ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
Thanis Sriklindee.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเกิดธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
เกิด23 มกราคม พ.ศ. 2494 (70 ปี)
ที่เกิดอำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
แนวเพลงเพื่อชีวิต
เครื่องดนตรีขลุ่ย, แซกโซโฟน, คีย์บอร์ด
ช่วงปีพ.ศ. 2526 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้องคาราบาว
เว็บไซต์http://www.thanis.net/

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เป็นอดีตสมาชิกวงคาราบาว และเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี พ.ศ. 2559 ปัจจุบันจัดรายการวิทยุประจำที่คลื่นความคิด F.M.96.5 ของอสมท และเป็นวิทยากรประจำรายการคุณพระช่วย ของเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์

ประวัติ[แก้]

ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี หรือที่นิยมเรียกและรู้จักกันดีในชื่อ อาจารย์ ดร.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2494 ที่ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จบการศึกษาจากวิทยาลัยการศึกษาปทุมวันและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ[1]

ด้วยความที่เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาดนตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและวิทยาลัยครูจันทรเกษม[2] จึงถูกเรียกติดปากว่า อาจารย์ธนิสร์ ได้เข้าร่วมวงคาราบาว ในปี พ.ศ. 2526 พร้อมกับ เทียรี่ เมฆวัฒนา และเป้า - อำนาจ ลูกจันทร์ ในการเป็นนักดนตรีแบ๊คอัพในห้องอัดของอโซน่า เมื่อคาราบาว โดยแอ๊ด - ยืนยง โอภากุล ได้มาอัดเสียงที่นี่ และชักชวนเข้าร่วมวง

บทบาทของอ.ธนิสร์ในวงคาราบาวนั้นนับว่าโดดเด่นมาก โดยจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่ง คีย์บอร์ด และการประสานเสียง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และความสามารถเฉพาะก็คือการเป่าขลุ่ย โดยเฉพาะในเพลง เมด อิน ไทยแลนด์ ที่อยู่ในอัลบั้มประวัติศาสตร์ของวงนั้น อ.ธนิสร์ได้เป่าทั้งเพลง รวมทั้งการส่งเสียงแซวในเนื้อเพลงด้วย จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกสีสันประจำตัวเมื่อมักจะแซวสมาชิกในวงคนอื่น ๆ โดยเฉพาะแอ๊ดเมื่อเล่นคอนเสิร์ตเสมอ ๆ ทำให้อ.ธนิสร์เปรียบเสมือนสีสันของวง

อ.ธนิสร์ได้แยกตัวออกจากวง เมื่อปี พ.ศ. 2531 ภายหลังวงคาราบาวออกอัลบั้มชุดที่ 9 คือ ทับหลัง โดยขัดแย้งในความเห็นกับแอ๊ด นับเป็นสมาชิกคนแรกที่แยกตัวออกไป จากนั้นเทียรี่และเป้าก็แยกออกจากวงคาราบาวตามอ.ธนิสร์ไปด้วย หลังจากนั้นทั้งสามคนได้ร่วมกันออกอัลบั้มชุดแรกของพวกเขาในปี พ.ศ. 2532 ชื่อชุด ขอเดี่ยวด้วยคนนะ มีเพลงที่ได้รับความนิยม ซึ่งร้องโดย อ.ธนิสร์และเทียรี่ คือ วันเกิด และ เงินปากผี

หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2535 อ.ธนิสร์ก็ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตนเองชื่อชุด ลมไผ่[3] มีเพลงที่เป็นที่จดจำ มีเอกลักษณ์ของตนเอง และมีความไพเราะมาก คือ ทานตะวัน ที่นำเนื้อร้องมาจากบทกวีของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งแต่งไว้เมื่อได้รับแรงบันดาลใจจากการชมทุ่งทานตะวัน ที่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งเดินทางไปพร้อมกับวงคาราบาวในการทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศ ซึ่งเป็นการร้องประสานเสียงพร้อมเสียงขลุ่ย

และนับแต่นั้น อ.ธนิสร์ก็ได้ทำงานที่ชื่นชอบและถนัดของตนเอง มีผลงานออกมาหลายชุด ซึ่งโดยมากเป็นทำนองเพลงพื้นบ้านหรือเพลงไทยประยุกต์ให้เข้ากับดนตรีร่วมสมัย หลายชุดก็เป็นการร่วมงานกับศิลปินเพื่อชีวิตคนอื่น ๆ เช่น สุรชัย จันทิมาธร หรือ วิสา คัญทัพ เป็นต้น และในปี พ.ศ. 2538 ก็ได้กลับมาร่วมงานกับคาราบาวอีกครั้ง ในชุด หากหัวใจยังรักควาย อันเป็นการกลับมาร่วมทำงานด้วยกันของสมาชิกวงในยุคคลาสสิกทั้ง 7 คน

ในปี พ.ศ. 2547 อ.ธนิสร์ได้ร่วมกับ อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และหมู - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ออกอัลบั้มร่วมกันในชุด "เพลงแผ่นดิน จาก 3 คีตกานต์กวี" ซึ่งก็ได้นำเพลงทานตะวันมาทำดนตรีและร้องใหม่โดยหมูด้วย

อ.ธนิสร์มีชื่อเล่นว่า เล็ก ซึ่งไปซ้ำกับชื่อของเล็ก - ปรีชา ชนะภัย สมาชิกอีกคนของวง ดังนั้น อ.ธนิสร์เมื่ออยู่ในวงจึงไม่ถูกเรียกชื่อเล่นเหมือนสมาชิกคนอื่น ๆ โดยผลงานสุดท้ายที่ทำร่วมกับคาราบาว คือ การเป่าขลุ่ยในเพลง เดือนแรม ในอัลบั้ม "สาวเบียร์ช้าง" ในปี พ.ศ. 2544 แต่ในการแสดงสดนั้น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 อ.ธนิสร์ได้ขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ร่วมกับคาราบาวถึง 4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือในคอนเสิร์ต 35 ปี คาราบาว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

อ.ธนิสร์ได้รับการยอมรับว่า เป็นนักดนตรีที่มีความสามารถและความชำนาญอย่างมากในการเล่นดนตรีประเภทเครื่องเป่า โดยเฉพาะขลุ่ย จนได้รับฉายาว่า จอมยุทธขลุ่ย นอกจากนี้แล้ว ยังสนใจในแนวดนตรีแจ๊สอีกด้วย โดยนำแนวทางการเล่นแบบแจ๊สมาประยุกต์ใช้ในการเป่าขลุ่ย จนได้รับรางวัล Lifetime Achievement Award จาก Thailand International Jazz 2016 จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2559[4] ปัจจุบัน จัดรายการวิทยุประจำที่คลื่นความคิด F.M.96.5 ขององค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย และเป็นวิทยากรประจำรายการคุณพระช่วย ของเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เดิมออกอากาศทางช่อง 9 ปัจจุบันออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับนางจุฬาลักษณ์ ศรีกลิ่นดี (เสียชีวิตแล้ว) มีบุตรด้วยกันสองคนชื่อ ศศิวรรณ และ สมวุฒิ ศรีกลิ่นดี

ผลงานด้านบทเพลง[แก้]

คาราบาว[แก้]

  1. ท.ทหารอดทน (พ.ศ. 2526; แบ็คอัพ)
  2. เมด อิน ไทยแลนด์ (พ.ศ. 2527)
  3. อเมริโกย (พ.ศ. 2528)
  4. ประชาธิปไตย (พ.ศ. 2529)
  5. เวลคัมทูไทยแลนด์ (พ.ศ. 2530)
  6. ทับหลัง (พ.ศ. 2531)
  7. หากหัวใจยังรักควาย (พ.ศ. 2538)

อัลบั้มเดี่ยว[แก้]

  • ลมไผ่ (พ.ศ. 2533)[3]
  • ธนิสร์ กับ ชาวบ้าน / ชุด ก. (พ.ศ. 2534)
  • ดอกไม้เปลี่ยนสี ร่วมกับ เล็ก อรวี (พ.ศ. 2538)
  • ลมชีวิต WIND OF LIFE (พ.ศ. 2536)
  • ลมไผ่ 1-3 (พ.ศ. 2541)
  • บรรเลงขลุ่ยกับธรรมชาติ (พ.ศ. 2541)
  • ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี Woodwind quartet (พ.ศ. 2541)
  • Non Electric Project ร่วมกับ โบ สุนิตา (พ.ศ. 2544)
  • ความฝันอันสูงสุด
  • เสียงขลุ่ยแห่งความหลัง
  • เสียงขลุ่ยแห่งท้องทุ่ง อัลบั้มพิเศษ
  • เดือนเพ็ญ
  • ไผ่พริ้ว อิ่มอุ่น อัลบั้มพิเศษ
  • ขลุ่ยบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์

อัลบั้มร่วม[แก้]

คอนเสิร์ต[แก้]

  • คอนเสิร์ต ทำโดยคนไทย 9 กุมภาพันธ์ 2528
  • คอนเสิร์ต เวลคัม ทู อิสานเขียว 27 ธันวาคม 2530
  • คอนเสิร์ต 10 ปี คาราบาว 25-26 พฤษภาคม 2534
  • คอนเสิร์ต ปิดทองหลังพระ 25 พฤษภาคม 2539
  • คอนเสิร์ต 3 ตำนานเพื่อชีวิต (2541) รับเชิญ
  • คอนเสิร์ตคาราบาว 15 ปี เมดอินไทยแลนด์ 25 ธันวาคม 2542
  • คอนเสิร์ต 15 ปี คำภีร์ เต็มขั้น (2545)
  • คอนเสิร์ต สหาย พงษ์สิทธิ์, ธนิสร์, ศุ, ฤทธิพร (2546)
  • คอนเสิร์ต เก็บตะวัน A Tribute To อิทธิ พลางกูร (2547)
  • คอนเสิร์ต 19 เข้า 20 พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ "เสือออกลาย"(2549)
  • คอนเสิร์ต มหกรรมดนตรี 30 ปี คาราบาว 2554-2555
  • คอนเสิร์ต 40 ปี มิตรภาพบนถนนดนตรี สุรชัย จันทิมาธร วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2556
  • คอนเสิร์ต หนึ่งก้าว 60 พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556
  • คอนเสิร์ตแคมป์ไฟดนตรี มาลีฮวนน่า ครั้งที่ 6 วันที่ 6 ธันวาคม 2557
  • คอนเสิร์ต 35 ปี คาราบาว วันที่ 27 สิงหาคม 2559

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

  • เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ (2528)

ผลงานด้านการพัฒนาขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากล[แก้]

อ.ธนิสร์แม้จะเป็นนักดนตรีสากล แต่มีความผูกพันกับดนตรีไทยมาตั้งแต่เด็กๆ คุณปู่ คุณย่ามีวงดนตรีไทย คุณพ่อก็เป็นครูสอนดนตรีแตรวง พี่ชายก็เป็นนักดนตรี อ.ธนิสร์ได้ครูดนตรีคนแรกชื่อ คุณครูทองดำ สิ่งที่สุข ที่สอนโน๊ตดนตรีสากลให้ ทำให้ได้หัดเล่นดนตรีตั้งแต่อายุสิบขวบและสนใจ ขลุ่ย โดยเกิดความประทับใจในทำนองท่อนที่สองของเพลงธรณีกรรแสง จึงได้ขอเงินยายทวดไปซื้อขลุ่ยมาฝึกเป่า และกลายเป็นเครื่องดนตรีประจำตัว

ทราบกันดีว่า อ.ธนิสร์ เป็นสมาชิกวงคาราบาวอย่างเต็มตัวในยุคคลาสสิค และมีแนวคิดนำขลุ่ยเข้ามาร่วมบรรเลงเพลงที่โด่งดัง เช่น เดือนเพ็ญ เมดอินไทยแลนด์ แต่ขลุ่ยกรวดหรือขลุ่ยเคียงออ ซึ่งเป็นขลุ่ยไทยแท้ๆ มีบันไดเสียงไม่เหมือนดนตรีสากล จึงนำมาปรับจูนโดยใช้เทปกาวมาปิดรูโน๊ตบางรู้ให้มีครึ่งเสียง พอใกล้เคียงกับบันไดเสียงสากล แต่เสียงโน๊ตขลุ่ยก็ยังไม่ตรงหรืออินจูนมากนัก จวบจนได้เดินทางไปหาครูอุทิศ อิ่มบุบผา ยังหมู่บ้านบางไส้ไก่หรือหมู่บ้านลาวแหล่งทำขลุ่ยที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย เพื่อให้ประดิษฐ์ขลุ่ยที่ทำจากไม้ไผ่ให้โดย อ.ธนิสร์ร่วมจูนเสียงและเป็นผู้ทดสอบ จนสำเร็จเป็นขลุ่ยไทยเสียงสากลเลาแรกของประเทศไทย ซึ่ง อ.ธนิสร์ตั้งชื่อว่า "ขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากล" ได้นำไปใช้ในการทำอัลบัม ลมไผ่ ฯลฯ

หลังจาก อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี แยกตัวออกจากวงคาราบาว ได้ออกเดินบนถนนสายดนตรีด้วยตนเองอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปินเดี่ยว ที่มีขลุ่ยเป็นชีวิตติดตามตัวมาด้วย จนได้พบกับ อ.โสภณ นุ่มละมุล ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเรียนร่วมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขณะนั้นเป็นอาจารย์สอนดนตรีไทยอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบและเป็นช่างทำขลุ่ยด้วย ได้ร่วมกันพัฒนาขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากลโดยใช้ไม้กลึงแทนไม้รวก ที่มีชื่อเสียงคือทำขลุ่ยจากไม้พญางิ้วดำให้ อ.ธนิสร์ นำไปทำอัลบั้ม เพลงบรรเลงขลุ่ยชุด ความฝันอันสูงสุด[5] ซึ่งเป็นการนำเพลงพระราชนิพนธ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาเป่าด้วยขลุ่ยไทยครั้งแรกของเมืองไทย

จากนั้นได้เริ่มต้นพัฒนาขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากลของตนเองอย่างจริงจัง โดยร่วมกับคุณเจตนา เถื่อนสว่าง และ คุณโสภณ ศรีมานพ ในชื่อว่า ขลุ่ย ธ หรือ ขลุ่ย อ.ธนิสร์ รุ่นที่ 1-3 ซึ่งมีทั้งคีย์ ซี บีแฟลทและเพียงออ ด้วยปัญหาด้านสุขภาพของคุณโสภณ ศรีมานพ ไม่สามารถร่วมงานพัฒนาขลุ่ยต่อไปได้ ได้มีการชักชวน คุณสถาพร สรรค์โสภณ ที่มีความรู้ความสามารถด้านวิศวกรรมและเป็นเจ้าของธุรกิจโรงกลึงอยู่ที่หนองจอกเข้ามาร่วมทีมพัฒนาขลุ่ย ได้มีการสร้างสรรค์งานขลุ่ย ธ. รุ่น 4-6 โดยรุ่น 4 มีการพัฒนาขลุ่ยเป็น 2 ท่อน แบ่งเป็นท่อนปากเป่าหรือ Mouthpiece และส่วนลำตัวหรือ Body เพื่อให้สามารถจูนเสียงในกรณีที่ต้องเป่าในอุณภูมิสูงหรือต่ำ เช่นเดียวกับแซกโซโฟนหรือคาริเน็ทที่ใช้การขยับเมาส์พีชเพื่อจูน เนื่องจากอากาศที่เย็นหรือร้อนไปจะส่งผลให้เสียงขลุ่ยเพี้ยนต่ำหรือสูงได้ ต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นขลุ่ย ธ.รุ่น 5 ที่มีการปรับรูโน๊ตใหม่ทั้งหมดและใช้วัสดุพิเศษทดแทนไม้ซึ่งเริ่มหายากและมีราคาสูง จุดเด่นคือ เสียงที่อินจูนมากขึ้น มีความเสถียร เป่าในที่อุณหภูมิแตกต่างได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ สีขาวสวยงามแปลกตา มีทั้งวัสดุเป็นไม้และวัสดุพิเศษ แบบท่อนเดียว และ 2 ท่อน อ.ธนิสร์นำไปใช้ในการทำงานเพลงตลอดจนเดินทางไปเล่นยังต่างประเทศทั่วโลก และสร้างสรรค์ผลงานเพลงในปี 2551 ในชื่ออัลบั้ม ขลุ่ยบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ฯลฯ

จากการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของตนเองมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดีและทีมงาน ทำการวิจัยและพัฒนาขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากลเรื่อยมา ตั้งแต่การหาไม้มาทำขลุ่ย การเจาะรูไม้ การเทียบเสียง และการค้นคว้าต่างๆ ทำให้ขลุ่ยไทยสามารถเข้าไปร่วมเล่นกับเครื่องดนตรีสากลทั่วโลกได้ การพัฒนาขลุ่ยไทยมีมาอย่างต่อเนื่องหลายรุ่น แต่อาจารย์ ธนิสร์ยังมีความรู้สึกอึดอัดใจถึงข้อจำกัดบางประการของขลุ่ย ที่ไม่สามารถตอบสนองการเล่นของตนเองได้อย่างเต็มที่ เมื่อเล่นร่วมกับเครื่องดนตรีอื่นๆ จนได้ทำการพัฒนาขลุ่ย ธ.รุ่น 6 จากแนวคิดของ อ.ธนิสร์ สู่การออกแบบขลุ่ยอย่างลงตัวของคุณสถาพร ก่อเกิดเป็นขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากล ชนิด LOW B อธิบายได้คือ สามารถเป่าเสียงต่ำลงได้อีกหนึ่งเสียง ตลอดจนลูกเล่นต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้บทเพลงหลายบทเพลงในอดีต สามารถกลับมาเป่าได้ตรงตามโน๊ต ที่ผู้ประพันธ์ได้ประพันธ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกประการ ไม่ต้องหลบเสียงเหมือนในอดีต อาทิเช่น เพลงพม่าเห่ (เดือนเพ็ญ) บัวขาว นกขมิ้น เป็นต้น ทำให้คลายความอึดอัดใจในการเล่นขลุ่ยของ อ.ธนิสร์ หายไปจนหมดสิ้น [6] มีทั้งวัสดุที่เป็นไม้และวัสดุพิเศษสีขาว ท่อนเดียว สองท่อนและโลว์บี

ด้วยปณิธานของ อ.ธนิสร์ เสมอมา ที่อยากให้เยาวชนคนไทยได้ใช้ขลุ่ยที่ดีมีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จึงได้รับทุนวิจัยและพัฒนาจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(ในสมัยนั้น) พัฒนาขลุ่ยด้วยวัสดุวูดคอมโพสิตที่ให้คุณภาพเสียงได้ใกล้เคียงกับไม้ มีราคาถูก ปลอดภัย ได้จัดทำขลุ่ยรุ่นพิเศษ(สีชมพู)จำนวน 500 เลาขึ้น ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 โดยอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ได้รับพระราชทานราชานุญาตให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์พระนามาภิไธยย่อ สธ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประดับเป็นศิริมงคลสลักลงบนขลุ่ย มีหมายเลขประจำเลาขลุ่ยทุกเลา1-500 มอบให้กับมูลนิธิสายใจไทยเพื่อมอบให้ผู้บริจาคสมทบทุนมูลนิธิฯ[7] และได้มีการผลิตออกวางจำหน่ายเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน แบ่งเป็นรุ่น Standard A , Standard B และ Intermedia Low B(มีสีเขียว,สีน้ำตาล) และนำไปใช้ทัวร์คอนเสิร์ตมหกรรมดนตรี 30 ปีคาราบาวทั่วประเทศ[8]

ด้วยมีแนวคิดในการพัฒนาขลุ่ยอยู่ตลอดเวลา ต่อมา อ.ธนิสร์ได้ร่วมกับเอกชนทำการพัฒนาวัสดุชั้นดีเพื่อนำมาทำขลุ่ย จนได้วัสดุชนิดใหม่เป็นวัสดุพลาสติกผสมชนิดพิเศษ ที่ให้เสียงดีสมบูรณ์ลงตัว ได้นำมาใช้ทำการผลิตเป็นขลุ่ย อ.ธนิสร์ รุ่น 9(ขลุ่ยสีม่วง) ซึ่งเป็นที่นิยมของนักขลุ่ยทั่วประเทศ

ต้นปี 2564 อ.ธนิสร์ ได้เปิดตัวขลุ่ย อ.ธนิสร์ รุ่นใหม่ล่าสุด ชื่อรุ่น มณีสุวรรณ(สีเหลืองทอง) จุดเด่นคือการปรับปรุงเรื่องวัสดุให้มีน้ำหนักเบาลง พัฒนาระบบเสียงให้ตรง อินจูนกว่าทุกรุ่นที่ผลิตมา ถือเป็นขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากลที่มีระบบเสียงแม่นยำทุกตัวโน๊ต เป่าง่าย ใช้ลมน้อย ให้เสียงก้องกังวาล เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพ ใช้เล่นร่วมกับเครื่องดนตรีสากลได้อย่างลงตัว โดย อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เป็นผู้ควบคุมการผลิตเองทุกขั้นตอน[9] นับเป็นขลุ่ย อ.ธนิสร์ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ณ ปัจจุบัน

ผลงานการแสดง[แก้]

1. พบศิลปินเพื่อเสริมสร้างโลกทัศน์ ครั้งที่ ๙ ประจำปี ๒๕๓๔ ขลุ่ยคาราบาว ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

   และคณะ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๔ เวลา ๑๙.๐๐ น. 

2. ฤดูกาลพริ้วไหวลมไผ่ผิว อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี พร้อมมิตรสหาย วันเสาร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

   เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง 

3. คอนเสิร์ตเทิดพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ร่วมร้อยรัก ภักดีถวาย”

   คอนเวนชั่นฮอลล์ เดอะมอลล์ บางแค ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ บรรเลงเพลง เดือนเพ็ญ และ ค้างคาวกินกล้วย 

4. นิทรรศการ “ข.ขลุ่ยของไทย” วันที่ ๑๓-๓๑ มกราคม ๒๕๔๒ เวลา ๑๐.๐๐-๒๐.๐๐ น.

   ณ ศูนย์สรรพสินค้า ริเวอร์ซิตี้ 

5. งาน Asian Fantasy Orchestra บทเพลงเพื่อสันติภาพ เป็นแขกรับเชิญจากประเทศไทย

   อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี แสดงร่วมกับวง AFO เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ 
   ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 

6. งาน Dr.Sax Chamber Orchestra Wthe Four Seasons” วันพุธที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๔๗

   ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี บรรเลงขลุ่ยร่วม
   กับวง ดร.แซกเชมเบอร์ออเครสตร้า ในบทเพลงเดือนเพ็ญ 

7. งาน “ชมวังฟังดนตรี” ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.ลพบุรี ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๗

   เดี่ยวขลุ่ยประชันกับวงออเครสตร้า ๕๐ ชีวิต จากวงดุริยางค์สากลกรมศิลปากร 

8. งานชมวังฟังดนตรี ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘

9. MINNESEREMONI I PHUKET 7. OKTOBER 2005

10. เพลินเพลงพระราชนิพนธ์เฉลิมพระเกียรติ ก้าวย่างดนตรีไทยสู่สากล

11. งานพิธีวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานสึนามิ ณ บริเวณหาดเล็ก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่

     ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา บรรเลงเดี่ยวขลุ่ยในเพลง แสงเทียน พ.ศ. ๒๕๔๘ 

12. งานร่วมใจช่วยภัยใต้ ณ ถนนพระอาทิตย์ วันที่ ๕-๖ มกราคม ๒๕๔๘ (๑๙.๐๐-๒๒.๐๐ น.)

     ณ ป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพ 

13. งาน จังหวะแผ่นดิน เทศกาลโลก Rhythm of the Earth World Festival

     วันที่ ๑๘-๒๒ มกราคม ๒๕๔๙ ณ สะพานพระราม ๘ 

14. งานบรรเลง 120 ปี ความสัมพันธ์ ไทย-ญี่ปุ่น ณ Japan Foundation

     วันที่ 26 กรกฎาคม 2551 

15. นิทรรศการ “การพัฒนาขลุ่ยไทยสู่สากล” และคอนเสิร์ตจุดประกาย ตอน “ขลุ่ยนี้มีมนต์”

     วันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 

16. แสดงการบรรเลงขลุ่ยถวาย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ทุ่งมะขามหย่อง

     วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ทุ่งมะขามหย่อง จ.พระนครศรีอยุธยา[10]

17. คอนเสิร์ต "น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ" ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ ปี 2559(ดนตรีไทยสากล)

     วันที่ 11 สิงหาคม 2560 ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย[11]

18. การแสดง "วงออเครสตร้าขลุ่ย งานมหกรรม อยุธยา ขลุ่ยทิพย์ 1000 เลา ครั้งที่ 1"

     วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 ณ ลานวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา[12]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ประวัติจากเว็บไซต์ส่วนตัว
  2. ประวัติจากเว็บไซต์ส่วนตัว
  3. 3.0 3.1 "ศรีกลิ่นดี-ลมไผ่". คมชัดลึก. 15 มีนาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 25 ตุลาคม 2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  4. หน้า 07 จุดประกาย ดนตรี, 'ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ในด้านดนตรีแจ๊ส' . "มิวสิค คอร์เนอร์" โดย ประทักษ์ ใฝ่ศุภการ. กรุงเทพธุรกิจปีที่ 29 ฉบับที่ 9988: วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2559
  5. อัลบั้มความฝันอันสูงสุด - ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ฟังกันยาวๆ คุณภาพเสียงดี, สืบค้นเมื่อ 2021-07-27
  6. ผลงานด้านการพัฒนาขลุ่ยไทยเทียบเสียงสากล
  7. "สานสายใย เพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย". HiClassSociety.com (ภาษาอังกฤษ).
  8. "ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี". thanis.net.
  9. "สินค้าและบริการ". thanis.net.
  10. แสดงการบรรเลงขลุ่ยถวาย
  11. "น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2020-08-10. สืบค้นเมื่อ 2020-09-02.
  12. วงออเครสตร้าขลุ่ย

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]