ข้ามไปเนื้อหา

บัวซอน ถนอมบุญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บัวซอน ถนอมบุญ
ชื่ออื่นบัวซอน เมืองพร้าว
บัวซอน เมืองป้าว
เกิด10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487 (82 ปี)
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
คู่สมรสสมพร อินถา (สมรส 2512; เสียชีวิต 2568)
บุตร
  • ทิวาพร
  • วัชราภรณ์
อาชีพศิลปินพื้นบ้าน อาจารย์พิเศษ นักขับซอ[1]
รางวัล
ศิลปินแห่งชาติพ.ศ. 2555 – สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน–การขับซอ)

บัวซอน ถนอมบุญ (เกิด 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487) นักร้องเพลงซอพื้นเมืองล้านนา ที่มีผลงานอย่างแพร่หลายในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง จนได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2555

ประวัติ

[แก้]

บัวซอน เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2487 ที่บ้านต้นรุง ตำบลป่าตุ้ม อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นบุตรคนสุดท้องของนายไว กับนางหมู ถนอมบุญ มีพี่ทั้งหมด 4 คน ซึ่งมีอาชีพทำไร่และค้าขาย ด้านครอบครัวสมรสกับนายสมพร อินถา มีบุตรธิดา 2 คน คือ นางทิวาพร ใจงาม และนายวัชราภรณ์ อินถา (เสียชีวิต)

ปัจจุบันบัวซอน อาศัยอยู่ที่บ้านพระเจ้านั่งโก๋น ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านต้นรุง เมื่ออายุได้ 13 ปี ได้ไปเรียนซอกับคำปัน เงาใส ช่างซอบ้านทุ่งหลวง เรียนได้ 3 เดือน ได้ประกวดซอที่อำเภอพร้าวและได้รับรางวัลที่ 1 จึงย้ายเข้ามาอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ จนอายุ 25 ปี ก็ออกจากการเป็นช่างซอ

  • ได้หยุดพักการซอนานถึง 22 ปี เพื่อดูแลครอบครัว เมื่อบุตรสำเร็จการศึกษาจึงเริ่มงานซออีกครั้งหนึ่ง โดยห้างนครพิงค์พาณิชย์ได้ติดต่อ ให้ไปบันทึกแผ่นเสียงหลายเรื่อง ซึ่งยังเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้
  • ลักษณะเด่นและความสามารถในการซอของบัวซอน คือ ความมีปฏิภาณไหวพริบดี ใช้ถ้อยคำได้ไพเราะคมคาย มีน้ำเสียง ไพเราะจับใจผู้ฟัง

ความสนใจด้านการแสดง

[แก้]

ได้ฝึกหัดเล่นลิเก เมื่ออายุได้ 11 ปี ได้ออกแสดงลิเกตามงานต่าง ๆ เป็นระยะเวลา 2 ปี บัวซอนเป็นห่วงในอนาคตของตัวเอง (เพราะบิดาถึงแก่กรรมเมื่อบัวซอน อายุได้ 5 ขวบ) เกรงว่าจะไม่มีที่พึ่งจึงไปปรึกษาคำปัน เงาใส ซึ่งเป็นแม่ครูซอที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น คำปันจึงตกลงใจรับอุปการะบัวซอนดั่งลูกหลานคนหนึ่ง และช่วยฝึกการขับซอให้แก่บัวซอน ดังนั้นบัวซอนจึงเดินทางมาอาศัยอยู่กับคำปัน ณ บ้านทุ่งหลวง ตำบลทุ่งหลวง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (ละแวกเดียวกับที่ว่าการอำเภอพร้าว) ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ขณะนั้นนางบัวซอนมีอายุเพียง 13 ปี ขณะที่พักอาศัยกับคำปัน บัวซอน ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ครูด้วยการช่วยเหลือดูแลงานบ้านทุกอย่าง เช่น ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ทำงานครัว เลี้ยงหมู เป็นต้น ยามค่ำคืนจึงได้ฝึกหัดเรียนการขับจ๊อยและเรียนการขับซอกับแม่ครู ซึ่งแม่ครูได้สอนให้นางบัวซอนขับซอตามคำขอที่ขับให้ฟัง ในขณะที่แม่ครูสอนอยู่นั้นแม่ครูจะนั่งถักเสื้อกันหนาวหรือหมวกไปด้วย ซึ่งต้องใช้ ความขยัน อดทน หมั่นท่องจำตามเครือขอต่าง ๆ (เครือซอ หมายถึง คำขอที่มี ทำนองต่าง ๆ เป็นต้นแบบสำหรับฝึกหัด) แม้กระทั่งเวลาที่ทำงานบ้าน บัวซอน จะทบทวนโดยท่องเครือซอตลอดเวลาทำให้สามารถจดจำคำขอและทำนองได้ อย่างแม่นยำ บัวซอนเรียนขับซอได้ประมาณ 3 เดือน ก็สามารถออกขับขอได้ โดยไปแสดงขับซอประกวดในงานประจำปีของอำเภอ ในโอกาสที่ทางราชการ จัดพิธีเปิดที่ทำการอำเภอพร้าว เมื่อปี พ.ศ. 2500 ได้รับรางวัลที่ 1 และใช้ชื่อใน การแสดงขับซอครั้งนี้ว่า “บัวซอน เมืองพร้าว” ซึ่งบัวซอนได้ใช้ชื่อนี้มาตลอด จนถึงปัจจุบัน

ประวัติการทำงาน

[แก้]

ด้านการแสดง

[แก้]

บัวซอนเรียนซอประมาณ 3 เดือนก็สามารถออกซอได้ จากนั้นได้ไปซอประกวดในงานประจำอำเภอและได้ รางวัลที่ 1 ลักษณะเด่นและความสามารถในการซอของบัวซอน คือ เป็นช่างซอทีมีปฏิภาณ ไหวพริบดี ใช้ถ้อยคำได้ไพเราะ คมคาย มีน้ำเสียงไพเราะจับใจผู้ฟัง นอกจากนี้แม่บัวซอนยังได้แต่งเนื้อเพลงซอ หรือบทขับซอ (เครือซอ) ไว้หลายบทหลายเพลง รวมทั้งมีการบันทึกเพลงซอลงแผ่นเสียง และเทปคาสเซสไว้เป็นจำนวนมากโดยได้บันทึกแผ่นเสียง ชุดแรกเรื่อง “น้ำตาเมียหลวง” ซอคู่กับ บุญศรี สันเหมือง เมื่ออายุได้ 18 ปี หรือปี พ.ศ. 2505 รวมระยะเวลาการเป็นช่างซอ 55 ปี

การถ่ายทอด / การสืบทอด

[แก้]

ปัจจุบันบัวซอนได้ทำการสอนให้กับผู้ที่มีความสนใจการซอทั้งที่บ้านและสอนในโครงการสืบสานตำนานซอ ตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ และมีแผนที่จะสร้างศูนย์การเรียนรู้เรื่องซอเพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลและสอนซอ ให้กับเยาวชนที่สนใจจำนวนลูกศิษย์ที่มาเรียนซอกับบัวซอนมีมากกว่า 200 คน บทบาทและการยอมรับจากสังคม จากประสบการณ์ ที่ยาวนานและการพัฒนาผลงานด้านการซอของบัวซอน รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และการนำความรู้ด้านการซอเผยแพร่สู่กลุ่มเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ อยู่เสมอทำให้แม่ครูบัวซอนได้รับบทบาทสำคัญ และการยอมรับจากสังคมในเรื่องต่างๆ

เกียรติคุณ และรางวัลที่ได้รับ

[แก้]
  • รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม (สวช.) ประจำปี พ.ศ. 2530
  • รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขา วรรณศิลป์ ระดับจังหวัด (เชียงใหม่) ประจำปี พ.ศ. 2535
  • รางวัลผู้อนุรักษ์ส่งเสริมศีลปะล้านนาในด้านวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2538
  • มูลนิธิสุจิตโตเพื่อการศึกษามอบโล่เกียรติคุณในฐานะผู้ให้บริการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน อำเภอพร้าว ประจำปี พ.ศ. 2538
  • รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขา วรรณศีลป์ ระดับเขต 8 ประจำปี พ.ศ. 2539
  • รางวัลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขา วรรณศีลป์ ระดับชาติ ของภาคเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2539
  • ศิลปินพื้นบ้านดีเด่นสาขาการซอภาคเหนือจากสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทยใน ปี พ.ศ. 2540
  • เกียรติบัตรจากมูลนิธิวาย.เอ็ม.ซี.เอ เพื่อการพัฒนาภาคเหนือจากการเข้าร่วมแสดงในงาน "เบิกฟ้าเวียงพิงค์คู่สิ่งแวดล้อม 40" เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก
  • ประกาศนียบัตรครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 1 สาขาวรรณกรรม (การซอ) จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี พ.ศ. 2544
  • ปริญญาบัตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวรรณกรรม) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2546
  • ปริญญาบัตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิจัยและเผยแพร่) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2546
  • รางวัลเชิดชูเกียติ ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น จากกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี พ.ศ. 2552
  • รางวัลเพชรภัฎ - เพชรล้านนา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2552
  • รางวัลคนดีศรีเชียงใหม่
  • รางวัลคนดีศรีเมืองพร้าว
  • ได้รับยกย่องเป็นศีลปินผู้อุทิศเวลาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศีลปะการซอพื้นเมือง ให้แก่เยาวชน จากสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2554
  • ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-การขับซอ) ประจำปี พ.ศ. 2555[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]