจริงที่หายไป" !?! จากบทสัมภาษณ์...ของผู้อยู่ในเหตุการณ์ตรง
  4. ตำนานโจรที่ไม่มีวันตาย ตี๋ใหญ่ กับ ความจริง ที่หายไป
  5. *เรื่องจริงผ่านจอ!!! เปิด "10 คดีฆาตกรรม" สุดสะเทือนขวัญของไทย ที่ถูกตีแผ่บนภาพยนตร์!!! (รายละเอียด)
  6. รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัดลำปาง
  7. ได้ตำตอบแล้ว ว่าเสื้อหลากสีมาเพื่ออะไร - MThai Talk
  8. ย้อนอดีตมือปราบหูดำ “พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ” ตอนที่ 2
  9. แนะนำหนังสือ 20/09/53 - ไทยรัฐออนไลน์