สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
King Mongkut's Institute of Technology
KMIT BE2514.jpg
สถาปนา 24 เมษายน พ.ศ. 2514 จากการรวมวิทยาลัยสามแห่ง
ประเภท สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สถานะเป็นกรมสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ต่อมา พ.ศ. 2529 จึงแยกออกเป็นสถาบันอุดมศึกษาสามแห่ง

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เป็นอดีตสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เคยมีสถานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2514 โดยการรวมวิทยาลัยสามแห่งเข้าด้วยกัน และมีวิทยาลัยอีกหนึ่งแห่งเข้ามาสมทบภายหลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยความแตกต่างของวิทยาเขตและวิกฤตการบริหารงาน จึงได้แยกออกเป็นเป็นสถาบันอุดมศึกษาอิสระสามแห่งใน พ.ศ. 2529 รวมอายุสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นเอกเทศได้ 15 ปี ในระหว่างนี้มีอธิการบดีดำรงแหน่งสองคน โดยในช่วงบั้นปลายที่มีวิกฤตการบริหาร รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตผลัดเปลี่ยนกันรักษาการตำแหน่งอธิการบดี

ประวัติ[แก้]

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514[1] โดยให้รวมวิทยาลัยเทคนิคพระนครเหนือ วิทยาลัยโทรคมนาคมนนทบุรี และวิทยาลัยเทคนิคธนบุรี เข้าด้วยกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตครูอาชีวศึกษา ให้การศึกษาทั้งระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญา และทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันได้รับโปรดเกล้าพระราชทานนามภาษาไทย "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า" และภาษาอังกฤษ "King Mongkut's Institute of Technology" เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2514[2]

นอกจากวิทยาลัยทั้งสามแห่งแล้ว เมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้รวมวิทยาลัยวิชาการก่อสร้างเข้ากับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า[3] (ซึ่งถูกรวมเข้ากับวิทยาเขตลาดกระบังและทำให้วิทยาเขตธนบุรียุติการรับนักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 และจัดตั้งเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในปีการศึกษา 2516 ปัจจุบันคณะดังกล่าวอยู่ในสังกัดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าวิทยาเขตเจ้าคุณทหารลาดกระบัง[4]) ต่อมาเมื่อ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2517 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าถูกโอนไปสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ[5] ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นทบวงมหาวิทยาลัย จากการขยายตัวของสถาบันอย่างรวดเร็ว จึงมีการปรับโครงสร้างตามมาหลายครั้ง กระทั่งมีมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ฉบับที่ 3[6]เมื่อ 20 เมษายน พ.ศ. 2522

การแยกสถาบัน[แก้]

จุดเริ่มต้นการแยกเป็นสามสถาบันเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ในการสรรหาอธิการบดีใหม่ เนื่องจากทั้งสามวิทยาเขตมีความแตกต่างกันหลายประการ ทั้งความเป็นมา ปรัชญา และวิธีการจัดการศึกษา[7] และมีปัญหาในการสรรหาสรรหาอธิการบดีคนใหม่[7] เมื่อตำแหน่งอธิการบดีว่างลงใน พ.ศ. 2526 จึงให้รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตผลัดกันเป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดี คนละ 3 เดือนไปพลางก่อน ระหว่างที่ข้อเสนอเพื่อแยกวิทยาเขตออกจากกันเป็นอิสระโดยออกเป็นกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณา[8] กระบวนการนี้ยืดเยื้อยาวนาน เพราะมีการเสนอโครงสร้างหลายรูปแบบ แม้กฎหมายผ่านสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วแต่วุฒิสภากลับไม่รับหลักการ[9] ในที่สุดพระราชบัญญัติดังกล่าวก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2529[10] เป็นจุดสิ้นสุดของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าที่มีอายุเกือบ 15 ปี และทำให้เกิดสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ที่เป็นอิสระต่อกันสามแห่งได้แก่

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย[แก้]

  • ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญ “พระมหามงกุฏ” เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2514

ทำเนียบอธิการบดี[แก้]

  1. ศาสตราจารย์ ดร.พงศ์ศักดิ์ วรสุนทรโรสถ 22 ธันวาคม 2514 - 1 ตุลาคม 2521 (ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต)
  2. ศาสตราจารย์ ดร.บุญญศักดิ์ ใจจงกิจ 3 พฤศจิกายน 2521 - 22 สิงหาคม 2526 (สภาสถาบันอนุมัติให้ลาออก)

มีการประชุมสภาสถาบันเมื่อ 13 สิงหาคม 2524 เพื่อสรรหาอธิการบดีในวาระต่อไปแต่ไม่อาจตกลงกันได้ เป็นวิกฤตการบริหารงานและนำมาซึ่งการปรับโครงสร้างแยกเป็นสามสถาบันอุดมศึกษาอิสระใน พ.ศ. 2529 หลังจากสภาสถาบันอนุมัติให้ศาสตราจารย์บุญญศักดิ์ ใจจงกิจลาออกจึงกำหนดให้รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตผลัดกันเป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดี คนละ 3 เดือน

ความสัมพันธ์ระหว่างสามสถาบันในปัจจุบัน[แก้]

งานกีฬาและฟุตบอลประเพณี 3 พระจอมเกล้า[แก้]

งานกีฬาและฟุตบอลประเพณี 3 พระจอมเกล้า ประเพณี 3K ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในทุกปี เป็นการแข่งขันกีฬาและฟุตบอล ของนักศึกษา จากสถาบันการศึกษาพระจอมเกล้าทั้ง 3 โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อความสามัคคี และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของชาวพระจอมเกล้าฯ ทั้ง 3

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร[แก้]

พิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรของบัณฑิตของทั้งสามสถาบันนั้น จะเข้าร่วมพิธี ฯ ร่วมกัน ที่ไบเทคบางนา

บทเพลงประจำสถาบันร่วมกัน[แก้]

ได้เแก่บทเพลงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ และบทเพลงลูกพระจอมเกล้า

อ้างอิง[แก้]

  1. พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พ.ศ. 2514 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 88 ตอนที่ 43 วันที่ 23 เมษายน 2514
  2. http://archive.lib.kmutt.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=169%3A2010-01-19-13-10-23&catid=47%3A2010-01-19-13-06-25&Itemid=66&limitstart=2
  3. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้วิทยาลัยวิชาการก่อสร้างรวมเข้ากับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
  4. http://archive.lib.kmutt.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=169%3A2010-01-19-13-10-23&catid=47%3A2010-01-19-13-06-25&Itemid=66&limitstart=2
  5. พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 91 ตอนที่ 112 ฉบับพิเศษ
  6. พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๒
  7. 7.0 7.1 http://archive.lib.kmutt.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=169%3A2010-01-19-13-10-23&catid=47%3A2010-01-19-13-06-25&Itemid=66&limitstart=4
  8. http://archive.lib.kmutt.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=169%3A2010-01-19-13-10-23&catid=47%3A2010-01-19-13-06-25&Itemid=66&limitstart=5
  9. http://archive.lib.kmutt.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=169%3A2010-01-19-13-10-23&catid=47%3A2010-01-19-13-06-25&Itemid=66&limitstart=5 ที่ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 10/2528 (สมัยสามัญ)
  10. พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. ๒๕๒๘ ราชกิจจานุเบกษา
  11. พระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. ๒๕๕๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕ ตอนที่ ๔๕ ก ๗ มีนาคม ๒๕๕๑ หน้า ๙๕-๑๒๔
  12. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. ๒๕๔๑ ราชกิจจานุเบกษา
  13. พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา