อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
เกิดพ.ศ. 2523
กรุงเทพมหานคร
เสียชีวิต7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
เหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา
สัญชาติไทย
เป็นที่รู้จักจากเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551
บิดามารดาจินดา ระดับปัญญาวุฒิ
วิชชุดา ระดับปัญญาวุฒิ

อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ น้องโบว์ เป็นผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ขณะมีอายุได้ 28 ปี

ครอบครัว[แก้]

อังคณามีชื่อเล่นว่า โบว์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2523 เป็นบุตรของจินดา และวิชชุดา ระดับปัญญาวุฒิ มีน้องสาว 2 คน คือ ดารณี (แบต) ระดับปัญญาวุฒิ และสุภาพร (นุ่น) ระดับปัญญาวุฒิ

การศึกษา[แก้]

เข้าร่วมชุมนุม[แก้]

จากการเปิดเผยของจินดา ผู้เป็นบิดา กล่าวว่า อังคณามิได้เป็นผู้ที่ชื่นชอบหรือสนใจการเมืองแต่ประการใด แต่เป็นคนที่ทนไม่ได้กับการโกงชาติและหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมาร่วมชุมนุมกับทางพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้งครอบครัว ในวันที่เสียชีวิต เมื่อได้ทราบข่าวการสลายการชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา ทั้งครอบครัวก็ได้ออกเดินทางบ้านมาที่ชุมนุมทันที โดยที่จินดาบอกให้อังคณากลับบ้านไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน แต่อังคณาได้ปฏิเสธ และเป็นหนึ่งในผู้ที่ไปชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล วังปารุสกวัน ในเวลาหัวค่ำ และถูกสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา อังคณาได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยที่ซีกซ้ายของลำตัวตั้งแต่หน้าอกลงไปเหวอะหวะ หลังจากการตรวจสอบโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ข้อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ มาจากสาระเบิดแรงสูง 2 ชนิดด้วยกันคือ C4 และ R.D.X. ซื่งเมื่อเทียบปริมาณสารเหล่านี้ที่มาจาก แก๊สน้ำตาที่ผลิตจากประเทศจีน จะมีสาร R.D.X. อยู่ 7 กรัมแต่จากสภาพศพที่มี บาดแผลขนาดใหญ่บริเวณชายโครงด้านซ้ายและใต้ท้องแขนซ้ายท่อนบน ลึกถึงกระดูก และมีรอยสะเก็ดเป็นจุดเล็กๆ ที่หลังเท้า ข้างเท้า และบริเวณใกล้ตาตุ่มเท้าซ้ายบาดแผล [1]ดังกล่าวน่าจะเกิดจากสารระเบิดน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 200 กรัม แต่อย่างไรก็ดี สาเหตุของการเสียชืวิตครั้งนี้ ไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากะพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุถูกทำลาย มีการเคลื่อยย้ายผู้ตายออกจากที่เกิดเหตุโดยพลการ และมีการตรวจสถานที่เกิดเหตุแล้ว และไม่ได้มาตรฐานตามหลักสากล [2] ในส่วนของวิชชุดาผู้เป็นมารดา และสุภาพร น้องสาวคนเล็กก็ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมด้วย โดยต้องพักรักษาตัวกันที่โรงพยาบาล[3]

ตามรายงานข่าวของเว็บหนังสือพิมพ์มติชน วิกิลีกส์ได้เผยแพร่เอกสารรายงานของอีริค จี. จอห์น อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 จอห์นรายงานถึงการสนทนากับสมาชิกตระกูลมหาเศรษฐีของไทยคนหนึ่งที่มีเส้นสายกว้างขวาง ซึ่งวิกิลีกส์ลบชื่อออก (ใช้ชื่อ สมมุติว่า นาย ก.) มีการสนทนากันหลายเรื่อง และในตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 โดยระบุถึงการวางแผนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังหวังจะสร้างสถานการณ์ปะทะขึ้นใหม่เพื่อให้คนตายอีกสักกว่า 20 ศพ อันจะทำให้การที่ทหารออกมายึดอำนาจสมเหตุผล"[4]

ผู้บัญชาการเหล่าทัพ นำโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกและแสดงความรับผิดชอบ

ปฏิกิริยาของสังคม[แก้]

หลังจากการเสียชีวิตของอังคณาแล้ว สังคมต่าง ๆ มีปฏิกิริยาต่อกรณีนี้อย่างรุนแรง เช่น กัปตันการบินไทยคนหนึ่งปฏิเสธที่จะไม่ให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนโดยสารไปในเที่ยวบินที่ตนขับด้วย หรือแพทย์ขึ้นป้ายว่าปฏิเสธที่จะรักษาตำรวจ[5] เป็นต้น และในส่วนที่กล่าวขานกันถึงมากที่สุด คือ การที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพที่นำโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 สัมภาษณ์โดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ปีเดียวกัน โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออก

และต่อมาทางกลุ่มพันธมิตร ก็ได้เปิดสะพานไม้ไผ่ข้ามระหว่างทางเดินด้านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร กับทำเนียบรัฐบาล โดยให้ชื่อว่า สะพานอังคณา-เมธี เพื่อเป็นการระลึกถึงอังคณา และพันตำรวจโทเมธี ชาติมนตรี อีกหนึ่งผู้เสียชีวิตในวันที่ 7 ตุลาคม นี้ด้วย

พิธีพระราชทานเพลิงศพ[แก้]

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ เพื่อพระราชทานเพลิงศพอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ
ประชาชนจำนวนมากที่เข้าเฝ้ารับเสด็จ และร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ

วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปยังเมรุวัดศรีประวัติ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ โดยมีพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่าง ๆ เฝ้ารับเสด็จ แต่ไม่ปรากฏบุคลากรจากฝ่ายตำรวจ การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ส่งผลให้ฝ่ายพันธมิตรฯ ประกาศเลื่อนการชุมนุมที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งกำหนดให้มีในวันนี้ออกไปสองวัน[6][7]

สมเด็จพระบรมราชินีนาถมีพระราชปฏิสันถารกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งนายจินดา ระดับปัญญาวุฒิ บิดา เปิดเผยว่าทรงแสดงความกังวลในสวัสดิภาพของผู้ชุมนุม และมีรับสั่งว่าจะจัดดอกไม้มาให้ภายหลังด้วย[7] กับทั้งมีพระราชปฏิสันถารกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งนายสนธิมิได้เปิดเผยรายละเอียด กล่าวเพียงว่าเป็นแต่เรื่องส่วนตัวที่ไม่สำคัญนัก[6]

ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระบรมราชินีนาถได้ทรงพระราชอุทิศเงินจำนวนหนึ่งล้านบาทเป็นค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บในการจลาจลดังกล่าวทั้งสองฝ่าย ซึ่งฝ่ายพันธมิตรฯ กล่าวว่าเป็นสัญญาณแห่งการสนับสนุนฝ่ายตน อย่างไรก็ดี เงินดังกล่าวได้เวียนไปสู่ทั้งฝ่ายตำรวจและพันธมิตรฯ ที่บาดเจ็บโดยเท่าเทียมกัน[8]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. [1]
  2. เปิดผลสรุป นิติวิทยาศาสตร์ ตร.สาเหตุการตาย "น้องโบว์-สารวัตรจ๊าบ" เหตุการณ์7 ตุลาเลือด
  3. คำไว้อาลัย แด่ “น้องโบว์” อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ จาก พ่อ แม่ น้อง ญาติและเพื่อนๆ
  4. "วิกิลีกส์"เผยความจริงอีกด้านของพธม.ในเหตุการณ์ 7 ตุลา เอกสารรายงานอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐ
  5. แพทยสภายันหมอปฏิเสธไม่รักษา ตร.ได้ ไม่ผิดจริยธรรมเหตุมิใช่กรณีฉุกเฉิน
  6. 6.0 6.1 กรุงเทพธุรกิจ. (2551, 13 ตุลาคม). พระราชินีรับสั่งน้องโบว์เป็นเด็กดี 'ช่วยชาติ-รักษาสถาบัน'. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: < http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/13/news_302910.php >. (เข้าถึงเมื่อ: 13 ตุลาคม 2551).
  7. 7.0 7.1 Reuters. (2008, 13 October). Thai queen weighs in with anti-govt protesters. [Online]. Available: < http://in.reuters.com/article/worldNews/idINIndia-35930920081013 >. (Accessed: 13 October 2008).
  8. BBC News. (2008, 13 October). Thailand's queen mourns protester. [Online]. Available: < http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7666839.stm >. (Accessed: 13 October 2008).