หม่อมหลวงพวงร้อย อภัยวงศ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์
พวงร้อย อภัยวงศ์.jpg
เกิด 28 ธันวาคม พ.ศ. 2457
เขตบางรัก, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
ถึงแก่กรรม 17 สิงหาคม พ.ศ. 2543 (85 ปี)[1]
สัญชาติ ไทย
เป็นที่รู้จักจาก นักประพันธ์เพลงและศิลปินแห่งชาติ
คู่สมรส เชียด อภัยวงศ์
บุตร กสก อภัยวงศ์
มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ
พัชราภรณ์ บุนนาค
บิดามารดา หม่อมราชวงศ์สุวพันธุ์ สนิทวงศ์
ยี่สุ่น สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ ป.ม., ท.จ.ว.,ภ.ป.ร.1(28 ธันวาคม พ.ศ. 245717 สิงหาคม พ.ศ. 2543) หรือนามเดิม หม่อมหลวงพวงร้อย สนิทวงศ์ เป็นสตรีไทยคนแรกที่เป็นนักประพันธ์เพลง เมื่อ พ.ศ. 2480

ท่านผู้หญิง พวงร้อยได้รับยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) เมื่อปี 2529[2]

ประวัติ[แก้]

หม่อมหลวงพวงร้อย เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2457 เป็นบุตรีของหม่อมราชวงศ์สุวพันธุ์ สนิทวงศ์ และยี่สุ่น สนิทวงศ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม มังกรพันธ์) เป็นพี่สาวต่างมารดากับหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ได้ประทานนามแก่เธอว่า "พวงร้อย" อันมีความหมายว่า "ไม้เลื้อย หนึ่งพวงมีร้อยดอก" เพื่อให้คล้องจองกับนามมารดาคือ "ยี่สุ่น"[3] ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ในครอบครัวของนักดนตรีจึงชอบดนตรี และเล่นเปียโนมาตั้งแต่เด็ก มีพี่น้องร่วมบิดามารดา คือ

  1. หม่อมหลวงสร้อยระย้า ยุคล (ญ.)
  2. หม่อมหลวงซัง สนิทวงศ์ (ช.)
  3. หม่อมหลวงพวงร้อย อภัยวงศ์ (ญ.)
  4. หม่อมหลวงคงคา สนิทวงศ์ (ช.)

หม่อมหลวงพวงร้อย สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2477 และปริญญาตรีด้านเปียโนจากวิทยาลัยดนตรีทรีนิตี (Tritity College of Music) ลอนดอน สหราชอาณาจักร

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

หม่อมหลวงพวงร้อย สมรสกับเชียด อภัยวงศ์ น้องชายของควง อภัยวงศ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2485 มีบุตรธิดา 3 คน คือ

  1. กสก อภัยวงศ์ (ช.)
  2. มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ (ญ.)
  3. พัชราภรณ์ บุนนาค (ญ.)

การประพันธ์เพลง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2480 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ได้ทรงสร้างภาพยนตร์เรื่อง "ถ่านไฟเก่า" และทรงนิพนธ์เพลงประกอบคือ บัวขาว และ ในฝัน ขึ้น และมอบหมายให้หม่อมหลวงพวงร้อย เป็นผู้ประพันธ์ทำนองเมื่อมีอายุได้ 23 ปี เพลงบัวขาว กลายเป็นเพลงอมตะที่สร้างชื่อเสียงให้กับท่านเป็นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2522 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งเอเชียของยูเนสโก ประเทศฟิลิปปินส์ ได้คัดเลือก "เพลงบัวขาว" เป็น "เพลงแห่งเอเชีย" นักร้องยอดนิยมของฮ่องกง "ฟรานซิส ยิป" ได้นำเพลงนี้ไปขับร้องบันทึกแผ่นเสียง

หม่อมหลวงพวงร้อยมีผลงานประพันธ์ทำนองและคำร้องเพลงมากมาย จำนวน 124 เพลง [4] รวมทั้งบทเพลงปลุกใจ เพื่อถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เช่น เพลงดุจบิดามารดร เพลงแด่ ต.ช.ด. เพลงชายชาญทหารไทย ใน พ.ศ. 2516 ท่านได้เปลี่ยนลักษณะการแต่งเพลง ที่มักจะใส่คำไม่ลงโน้ต มาใช้คำที่มีวรรณยุกต์ตรงกับโน้ตเพลงมากขึ้น บทเพลงที่ท่านแต่งจึงมีความไพเราะ สละสลวย มีการผสมผสานการร้องแบบดนตรีไทยเดิมกับดนตรีสากล

หม่อมหลวงพวงร้อย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ จึงใช้คำนำหน้าท่านผู้หญิง ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2543 สิริอายุได้ 85 ปี

รายชื่อเพลง[แก้]

(ส่วนหนึ่ง)

100 ปีชาตกาลท่านผู้หญิงพวงร้อย[แก้]

โดยมีกฤษฎา ล่ำซำ รองประธานกรรมการของธนาคารกสิกรไทย ในนามบริการเดอะวิสคอมจัดงานแสดงดนตรี “ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย : An Exclusive Orchestral Concert” และ นิทรรศการ “๑๐๐ ปี คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม” เป็นปีที่ 2 เพื่อเชิดชูเกียรติ ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ ในโอกาสครบรอบ 100 ปี ชาตกาล ทั้งนี้ ยังได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในงาน ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ภายในงานนิทรรศการ “๑๐๐ ปี คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม” มีการจัดแสดงประวัติ ผลงาน ของสะสมและเครื่องดนตรี โดยได้รับความอนุเคราะห์สนับสนุนจากทายาทท่านผู้หญิงพวงร้อย และหอสมุดแห่งชาติในการเอื้อเฟื้อข้อมูล ถือเป็นจุดกำเนิดเพลงอมตะของท่านผู้หญิงพวงร้อยหลายบทเพลง ผลงานของท่านในระยะแรกนั้น เป็นผลงานที่ประพันธ์ในการประกอบภาพยนตร์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และประกอบการแสดงต่างๆ อาทิ เพลง บัวขาว, เงาไม้, จันทร์เอ๋ย, ลมหวน ต่อมา ท่านผู้หญิงจึงเริ่มประพันธ์บทเพลงปลุกใจ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรักชาติตามพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงบทเพลงเทิดพระเกียรติ บทเพลงประจำสถาบัน และบทเพลงในวาระพิเศษต่างๆ

ส่วนการแสดงดนตรีนั้น แบ่งเป็นช่วงต่างๆ คือ การ “ร้อง เต้น เล่นละคร” เป็นการขับร้องเพลงโดยศิลปินแนวหน้าระดับประเทศ จินตลีลาประกอบเพลงวอลทซ์ และการแสดงละคร โดยนำเพลงของ ท่านผู้หญิงพวงร้อย มาร้อยเป็นเรื่องราว บรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อำนวยเพลงและเรียบเรียงขึ้นใหม่โดย ทฤษฎี ณ พัทลุง และมี มัทนพันธุ์ ดุละลัมพะ ลูกสาวท่านผู้หญิงพวงร้อย ในฐานะนักเปียโนรับเชิญกิตติมศักดิ์ และยังมีศิลปินมาร่วมร้องได้แก่ ธนชัย อุชชิน, ธีรนัยน์ ณ หนองคาย, กิตตินันท์ ชินสำราญ, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พิจิกา จิตตะปุตตะ, ดวงพร พงศ์ผาสุก, สาธิดา พรหมพิริยะ, กรกันต์ สุทธิโกเศศ

การแสดงครั้งนี้มีการบรรเลง “เพลงวันเพ็ญ” ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “วันเพ็ญ” ซึ่งมี หม่อมปริม บุนนาค นางเอกจากเรื่องวันเพ็ญ ในวัย 90 ปี มาร่วมชมการแสดง “เพลงเปลี่ยวใจ” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ปิดทองหลังพระ” ซึ่งมีการฉายภาพยนตร์ที่หายากมาให้ได้รับชม และไฮไลต์เพลง “ร้อยบรรเลง เพลงพวงร้อย” ซึ่งทฤษฎี ณ พัทลุง นำ 18 บทเพลงของท่านผู้หญิงมาเรียบแรง โดยให้ศิลปิน นักแสดง นักร้องประสานเสียง นักดนตรี กว่า 120 คน มาร่วมบรรเลง[5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ท่านผู้หญิงพวงร้อย (สนิทวงศ์) อภัยวงศ์ ศิลปินแห่งชาติ
  2. รำลึก 100 ปีชาตกาล คีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม
  3. บ้านน้าเพลงไทย. พวงร้อย อภัยวงศ์. เรียกดูเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2556
  4. กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. สตรีสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, พ.ศ. 2547. 360 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-9527-87-9
  5. ร้อยรำลึก ๑๐๐ ปีชาตกาลคีตกรหญิงแห่งกรุงสยาม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]