ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ดำรงตำแหน่ง
15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 – สิงหาคม พ.ศ. 2554
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 8 ตุลาคม พ.ศ. 2490 (70 ปี)
จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครราชสีมา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน

ประวัติ[แก้]

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ เกิดวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2490 เป็นบุตรชายคนเดียวของ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี และ ท่านผู้หญิง บุญเรือน ชุณหะวัณ นายไกรศักดิ์เคยมีบทบาทเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก ซึ่งเป็นทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

การศึกษา[แก้]

นายไกรศักดิ์ จบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตัน วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2517 และปริญญาโทศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (การเมือง) จาก วิทยาลัยบูรพศึกษาและอาฟริกาศึกษา มหาวิทยาลัยลอนดอน (School of Oriental and African Studies - SOAS) สหราชอาณาจักร เมื่อปี พ.ศ. 2520

การทำงาน[แก้]

หลังจบการศึกษา นายไกรศักดิ์กลับมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเป็นนักวิชาการอิสระที่ได้ชื่อว่าค่อนข้างเอียงซ้าย แต่เมื่อพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2532 ก็ได้ลาออกจากราชการมาเป็นคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมกับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และพันศักดิ์ วิญญรัตน์ หลังจากนั้น จึงหันมาทำงานพัฒนาการเมือง และสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ. 2543

บทบาทการเมือง[แก้]

ในฐานะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ) พ.ศ. 2532 เป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาลไทย ในการประชุมเพื่อแก้ปัญหา กรณีพิพาทในประเทศกัมพูชา ร่วมเจรจาสันติภาพในประเทศกัมพูชา, ลาว, เวียดนาม ผลักดันนโยบายแปรสนามรบเป็นสนามการค้า ผลักดันให้มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ร่วมเจรจาแก้ไขมาตรการกีดกันทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา (มาตรา 301) และร่วมเจรจาและผลักดันให้มีการก่อตั้งเอเปค (APEC)

ในฐานะประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ตลอดระยะเวลา 6 ปี (พ.ศ. 2543-2549) ติดตามตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลชวน และรัฐบาลทักษิณ ตลอดระยะเวลา 6 ปี

หลังรัฐประหาร 2549[แก้]

หลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รัฐบาลพลเอกสุรยุทธิ์ จุลานนท์ มีมติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2549 แต่งตั้งนายไกรศักดิ์ เป็นกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) หรือ Office of Knowledge Management and Development (OKMD)

ไกรศักดิ์ มีบทบาทในการผลักดันให้รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รื้อฟื้นคดีฆ่าตัดตอน 2,500 ราย ที่เกิดขึ้นในระหว่างการประกาศทำสงครามยาเสพติด ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เร่งคลี่คลายคดีฆ่าตัดตอนซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2546 ต่อมาได้รับแต่งตั้งจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2550 เป็นกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษาและวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษ และการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียงและทรัพย์สินของประชาชน (คตน.) เพื่อตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่นำไปสู่การฆ่าตัดตอน 2,500 ราย โดยคณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ตรวจสอบ สอบสวน ศึกษาและวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์ของประชาชน รวมทั้งกำหนดมาตรการแก้ไข และเยียวยาผู้เสียหายจากมาตรการดังกล่าว

ปี พ.ศ. 2550 นายไกรศักดิ์ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์พร้อมกับเพื่อน สว.อิสระทางภาคอีสานหลายคน เช่น พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ อดีต ส.ว.นครสวรรค์, นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีต ส.ว.นครราชสีมา เป็นต้น เพื่อลงรับสมัครเลือกตั้งในปลายเดือนธันวาคม 2550 ในฐานะขุนพลภาคอีสานของพรรคประชาธิปัตย์

ในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ระบบสัดส่วน เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ ในลำดับที่ 1 และสามารถชนะการเลือกตั้ง ภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 และมีการจัดตั้งรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวได้ประกาศจัดตั้ง รัฐบาลเงา หรือ ครม.เงา ขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรค ให้ทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เงา

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามข้อบังคับพรรค และ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บทความและข้อเขียนทางวิชาการ[แก้]

  • พ.ศ. 2521 การพัฒนาของการด้อยพัฒนา ที่ระลึกในวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • พ.ศ. 2523 การปฏิวัติเบ็ดเสร็จในกัมพูชา วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง
  • พ.ศ. 2526 การพัฒนาอุตสาหกรรมทุนไทย ปัญหาทางทฤษฎีว่าด้วยการพัฒนากับการวิเคราะห์ข้อมูล วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง
  • พ.ศ. 2538 ทุน การเมือง และชนชั้นในไทย วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง
  • พ.ศ. 2545 ไทยในสถานการณ์โลก วารสารราชบัณฑิตยสถาน ฉบับเฉลิมพระเกียรติ ธันวาคม 2545 ร่วมกับ ดร.วรศักดิ์ มหัทธโนบล

ผลงานภาษาอังกฤษ[แก้]

  • Consequences of October 6th Coup in Thailand, in Roots of Conflicts in Thailand. Ed.Andrew Turten; Bertrand Russel Press. ผลกระทบจากการรัฐประหารในประเทศไทย 6 ตุลา 2519 ในจุดกำหนดของความขัดแย้ง) 2520
  • Growth and Industrialization in Thailand, Journal of Contemporary Asia : 1986 (วิวัฒนาการทางอุตสาหกรรมและการเจริญเติบโตของทุนภายในประเทศ)

ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ[แก้]

  • นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สามารถใช้ภาษาอังกฤษ , ฝรั่งเศส, สเปน ได้ดี

ประสบการณ์ทำงาน[แก้]

  • พ.ศ. 2520 ถึง 2536 เป็นอาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิชา การเมืองการปกครองของสหภาพโซเวียต, รัฐศาสตร์เบื้องต้น, ประวัติศาสตร์เศรษฐศาสตร์การเมืองในประเทศเอเชียอาคเนย์ , การเมืองการปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน, การเมืองการปกครองของประเทศเอเชียอาคเนย์ และการเมืองการปกครองของไทย นอกจากนี้ ยังเป็นอาจารย์พิเศษปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
  • พ.ศ. 2532 ถึง 2534 ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ด้านนโยบายการต่างประเทศ เป็นผู้ผลักดันนโยบายด้านต่างประเทศที่สำคัญ ๆ ในรัฐบาลพลเอกชาติชาย เช่น การเจรจาสันติภาพในประเทศกัมพูชา , นโยบาย “แปรสนามรบ ให้เป็นสนามการค้า” ,ผลักดันให้มีการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ทั้งสองแห่ง เจรจาแก้ไขมาตรการกีดกันทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา (มาตรา301) ร่วมเจรจาและผลักดันให้มีการก่อตั้งเอเปก (APEC)
  • พ.ศ. 2539 ถึง 2542 ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยนายพิจิตต รัตตกุล ด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม
  • พ.ศ. 2543 ถึง 2549 ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครราชสีมา และ ประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา
  • พ.ศ. 2547 ถึง 2549 รองประธานกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อพม่า Asean Inter-Parliamentary Myanmar Caucus หรือ AIPMC
  • พ.ศ. 2552 ถึง 2553 ประธานกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อพม่า Asean Inter-Parliamentary Myanmar Caucus หรือ AIPMC
  • พ.ศ. 2550 กรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) , ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอศิลป์ กทม., กรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษาและวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียงและทรัพย์สินของประชาชน (คตน.)
  • พ.ศ. 2551 ถึง 2554  : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบสัดส่วน และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร
  • ปัจจุบัน ประธานมูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ, ประธานมูลนิธิเพื่อนป่า (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น มูลนิธิฟรีแลนด์) , ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ผลงานศิลปะ[แก้]

ร่วมเล่นดนตรีในงานฉลองความสัมพันธ์ ไทย-พม่า พ.ศ. 2551
  • พ.ศ. 2550 นิทรรศการภาพถ่าย "ฝันถึงท้องฟ้า"
  • พ.ศ. 2551 ภาพยนตร์สารคดี "พลเมืองจูหลิง" ร่วมกับ มานิต ศรีวานิชภูมิ และ อิ๋ง กาญจนวณิชย์

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ชีวิตครอบครัว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]