เปลื้อง ฉายรัศมี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ครูเปลื้อง ฉายรัศมี
ครู.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง เปลื้อง ฉายรัศมี
ชื่อเล่น ครูเปลื้อง
เกิด 25 ตุลาคม พ.ศ. 2475
ที่เกิด จังหวัดกาฬสินธุ์
วันที่เสียชีวิต 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 (75 ปี)
แนวเพลง ดนตรีพื้นบ้าน โปงลาง
อาชีพ นักแสดงพื้นบ้าน

เปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติปีพ.ศ. 2529 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีอีสานพื้นบ้าน-โปงลาง) นักดนตรีพื้นบ้านอีสานที่มีความสามารถพิเศษสามารถเล่นและถ่ายทอดการเล่น ดนตรีพื้นบ้านอีสานได้เกือบทุกชนิด ทั้ง พิณ แคน ซอ โปงลางและอื่นๆ โดยเฉพาะ "โปงลาง" นั้น สามารถเล่นและถ่ายทอดการเล่นได้เป็นพิเศษ และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นผู้ศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุงและพัฒนาโปงลางมาตลอดระยะเวลา 40 ปี จนทำให้ "เกราะลอ" ซึ่งเป็นเพียงสิ่งที่ใช้ตีไล่นก กา ตามไร่ ตามนา พัฒนามาเป็น "โปงลาง" ที่มีสภาพเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะ กังวาน และให้ความรู้สึกของความเป็นพื้นบ้านอีสานอย่างแท้จริงเป็นที่นิยมกันแพร่ หลายและยอมรับกันว่า "โปงลาง" เป็น เครื่องดนตรีเอกลักษณ์ของภาคอีสานเคียงคู่กับ "แคน" ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว จึงสมควรยกย่องและเชิดชู นายเปลื้อง ฉายรัศมี ไว้ในฐานะเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) อย่างแท้จริง ดังนั้นคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง นายเปลื้อง ฉายรัศมี ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๒๙ และได้รับพระราชทานโล่ เข็มเชิดชูเกียรติในวันเสาร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นวันศิลปินแห่งชาติ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา [1]

ประวัติ[แก้]

ครูเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นบุตรของ นายคง และนางนาง ฉายรัศมี เกิดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2475 ที่บ้านเลขที่ 7 บ้านตา ต.ม่วงมา อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านนา ชีวิตครอบครัวสมรสกับ นางยุพิน ฉายรัศมี และช่วยกันทำมาหากิน มีบุตรชาย 2 คนและหญิง 1 คน

ประวัติการทำงาน[แก้]

พ.ศ. 2502-พ.ศ. 2510 ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่โครงการเขื่อนลำปาว

พ.ศ. 2516 สอบบรรจุลูกจ้างประจำสำนักงานป่าไม้จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำงานถึงปี 2519 ก็ลาออกมาทำอาชีพส่วนตัว

พ.ศ. 2520 เข้าทำงานที่สำนักงานชลประทาน จังหวัดอุบลราชธานี

พ.ศ. 2524 ย้ายมาทำงานที่อ่างเก็บน้ำห้วยมโน บ้านนาอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ และทำงานเป็นครูพิเศษสอนดนตรีพื้นบ้านที่วิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์

ผลงาน/เกียรติประวัติ[แก้]

นายเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นนักดนตรีอีสานที่มีความสามารถเป็นพิเศษคือ สามารถเล่นสอนและทำเครื่องดนตรีอีสานได้ทุกชนิดที่สำคัญที่สุดคือ นายเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นผู้ที่ได้ศึกษาค้นคว้าปรับปรุงและพัฒนาโปงลางมาตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี จนทำให้ กอลอ (เกราะลอ) ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงกระบอกไม้ที่ใช้ตีไล่นกกาตามหัวไร่ปลายนา หรือขอลอที่ใช้ตีบอกเวลา บอกเหตุในหมู่บ้านธรรมดากลายมาเป็นเครื่องดนตรีธรรมชาติที่ทรงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งความบริสุทธิ์และงดงาม ทั้งยังนำความภาคภูมิใจและหวงแหนมาสู่ชาวเมืองกาฬสินธุ์ด้วย "โปงลาง" ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ในลักษณะของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ด้วยเหตุนี้นายเปลื้อง ฉายรัศมี จึงได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๙ [2]

คำประกาศเกียรติคุณ[แก้]

นายเปลื้อง ฉายรัศมี เป็นนักดนตรีพื้นบ้านอีสานที่มีความสามารถพิเศษ สามารถเล่นและถ่ายทอดการเล่นดนตรีพื้นบ้านอีสาน ได้เกือบทุกชนิด ทั้ง พิณ แคน ซอ โปงลาง และอื่น ๆ โดยเฉพาะ “โปงลาง” นั้น สามารถเล่นและถ่ายทอดการเล่นได้ดีเป็นพิเศษ และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นผู้ศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุงและพัฒนาโปงลางมาตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี จนทำให้ “เกราะลอ” ซึ่งเป็นเพียงสิ่งที่ใช้ไล่ตีนก กา ตามไร่ตามนา พัฒนาเป็น “โปงลาง” ที่มีสภาพเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะ กังวาน และให้ความรู้สึกของความเป็นพื้นบ้านอีสานอย่างแท้จริง เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย และยอมรับกันว่าเป็นเครื่องดนตรีเอกลักษณ์ของภาคอีสานเคียงคู่กับ “แคน” ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว จึงสมควรยกย่องและเชิดชู นายเปลื้อง ฉายรัศมี ไว้ในฐานะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๒๙ [3]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อื่นๆ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๓๐. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, ๒๕๔๔. หน้า ๑๗๓-๑๗๘.
  2. นิติกร กรัยวิเชียร. ศิลปินแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), ๒๕๔๔. หน้า ๑๐๖.
  3. คำประกาศเกียรติคุณ จากเว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
  4. [ http://www.culture.go.th/subculture3/index.php?option=com_content&view=article&id=8&Itemid=9] โคงการเปิดบ้านศิลปินแห่งชาติ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม