อุทัย แก้วละเอียด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อุทัย แก้วละเอียด
ศิลปินแห่งชาติ
สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พ.ศ. 2552
อุทัย แก้วละเอียด0001.jpg

ข้อมูลส่วนตัว
เกิด 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 (86 ปี)
จังหวัดสมุทรสงคราม
บิดา ถึก แก้วละเอียด
มารดา ละออ แก้วละเอียด
คู่สมรส อัจฉรา โขมมัย
หมวดหมู่:ศิลปินแห่งชาติ

อุทัย แก้วละเอียด (23 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) พ.ศ. 2552[1] และครูผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย

ประวัติ[แก้]

อุทัย แก้วละเอียด เป็นบุตรของถึก แก้วละเอียด และนางละออ แก้วละเอียด เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2475 ที่ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สมรสครั้งแรกกับนางประทิน เทียนประมุข มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นผู้หญิง 2 คน และผู้ชาย 1 คน ต่อมาได้แยกทางกัน และสมรสใหม่กับนางอัจฉรา โขมมัย ใช้ชีวิตร่วมกันจนถึงปัจจุบัน

การศึกษา[แก้]

อุทัย แก้วละเอียด เริ่มต้นเข้าศึกษาชั้นมูลจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดอัมพวา ตำบลอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียนในขณะนั้น ชีวิตของอุทัย แก้วละเอียด ผูกพันกับวงดนตรีไทยมาโดยตลอด คุณปู่เป็นนักดนตรีเอก คุณย่าเป็นแม่เพลงฉ่อย คุณพ่อเป็นมือฆ้อง ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ด้วยชีวิตสิ่งแวดล้อมที่คลุกคลีกับดนตรีไทยและสืบทอดสายเลือด ทำให้อุทัย แก้วละเอียด รักและหลงใหลในศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยอย่างเต็มเปี่ยม

เมื่ออายุเยาว์วัยบิดาไม่ต้องการให้ลูกมีอาชีพเป็นนักดนตรีไทย จึงไม่ยอมให้ฝึกหัดเล่นดนตรีและไม่ต่อเพลงให้ อุทัย แก้วละเอียด จึงมักจะแอบบไปหัดฝึกเรียนดนตรีไทยด้วยตนเองเสมอ ๆ ขณะอายุได้ 6 ขวบ ได้หนีไปขอฝึกเรียนดนตรีไทยกับปาน นิลวงศ์ โดยเริ่มฝึกเรียนฆ้องวงใหญ่ ปาน นิลวงศ์ เห็นความสามารถในการจำเพลง และความเฉลียวฉลาดในการต่อเพลง และพรสวรรค์ทางด้านดนตรีไทย จึงให้ฝึกเรียนระนาดเอกจนอายุ 8 ขวบ และได้รับอนุญาตให้ออกแสดงในงานต่าง ๆ รวมกับปาน โดยมีหน้าที่เป็นผู้ตีฆ้องวงเรื่อยมา ด้วยความเป็นนักดนตรีในสายเลือดทำให้อุทัย แก้วละเอียดไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ กลับแสวงหาความรู้ในศิลปะดนตรีไทย จนได้พบพริ้ม นักปี่ ซึ่งเป็นวงของปี่พาทย์มอญ อุทัย แก้วละเอียด จึงไปขอฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อฝึกเรียนดนตรีปี่พาทย์มอญ ขณะนั้นกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พริ้มได้จัดพิธีอุปสมบทให้ลูกชาย ในงานนี้ได้เชิญหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มาร่วมงาน พริ้มได้จัดการแสดงละครโดยให้เด็กชายอุทัย แก้วละเอียด เป็นผู้ตีระนาดเอกประกอบการแสดงละคร ทำให้หลวงประดิษฐไพเราะ ได้เห็นความสามารถในเชิงดนตรีไทย เกิดความพึงพอใจ จึงไปขอเด็กชายอุทัย แก้วละเอียด กับบิดา - มารดา ยุคนี้เป็นยุคที่ดนตรีไทยกำลังเฟื่องฟูเป็นที่นิยม วงต่าง ๆ จะค้นหานักดนตรีฝีมือดี ๆ ให้มาเป็นนักดนตรีประจำวง

ในระหว่างอยู่กับหลวงประดิษฐไพเราะ ตั้งใจมุ่งมั่น ทุ่มเทกับการฝึกซ้อมจนสามารถบรรเลงเครื่องดนตรีไทยได้ทุกชิ้น จะได้รับความรักและความเมตตาให้ไปร่วมแสดงในงานบรรเลงปี่พาทย์วงหลวงประดิษฐไพเราะ เมื่อนักดนตรีคนใดไม่มา หรือเครื่องดนตรีบางชิ้นว่างลงจะเป็นผู้บรรเลงแทน และสามารถบรรเลงได้ดีทุก ๆ หน้าที่ ตั้งแต่เครื่องดนตรีประกอบจังหวัดจนถึงระนาดเอก ฆ้อง ระนาดทุ้ม จากความรู้ความสามารถ มีปฏิภาณไหวพริบ ความขยันหมั่นเพียร อดทนมุ่งมั่น ตั้งใจในการฝึกซ้อมดนตรีไทยเพื่อพัฒนาฝีมือของตนเองอย่างต่อเนื่องเป็นที่พึงพอใจ ได้รับความรักและเมตตาจากหลวงประดิษฐไพเราะ ได้ตั้งชื่อให้อุทัย แก้วละเอียด ว่า "เผือดน้อย" เพราะตีระนาดได้ไหว ฝีมือจัดจ้าน ไม่ต่างจากนักดนตรีมือระนาดรุ่นพี่ เป็นที่กล่าวขานในวงการนักดนตรีไทยในยุคนั้น ชื่อว่าเผือด ด้วยพรสวรรค์ และความจำเป็นเลิศ ได้รับการฝึกฝนร้องเพลง และประพันธ์เพลงด้วย

การทำงาน[แก้]

อุทัย ได้ติดตามรับใช้หลวงประดิษฐไพเราะ ไปทุกหนทุกแห่ง โดยให้เป็นนักดนตรีประจำวง ด้วยฝีมือที่จัดจ้าน และมีปฏิภาณไหวพริบ แม้กระทั่งการร้องเพลงก็สามารถพลิกแพลงได้ดีเป็นที่พอใจของหลวงประดิษฐไพเราะ จนได้เอ่ยคำพูดออกมาว่า "ทัยเป็นคนฉลาดดี เอาไปไหน ไม่อายใคร มีความขยัน มีนิสัยเรียบร้อย" ด้วยลักษณะพิเศษเฉพาะตน เมื่อมีงานแสดงสำคัญ ๆ งานรัฐธรรมนูญ งานสังคีตศาลา หลวงประดิษฐไพเราะ จะให้ลูกศิษย์ที่มีฝีมือดี ไปรวมวงเล่นดนตรีไทย มีบุญยงค์ เกตุคง บรรเลงระนาดเอก บุญยัง เกตุคง บรรเลงระนาดทุ้ม อุทัย แก้วละเอียด บรรเลงฆ้องวง บางครั้งให้บรรเลงระนาดเอกสลับกับบุญยงค์ เกตุคง และประสิทธิ์ ถาวร ด้วยความเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย หลวงประดิษฐไพเราะ จึงมีความไว้วางใจมอบหมายให้อุทัย แก้วละเอียด รับหน้าที่ดูแลพวกละคร ซึ่งในขณะนั้นการละครเป็นที่นิยม การแสดงละครตะวันตกเข้ามาเฟื่องฟูในยุคนั้น หลวงประดิษฐไพเราะ ได้ตั้งโรงละครขึ้นในบ้านชื่อ "ผกาวลี" โดยให้นางลัดดา สารตายนต์ เป็นผู้ควบคุมการแสดง ส่วนด้านดนตรีไทยให้อุทัย แก้วละเอียด ควบคุม โดยมีการบรรเลงเพลงไทยผสมผสานกับเครื่องดนตรีสากล ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ซึ่งเป็นบุตรชายของหลวงประดิษฐไพเราะ ควบคุมเอง เมื่ออุทัย แก้วละเอียด อายุครบที่จะอุปสมบท หลวงประดิษฐไพเราะ ได้มีเมตตาจัดการอุปสมบทให้ หลังจากลาสิกขา หลวงประดิษฐไพเราะ เห็นความสามารถโดดเด่นในเชิงดนตรีไทยของอุทัย แก้วละเอียด จึงให้กลับไปตั้งวงดนตรีไทยที่จังหวัดสมุทรสงคราม และตั้งชื่อให้ว่า "วงไทยบรรเลง" ด้วยความกตัญญู ยึดถือคำสอนของหลวงประดิษฐไพเราะ จึงกลับไปเริ่มสอนดนตรีไทย และตั้งวงปี่พาทย์ที่อัมพวาบ้านเกิด

อุทัย แก้วละเอียด ได้ตั้งใจ และมุ่งมั่นถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกศิษย์ซึ่งเป็นเด็กแถวละแวกบ้านทั้งใกล้และไกล ทุกคนจะมาอยู่รวมกันฝึกซ้อมเพลง และต่อเพลง นักดนตรีคนใดมีฝีมือเก่งกาจออกงานแสดงได้ ก็จะให้ออกงานแสดง เมื่อว่างงานก็จะฝึกซ้อมเพลงถ่ายทอดความรู้ให้กับศิษย์ เมื่อมีการประชันฝีมือจะส่งวงดนตรีไทยบรรเลงเข้าประชัน ในปัจจุบันวงไทยบรรเลงเป็นวงดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงที่สุดวงหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับรางวัลชนะเลิกจากการส่งวงประชันหลายครั้ง เยาวชนจากวงไทยบรรเลงจะได้รับการคัดเลือกเป็นยุวชนในพระบรมราชูปถัมภ์ของมูลนิธิราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หลังจากที่วงไทยบรรเลงเป็นปึกแผ่นแล้ว อุทัย แก้วละเอียด ได้มอบหมายให้สมัคร แก้วละเอียด ผู้เป็นน้องชายเป็นผู้ควบคุมดูแลวงแทน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]