หน้านี้ถูกกึ่งล็อก

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
24 มีนาคม พ.ศ. 2562
หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
10 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 25 กันยายน พ.ศ. 2524 (38 ปี)
จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคประชาราช(2550)
พรรคไทยศรีวิไลย์ (2561-ปัจจุบัน)
บิดา นายธนกร ศรีบุญมาก(แซ่ตั้ง)
มารดา นางรัตนวรรณ แซ่สั่ว
คู่สมรส นางสาวพัทธนันท์ ฤทธิ์ชัยเรืองเดช (สมรส) (2549-2553) , (2562-ปัจจุบัน)
นางสาวภคอร จันทรคณา(ชีวานันท์) (2553-2561) (หย่า)
บุตร 4 คน
ศิษย์เก่า
อาชีพ อาจารย์,ติวเตอร์,นักธุรกิจ,วิศวกร,นักการเมือง
ศาสนา พุทธ
ชื่อเล่น เต้

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (ชื่อเล่น: เต้; เกิด 25 กันยายน พ.ศ. 2524) อดีตอาจารย์โรงเรียนจิตรลดา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นแห่งชาติ และนักการเมืองชาวไทย[1] ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยศรีวิไลย์

ประวัติ[แก้]

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เดิมชื่อ ธนะ สุขสินธารานนท์ หรือ ธนะ แซ่มุ่ย เป็นคนจังหวัดพิษณุโลก บุตรชายของนายธนกร ศรีบุญมาก(แซ่ตั้ง) และ นางรัตนวรรณ แซ่สั่ว มีศักดิ์เป็นหลานของ ศ.ดร.เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี(พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ) จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จบการศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษา เตรียมวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชินวัตร (สอบประมวล-หัวข้อผ่าน)

[2]

การเมือง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2550 มงคลกิตติ์เข้าสู่สนามการเมืองครั้งแรกด้วยการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางซื่อ (เขตเลือกตั้งที่ 11) สังกัดพรรคประชาราช[3] แต่ไม่ได้รับเลือกโดยได้เพียง 1,357 คะแนน[4]

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ,หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์และโฆษก-กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฏร

กระแสวิพากษ์วิจารณ์[แก้]

มงคลกิตติ์พานักเรียนและผู้ปกครองกว่า 30 คนเข้ามารายงานตัว และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับความไม่มั่นใจในศักยภาพของครูโรงเรียนบดินทรเดชา จนทำให้มีครูโต้ตอบ และขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับโรงเรียนอีก พร้อมระบุว่าเขา ไม่มีความเกี่ยวข้องและยังทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่อง การปะทะคารมเกิดขึ้นหลายครั้ง ผสมด้วยเสียงโห่ไล่ของครูและนักเรียนที่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมของเขา[5][6]

เขาพูดถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอการตัดงบประมาณกองทัพด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "จะตบปาก" และไล่ให้ไปเป็นทหารที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้[7] ซึ่งชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ให้ความเห็นว่า นโยบายตัดงบประมาณของกองทัพ เป็นแนวทางของทุกกระทรวง และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธฺ์ ได้ให้ความเห็นว่า "ไม่ให้ราคากับคนเหล่านี้ แค่ชื่อยังไม่รู้จัก"[8]

วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เขาขอขมาต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กรณีเคยกล่าวล่วงเกิน[9] ก่อนหน้านี้ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้เตรียมล่ารายชื่อถอดถอนมงคลกิตติ์ออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[10]

อ้างอิง[แก้]