วีระ สมความคิด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วีระ สมความคิด
Veera Somkwamkid 2010-08-08.jpg
เกิด 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (59 ปี)
พรรคการเมือง
พลังธรรม
ศาสนา พุทธ
คู่สมรส พิศอำไพ สมความคิด

วีระ สมความคิด (28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500—) ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) มีชื่อเสียงจากการเปิดโปงการฉ้อราษฎร์บังหลวงในวงราชการ มอบข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบพลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ซึ่งท้ายที่สุดมีผลให้ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พลตรีสนั่นพ้นจากตำแหน่งและยุติบทบาททางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี[ต้องการอ้างอิง]

ประวัติและบทบาททางการเมือง[แก้]

วีระ สมความคิด จบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จบปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช[1]หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 6 และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาผู้นำทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ จากมหาวิทยาลัยรังสิต ในปลาย พ.ศ. 2551

มีบทบาททางการเมืองในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 ด้วยการเป็นประธานนักเรียน หลังจากนั้นได้เข้าร่วมในเหตุการณ์ 6 ตุลา พ.ศ. 2519 และพฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535

ซึ่งหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา วีระได้ศึกษาธรรมะจากพุทธทาส โดยต่อมาได้อุปสมทบเป็นเวลา 5 ปี ได้ถือปฏิปทาของหลวงปู่ชา สุภัทโท, วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี, นอกจากนี้ยังเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์กัณหา สุขกาโม วัดแพร่ธรรมาราม จังหวัดแพร่ และเป็นลูกศิษย์ที่เหนียวแน่นของสมณะโพธิรักษ์ แห่งพุทธสถานสันติอโศก[2]

อีกทั้งเป็นสมาชิกกลุ่มรวมพลังซึ่งต่อมาได้กลายเป็นพรรคพลังธรรม และวีระได้เป็นสมาชิกพรรคพลังธรรม ปัจจุบันวีระไม่สังกัดพรรคการเมืองใด วีระเข้าร่วมการชุมนุมขับไล่พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ให้ออกจากตำแหน่ง ใน พ.ศ. 2549 และการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ใน พ.ศ. 2551

เมื่อปี พ.ศ. 2549 วีระได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กรณีพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทำความผิดตามกฎหมาย ปปช. มาตรา 100 ซึ่งต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 ให้จำคุกพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลา 2 ปี[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552 วีระ สมความคิด, ไทกร พลสุวรรณ, อธิวัฒน์ บุญชาติ และสุนทร รักษ์รงค์ได้นำผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ จำนวน 4,000 คน เดินทางไปเขาพระวิหารเป็นครั้งที่ 2 เพื่ออ่านแถลงการณ์ทวงคืนดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบปราสาทเขาพระวิหาร จนเกิดการปะทะกับชาวบ้านในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บไปทั้ง 2 ฝ่าย [3]

กลาง พ.ศ. 2553 หลังตั้งพรรคการเมืองใหม่แล้ว วีระได้ถอนตัวออกจากกลุ่มพันธมิตรฯ และยุติรายการทั้งหมดทาง ASTV โดยให้เหตุผลว่าไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ นอกจากนี้ยังต้องการทำงานอย่างเป็นอิสระ โดยไม่ถูกครอบงำและแทรกแซง[4]

ในปี พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออก คำสั่งคณะรักาความสงบแห่งชาติ ที่ 86/2557 ให้เขาเข้ามารายงานตัวในวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 พร้อม พลเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560 นายวีระ สมความคิด รายงานตัวกับตำรวจ ปอท.ตามหมายจับศาลอาญา รัชดาภิเษก ที่ จ.642 /2560 ข้อหากระทำผิดตามพรบ.คอมพิวเตอร์ ต่อมาในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เขาเข้าพบพนักงานสอบสวน เนื่องจาก พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ฟ้องร้องเขาใน 3 ข้อหา [5]

เหตุถูกทหารกัมพูชาจับกุม[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

วีระ สมความคิด ได้เดินทางไปร่วมงานที่ชุมชน "บ้านสันปันน้ำ" ชายแดนพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งก่อตั้งโดยอธิวัฒน์ บุญชาติ เป็นเวทีสุดท้ายการถ่ายทอดสด ทาง FM.TV. ของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เป็นการออกรายการทางสื่อครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553 พร้อมกับพวกจำนวน 7 คน ซึ่งเป็นสมาชิกของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่แยกออกจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และบางส่วนเป็นญาติธรรมของพุทธสถานสันติอโศก พร้อมกับพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบที่ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในเขตไทย บริเวณอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว[6] โดยศาลเขตพนมเปญได้ตั้งข้อหาวีระและพวกในข้อหาเดินทางข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย และรุกล้ำเขตทหาร ส่วนวีระและราตรีได้ถูกเพิ่มข้อหาจารกรรมข้อมูลเนื่องจากครอบครองอุปกรณ์กล้องบันทึกภาพและใช้อุปกรณ์ระหว่างการถูกจับกุม ด้านกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเข้าพบฮอร์ นำฮง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อเจรจาในประเด็นดังกล่าว[7]

ต่อมา ศาลกัมพูชาให้ประกันตัวผู้ถูกจับกุม 5 คน ยกเว้นวีระกับราตรี โดยให้เหตุผลเรื่องความผิดต่อความมั่นคงของประเทศกัมพูชา[8] ในการไต่สวนโดยศาลชั้นต้น กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 วีระได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่าขณะถูกจับกุมตนยังอยู่ในอาณาเขตประเทศไทย ศาลกัมพูชามีคำตัดสินในวันเดียวกันให้จำคุกวีระและราตรี ในข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บุกรุกเขตทหาร และจารกรรมข้อมูล เป็นเวลา 8 ปี และ 6 ปี ตามลำดับ โดยไม่รอลงอาญา และให้ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในหนึ่งเดือน ซึ่งวีระไม่ได้ยื่นอุทธรณ์[ต้องการอ้างอิง] ในวาระพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพอดีตพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ รัฐบาลกัมพูชาได้ขอพระราชทานอภัยโทษและปล่อยตัวราตรีเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 และลดโทษวีระลง 6 เดือน เป็นจำคุก 7 ปี 6 เดือน

วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 วีระได้รับการพระราชทานอภัยโทษหลังจากสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนกัมพูชา และได้ยื่นข้อเสนอของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต่อรัฐบาลกัมพูชา[9]

บทบาทด้านอื่น[แก้]

วีระยังเคยเป็นวิทยากรประจำรายการ "เวทีเสรี" ทางช่อง TTV 2 โดยเป็นวิทยากรประจำทุกวันพุธ และเป็นวิทยากรประจำรายการ "ค้นคนโกง" ทาง ASTV รวมทั้งรายการ "โกงได้ โกงดี" ทางสถานีโทรทัศน์เพื่อมนุษยชาติ (FM TV) ของพุทธสถานสันติอโศก โดยจัดเรื่อยมากระทั่งถูกจับกุม

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. วีระ สมความคิด ชื่อนี้ศาลยังหนาว กรุงเทพธุรกิจ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2550
  2. รายการที่นี่ทีวีไทย: วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553
  3. วีระ สมความคิด อ่านแถลงการณ์ทวงคืนดินแดนรอบปราสาทฯ
  4. วิวาทะ"สนธิ ลิ้มทองกุล-วีระ สมความคิด"สาวไส้กันเละ หลังแตกคอ พธม.เรื่องเงินบริจาคจากมติชน
  5. 'วีระ' พบตร.ตามหมายเรียก หลัง 'ศรีวราห์' แจ้งความคดีบุกรุก
  6. คนไทยหัวใจรักชาติเผาโลงประท้วง. โพสต์ทูเดย์. (31 ธันวาคม 2553). สืบค้น 31-12-2553.
  7. กัมพูชาตั้งข้อหา ส.ส.ไทยและพวก 6 คน ลอบเข้าประเทศ. สำนักข่าวไทย. (30 ธันวาคม 2553). สืบค้น 30-12-2553.
  8. ศาลกัมพูชาแจงเหตุไม่ให้วีระประกันตัว
  9. กษัตริย์เขมรอภัยโทษ วีระ กลับถึงไทยวันนี้, ไทยรัฐ, 2 กรกฎาคม 2557