ภูวดล ทรงประเสริฐ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ภูวดล ทรงประเสริฐ บนเวทีของทางกลุ่มพันธมิตรฯ ในการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. 2551

ศาสตราจารย์ ภูวดล ทรงประเสริฐ (เกิด พ.ศ. 2493 [1] - ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช) ศาสตราจารย์ระดับ 10[2] ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบัน เกษียณอายุราชการแล้ว

ศาสตราจารย์ ภูวดล ทรงประเสริฐ หรือ ศาสตราจารย์ ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ เกิดที่ตำบลจันดี อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม ปริญญาตรีและโทด้าน ประวัติศาสตร์ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาเอก ด้านประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมอนาช ประเทศออสเตรเลีย

ศ.ดร.ภูวดล ทรงประเสริฐ เป็นผู้ที่เคลื่อนไหวทางด้านสังคมและการเมืองมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ขณะเรียนอยู่ปี 2 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิชาการที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะทางด้านประวัติศาสตร์จีนและประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับชาวจีนโพ้นทะเลหลายเล่ม เช่น ชาวจีนโพ้นทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี พ.ศ. 2546 เป็นต้น และเป็นบุคคลแรกในประเทศไทยที่สอนวิชาประวัติศาสตร์เกาหลี

เป็นหนึ่งในนักวิชาการที่เข้าร่วมชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเป็นขาประจำบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของผู้ชุมนุม เพราะมีลีลาการปราศรัยที่เผ็ดร้อนและมีข้อมูลเชิงลึก แต่หลายครั้งก็เต็มไปด้วยอารมณ์และคำหยาบ จนกระทั่งหลังการปราศรัยเสร็จในคืนวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯได้ขึ้นเวทีไปตำหนิ และหลังจากนั้น ศ.ดร.ภูวดลก็มิได้ขึ้นเวทีของทางกลุ่มพันธมิตรฯอีกเลย แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากผู้ชุมนุมก็ตาม[3] งานวิจัยที่สำคัญของอาจารย์ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจบทบาทของจีนโพ้นทะเลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย ทุนจีนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดีบุกและยางพาราในภาคใต้ของประเทศไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=7062
  2. http://eoffice.ku.ac.th/kuoffice/psdttj/BMW645.pdf
  3. น้อยใจโดน"จำลอง"ไล่"ลงเวที"ภูวดล"หายหน้า พธม.ฮาร์ดคอร์โหยหา
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จำนวน ๗,๕๗๕ ราย)
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกีรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔)