การประท้วงขับทักษิณ ชินวัตรออกจากตำแหน่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2548-2553

การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย

การประท้วงทักษิณ ชินวัตรออกจากตำแหน่ง เป็นเหตุการณ์ในประเทศไทยที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2547 ในช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ 1 เมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มคนในนาม กลุ่มประชาชนเพื่อชาติและราชบัลลังก์ และมีการชุมนุมปราศรัยเพื่อขับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2547 เป็นครั้งแรก และเริ่มขยายเป็นวงกว้างขึ้นเมื่อถึงปลายปี พ.ศ. 2548 ส่วนหนึ่งจากการนำของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี และขยายตัวในวงกว้างไปยังบุคคลในหลายสาขาอาชีพในเวลาต่อมา

ในการรณรงค์ขับนี้ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก ในกลุ่มที่แสดงความคิดเห็นสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีลาออกก็มีความเห็นที่แตกต่างกันเป็นหลาย ๆ กลุ่ม ในเรื่องกระบวนการและประเด็นในการขับ ส่วนในกลุ่มที่สนับสนุน ซึ่งประกอบด้วยประชาชนจำนวนไม่น้อย รวมไปถึงกลุ่มคาราวานคนจน และขบวนรถอีแต๋นเดินทางมาจากต่างจังหวัด ก็ได้รวมตัวชุมนุมเพื่อสนับสนุนให้นายทักษิณ ชินวัตรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยปักหลักอยู่ที่สวนจตุจักร และตามจังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทย

ผลจากการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่อดีตพรรคฝ่ายค้าน 3 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคมหาชนและพรรคชาติไทยไม่ได้ร่วมลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทย ซึ่ง พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นหัวหน้าพรรค ยังคงได้รับคะแนนเสียงข้างมาก (56.45% ในผลการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ[ต้องการอ้างอิง]) แต่ในบางพื้นที่ของเขตซึ่งไม่มีผู้สมัครอื่นลงแข่งนั้น ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยได้คะแนนน้อยกว่าผู้ไม่ออกเสียงและบัตรเสีย แต่ในท้ายที่สุดการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้เป็นโมฆะ และได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2549

ในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้มีกลุ่มเครือข่ายแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และอาจารย์มหาวิทยาลัย 43 องค์กร 11 มหาวิทยาลัย ล่าชื่อกว่า 92 คน ปลุกกระแส "ต้านทักษิณ" และออกแถลงการณ์ให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ยุติบทบาทจากการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีทันที ซึ่งในการเสวนาโต๊ะกลมเรื่องการร่วมกันแก้ไขวิกฤตปัญหาของบ้านเมือง ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการรวมตัวกันครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของแกนนำเครือข่ายการต่อต้าน

การประท้วงขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สิ้นสุดลง ในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 หลังจากการก่อรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นำโดย พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ก่อนวันที่จะมีการชุมนุมอย่างยืดเยื้อของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายในวันที่ 20 กันยายน ขณะที่พ.ต.ท. ทักษิณชินวัตร กำลังเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก

ประเด็นในการขับ[แก้]

การ์ตูนสัญลักษณ์การชุมนุมต่อต้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทักษิณ ชินวัตร โดยกลุ่ม สนนท.
  • การต่อต้านระบอบทักษิณ ซึ่งนายแก้วสรร อติโพธิ ได้ให้คำจำกัดความไว้ 4 ข้อ[1] ดังนี้
    • หลงใหลทุนนิยมใหม่จนลืมประเทศชาติ
    • โกงกินชาติบ้านเมือง
  • การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    • สำหรับกรณีของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เช่น เรื่องการกระจายหุ้นที่ไม่เป็นธรรม ราคาขายหุ้นที่ต่ำกว่าความเป็นจริง สัดส่วนการถือหุ้นของรัฐที่ลดลง การถือหุ้นผ่านกองทุนของต่างชาติ กำไรจากการขายก๊าซให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    • การแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยนั้น มีคำสั่งจากศาลปกครองว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฎหมายว่าด้วยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2548 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย[2]
  • การแก้สัมปทานสถานีโทรทัศน์ไอทีวี
  • การทุจริตในโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะเรื่องเครื่องสแกนสัมภาระซีทีเอกซ์
  • การใช้อำนาจรัฐแทรกแซงและคุกคามสื่อ
  • ประเด็นที่กลุ่มเครือข่ายประชาสังคมหยุดระบอบทักษิณใช้อ้างเป็นเหตุผลในการขับ[3]


ลำดับเหตุการณ์[แก้]

ภาพการชุมนุมที่หน้าสยามพารากอน

เมื่อกลางปี พ.ศ. 2547 มีการรวมตัวของ กลุ่มประชาชนเพื่อชาติและราชบัลลังก์ โดยมีแกนนำประกอบด้วย นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อัมรินทร์ คอมันตร์ พลโท เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม นายสมาน ศรีงาม นายประพันธ์ คูณมี นายเพียร ยงหนู ได้มีการชุมนุมปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2547[4] และมีการจัดรายการวิทยุ ทางคลื่นวิทยุชุมชน FM 92.25 MHz ของนายประชัย และเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ของนายเอกยุทธ

การวิพากษ์วิจารณ์ผลงาน และการทุจริตในรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เริ่มขยายสู่วงกว้างขึ้น ตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2548 เมื่อรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวี โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเสนอความเห็นในเชิงสนับสนุนรัฐบาลมาตลอด จุดเปลี่ยนของรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ อยู่ที่การออกอากาศในคืนวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2548 เมื่อนายสนธิได้อ่านบทความเรื่อง ลูกแกะหลงทาง[ต้องการอ้างอิง] บทความซึ่งมีผู้โพสต์เข้าไปเข้าไปในเว็บไซต์ผู้จัดการ ออกอากาศทางโทรทัศน์ ส่งผลให้รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ถูกถอดออกจากผังรายการอย่างกะทันหัน โดยนายธงทอง จันทรางศุ บอร์ด อสมท. ให้เหตุผลว่าเป็นการจาบจ้วงสถาบัน [5]

โดยการกระทำเช่นนี้ ถูกมองว่าอาจเป็นการคุกคามสื่อ และเป็นการแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือในการปลดรายการว่าจาบจ้วงสถาบันฯ แม้ว่าผู้จัดรายการจะยืนยันว่าเนื้อความดังกล่าวเป็นการยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และพูดถึงบางคนที่ไม่ฟังคำเตือนที่ปรารถนาดีของกษัตริย์ว่าเป็นลูกแกะหลงทางเท่านั้น โดยมิได้ระบุถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ การปลดรายการดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม

รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ จึงปรับรูปแบบเป็นรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร จัดขึ้นนอกสถานที่ ทุกเย็นวันศุกร์ ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และสื่ออื่น ๆ ในเครือผู้จัดการ ต่อมาเมื่อมีผู้ชมรายการมากขึ้นจึงขยับขยายมาจัดที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และย้ายไปจัดที่อาคารลีลาศ สวนลุมพินี

หลังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 14 ในคืนวันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2549 มีการเปิดตัวผู้สนับสนุนคือ พลตำรวจเอกประทิน สันติประภพ นาวาอากาศตรีประสงค์ สุ่นศิริ รวมไปถึงสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านหลายคน มีการเดินเท้าเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุมจากสวนลุมพินีมาที่ทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีการปิดล้อม ก่อนสลายตัวกลับ แต่ยังมีผู้ชุมนุมบางส่วนยังชุมนุมต่อและถูกใช้กำลังสลายตัวในเช้าวันรุ่งขึ้น[6] เหตุการณ์นี้เป็นเหตุให้รัฐบาลเริ่มเพ่งเล็งและมีมาตรการเด็ดขาดขึ้น

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขณะอ่านฎีกาทูลเกล้าฯ ในการชุมนุมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยมี น.ส.สโรชา พรอุมศักดิ์ ยืนอยู่ข้างหลัง

การชุมนุมครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2549 นัดชุมนุมที่สนามหลวง แต่สนามหลวงถูกจองใช้ จึงย้ายมาจัดที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินนอก จากด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมถึงสี่แยกสวนมิสกวัน การชุมนุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการชุมนุมยืดเยื้อข้ามคืน มีการถวายฎีกาแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านทางพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และสำนักราชเลขาธิการ โดยมี พล.ร.ท. พะจุณณ์ ตามประทีป เป็นตัวแทนรับ และยื่นหนังสือเรียกร้องให้ทหารแสดงจุดยืนต่อ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทองทัพบก ในครั้งนี้มีการเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นแกนนำในการชุมนุมครั้งต่อ ๆ ไป นอกจากนี้การชุมนุมครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ใช้ชื่อว่า "การชุมนุมกู้ชาติ" การชุมนุมครั้งนี้มีผู้มาชุมนุมมากกว่าทุกครั้งเนื่องจากความไม่พอใจในข่าวการขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของครอบครัวนายกรัฐมนตรีให้กับเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์โดยไม่ต้องเสียภาษีเนื่องจากเป็นการซื้อขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งกฎหมายได้ระบุไว้ว่าให้ยกเว้นภาษี[7]

การชุมนุมวันที่ 11 กุมภาพันธ์

การชุมนุมครั้งถัดมาจัดที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 ใช้ชื่อว่า "ปิดบัญชีทักษิณ" มีผู้ร่วมชุมนุมหลากหลายขึ้นเนื่องจากเปลี่ยนผู้นำการชุมนุม พร้อมได้เปิดตัว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นครั้งแรก โดยมีแกนนำทั้งหมด 5 คน คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ในครั้งนี้รัฐบาลได้พยายามขัดขวางโดยให้เหตุผลว่ามีความไม่เหมาะสมและไม่สมควร เพราะสถานที่ที่นี้เป็นเขตพระราชฐาน จึงมีการนัดชุมนุมใหญ่ครั้งต่อไปที่สนามหลวงในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 โดยจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อไม่มีกำหนด จนกว่านายกรัฐมนตรีจะลาออกจากตำแหน่ง

การชุมนุมที่สนามหลวงวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2549 ได้รับการสนับสนุนจากพล.ต. จำลอง ศรีเมือง ว่าจะนำเครือข่ายกองทัพธรรมและสันติอโศกเข้าร่วมชุมนุม ทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงเชิญพลตรีจำลองร่วมเป็นหนึ่งในแกนนำด้วย การประกาศตัวของพลตรีจำลองเป็นสัญญาณว่าการชุมนุมนี้จะยืดเยื้อยาวนาน และสร้างความกังวลให้กับพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร[8] จนประกาศยุบสภาในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 และได้มีการกำหนดเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2549

การเคลื่อนย้ายที่ชุมนุมจากสนามหลวงไปหน้าทำเนียบรัฐบาล เช้าวันที่ 14 มีนาคม

มีการชุมนุมยืดเยื้อที่สนามหลวงใช้ชื่อว่า "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" สลับกับการเคลื่อนขบวนใหญ่เพื่อกดดันสองครั้ง ในคืนวันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 จากสนามหลวงมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


และในวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2549 จากสนามหลวงมาที่ทำเนียบรัฐบาลระหว่างมีการประชุมคณะรัฐมนตรี และย้ายการชุมนุมมาปักหลักบริเวณสี่แยกสะพานมัฆวานรังสรรค์สลับกับสี่แยกสวนมิสกวันและถนนพิษณุโลกช่วงข้างทำเนียบรัฐบาล ประมาณจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ฝ่ายรัฐบาลประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณสองหมื่นคน ขณะที่ฝ่ายแกนนำผู้ชุมนุมได้ประเมินว่ามีผู้ร่วมชุมนุมราวหนึ่งแสนคน[9]

มีการเคลื่อนขบวนย่อยไปชุมนุมที่สถานที่ต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง สถานทูตสิงคโปร์ ถนนสีลม การชุมนุมครั้งสำคัญสืบเนื่องจาก การเคลื่อนขบวนจากสนามกีฬาแห่งชาติ มาบริเวณสยามสแควร์และถนนสุขุมวิท ในวันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2549 จากนั้นแกนนำได้คิดที่จะจัดการชุมนุมใหญ่ ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันพุธที่ 29 มีนาคม 2549 การชุมนุมครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของการชุมนุมทางการเมืองศูนย์ธุรกิจหลักประเทศ เพื่อต้องการล้มล้างรัฐบาลในขณะนั้น และเป็นการชุมนุมที่สร้างความเสียหายแก่ผู้ประกอบการ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ เป็นอย่างมาก เนื่องจากจำเป็นต้องปิดทำการระหว่าง 29-30 มีนาคมพ.ศ. 2549เพราะรัฐบาลให้เสรีภาพในการชุมนุมอย่างเสรีและไม่มีการปะทะกันใดๆ ทั้งสิ้น[10]

บรรยากาศภายนอกเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร

หลังจากได้ผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 แล้ว กลุ่มผู้ที่ไม่ยอมรับในผลการลงคะแนนเสียงตามระบอบประชาธิปไตยและพยายามผลักดันให้ยกเลิกการเลือกตั้งครั้งนั้น ได้มีการร้องต่อศาลยุติธรรม ซึ่งต่อมาได้มีการตัดสินให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เมษายนเป็นโมฆะ นับเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นผลให้การเคลื่อนไหวต่อต้านนายกรัฐมนตรีรุนแรงมากขึ้น ระหว่างเดือนมิถุนายน 2549 กิจกรรมต่อต้านนายกรัฐมนตรีเบาบางลงชั่วคราว เนื่องจากเป็นช่วงเดือนที่มีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และในเดือนกรกฎาคม จึงมีการชุมนุม อภิปราย และสัมมนาขนาดย่อย ๆ อีกหลายครั้งโดยองค์การและสถาบันบางส่วนต่าง ๆ นายสนธิและนางสาวสโรชาได้กลับมาจัดการชุมนุมที่สวนลุมในอีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่าเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร "คอนเสิร์ตการเมือง" ในระหว่างนั้นมีคดีที่นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา อันนำมาซึ่งคำพิพากษาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุก และออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม[11] จนมีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่ และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ได้ในวันที่ 15 ตุลาคม 2549

ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2549 วิรัช ชินวินิจกุล เลขานุการศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งว่า เราต้องการให้ กกต.ทบทวนตัวเองอีกครั้ง[12]ก่อนการประชุมใหญ่ศาลฎีกาในวันที่ 31 พฤษภาคม 2549

ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2549[13]ระหว่างที่ศาลได้มีคำตัดสินในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งหลายกลุ่มได้มาชุมนุมให้กำลังใจ จนเกิดกระทบกระทั่งกันกับกลุ่มฝ่ายตรงข้าม[14] และต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาให้ผู้ที่เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายรับโทษในกรณีหมิ่นศาล ผู้ดำเนินรายการสถานีวิทยุและเว็บไซต์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งศาลได้ปิดตัวลง

ในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปเปิดงานในฐานะประธานเปิดตัวหนังสือและซีดีที่ระลึก นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ได้มีเสียงประชาชนกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนประมาณ 20 - 30 คน ได้ตะโกนเสียงดังขึ้นมาว่า "นายกฯ....คนเลว...ออกไป" จนในที่สุดเกิดเหตุการณ์ชุลมุนจากทั้งกลุ่มสนับสนุนและต่อต้านนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงเชิญตัวให้ออกไปจากสถานที่[15], [16]

หลังจากเหตุการณ์ที่สยามพารากอน ในวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม 2549 ได้มีการประชุมต่อเนื่องจากเหตุการณ์ทำร้ายกลุ่มผู้ต่อต้าน โดย ดร. สังศิต พิริยะรังสรรค์ แกนนำเครือข่ายประชาสังคม หยุดระบอบทักษิณ ร่วมกับสมาชิกเครือข่ายจำนวนหนึ่ง ได้จัดแถลงข่าว ที่อาคารสำนักวิทยบริการ ชั้น 8 มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และได้ให้ประชาชน 6 คน ที่ถูกกลุ่มสนับสนุนนายกรัฐมนตรีทำร้าย ขณะเกิดเหตุการเปิดงานเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนมาแสดงตัว ขณะที่ประชุม ที่ลานข้างล่างหน้าอาคารได้มีกลุ่มผู้สนับสนับสนุนนายกรัฐมนตรีใช้ชื่อว่ากลุ่มตัวแทนองค์กรประชาชนรักความสงบ ราว 50-60 คนที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนถือป้ายผ้าและโปสเตอร์ด้วยความสงบเพื่อต่อต้าน ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ และมีการปะทะคารมกัน[17]

เหตุการณ์ยังคงไม่คลี่คลาย มาจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม ได้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง ทั้งที่มีการวางกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบอารักขานายกรัฐมนตรี ขณะไปเปิดงานอุทยานเรียนรู้ - ดิจิตอล ทีเคปาร์ค ที่ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ เพราะเกรงว่าอาจถูกลอบสังหารตามที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รายงานมาก่อนหน้า หรือเกรงจะเกิดการปะทะซ้ำรอยเหตุการณ์ที่สยามพารากอน โดยได้มีการปะทะคารมกันของฝ่ายผู้สนับสนุนนายกรัฐมนตรีและฝ่ายต่อต้าน จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและชายฉกรรจ์ในชุดสีเข้มไม่ทราบสังกัดทำร้ายร่างกาย เป็นชนวนให้เกิดการปะทะกันรุนแรงขึ้น ผลคือมีการบาดเจ็บกันหลายคน ทั้งกลุ่มผู้ที่ต่อต้านนายกรัฐมนตรีและกลุ่มที่สนับสนุน บางส่วนของผู้ต่อต้านนายกฯ ถูกดำเนินคดีในข้อหารบกวนความสงบเนื่องจากเป็นต้นเหตุการก่อให้เกิดเสียงเอะอะรำคาญ[18] เหตุการณ์ทั้งสองถูกประณามว่านายกรัฐมนตรีและฝ่ายต่อต้านนายกรัฐมนตรีน่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันทั้งสองฝ่ายเพราะเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด[19]

นอกจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล แล้ว ยังมีเหตุการณ์ต่อต้านนายทักษิณโดยกลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ในหลายพื้นที่ รวมทั้งการรวมตัวครั้งใหญ่ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2549 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีกลุ่มที่ใช้ชื่อว่าเครือข่ายแพทย์ เภสัช พยาบาล อาจารย์มหาวิทยาลัย 43 องค์กร 11 มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นกลุ่มคนบางส่วนของหน่วยงานที่อ้างเหล่านั้น ทำการล่าชื่อ ปลุกกระแส ต้าน"ทักษิณ" ออกแถลงการณ์ให้ยุติบทบาทนายกรัฐมนตรีในทันที มีการเสวนาโต๊ะกลมเรื่องการร่วมกันแก้ไขวิกฤตปัญหาของบ้านเมือง เน้นการต่อต้านทักษิณตามแนวทางอหิงสาด้วยกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการถวายสัตย์ปฏิญญาในฐานะข้าราชการต่อพระบรมรูป 2 รัชกาลที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การประท้วงขับทักษิณ ชินวัตร สิ้นสุดลง ในวันอังคารที่ 19 กันยายน 2549 หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ก่อนจะมีการชุมนุมอย่างยืดเยื้อของกลุ่มพันธมิตรฯและเครือข่าย โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศยุติการชุมนุมทันที ทั้งที่ได้มีการนัดหมายกันในวันพุธที่ 20 กันยายน 2549 เวลา 15.00 น. ที่บริเวณลานพระรูป เนื่องจากมีการทำรัฐประหารเป็นที่เรียบร้อยแล้วและอาจจะเป็นการไม่ปลอดภัย

ลักษณะกิจกรรมการต่อต้าน[แก้]

งิ้วการเมืองธรรมศาสตร์กู้ชาติ
รศ.ดร. ไชยันต์ ไชยพร แสดงอารยะขัดขืน ฉีกบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมสร้างและเผยแพร่ทฤษฎี "ปฏิญญาฟินแลนด์" และกล่าวหาว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ได้สมคบคิดกับอดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพื่อล้มล้างราชวงศ์จักรี ยึดอำนาจการปกครองราชอาณาจักรไทยและก่อตั้งรัฐคอมมิวนิสต์ อย่างไรก็ตามผู้ร่วมสร้างทฤษฎีไม่เคยแสดงหลักฐานแต่อย่างใดเพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีสมคบคิดนี้มีจริง ส่วนตัว พ.ต.ท. ทักษิณ นั้นได้ปฏิเสธเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหลังจากที่ปฏิวัติยึดอำนาจไว้ได้ ก็ไม่ได้ตรวจสอบหรือสอบสวนรายละเอียดของแผนฟินแลนด์แต่อย่างใด[20][21][22]

การชุมนุมในแต่ละครั้งของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่เสริมบรรยากาศในการชุมนุม เช่น การแสดงดนตรี การแสดงงิ้วธรรมศาสตร์กู้ชาติ การละเล่นและบรรเลงเพลงพื้นบ้านภาคต่าง ๆ ละครศาลจำลอง การนำบุคคลต่าง ๆ และแขกรับเชิญนอกเหนือจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพือประชาธิปไตยมาสัมภาษณ์ รายการเสียงจากประชาชน (การพูดปราศรัยสั้น ๆ ของประชาชนโดยทั่วไปที่อาสาขึ้นเวที) กิจกรรมเกมส์ต่อต้านระบอบทักษิณ และกิจกรรมระดมทุน รับบริจาคและขายของที่ระลึก เป็นต้น ของที่ระลึกที่เป็นที่นิยมในการประชุม ได้แก่ ผ้าพันคอและผ้าโพกศีรษะสีเหลือง/ขาวที่สกรีนข้อความ "กู้ชาติ" ผ้าผูกข้อมือ เสื้อยืด เอกสารแผ่นพับ โปสเตอร์ แฮนด์บิลล์ ซีดีเพลง บันทึกรายการในแต่ละครั้ง และอื่น ๆ ที่ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละกลุ่ม บทเพลงยอดนิยมที่ผู้แต่งเพลงนิรนามส่งมาให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้เปิด มีหลายบทเพลง เป็นบทเพลงที่บรรยายความไม่ชอบธรรมของระบอบทักษิณ และมีเนื้อหารุนแรง เพลงหนึ่งที่มีชื่อเสียงคือเพลง ไอ้หน้าเหลี่ยม[ต้องการอ้างอิง]

ครั้งหนึ่งของการเดินทางช่วยผู้สมัครของพรรคไทยรักไทยหาเสียงของรักษาการณ์นายกรัฐมนตรีในพื้นที่กรุงเทพมหานคร บริเวณซอยละลายทรัพย์ ถนนสีลม ได้มีปรากฏการณ์การต่อต้านทางสังคมเกิดขึ้น โดยมีกลุ่มแม่ค้าในพื้นที่ อาทิ เจ๊ไก่ ออกมาตะโกนขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ และกลุ่มผู้ติดตาม ด้วยวลีที่ใช้ในกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย[23]

กิจกรรมการต่อต้านระบอบทักษิณ ยังรวมไปถึงการรณรงค์เรื่องอหิงสาและอารยะขัดขืน และนำไปสู่รูปแบบการต่อต้านในภาคประชาชน ในการเลือกตั้งที่กลุ่มผู้ต่อต้านอ้างว่า "ไม่ชอบธรรม" เริ่มต้นจากการพยายามยับยั้งไม่ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในไทย พ.ศ. 2549 ต่อมาเป็นการให้ออกมาเลือกตั้งแต่กาในช่อง "ไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ใคร" การกาด้วยปากกาแดง นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนไหวจากปัจเจกชน เช่น การฉีกบัตรลงคะแนน ที่นำโดย รศ. ดร. ไชยันต์ ไชยพร ซึ่งนายแก้วสรร อติโพธิได้กล่าวว่าการฉีกบัตรลงคะแนนเป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฎหมาย หรือการกรีดเลือดที่ปลายนิ้วเพื่อกาบัตรลงคะแนนโดยนายยศศักดิ์ โกศัยกานนท์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

ส่วนในกรณี นพ. เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ แกนนำกลุ่มพันธมิตรกู้ชาติ กู้ประชาธิปไตย จังหวัดสงขลา และชาวบ้านอีก 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีกระทำความผิดฐานทำลายบัตรเลือกตั้งและทำให้เสียทรัพย์ กรณีฉีกบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2549 ศาลได้พิจารณาคดีจนเสร็จสิ้นแล้ว และได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยระบุว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 เมษายน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่นเดียวกับกรณีที่จังหวัดตรัง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง นายทศพร กาญจนะภมรพัฒน์ อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหมาก อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เมื่อปี 2548 และหนึ่งในสมาชิกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำเลยในคดีฉีกบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 2 ใบ ทั้งในระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ[24]

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ จากหลายกลุ่มองค์กร เช่น[ต้องการอ้างอิง]

  • กิจกรรมต่อต้านทางสังคม ที่เสนอโดยเครือข่ายประชาสังคม หยุดระบอบทักษิณ
  • กิจกรรมสัมมนา เวทีอภิปรายในสถานศึกษา หรือถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ 92.25, 97.75 และเอเอสทีวี
  • การจัดทอล์คโชว์ เช่น แผนลอบสังหารท่านผู้นำของผม ที่ล้มเหลวและน่ารำคาญ โดย นายจรัสพงษ์ สุรัสวดี หรือ ซูโม่ตู้
  • การเรียกร้องขอให้ข้าราชการอย่าทำตามคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมของนักการเมือง โดยเครือข่ายเครือข่ายแพทย์ เภสัช พยาบาล อาจารย์มหาวิทยาลัย 43 องค์กร 11 มหาวิทยาลัย และจัดกิจกรรมต่อเนื่องอื่นๆตามแนวทางอหิงสา (จากการประชุมเครือข่ายครั้งใหญ่ ในวันที่ 2 กันยายน 2549) [25] ได้แก่
  1. เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยุติบทบาททางการเมืองโดยเด็ดขาดทันที เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรตรวจสอบเข้ามาพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่มีต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ
  2. เรียกร้องให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐคำนึงถึงศักดิ์ศรีว่ามิใช่ข้าพนักงานของบริษัทรัฐบาลที่ไร้ความชอบธรรม
  3. เรียกร้องให้ประชาชนอย่าได้เคารพกราบไหว้บุคคลผู้ไร้สัตย์ อย่าต้อนรับ อย่าให้ความสำคัญกับบุคคลประเภทนี้ไม่ว่าบุคคลประเภทนี้จะไปปรากฏกาย ณ สถานที่ใดๆ และร่วมกันแสดงพลังคัดค้านและประท้วงโดยสันติทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่องจนกว่า พ.ต.ท. ทักษิณจะยุติบทบาททางการเมืองโดยเด็ดขาด ทำกิจกรรมที่เน้นหลักอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้กำลัง แต่จะใช้ความอดทน เช่น
    • การเดินขบวนเรียกร้อง จนกว่าจะขับทักษิณ ชินวัตรออกจากตำแหน่งได้สำเร็จ
    • ไม่อยากให้มีการตะโกนไล่ แต่อยากเห็นคนไทยไม่ต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อพบเห็นก็รวมกลุ่มกันหัวเราะไล่ผู้นำดีกว่าการใช้ความรุนแรง
    • ไม่สนับสนุนหรือซื้อสินค้าของบริษัท ห้างร้าน ที่เชื่อว่าสนับสนุนระบอบทักษิณ เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น ไทยแอร์เอเชีย เป็นต้น

องค์กรและกลุ่มบุคคลที่ออกมาร่วมขับ[แก้]

ซุ้มล่าลายเซ็นเพื่อร่วมขับทักษิณ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ไฟล์:Arch-no-thaksin.jpg
ซุ้มลงนามต่อต้านระบอบทักษิณของกลุ่มสถาปนิก
  1. กลุ่มจุฬาฯ เชิดชูคุณธรรม นำประชาธิปไตย (จคป)
  2. ชาวอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ใฝ่หาจริยธรรมทางการเมือง
  3. เครือข่ายอาจารย์และบุคลากร มศว เพื่อประชาธิปไตย
  4. เครือข่ายวิชาการเพื่อประชาธิปไตย
  5. เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคม
  6. กลุ่มพี่น้องมหิดล
  7. กลุ่มผู้รักประชาธิปไตยศาลายา
  8. กลุ่มวิชาการเพื่อสังคม ขอนแก่น
  9. เครือข่ายแพทย์พยาบาลเพื่อประชาธิปไตย
  10. เครือข่ายเภสัชกรเพื่อสังคม
  11. ชมรมเภสัชชนบท
  12. ชมรมพยาบาลชุมชน
  13. กลุ่มมหาสารคามรวมพลคนไล่หน้าเหลี่ยม
  14. นิด้าพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย
  15. คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  16. คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  17. คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  18. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  19. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  20. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  21. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  22. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
  23. คณะศิลปกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  24. คณะวิทยาการสุขภาพและการกีฬา มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
  25. คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
  26. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  27. คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  28. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  29. สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  30. วิทยาลัยการจัดการเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ (U-MDC)
  31. สถาบันภาษามหาวิทยาลัยทักษิณ
  32. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
  33. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
  34. สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง
  35. สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยทักษิณ
  36. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  37. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  38. คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  39. สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  40. สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  41. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  42. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนก่น
  43. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  44. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  45. คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
  46. คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  47. วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
  48. ประชาชน จ.มหาสารคาม
  49. คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  50. คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  51. วิทยาลัยวันศุกร์
  52. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา
  53. โรงพยาบาลแก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา
  54. โรงพยาบาลขนอม
  55. โรงพยาบาลเชียงกลาง จ.น่าน
  56. โรงพยาบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
  57. โรงพยาบาลปลาปาก จ.นครพนม
  58. โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  59. โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา
  60. โรงพยาบาลสูงเนิน จ.นครราชสีมา
  61. นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
  62. สภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยโยนก
  63. สมาคมศิษย์เก่าเล่าปัง

บุคคลมีชื่อเสียงที่ออกมาร่วมขับ[แก้]

นายประมวล รุจนเสรี อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย ปราศรัยบนเวที
การแสดงดนตรีของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ บนเวทีพันธมิตร

ศิลปินเพลง[แก้]

นักวิชาการ[แก้]

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ปราศรัยบนเวทีพันธมิตร

ดารานักแสดง[แก้]

นักคิด นักเขียน[แก้]

การเคลื่อนไหวของสังคมออนไลน์[แก้]

แบนเนอร์ไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ
แบนเนอร์ต่อต้านระบอบทักษิณ
  • thaksingetout.org การรณรงค์ให้เจ้าของเว็บไซต์ร่วมแสดงจุดยืนในการขับ โดยคาดแถบข้อความว่า "Thaksin Get Out"
  • มีการถ่ายถอดเสียงการชุมนุมขับผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ เช่น สถานีวิทยุประชาชน 92.25 Mhz หรือ fm9225.net[49], สถานีวิทยุผู้จัดการ (คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน) 97.75 Mhz หรือ managerradio[50] และมีการถ่ายถอดเสียงการต่อต้านการชุมนุมขับและให้กำลังใจโดย FM 94.25 คลื่นคนรักชาติ
  • มีการรณรงค์ต่อต้านการแสดงความเห็นลักษณะสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งเกิดขึ้นในเวบบอร์ดยอดนิยมพันทิป.คอม ห้องการเมืองที่ใช้ชื่อว่าราชดำเนิน โดยกลุ่มสมาชิกราชดำเนินกลุ่มหนึ่ง มีจำนวนกว่า 300 คน ได้จัดตั้งเวบบอร์ดขึ้นมาใหม่เป็นเวทีพูดคุยแทนห้องราชดำเนิน โดยใช้ชื่อว่า ขบวนการเสรีไทยในเวบบอร์ด[51] ในทางกลับกัน ก็มีกลุ่มสมาชิกราชดำเนินอีกกลุ่มที่คัดค้านการต่อต้านและให้กำลังใจโดยใช้ชื่อกลุ่มว่าชื่อกลุ่ม รักเมืองไทย-ให้กำลังใจนายก[52] มีสมาชิกร่วมให้กำลังใจเป็นจำนวนประมาณกว่า 1,500 คน และอีกกลุ่มที่ต่อต้านการขับนี้ที่ชื่อกลุ่ม ฅนผ่านฟ้ารักษาประชาธิปไตย[53] เน้นตรวจสอบสื่อ สมาชิกประมาณ 300 คน มีแกนนำบางคนมาจากกลุ่มรักเมืองไทยฯ
  • ในช่วงก่อนวันเสาร์อาทิตย์ที่ 29-30 สิงหาคม 2549 ได้มีเหตุการณ์วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในเว็บบอร์ดพันทิป.คอม เกี่ยวเนื่องกับกรณีคดี กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และการสนับสนุนให้ทั้งทักษิณและกกต. ให้ทำงานต่อ ทำให้เว็บบอร์ดต้องปิดตัวชั่วคราวระหว่างวันสุดสัปดาห์ 2 วันเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขัดแย้งและกระทู้ที่หมิ่น / ละเมิดอำนาจศาล และเปิดทำการใหม่ตามปรกติในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม[ต้องการอ้างอิง]
  • เว็บไซต์ เครือข่ายประชาสังคมหยุดระบอบทักษิณ[54] ได้มีการเชื้อเชิญให้ติดแผ่นป้ายต่อต้าน เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนโดยสันติวิธี
  • เว็บไซต์ รายการโทรทัศน์ออนไลน์ของ The Reporter[55] ได้จัดรายการโทรทัศน์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตและเคเบิล โดยมีโครงการเริ่มต้นที่ UBC9 (TATV-โทรทัศน์เพื่อการท่องเที่ยวทาง UBC) แต่ต่อมาอ้างว่ามีความขัดข้องทางเทคนิค แล้วย้ายมาจัดทางอินเทอร์เน็ตแทนที่นี่แทน รายการที่ได้รับการประชาสัมพันธ์และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จัดโดย นายสมัคร สุนทรเวช และนายดุสิต ศิริวรรณ เนื้อหาเป็นการสนทนาปัญหาบ้านเมืองในแนวทางสนับสนุนและต่อต้าน เนื่องจากกลุ่มนี้เชื่อว่าส่วนใหญ่บิดเบือนและให้ร้ายต่อ พ.ต.ท. ทักษิณ
  • วันที่ 19 กันยายน 2549 เกิดการรัฐประหาร เว็บไซต์ที่สนับสนุนทักษิณ ถูกปิดกั้นทั้งหมด รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ MV1 และเว็บไซต์ของพรรคไทยรักไทย และได้มีการออกคำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 5/2549 เรื่อง ให้กระทรวง ICT ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร[ต้องการอ้างอิง]

การคุกคามสื่อระหว่างเหตุการณ์[แก้]

ได้มีบางส่วนของกลุ่มคาราวานคนจนมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าของสำนักงานหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ในเครือเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เนื่องจากมีการตีพิมพ์ข่าวไม่เหมาะสม เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งหมิ่นเบื้องสูง โดยอ้างอิงถึงคลิปวิดีโอการให้สัมภาษณ์[56] จากการออกมาปฏิเสธของหนังสือพิมพ์คมชัดลึก จึงทำให้เหตุการณ์บานปลายออกไปจนถึงขั้นมีเหตุการณ์ชุลมุน และในเวลาต่อมาไม่นาน ได้มีกลุ่มขบวนรถมอเตอร์ไซด์หลายร้อยคันไปชุมนุมที่บ้านพระอาทิตย์ สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการในวันเดียวกัน แต่การชุลมุนก็จบลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

กลุ่มที่มีความเห็นตรงข้ามกับการชุมนุม[แก้]

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม[แก้]

กลุ่มคนผ่านฟ้า เว็บไซต์ผู้สนับสนุนและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม นำโดยกลุ่มคาราวานคนจนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนพลโดยรถอีแต๋นและเดินเท้ามาจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาปักหลักที่บริเวณสวนจตุจักร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ซึ่งได้มีการสมทบกับ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร นักเคลื่อนไหวที่มีชื่อเสียงเรื่องการอดอาหารประท้วงในครั้งนี้ด้วย ร.ต. ฉลาด วรฉัตร กล่าวว่าจะทำการแขวนคอตายหากไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายนเกิดขึ้น[ต้องการอ้างอิง]

กลุ่มที่ชื่นชอบ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร[แก้]

กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ และกลุ่มอื่น ๆ ที่สนับสนุนแนวทางการดำเนินการทางการเมือง ตามแนวทางประชาธิปไตย แบบที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้กระทำไป และเชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ดีที่สุด มีหลายกลุ่มเช่นกัน เช่น กลุ่มผู้มาให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบแดงให้ในหลายวาระ รวมทั้งการรวมพลปราศรัยครั้งใหญ่ที่สนามหลวงในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2549

กลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น

ผู้ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมเนื่องจากได้รับความเดือดร้อน[แก้]

สำหรับผู้ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ เห็นพ้องว่า การที่มีการชุมนุมขนาดใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งยาวนานต่อเนื่องกลางกรุงเทพมหานครนั้น เป็นการสร้างปัญหาขึ้นมากมาย เช่น ปัญหาจราจรทั้งยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งเป็นเหตุให้เศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศหยุดชะงักลง และเศรษฐกิจภายในประเทศหยุดการเติบโต ทั้งนี้เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการขาดเสถียรภาพ

ดูเพิ่ม[แก้]

รวมวิดีโอการปราศรัย[แก้]

รวมวิดีโอการปราศรัยที่ท้องสนามหลวง จากเว็บหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

อ้างอิง[แก้]

  1. คำจำกัดความและรายละเอียดของระบอบทักษิณ, แก้วสรร อติโพธิ
  2. คำสั่งศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาฯ
  3. เว็บไซต์ของกลุ่มเครือข่ายฯ
  4. http://www.nationweekend.com/2006/10/06/NW11_124.php?SecId=NW11&news_id=21759950
  5. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9480000136574 อ้างอิงเว็บไซต์ผู้จัดการ
  6. http://www.thaipost.net/index.asp?bk=sunday&post_date=15/Jan/2549&news_id=118686&cat_id=110200 อ้างอิงเว็บไซต์ไทยโพสต์
  7. http://www.bangkokbiznews.com/2006/01/23/w001_70619.php?news_id=70619 อ้างอิงเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ
  8. อ้างอิง เว็บไซต์ผู้จัดการ
  9. อ้างอิงเว็บไซต์ผู้จัดการ
  10. http://tnews.teenee.com/politic/1030.html
  11. ข่าวคำพิพากษาจาก นสพ.มติชน
  12. จับตา! สั่งคดีพรุ่งนี้-ศาลฎีกาถก 31 พ.ค.แย้มท่าทีคว่ำบาตร 3 กกต.
  13. เมื่ออดีตไล่ล่าประธาน กกต. “วาสนา เพิ่มลาภ” จำคุก 2 ปี จากวิกฤตเลือกตั้ง ปี 2549…ผมเป็นแพะบูชายัญ
  14. อ้างอิงเว็บไซต์ผู้จัดการ
  15. ข่าวจากมติชนรายวัน 21 สค.49 6เหยื่อ"รปภ." แฉนาทีรุมขย้ำกลางห้าง
  16. ข่าวจากมติชนรายวัน 20 สค.49 เจอตะโกนไล่คา"พารากอน" สั่งรวบรวมหลักฐานเอาผิด
  17. ข่าว"ทรท."ปูดฝ่ายต้าน"แม้ว" มีแผนฆ่า! รุมประณามรปภ.นายกฯ จากมติชน 21 สค.49
  18. ข่าวโดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2549 18:33 น.
  19. ประมวลข่าวแก๊งค์เชลียร์แม้ว
  20. The Nation,"'Finland plot' on dangerous ground", 25 May 2006 (อังกฤษ)
  21. The Nation, "Burning Issue: Finland, monarchy: a dangerous mix", May 25, 2006 (อังกฤษ)
  22. The Bangkok Post, "Manager sued for articles on 'Finland plot'", 31 May 2006 (อังกฤษ)
  23. เว็บไซต์ผู้จัดการ
  24. อ้างอิงข่าวมติชน, มติชน, 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2549
  25. ข่าวมติชน 92"หมอ-เภสัช-อจ."จี้"แม้ว" วางมือทันที! ปลุกชาวบ้านเลิก"ต้อนรับ"
  26. ข่าวจาก The Nation
  27. แถลงการณ์ของกลุ่มนักศึกษานิด้าเพื่อประชาธิปไตย
  28. ข่าวแถลงการณ์คณาจารย์ ม.ศิลปากร หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
  29. แถลงการณ์จำนวน 14 ข้อ ไม่เห็นชอบกับการดำรงตำแหน่งของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร
  30. สมาพันธ์คาราโอเกะแห่งประเทศไทย ประกาศจุดยืนชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตร
  31. แถลงการณ์ของกลุ่มวิศวกรเพื่อชาติ
  32. แถลงการณ์ หยุดระบอบทักษิณ ของกลุ่มสถาปนิกฯ
  33. แถลงการณ์ - เรียกร้อง"ทักษิณ"ลาออก
  34. แถลงการณ์ สหพันธ์ศิลปินเพื่อชีวิต เพื่อประชาชนภาคใต้
  35. แถลงการณ์ไล่ทักษิณ ของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)
  36. แถลงการณ์ กลุ่มวิชาการเพื่อสังคม จังหวัดขอนแก่น
  37. แถลงการณ์ ทักษิณต้องออกไป ของเครือข่ายประชาชนขอนแก่นเพื่อประชาธิปไตย
  38. แถลงการณ์ หยุดระบอบทักษิณ ของกลุ่มประชาธิปไตยประชาชน
  39. สภาอาจารย์ มอ.แถลง ขอเป็นข้าราชการของในหลวง-ไม่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2549 17:20 น.
  40. ข่าวการยื่นฎีกาเพื่อให้โปรดเกล้าฯรัฐบาลพระราชทาน ตาม มาตรา 7
  41. แถลงการณ์ - ทักษิณต้องออกไป ปฏิรูปการเมืองใหม่เพื่อคนจน ณ เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สวนมิสกวัน
  42. แถลงการณ์ - ยืนยันสิทธิอันชอบธรรมในการขับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อต้านนายกฯ ที่มาจากการแต่งตั้งและกระบวนการนอกรัฐสภา สนับสนุนการปฏิรูปการเมืองของประชาชน
  43. แถลงการณ์ - เรื่องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยด่วน
  44. กป.อพช. สนับสนุนการชุมนุมแสดงออกให้นายกทักษิณลาออกจากตำแหน่งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธี
  45. จดหมายเปิดผนึก ถึงประธานรัฐสภา ฉบับที่ 1 กรณีการชุมนุมปฏิเสธรัฐบาลทักษิณ วันที่ 4 ก.พ. 49
  46. ข่าวพันธมิตรโวยถูกสกัดเคลื่อน ขอจับ8แกนนำ จากมติชน 30สค.49
  47. ข่าวมติชน เปิด92ชื่อ-43องค์กร ไม่เอา"ทักษิณ" 3 กย.49
  48. ทอล์คโชว์ - คอนเสิร์ท พี่ตู้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี ตอนแผนลอบสังหารท่านผู้นำของผมที่ล้มเหลวและน่ารำคาญ
  49. http://www.fm9225.net
  50. http://www.managerradio.com
  51. เว็บไซต์ของขบวนการเสรีไทยในเวบบอร์ด
  52. เว็บไซต์กลุ่มรักเมืองไทย-ให้กำลังใจนายก
  53. เว็บไซต์ของฅนผ่านฟ้า
  54. http://www.StopThaksin.com
  55. http://www.1reporter.tv/
  56. คลิปวิดีโอ
  57. ข่าว‘ผบช.ภ.3’ เรียกประชุมชี้มูลคดีแจ้งจับ “สนธิ” 17 พ.ย.นี้ จาก นสพ.ผู้จัดการ 14 พย.48
  58. ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ 3มีค 49 กลุ่มเชียร์'ทักษิณ'จากเหนือ รวมตัวลานพระรูป
  59. ข่าว'มังกรดำ' ชิ่ง 105 ชี้เหตุปล่อยคนด่าศาลหลังส่งกกต.เข้าคุก จากผู้จัดการ
  60. บทสัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์ 9-10 มีนาคม 2549
  61. ข่าว“ทนายแม้ว-ทีมหมิ่นศาล” จ๋อย! เข้ารายงานตัวตามหมายเรียกแล้ว โดย ผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2549
  62. ข่าวมติชน 30 สค 49