โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา
ตราประจำโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา
สัญลักษณ์โรงเรียน
AGE QUOD AGIS
ทำอะไร ทำจริง
308 หมู่ 10 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ
10290
พิกัด 13°35′57″N 100°30′25″E / 13.599179°N 100.506909°E / 13.599179; 100.506909
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Sarasas Witaed Suksa School
อักษรย่อ สวศ., SWS
ประเภท โรงเรียนเอกชน
ขึ้นกับ สมาคมโรงเรียนเอกชนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการสอน (A.P.E.P.)
สถาปนา พ.ศ. 2540
ผู้ก่อตั้ง พิบูลย์ ยงค์กมล
เพ็ญศรี ยงค์กมล [1]
เขตการศึกษา 1 [1]
รหัส 1111100097
ผู้อำนวยการ วริศนันท์ เดชปานประสงค์
(พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน) [1]
เกรด เตรียมอนุบาล - ม.6 [1]
จำนวนนักเรียน 3,190 คน (ปีการศึกษา 2557) [1]
ภาษา ภาษาที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียน

ไทย ภาษาไทย
สหราชอาณาจักร ภาษาอังกฤษ
ญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่น
ประเทศจีน ภาษาจีน

สี      แดง      เหลือง
สโลแกน "สถานที่ดี กีฬาเด่น เน้นกีฬา ภาษาเยี่ยม เปี่ยมคุณธรรม"
เว็บไซต์

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา (อังกฤษ: Sarasas Witaed Suksa School) เป็นโรงเรียนอันดับที่ 12 ของกลุ่มโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ซึ่งก่อตั้งโดย นายพิบูลย์ และ นางเพ็ญศรี ยงค์กมล เริ่มแรกได้จัดสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 5 ไร่ 48 ตารางวา โดยเริ่มก่อสร้างในเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2539 และเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2540 เป็นอาคารเรียนความยาว 72 เมตร จำนวน 6 ชั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ได้ขยายพื้นที่เพิ่มอีก 8 ไร่ 378 ตารางวา สำหรับก่อสร้างสระว่ายน้ำ โรงอาหาร ที่จอดรถในร่ม และอาคารเรียนหลังที่ 2 ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 โรงเรียนได้ขยายพื้นที่ด้านหน้าอาคารเรียนที่ 1 เดิมเป็นบ่อน้ำ เพื่อก่อสร้างอาคารเรียนหลังที่ 3 สนามฟุตบอล และ ที่จอดรถกลางแจ้ง เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนของนักเรียนและบุคคลากรที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันโรงเรียนมีเนื้อที่รวมทั้งหมด 13 ไร่ 1 งาน 26 ตารางวา [2]

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษาเป็นแห่งที่ 3 ของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ที่เปิดทำการสอนแบบ Bilingual Program [3] (แผนการเรียนการสอนแบบ 2 ภาษา) คือ ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์, สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต, ดนตรี, คอมพิวเตอร์ โดยใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ และใช้ครูต่างชาติสอน ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ เน้นเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ควบคู่คุณธรรม ความเป็นไทย ปัจจุบันได้ทำการเปิดสอนหลักสูตร International Educational Programme หรือ IEP ในระดับชั้นอนุบาล 3 และระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 เพื่อขยายขีดความสามารถของนักเรียน[4]

ประวัติโรงเรียน[แก้]

เดิม (ปี พ.ศ. 2539) โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ได้ทำการทดลองเปิดทำการสอนแผนก 2 ภาษา [1] ในโรงเรียนสารสาสน์ประชาอุทิศพิทยาคาร ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล 3 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 ห้องเรียน โดยมีนักเรียนจำนวน 90 คน เมื่อโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษาก่อสร้างเสร็จ และเปิดทำการสอนจึงย้ายนักเรียนมาเรียนต่อ พร้อมทั้งเปิดรับนักเรียนใหม่ในปีการศึกษา 2540 ระดับอนุบาล 3 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนนักเรียน 469 คน (แผนกสองภาษา) และแผนกสามัญ อีก 360 คน รวม 2 แผนก 829 คน มีครูไทย 35 คน ครูต่างชาติ 12 คน ปัจจุบันปีการศึกษา 2545 ทางโรงเรียนได้เปิดรับสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทั้งสิ้น 1,827 คน ครูไทย 110 คน และครูต่างชาติ 32 คน [2]

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เป็นต้นมาโรงเรียนในเครือสารสาน์เขต 3 ได้แยกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ เขต 3ก ดูแลแผนกสามัญ เขต 3ข ดูแลแผนกสองภาษา และสามัญบางส่วน ผู้อำนวยการสุวนิตย์ ยงค์กมล จึงได้แต่งตั้งอาจารย์ใหญ่ขึ้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนท่าน ส่วนท่านไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสารสาสน์เขต 3ข [5]

ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

อันดับ รายนาม วาระดำรงตำแหน่ง (พ.ศ.)
1 นายพิบูลย์ ยงค์กมล 2540
2 นายจรูญ ขัตติยะสาร 2540 - 2542
3 นางสุวนิตย์ ยงค์กมล 2542 - 2551 ( ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสารสาสน์เขต 3ข )
4 นางศศิธร หงสชูเวช 2551 ( ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ใหญ่ )
5 นางศรีคุราภรณ์ ทรัพย์เอนกยศ 2552 ( ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ใหญ่ )
6 นางวริศนันท์ เดชปานประสงค์ [1] 2553 - ปัจจุบัน ( ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ )

ข้อมูลปีการศึกษา พ.ศ. 2557 [6]

บุคลากร[แก้]

ประเภท จำนวน (คน)
ครูไทย 179
ครูต่างชาติ 53
นักเรียน 3,190

ข้อมูลปีการศึกษา พ.ศ. 2557 [1] และ หนังสือ SWS Year Book Vol.13 (ประจำปี พ.ศ. 2557)[6]

สิ่งปลูกสร้างในโรงเรียน[แก้]

อาคาร 1

อาคาร 1 ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 เป็นอาคารคอนกรีต 6 ชั้น สำหรับการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีห้องเรียนทั้งหมด 35 ห้อง พร้อมห้องประเภทอื่นๆ ได้แก่ ห้องธุรการ ห้องสารสนเทศ ห้องรับรอง ห้องพักครู ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนคีย์บอร์ด ห้องเรียนกลองชุด ห้องเรียนดนตรีไทย ห้องเรียนกีต้าร์ ห้องฉายภาพยนตร์ ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องผู้อำนวยการและผู้บริหาร ห้องพยาบาล และ โรงอาหาร ส่วนในชั้น 6 จะเป็นโถงประชุม [7]

อาคาร 2 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น สำหรับการเรียนการสอนในระดับอนุบาลปีที่ 1-3 มีห้องเรียนทั้งหมด 18 ห้องเรียน พร้อมห้องประกอบการอื่นๆ ได้แก่ ห้องกิจกรรม ห้องศูนย์การเรียนรู้ ห้องพยาบาง โถงห้องอาหาร ห้องพักครู ห้องปฏิบัติการ และ ห้องประกอบอาหาร ส่วนในชั้นที่ 5 จัดเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ มีความยาวตลอดอาคารเรียน ใช้เก็บของและจัดกิจกรรมต่างๆๆ

อาคาร 3

อาคาร 3 สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2549 เป็นอาคารคอนกรีต 9 ชั้น สำหรับการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีห้องเรียนทั้งหมดจำนวน 35 ห้อง แบ่งเป็น มัธยมศึกษาตอนต้น 16 ห้อง และ มัธยมศึกษาตอนปลาย 19 ห้อง พร้อมห้องประกอบการอื่นๆ ได้แก่ ห้องธุรการ ห้องรับรอง ห้องสมุด ห้องเรียนเปียโน ห้องเรียนไวโอลิน ห้องวงโยธวาทิต ห้องพักครู ห้องพยาบาล ห้องประชุม ห้องเรียนกีตาร์ ห้องเรียนดนตรีไทย ห้องศูนย์การเรียนรู้ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องอินเทอร์เน็ต ห้องปฏิบัติการ โถงเก็บของ และห้องพยาบาล [7]

อาคารหอประชุม สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2555 เป็นอาการคอนกรีต 3 ชั้น เริ่มเปิดใช้งานในปีการศึกษา 2555 ใช้สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมไหว้ครู กิจกรรมแนะแนวศึกษาต่อ กิจกรรมแข่งขันวิชาการ งานแสดงวันคริสต์มาส จัดประชุมสัมนา และ อื่นๆ โดยในชั้นที่ 1 จะเป็นห้องเรียนสำหรับระดับชั้นเตรียมอนุบาล และ จัดกิจกรรมต่างๆ [7]


ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 "สารสนเทศการศึกษาเอกชน ประจำปีการศึกษา 2557". สมาคมโรงเรียนเอกชนเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. สืบค้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2557. 
  2. 2.0 2.1 "เกี่ยวกับโรงเรียน". เว็บไซต์โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา. สืบค้นเมื่อ 7 ธันวาคม 2558. 
  3. "Bilingual Programme". เว็บไซต์โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2559. 
  4. "International Educational Programme". เว็บไซต์โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา. สืบค้นเมื่อ 7 เมษายน 2559. 
  5. โรงเรียนในเครือสารสาสน์เขต 3,นิตยสาร วันนี้ที่สารสาสน์, ฉบับปี 2556, หน้า 8, สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2559
  6. 6.0 6.1 SW Management Staff,Sarasas Witaed Suksa Yearbook Vol.13, ฉบับปี 2557, หน้า 3, สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2559
  7. 7.0 7.1 7.2 School History,Sarasas Witaed Suksa Yearbook Vol.13, ฉบับปี 2557, หน้า 31, สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2559

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]