พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระจันทบุรีนฤนาถ
Kitiyakara Voralaksana.jpg

พระนาม กิติยากรวรลักษณ์
พระอิสริยยศ พระองค์เจ้าชั้นเอก
ฐานันดรศักดิ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ราชวงศ์ จักรี
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2417
กรุงเทพมหานคร สยาม
สิ้นพระชนม์ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 (56 ปี)
ปารีส ฝรั่งเศส[1]
พระบิดา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดา เจ้าจอมมารดาอ่วม
ชายา หม่อมเจ้าอัปสรสมาน เทวกุล
หม่อม จอน วิชยาภัย
ละออง วิจารณ์บุตร
จั่น อินทุเกตุ
ละเมียด เปลี่ยนประยูร
พระบุตร 23 องค์

มหาอำมาตย์เอกพิเศษ นายพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ได้แก่ อภิรัฐมนตรี องคมนตรี สมุหมนตรี ราชองครัการกระทรวงการคลังของไทย|เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ]] และนายทหารพิเศษกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และทรงเป็นต้นราชสกุลกิติยากร

พระประวัติ[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 12 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาอ่วม ประสูติเมื่อวันจันทร์ เดือน 7 ปีจอ ตรงกับวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2417 ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากเจ้าจอมมารดาอ่วมเป็นลูกจีน พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ จึงถูกล้อว่า "วันจันทร์ ปีจอ เดือนเจ็ด ลูกเจ้า หลานเจ๊ก" ซึ่งมาจากพระองค์ประสูติ "ปีจอ วันจันทร์ เดือนเจ็ด ลูกพระจุล หลานพระจอม ตัวเป็นเจ้า ตาเป็นเจ๊ก"

(เจ้าจอมมารดาอ่วม เป็นธิดาของพระยาพิสณฑ์สมบัติบริบูรณ์ (เจ้าสัวยิ้ม) เป็นผู้คิดขุดลอกคลองภาษีเจริญในสมัยรัชกาลที่ 4 และยังเป็นเจ้าของเรือกลไฟชื่อ "เจ้าพระยา" เดินระหว่างกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ รายแรกและรายเดียวในสมัยนั้น เป็นต้นตระกูล "พิศลยบุตร" กับ คุณปรางค์ ผู้เป็นภรรยา)

พ.ศ. 2425 พระองค์ทรงเริ่มการศึกษาที่สำนักของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ได้เสด็จไปศึกษาต่อที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ โดยมี มหาปั้น เป็นผู้ถวายพระอักษร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีโสกันต์ขึ้นในพ.ศ. 2428

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2428 ได้ทรงผนวชเป็นสามเณร ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ผนวชแล้วประทับ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร[2] แล้วลาสิกขาบทในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ศกนั้น[3] จากนั้นจึงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2428 นับเป็นพระราชโอรสรุ่นแรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้เสด็จไปศึกษาต่างประเทศ ประกอบด้วย

พระรูปหมู่พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 รุ่นแรกที่เสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ

ทรงสำเร็จสาขาบูรพคดีศึกษา (Oriental Studies) จากสถาบันตะวันออก มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด สาขาวิชาภาษาบาลีและสันสกฤต เมื่อ พ.ศ. 2437 ระหว่างศึกษาอยู่ พระองค์ทรงสังกัด วิทยาลัยแบเลียล (Balliol College) ของมหาวิทยาลัย

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2438 ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี[4]

วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2442 ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ผนวชแล้วประทับ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร[5] ผนวชอยู่ 15 วันจึงลาผนวช

เมื่อเสด็จนิวัติกลับพระนคร ทรงรับราชการในกรมราชเลขานุการ จากนั้นมาทรงงานในตำแหน่งอธิบดีกรมศึกษาธิการ ต่อมาวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นจันทบุรีนฤนาถ ทรงศักดินา 15000[6] ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้เปลี่ยนคำนำพระนามเป็นพระเจ้าพี่ยาเธอ[7] และในวันต่อมาพระองค์ท่านได้เข้าถือน้ำและรับตั้งเป็นองคมนตรี ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม[8] ต่อมาในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงจันทบุรีนฤนารถ ทรงศักดินา 15000[9] ต่อมาในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ สุรเชษฐาธิราชกิตตยากร วรลักษณสุนทรวีรวิจิตร สรรพรัชดาธิกิจโกศล วิมลรัตนมหาโกศาธิบดี ธีรคุโณฬาร ศุภสมาจารสารสมบัติ มัทวเมตตาธยาศัย ไตรศรีรัตนสรณาคม อุดมศักดิ์บพิตร ทรงศักดินา 15000[10] ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ทรงปรีชาสามารถในด้านการคลังและการเศรษฐกิจ, ทรงพระดำริจัดตั้งคลังออมสินให้ราษฎรได้นำเงินฝากเพื่อให้ปลอดจากโจรภัยและอัคคีภัยและส่งเสริมการออมทรัพย์, ทรงจัดตั้งกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์ และจัดการตั้งสหกรณ์, ทรงร่างกฎหมายวางระเบียบวิธีการศุลกากร และทรงแก้ไขปรับปรุงภาษีสรรพากร รวบรวมหน่วยงานจัดเก็บภาษีให้มารวมอยู่ในบังคับบัญชากระทรวงเดียวกัน, ทรงจัดให้สุราและฝิ่นเป็นสิ่งผูกขาดของรัฐบาล เพื่อเตรียมการที่จะบังคับให้การสูบฝิ่นเป็นสิ่งต้องห้ามในเวลาต่อมา

ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ทรงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอภิรัฐมนตรี ที่ปรึกษาในการบริหารราชการแผ่นดิน และทรงเป็นกรรมการราชบัณฑิตยสถาน

ปลายปี พ.ศ. 2473 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถได้เสด็จไปรักษาอาการประชวรพระศออักเสบที่กรุงปารีส ระยะแรกพระอาการดีขึ้น ต่อมากลับกำเริบอีก และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 เวลา 11:05 น. สิริพระชันษาได้ 58 ปี[11]

กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการสร้างพระรูปพระองค์ท่านประดิษฐานไว้หน้าตึกที่ทำการกระทรวงกระทรวงพาณิชย์ ถนนสนามไชย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อรำลึกพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์พระองค์แรก ปัจจุบันพระรูปของพระองค์ได้ย้ายไปประดิษฐานไว้ในสวนด้านในของอาคาร กระทรวงพาณิชย์ใหม่ สนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี

ผลงานทางวิชาการอันโดดเด่น[แก้]

กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ทรงพระปรีชาสามารถในภาษาบาลี ได้ทรงแปลเรื่อง "จันทกุมารชาดก" จากภาษาบาลีเป็นไทยจนทรงได้รับพระราชทานพัดเปรียญธรรม 5 ประโยคจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นกรณีพิเศษ ทั้งที่ทรงเป็นฆราวาส ทรงพระนิพนธ์ ปทานุกรม บาลี-ไทย-อังกฤษ-สันสกฤต โดยอาศัยพจนานุกรมบาลีของอาร์.ซี. ชิลเดอรส์ (R.C.Childers) ที่สมาคมบาลีปกรณ์ดำเนินการจัดพิมพ์มาก่อนหน้านี้แล้วเป็นหลัก แต่ต้นฉบับที่ทรงจัดทำไม่เรียบร้อยดีทุกส่วน ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร ร่วมกับศาสตราจารย์ หม่อมหลวงจิรายุ นพวงศ์ องคมนตรี ตรวจชำระต้นฉบับที่พระองค์ทรงร่างขึ้นแล้วโปรดให้มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย จัดพิมพ์ปทานุกรมดังกล่าวเพื่อเผยแผ่ นับแต่นั้น ปทานุกรมเล่มนี้จึงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

พระโอรส-ธิดา[แก้]

ตราประจำราชสกุลกิติยากร
แถวยืน จากซ้ายไปขวา หม่อมเจ้าหญิงจิตร์บรรจง กิติยากร หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร หม่อมเจ้าหญิงกัลยางค์สมบัติ กิติยากร หม่อมเจ้าชายนักขัตรมงคล กิติยากร หม่อมเจ้าชายขจรจบกิติคุณ กิติยากร หม่อมเจ้าหญิงกมลปราโมทย์ กิติยากร แถวนั่งเก้าอี้ จากซ้ายไปขวา หม่อมเจ้าชวลิตโอภาสและหม่อมราชวงศ์หญิงกิติอัจฉรา กิติยากร หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถและหม่อมราชวงศ์กิตินัดดากิติยากร หม่อมเจ้าหญิงพิบูลย์เบ็ญจางค์ กิติยากร หม่อมราชวงศ์มรุต เทวกุล แถวนั่งพื้น จากซ้ายไปขวา หม่อมเจ้าชายจีรินันทน์ กิติยากร หม่อมเจ้าชายสุวินิต กิติยากร หม่อมเจ้าหญิงวินิตา กิติยากรและ หม่อมเจ้าหญิงกิติปปียา กิติยากร หม่อมเจ้าชายจีริดนัย กิติยากร หม่อมราชวงศ์อมราภินพ กิติยากร หม่อมเจ้าหญิงกิติมตี กิติยากร หม่อมราชวงศ์วีณา กิติยากร หม่อมเจ้าหญิงจีริกา กิติยากร

หม่อมเจ้าหญิงอัปสรสมาน เทวกุล[แก้]

เมื่อเสด็จนิวัติพระนคร ทรงประทับอยู่ ณ วังเทเวศร์ ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงอัปสรสมาน เทวกุล พระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2438 มีพระโอรสพระธิดา 12 พระองค์[12]

หม่อมจอน วิชยาภัย[แก้]

หม่อมจอน วิชยาภัย (- 29 ธันวาคม 2467)

  • หม่อมเจ้าหญิงพัฒนคณณา กิติยากร (30 กันยายน 2446–29 พฤษภาคม 2509) สมรสกับหม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยยันต์ (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย)
  • หม่อมเจ้าสมาคม กิติยากร (15 กันยายน 2448–1 ตุลาคม 2531) สมรสกับหม่อมราชวงศ์สมัยการ เทวกุล
    • หม่อมราชวงศ์ (ถึงแก่กรรมตั้งแต่เด็ก)
    • หม่อมราชวงศ์หญิงวิริยาภา กิติยากร สมรสกับ ไพบูลย์ ช่างเรียน
      • จิตตาภา ช่างเรียน
      • ภัสพิชญ์ ช่างเรียน
    • หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร สมรสกับ พิณน้อย ศรีสวัสดิ์
    • หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร สมรสกับ เนาวรัตน์ โขมพัตร
      • หม่อมหลวงปวริศน์ กิติยากร
      • หม่อมหลวงหญิงภัทรสุดา กิติยากร
  • หม่อมเจ้าพรพิพัฒน์ กิติยากร (30 สิงหาคม 2450–7 กุมภาพันธ์ 2468)
  • หม่อมเจ้ากิติมตี กิติยากร (3 พฤษภาคม 2458–27 มกราคม 2525)

หม่อมละออง วิชยาภัย[แก้]

หม่อมละออง วิชยาภัย (เมษายน 2425–7 พฤษภาคม 2504)

หม่อมจั่น อินทุเกตุ[แก้]

หม่อมจั่น อินทุเกตุ (2436–10 พฤศจิกายน 2465)

  • หม่อมเจ้าหญิงจีริกา กิติยากร (27 เมษายน 2456–8 พฤศจิกายน 2518) สมรสกับ หม่อมเจ้าอมรสมานลักษณ์ กิติยากร
  • หม่อมเจ้าจีรินันท์ กิติยากร (26 กุมภาพันธ์ 2458–9 เมษายน 2516) สมรสกับ สมลักษณ์ ทิพย์สมัย
    • หม่อมราชวงศ์จีริเดชา กิติยากร สมรสกับ หม่อมหลวงหญิงเอื้อมศุขย์ ศุขสวัสดิ
      • หม่อมหลวงหญิงวรีวรรณ กิติยากร สมรสกับ ไม่ระบุ***
        • นายอมฤต กิติยากร ณ อยุธยา
        • เด็กหญิง อนุตตรา กิติยากร ณ อยุธยา
      • หม่อมหลวงหญิงยุวันวรี กิติยากร
      • หม่อมหลวงพงศ์วริน กิติยากร
    • หม่อมราชวงศ์จีรินัดดา กิติยากร
    • หม่อมราชวงศ์หญิงจีริสุดา กิติยากร สมรสกับ พิศิษฐ์ วุฒิไกร
      • จีรสิทธิ์ วุฒิไกร
    • หม่อมราชวงศ์หญิงจีริกัญญา กิติยากร สมรสกับ หรรษา โชติกเสถียร
      • จิตีวันต์ โชติกเสถียร
      • อภิธร โชติกเสถียร
  • หม่อมเจ้าจีริดนัย กิติยากร (1 ธันวาคม 2459–24 กรกฎาคม 2523) สมรสกับ หม่อมเจ้าหญิงกิติปปียา กิติยากร
    • หม่อมราชวงศ์วงศ์ดนัย กิติยากร

หม่อมละเมียด เปลี่ยนประยูร[แก้]

หม่อมละเมียด เปลี่ยนประยูร (ตุลาคม 2439–5 สิงหาคม 2524)

พระเกียรติยศ[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ (8 มิถุนายน พ.ศ. 2417–พ.ศ. 2445)
  • พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นจันทบุรีนฤนาท ทรงศักดินา 15000[6] (25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2445–23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหมื่นจันทบุรีนฤนาท (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453–พ.ศ. 2454)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงจันทบุรีนฤนาท (พ.ศ. 2454–พ.ศ. 2459)
  • พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท สุรเชษฐาธิราชกิตติยากร วรลักษณสุนทรีวีรวิจิตร สรรพรัชดาธิกิจโกศล วิมลรัตนมหาโกศาธิบดี ธีรคุโณฬาร ศุภสมาจารสารสมบัติ มัทวเมตตาธยาศรัย ไตรศรีรัตนสรณาคม อุดมศักดิบพิตร (พ.ศ. 2459–พ.ศ. 2477)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท (พ.ศ. 2477–ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[11]

พระราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. เล็ก พงษ์สมัครไทย. พระญาติ ราชสกุล กรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ:มติชน, 2556, หน้า 10
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวราชการและพระเจ้าลูกเธอทรงผนวช, เล่ม ๑, ตอน ๒๑, ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๗, หน้า ๑๗๘-๑๘๐
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระเจ้าลูกเธอลาผนวช, เล่ม ๑, ตอน ๒๔, ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๗, หน้า ๒๑๔
  4. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชพิธีศรีสัจปานกาล และตั้งองคมนตรี, เล่ม 12, ตอน 53, 22 กันยายน 2438, หน้า 223-5
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระเจ้าลูกยาเธอและหม่อมเจ้าทรงผนวช, เล่ม ๑๖, ตอน ๑๗, ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๒, หน้า ๒๑๐-๑
  6. 6.0 6.1 ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งกรมพระเจ้าลูกยาเธอ ๒ พระองค์, เล่ม ๑๙, ตอน ๓๗, ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๕, หน้า ๗๒๔-๕
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ คำนำพระนามพระบรมวงษานุวงษ์, เล่ม 27, ตอน ก, 30 ตุลาคม พ.ศ. 2453, หน้า 1
  8. ราชกิจจานุเบกษา, บัญชีพระนามและนามองคมนตรี ที่พระราชทานสัญญาบัตรแล้ว, เล่ม 27, ตอน 0 ง, 1 มกราคม ร.ศ. 129, หน้า 2,273-4
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ เลื่อน แลตั้งกรม แลตั้งเจ้าพระยา, เล่ม 28, ตอน 0 ง, 11 พฤศจิกายน 2454, หน้า 1737-
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาเลื่อนกรม พระพุททธศักราช ๒๔๕๙, เล่ม 33, ตอน 0 ก, 11 พฤศจิกายน 2459, หน้า 226-7
  11. 11.0 11.1 ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสิ้นพระชนม์, เล่ม 48, ตอน ง, 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2474, หน้า 331
  12. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  13. http://kitiyakara.com/amorn.htm
  14. http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~royalty/thailand/i132.html
  15. "ข่าวสิ้นชีพิตักไษย". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 18 (23): 348. 8 กันยายน พ.ศ. 2444. 
  16. "ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เรื่อง ศาลมีคำสั่งให้ หม่อมหลวงรมย์ กิติยากร เป็นบุคคลไร้ความสามารถ". ราชกิจจานุเบกษา (ใน ไทย) 112 (69ง): 56. 29 สิงหาคม พ.ศ. 2538. 
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม 27, ตอน 0 ง, 11 มกราคม พ.ศ. 2453, หน้า 2409
  18. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม 43, ตอน 0 ง, 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469, หน้า 3120
  19. เล็ก พงษ์สมัครไทย. พระญาติ ราชสกุล กรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ:มติชน, 2556, หน้า 6

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]