ยืนยง โอภากุล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยืนยง โอภากุล
Yuenyong Opakul.jpg
แอ๊ด คาราบาว
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง ยืนยง โอภากุล
ชื่อเล่น แอ๊ด
ชื่ออื่น ราชาสามช่า
เกิด 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 (62 ปี)
แหล่งกำเนิด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
แนวเพลง เพื่อชีวิต, ร็อก
อาชีพ นักร้อง, นักดนตรี, นักแต่งเพลง, นักธุรกิจ
เครื่องดนตรี กีตาร์, เมาท์ออร์แกน
ช่วงปี พ.ศ. 2524 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลง วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์
ส่วนเกี่ยวข้อง คาราบาว
กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ยิ่งยง โอภากุล
จิระศักดิ์ ปานพุ่ม
เสกสรรค์ ศุขพิมาย
เว็บไซต์ http://www.carabao.net

ยืนยง โอภากุล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ แอ๊ด คาราบาว เป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นหัวหน้าวงคาราบาว วงดนตรีเพื่อชีวิตและเป็นตำนานเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

ได้รับยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้อง-นักประพันธ์เพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2556

ประวัติ[แก้]

ประวัติตอนต้น[แก้]

แอ๊ด คาราบาว เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 ที่ ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรชายฝาแฝดคนสุดท้องของ นายมนัส โอภากุล (แซ่โอ๊ว) และ นางจงจินต์ แซ่อึ๊ง (ปัจจุบันบิดาและมารดาเสียชีวิตแล้ว มารดาไม่แน่ใจว่าเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด แต่บิดาเสียชีวิตจากโรคชรา) มีจิตใจรักเสียงเพลงและดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ๆ จากการที่เป็นชาวสุพรรณบุรีโดยกำเนิด จึงได้ซึมซ่าบการละเล่นพื้นบ้านของภาคกลาง เช่น ลำตัด, เพลงฉ่อย, เพลงอีแซว รวมถึงรำวง และเพลงลูกทุ่ง จากการที่พ่อ คือ นายมนัส เป็นหัวหน้าวงดนตรีประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อวงดนตรี "ชสพ." เมื่อปี พ.ศ. 2480 ต่อมาเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นได้รับอิทธิพลจากดนตรีแนวตะวันตกจึงหันมาเล่นเครื่องดนตรีตะวันตกต่าง ๆ เช่น กีตาร์ ซึ่งเหล่านี้ได้เป็นอิทธิพลในการเป็นนักดนตรีในเวลาต่อมา[1]

แอ๊ดเริ่มเข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย และเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อศึกษาต่อเหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไป โดยขอติดมากับรถขนส่งไปรษณีย์ เข้าเรียนต่อใน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย (โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย) และต่อในระดับปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 1 ปี (ในปี พ.ศ. 2556 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาดนตรีไทยสมัยนิยม จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง[2])

ที่ประเทศฟิลิปปินส์ แอ๊ดได้พบกับเพื่อนคนไทยที่ไปเรียนหนังสือที่นั้น คือไข่ - สานิตย์ ลิ่มศิลา และเขียว - กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ซึ่งยืนยงได้มีโอกาสฟังเพลงของ เลด เซพเพลิน, จอห์น เดนเวอร์, ดิ อีเกิ้ลส์ และปีเตอร์ แฟลมตัน จากแผ่นเสียงที่ไข่ - สานิตย์ ลิ่มศิลา สะสมไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมา ทั้ง 3 จึงร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า คาราบาว เพื่อใช้ในการแสดงบนเวทีในงานของสถาบัน โดยเล่นดนตรีแนวโฟล์ค

เมื่อแอ๊ด คาราบาว สำเร็จการศึกษาและกลับมาเมืองไทย ได้ทำงานประจำเป็นสถาปนิกในสำนักงานเอกชนแห่งหนึ่ง และมีงานส่วนตัวคือรับออกแบบบ้านและโรงงาน ต่อมาเมื่อไข่และเขียวกลับมาจากประเทศฟิลิปปินส์ ทั้ง 3 ได้เล่นดนตรีร่วมกันอีกครั้งโดยเล่นในห้องอาหารที่โรงแรมวินเซอร์ ซอยสุขุมวิท 20 และต่อมาย้ายไปเล่นที่โรงแรมแมนดาลิน สามย่าน โดยขึ้นเล่นในวันศุกร์และเสาร์ แต่ทางวงถูกไล่ออกเพราะขาดงานหลายวันโดยไม่บอกกล่าว

เมื่อวงถูกไล่ออก ไข่จึงได้ขอลาออกจากวงและแยกตัวออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ทางภาคใต้ แอ๊ดและเขียวยังคงเล่นดนตรีต่อไป โดยเล่นร่วมกับวง โฮป ต่อมาปี พ.ศ. 2523 แอ๊ด คาราบาว ได้ทำงานเป็นสถาปนิก ประจำสำนักงานบริหารโครงการ ของการเคหะแห่งชาติ ส่วนเขียวทำงานเป็นวิศวกร ประเมินราคาเครื่องจักรโรงงานอยู่กับบริษัทของประเทศฟิลิปปินส์ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย และทั้งคู่จะเล่นดนตรีในตอนกลางคืน โดยเล่นประจำที่ดิกเก็นผับ ในโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท

มีชื่อเสียง[แก้]

จุดเปลี่ยนของชีวิต แอ๊ด คาราบาว อยู่ที่การรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มชุดแรกให้กับวงแฮมเมอร์ ในปี พ.ศ. 2522 ในชุด บินหลา โดยแอ๊ด คาราบาว ยังเป็นผู้ออกแบบปกอัลบั้มด้วย โดยอัลบั้มชุดนี้ทำให้แฮมเมอร์เป็นที่รู้จักในวงการเพลง และปี พ.ศ. 2523 แอ๊ดยังได้แต่งเพลง ถึกควายทุย ให้แฮมเมอร์บันทึกเสียงในอัลบั้ม ปักษ์ใต้บ้านเรา ซึ่งอัลบั้มชุดดังกล่าวทำให้แฮมเมอร์โด่งดังอย่างมาก และได้ร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ของพนม นพพร ในเรื่องหมามุ่ย ในปี พ.ศ. 2524

หลังจากนั้นตัวของ แอ๊ด คาราบาว ก็มีความคิดที่ว่าหากจะออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง คงจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน จึงร่วมกับเขียว ออกอัลบั้มชุดแรกของวง คาราบาว ในชื่อชุด ขี้เมา ในปี พ.ศ. 2524 สังกัดพีค็อก สเตอริโอ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ปีถัดมา คาราบาว ได้สมาชิกใหม่เพิ่มอีก 1 คน คือเล็ก - ปรีชา ชนะภัย มือกีตาร์จากวง เพรสซิเดนท์ (เล็กเป็นเพื่อนเก่าของแอ๊ดตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ช่างก่อสร้างอุเทนถวายด้วยกัน) มาร่วมงานในชุดที่ 2 คือชุด แป๊ะขายขวด ชุดที่ 3 ชุด "วณิพก" ในระหว่างนั้นวงคาราบาวในยุคแรกก็ได้ออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตตามโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าไร บางครั้งมีคนดูไม่ถึง 10 คนก็มี

คาราบาว มาประสบความสำเร็จถึงขีดสุดในอัลบั้มชุดที่ 5 ของวง คือชุด เมด อิน ไทยแลนด์ ที่วางจำหน่ายในปลายปี พ.ศ. 2527 ซึ่งมียอดจำหน่ายสูงถึง 5,000,000 ตลับ/ก๊อปปี้ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประเทศไทย และนับตั้งแต่นั้น ชื่อของ ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ก็เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทย และออกผลงานเพลงร่วมกับวงคาราบาวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้แสดงคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

โดย ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวง เป็นผู้มีบุคคลิกเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าพูดกล้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่าง ๆ ในสังคมอย่างแรงและตรงไปตรงมา โดยสะท้อนออกมาในผลงานเพลง ที่เจ้าตัวจะเป็นผู้เขียนและร้องเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีออกมามากมายทั้งอัลบั้มในนามของวงและอัลบั้มเดี่ยวของตนเอง จนถึงวันนี้ไม่ต่ำกว่า 900 เพลง รวมถึงการแสดงออกในทางอื่น ๆ ด้วย ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ โดยผู้ที่ไม่ชอบคิดเห็นว่า เป็นการแสดงออกที่ก้าวร้าว รวมถึงตั้งข้อสังเกตด้วยถึงเรื่องการกระทำของตัวยืนยงเอง

บทบาททางสังคมและข้อวิจารณ์[แก้]

แอ๊ด คาราบาว ไม่จำกัดตัวเองแต่ในบทบาทของศิลปินเพลงเท่านั้น แต่ยังเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์และมีผลงานเขียนหนังสือและแสดงละคร ภาพยนตร์ต่าง ๆ ด้วย อาทิ เช่น เรื่องพรางชมพู กะเทยประจัญบาน (พ.ศ. 2545) ละครเรื่อง เขี้ยวเสือไฟ ทางช่อง 9 (พ.ศ. 2544) ลูกผู้ชายหัวใจเพชร ทางช่อง 7 (พ.ศ. 2546) เป็นต้น รวมถึงการทำงานภาคสังคมและมูลนิธิต่าง ๆ และยังได้แต่งเพลงประกอบโฆษณาหรือโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐในแต่ละโอกาสด้วย

ในปลายปี พ.ศ. 2545 แอ๊ด คาราบาว ได้เปลี่ยนบทบาทของตัวเองอย่างสำคัญอีกครั้งหนึ่ง โดยเป็นหุ้นส่วนสำคัญคนหนึ่งของเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ คาราบาวแดง โดยใช้ชื่อวงดนตรีของตัวเองมาเป็นจุดขาย ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างในสังคมว่า สมควรหรือไม่ กับผู้ที่เคยสู้เพื่ออุดมการณ์มาตลอด มาเป็นนายทุนเสียเอง ในปัจจุบันประชาชนหลายคนก็ยังเคลือบแคลงในจุดยืนของแอ๊ด

อย่างไรก็ตาม แอ๊ด คาราบาว ถือได้ว่าเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงที่มีความสามารถแต่งเพลงสอดคล้องกับเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของบ้านเมืองมาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เช่น มะโหนก (ถึกควายทุย ภาค ๖) จากกบฏทหารนอกราชการ ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2528[3], ราชดำเนิน, ใครฆ่าประชาชน, ล้างบาง, กระบี่มื้อเดียว, ทะเลใจ จากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535[4], ขวานไทยใจหนึ่งเดียว จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี พ.ศ. 2547[5], ซับน้ำตาอันดามัน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิถล่มในมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547 [6], เว้นวรรค จากเหตุการณ์การขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ.ศ. 2549, ทหารพระราชา จากเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549[7], ทรงพระเจริญ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2550[8], ลดธงครึ่งเสา จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551[9], ผู้ปิดทองหลังพระ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554[10], น้ำใจไทย จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในภาคกลางของไทย พ.ศ. 2554[11], นาวารัฐบุรุษ จากเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย ในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557[12], เทพเจ้าด่านขุนทด จากการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ในปี พ.ศ. 2558[13] เป็นต้น

ในปี พ.ศ. 2556 แอ๊ด คาราบาว ได้รับยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้อง-นักประพันธ์เพลงไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2556

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

แอ๊ด คาราบาว กับบุตรสาวคนโต บนหน้าปกนิตยสาร life&family

ชีวิตส่วนตัว แอ๊ด คาราบาว มีชื่อเป็นภาษาจีนว่า "หูฉุนช๋าง" (胡存長) แปลว่า "คนแซ่หูผู้มีฐานะมั่นคงชีวิตยืนยง" ชอบเลี้ยงไก่ชนซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ และมีฟาร์มไก่ชนเป็นของตัวเอง รวมถึงยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมอาชีพไก่ชนไทย นอกจากคาราบาวแดงแล้ว ยังมีกิจการทางดนตรีอีก คือ มีห้องอัดเสียงที่บ้านของตัวเอง ชื่อ เซ็นเตอร์สเตจ สตูดิโอ (มองโกล สตูดิโอ) ซึ่งเป็นสตูดิโอระดับชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งของเมืองไทย และมีบริษัทเพลงชื่อ มองโกล เรคคอร์ดส สมรสกับนางลินจง โอภากุล หญิงชาวบุรีรัมย์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นหญิง 2 คน คือ ณิชา โอภากุล และนัชชา โอภากุล และชาย 1 คน คือ ร.ต.ท.วรมันต์ โอภากุล

แอ๊ด คาราบาว มีพี่ชายฝาแฝดอีก 1 คน เป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิตเหมือนกัน คือ อี๊ด - ยิ่งยง โอภากุล และเคยออกอัลบั้มร่วมกัน 1 อัลบั้ม คือ อัลบั้ม พฤษภา ในปี พ.ศ. 2535 หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

ในกลางปี พ.ศ. 2556 ในภาพยนตร์เรื่อง ยังบาว อันเป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของวงคาราบาว ผู้ที่รับบทเป็นแอ๊ด คือ ธนา เอี่ยมนิยม จากเดิมที่วางตัวไว้ คือ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ที่คิวคอนเสิร์ตไม่ตรงกับเวลาถ่ายทำ[14]

ผลงาน[แก้]

อัลบั้มเดี่ยว[แก้]

ชื่ออัลบั้ม ปีที่วางจำหน่าย ค่ายเพลง รายชื่อเพลง
กัมพูชา พ.ศ. 2527 อามีโก้
ทำมือ พ.ศ. 2532 อามีโก้ , แว่วหวาน
ก้นบึ้ง พ.ศ. 2533 แว่วหวาน
โนพลอมแพลม พ.ศ. 2533 ดี - เดย์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
World Folk Zen พ.ศ. 2534
พฤษภา (ร่วมกับ ยิ่งยง โอภากุล) พ.ศ. 2535
รอยคำรณ พ.ศ. 2537 วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์
ข้าวสีทอง พ.ศ. 2538 กระบือ แอนด์ โค
เดอะแมนซิตี้ไลอ้อน พ.ศ. 2539
เหลืองหางขาว พ.ศ. 2543
คนไทยหรือเปล่า พ.ศ. 2544
ไม่ต้องร้องไห้ พ.ศ. 2545 มองโกล
OTOP พ.ศ. 2547 วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์
ซึม เศร้า เหงา แฮงค์ พ.ศ. 2548
แมงฟอร์ซวัน พ.ศ. 2549
รัฐฉานตำนานที่โลกลืม พ.ศ. 2549
ตะวันตกดิน พ.ศ. 2549
ทุ่งฝันตะวันรอน พ.ศ. 2549
ยืนยงตั้งวงเล่า พ.ศ. 2549 อาร์เอส
คนกับเม้าท์ พ.ศ. 2551 วอร์นเนอร์ มิวสิก ไทยแลนด์
เดินต่อไป พ.ศ. 2552
กันชนหมา พ.ศ. 2555
วันวานไม่มีเขา...วันนี้ไม่มีเรา พ.ศ. 2555
เห็นมั้ยบัวลอย พ.ศ. 2557

ผลงานในนามศิลปินรับเชิญ[แก้]

ผลงานเพลงพิเศษ[แก้]

ผลงานเพลงเทิดพระเกียรติ[แก้]

คอนเสิร์ต[แก้]

คอนเสิร์ตเดี่ยว
ชื่อคอนเสิร์ต วันที่ สถานที่
ยืนยง โอภากุลและเพื่อน กระชับมิตร 30 ตุลาคม พ.ศ. 2548 หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ต ทุ่งฝันตะวันรอน 24 กันยายน พ.ศ. 2549 หอประชุมปรีดีพนมยงค์
เอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ต คนกับเม้าท์ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 โรงละครอักษราคิงพาวเวอร์
เอ็กซ์คลูซีฟคอนเสิร์ตวันวานไม่มีเขา วันนี้ไม่มีเรา 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 บ้านสวนเชียงใหม่ (บ้านของ แอ๊ด คาราบาว) จ.เชียงใหม่


คอนเสิร์ตรับเชิญ
ชื่อคอนเสิร์ต วันที่ สถานที่ หมายเหตุ
นูโว อินเลิฟ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2544 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี คอนเสิร์ตของวงนูโว
ร่วมร้องเพลง เป็นอย่างงี้ตั้งแต่เกิดเลย
ร่ำไร คอนเสิร์ต 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ราชมังคลากีฬาสถาน คอนเสิร์ตของ อัสนี-วสันต์
ร่วมร้องเพลง วณิพก ชีวิตสัมพันธ์ และ ทรงพระเจริญ
Bodyslam Save My Life Concert 20 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2550 อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก คอนเสิร์ตของวงบอดี้สแลม
ร่วมร้องเพลง ความเชื่อ และ รักต้องสู้
GIVE ME 5 CONCERT RATE A 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ศิลปินรับเชิญของ เวียร์ ศุกลวัฒน์
ร่วมร้องเพลง คนจนผู้ยิ่งใหญ่ และ บัวลอย

ผลงานละคร[แก้]

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

พิธีกร[แก้]

  • สำรวจธรรมชาติ On The World (ช่อง 5)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. บทสัมภาษณ์จาก คอนเสิร์ต เมด อิน ไทยแลนด์ ภาค 2546 สังคายนา ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดย สรยุทธ์ ทัศนะจินดา: ศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2547
  2. แอ๊ด คาราบาว รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากครอบครัวข่าว
  3. วันนี้ ในอดีต เหตุการณ์ กบฎ 9 กันยายน
  4. ร่วมกันสู้
  5. 'ขวานไทยใจหนึ่งเดียว'คือภาษาใจในภาษาเพลง จากเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 653 วันที่ 6 - 12 ธ.ค. 2547
  6. เปิดใจ "แอ๊ด คาราบาว" จาก "ซูนามิ" สู่ "สึนามิ" นักบุญหรือคนบาป? ผู้จัดการออนไลน์
  7. [แอ๊ด คาราบาว <เพลงการปฏิวัติ รัฐประหาร เมื่อวันที่ 19/09/49>] พลังจิต
  8. ทรงพระเจริญ เซ็นทรัลพัฒนา
  9. "คาราบาว" กับทิศทางใน "7 ตุลา ลดธงครึ่งเสา" ผู้จัดการออนไลน์
  10. เลขาฯพระราชวังเผยในหลวงทรงชม "แอ๊ด คาราบาว" เก่งมากนำ "พระนาม" มาร้อยเป็นเพลง "ผู้ปิดทองหลังพระ" ประชาชาติธุรกิจ
  11. น้ำใจไทย บทเพลงโดย แอ๊ด คาราบาว (มอบเป็นกำลังใจผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัญจากมหาวิกฤตอุทกภัย 2554) จาก softbizplus
  12. แอ๊ด คาราบาว ปล่อยเพลงใหม่ นาวารัฐบุรุษ ขอพี่ตู่ทำเพื่อชาติ. ไทยรัฐออนไลน์. 27 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 29 พฤษภาคม 2557
  13. ฟังเพลงใหม่′แอ๊ด คาราบาว′อาลัยหลวงพ่อคูณ′เทพเจ้าด่านขุนทด′ มติชนออนไลน์
  14. ท่องทะเลใจ..บอม ธนา ร่างทรง 'แอ๊ด คาราบาว' จากผู้จัดการออนไลน์
  15. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๕๗ เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๑ ข ๙ มกราคม ๒๕๕๘ หน้า ๙๙

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]