รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายตะวันออก และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน
City Air Terminal Bangkok August 2009.jpg
สถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง หรือ สถานีมักกะสัน
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบ รถไฟฟ้ายกระดับและรถไฟฟ้าใต้ดิน
ระบบ รถไฟความเร็วสูง
สถานะ เปิดให้บริการ
ที่ตั้ง กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง
ปลายทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง
ท่าอากาศยานอู่ตะเภา
จำนวนสถานี 16
ผู้โดยสารต่อวัน (31 สิงหาคม พ.ศ. 2561)
85,888 คน[1]
เว็บไซต์ เว็บไซต์หลักโครงการ (รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.)
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 (รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน พญาไท-สุวรรณภูมิ)
พ.ศ. 2565 (รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน ดอนเมือง-พญาไท)
พ.ศ. 2567 (รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก)
เจ้าของ การรถไฟแห่งประเทศไทย
ผู้ดำเนินงาน บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด (ผู้ให้บริการชั่วคราว)
ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ซ่อมบำรุงซอยศูนย์วิจัย สำนักบริหารโครงการรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย
ขบวนรถ ซีเมนส์ เดซิโร บริติช เรล คลาส 360/2
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร (ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ)
220 กิโลเมตร (ช่วงดอนเมือง-อู่ตะเภา)
รางกว้าง รางมาตรฐาน
ระบบจ่ายไฟ เหนือหัว
ความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ช่วงในเมือง)
250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ช่วงนอกเมือง)
แผนที่เส้นทาง
Unused continuation backward
(รถไฟสายตะวันออก)
Unknown BSicon "uhSTR+l" Unknown BSicon "xmKRZh" Unknown BSicon "uhtSTRaq" Unknown BSicon "utKBHFeq"
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ BSicon FLUG.svg
Unknown BSicon "uhBHF" Unknown BSicon "exHST"
ลาดกระบัง
Unknown BSicon "uhBHF" Unknown BSicon "exHST"
บ้านทับช้าง
Unknown BSicon "uhINT" + Hub
Unknown BSicon "exINT" + Hub
หัวหมาก
Unknown BSicon "uhBHF" Unknown BSicon "exSTR"
รามคำแหง
Unknown BSicon "uhSTR" Unknown BSicon "exHST"
(สายสีแดงอ่อน: คลองตัน)
Unknown BSicon "uhINT" + Hub
Unknown BSicon "exINT" + Hub
มักกะสัน
Unknown BSicon "uhBHF" Unknown BSicon "extSTRa"
ราชปรารภ
Unknown BSicon "uhINT" + Hub + Unknown BSicon "uKINTxe"
Unknown BSicon "extINT" + Hub
พญาไท
Unknown BSicon "uexhtSTRa" Unknown BSicon "extSTR" Unused tunnel continuation backward
(ไป หัวลำโพง)
Unknown BSicon "uextINT" + Hub
Unknown BSicon "extINT" + Hub
Unknown BSicon "extINT" + Hub
ราชวิถี
Unused urban tunnel straight track Unknown BSicon "extSTR" Unknown BSicon "extSTR"
(สายสีแดงเข้ม: ราชวิถี)
Unknown BSicon "uextSTRe" Unknown BSicon "extSTRe" Unknown BSicon "extSTRe"
Unknown BSicon "uexINT" + Hub
Unknown BSicon "exINT" + Hub
Unknown BSicon "exINT" + Hub
บางซื่อ (สถานีกลาง)
Unused urban continuation forward Unused continuation forward Unused continuation forward
(ไป ดอนเมือง/รังสิต/ตลิ่งชัน)
แผนที่โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 1 พญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ
รถไฟฟ้า City Line

รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก (กรุงเทพมหานคร-ระยอง-ตราด) (อังกฤษ: Eastern High Speed Train) หรือ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เดิมคือ โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนแบบพิเศษ ที่เป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และ รถไฟความเร็วสูง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบขนส่งมวลชนทางราง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และโครงการระบบรถไฟความเร็วสูง และยังถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางราง คุนหมิง - สิงคโปร์ สาย Eastern Route ซึ่งเป็นโครงข่ายที่จะเชื่อมต่อประเทศกลุ่ม CMLV เข้าเป็นผืนแผ่นเดียวกัน ดำเนินการก่อสร้างโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โดย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในกระทรวงคมนาคม

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

ในช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการเข้า-ออกท่าอากาศยานฯ โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างทั้งงานโยธา และจัดหาผู้ให้บริการ แต่เนื่องมาจากความล่าช้าในการปรับแบบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อรองรับโครงการดังกล่าว ทำให้การก่อสร้างสามารถเริ่มดำเนินการได้เมื่อ พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) ก่อนเปิดใช้ท่าอากาศยานเพียงไม่กี่เดือน และหลังจากที่เกิดความล่าช้าขึ้นในหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในเรื่องข้อสรุปของผู้ดำเนินการรถไฟฟ้า ความปลอดภัยโดยรวมของทั้งระบบ รวมไปถึงการที่ผู้รับเหมาไม่ยอมเซ็นโอนโครงการให้เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย และความล่าช้าในการก่อตั้งบริษัทดำเนินการ จนในที่สุดรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ก็เริ่มดำเนินการเปิดทดสอบแบบวงจำกัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งการทดสอบดังกล่าวผู้เข้าร่วมทดสอบจะไม่สามารถเข้าไปในเขตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ จากนั้นก็ได้เปิดทดสอบแบบไม่จำกัดจำนวนอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม-7 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นการทดสอบของระบบการเดินรถอัตโนมัติอีกด้วย จากนั้นก็ได้ทดสอบระบบกับสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ เรื่อยมาจนถึงช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 ซึ่งจะเป็นกำหนดการเปิดทดสอบการเดินรถทั้งระบบอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว ได้เกิดเหตุวิกฤตการณ์ทางการเมืองขึ้น ทำให้ต้องเลื่อนการทดสอบจริงออกไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ซึ่งดำเนินการเปิดทดสอบฟรีในช่วงเช้าและเย็น จากนั้นก็ได้ทำการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีเปิดรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ภายหลังได้มีการศึกษาในการเปลี่ยนระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานให้กลายเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก กรุงเทพฯ-ระยอง เพื่อเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานหลักอันได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เนื่องจากรัฐบาลต้องการลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง และเล็งเห็นว่าโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน ใช้รางรูปแบบเดียวกัน คือรางขนาดมาตรฐานความกว้าง 1.435 เมตร หากต้องการดำเนินโครงการ เพียงแค่เปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณในระบบเดิมให้เป็นระบบกลางของรถไฟความเร็วสูง สั่งซื้อขบวนรถใหม่ ก็สามารถเปิดใช้งานต่อได้ทันทีเพราะโครงสร้างโดยรวมนั้นรองรับต่อการปรับแบบเป็นรถไฟความเร็วสูงอยู่แล้ว

ปัจจุบันเส้นทางสายนี้มีโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทั้งเส้นทางใต้ดินและยกระดับ จากปลายทางด้านทิศตะวันตก (สถานีพญาไท) ไปยังศูนย์คมนาคมบางซื่อและท่าอากาศยานดอนเมือง และจากทางด้านทิศตะวันออก (สถานีลาดกระบัง) ไปยังเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา, จังหวัดชลบุรี และเดินทางไปถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการออกแบบและยื่นขอผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากต้องมีการเพิ่มเส้นทางบางส่วนเข้ามา แต่เส้นทางส่วนใหญ่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมสำหรับการก่อสร้างในทันที คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างทั้งโครงการได้ใน พ.ศ. 2561

แนวเส้นทาง[แก้]

รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดินและยกระดับ และมีระบบรถไฟฟ้าให้บริการสองระบบในเส้นทางเดียว มีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางจากชานเมืองและจังหวัดใกล้เคียงด้านตะวันออกและชานเมืองด้านทิศเหนือ และผู้โดยสารจากท่าอากาศยานทั้งสามแห่ง เข้าสู่เขตใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็ว แนวเส้นทางเริ่มต้นจากท่าอากาศยานดอนเมืองทางฝั่งทิศเหนือ วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อโดยไม่จอดรับผู้โดยสารรายทาง และลดระดับลงเป็นรถไฟใต้ดินผ่านพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เลี้ยวขวาวิ่งตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก แล้วยกระดับกลับเป็นรถไฟฟ้ายกระดับ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท ที่สถานีพญาไท เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ที่สถานีราชปรารภ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ที่สถานีมักกะสัน เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ที่สถานีหัวหมาก จากนั้นวิ่งเลียบทางพิเศษระหว่างเมือง กรุงเทพฯ-ชลบุรี ไปจนถึงย่านลาดกระบัง เลี้ยวขวาเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วลดระดับลงเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน จากนั้นวิ่งย้อนกลับ ยกระดับเป็นรถไฟฟ้ายกระดับ แล้วเลี้ยวขวาวิ่งเลียบทางพิเศษระหว่างเมือง กรุงเทพฯ-ชลบุรี ตามแนวทางรถไฟสายตะวันออกเข้าสู่สถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา เชื่อมต่อกับสายแยกแก่งคอย - คลอง 19 - ฉะเชิงเทรา เพื่อมุ่งหน้าไปยังสายอีสาน แนวเส้นทางจะเบี่ยงไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออกเลียบชายฝั่ง เข้าสู่สถานีรถไฟชลบุรี เชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบังที่สถานีรถไฟชุมทางศรีราชา เชื่อมกับเมืองพัทยาด้วยรถไฟฟ้าโมโนเรล เมืองพัทยาที่สถานีรถไฟเมืองพัทยา แล้ววิ่งตามแนวทางรถไฟสายตะวันออกเลียบชายฝั่งจนถึงช่วงเขาชีจรรย์ แนวเส้นทางจะเบี่ยงออกจากแนวเส้นทางรถไฟเดิมเพื่อตีโค้งเข้าจังหวัดระยองแล้วเลี้ยวขวาเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จังหวัดระยอง จากนั้นวิ่งย้อนกลับแล้วเลี้ยวขวาวิ่งไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออกเลียบชายฝั่งอีกครั้ง ผ่านจังหวัดระยอง และสิ้นสุดเส้นทางทั้งโครงการที่จังหวัดตราด รวมระยะทางทั้งโครงการกว่า 300 กิโลเมตร

แนวเส้นทางต่อจากนี้จะเป็นทางรถไฟความเร็วสูงที่มุ่งตรงไปยังเขตพรมแดนไทย-กัมพูชา แล้วไปต่อยัง กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเปลี่ยนเส้นทางมุ่งตรงไปยัง นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม จากนั้นแนวเส้นทางจะมุ่งขึ้นทางเหนือ ไปยังฮานอย ประเทศเวียดนาม ก่อนจะแยกสายไปยังคุนหมิง และหนานหนิง ประเทศจีน ปัจจุบันในฝั่งเวียดนามกำลังวางแผนก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ฮานอย-โฮจิมินห์ ระยะทาง 1,570 กิโลเมตร ที่เคยยกเลิกไปใน พ.ศ. 2553 ส่วนฝั่งกัมพูชากำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาเส้นทางช่วง พนมเปญ-โฮจิมินห์ รวมถึงเส้นทางข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาด้วยเช่นกัน

รูปแบบการให้บริการและส่วนบริการ[แก้]

รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก มีรูปแบบการให้บริการเมื่อแล้วเสร็จทั้งหมดสองรูปแบบ ทั้งแบบรถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสาย City Line โดยแบ่งรูปแบบการให้บริการตามพื้นที่ตั้งของสถานีดังต่อไปนี้

  • ช่วงในเมืองและชานเมืองกรุงเทพมหานคร (Urban Area) (จากสถานีดอนเมือง - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) : ให้บริการในรูปแบบ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน สาย City Line จากสถานีท่าอากาศยานดอนเมือง - สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วตีกลับ จอดรับผู้โดยสารตามสถานีรายทางทั้งสิ้น 10 สถานี คือ ท่าอากาศยานดอนเมือง - บางซื่อ - พญาไท - ราชปรารภ - มักกะสัน - รามคำแหง - หัวหมาก - บ้านทับช้าง - ลาดกระบัง - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีจากดอนเมืองถึงสุวรรณภูมิ รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก กรุงเทพฯ-อู่ตะเภา และ รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบิน รับส่งผู้โดยสาร 4 สถานี ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง - บางซื่อ - มักกะสัน และ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 20 นาทีจากดอนเมืองถึงสุวรรณภูมิ
  • ช่วงพื้นที่ระหว่างเมือง (Rural Area) (จากสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - สถานีท่าอากาศยานอู่ตะเภา) : ให้บริการในรูปแบบ รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก กรุงเทพฯ-อู่ตะเภา จากสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - สถานีรถไฟระยอง แล้วตีกลับ จอดรับผู้โดยสารตามสถานีรายทางทั้งสิ้น 6 สถานี คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ฉะเชิงเทรา - ชลบุรี - ศรีราชา - พัทยา - ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 40 นาทีจากกรุงเทพมหานคร และ รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสนามบิน รับส่งผู้โดยสาร 2 สถานี คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยจำกัดความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 45 นาทีจากกรุงเทพมหานคร

รูปแบบของโครงการ[แก้]

  • เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก (heavy rail transit)
  • ทางวิ่ง ยกระดับที่ความสูง 20 เมตรตลอดทั้งโครงการ ยกเว้น (1) ช่วงสถานีกลางบางซื่อ - สถานีพญาไท รถไฟฟ้าจะลดระดับลงเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ความลึก 12 เมตรจากผิวถนนบริเวณใต้ถนนกำแพงเพชร 5 หลังออกจากสถานีกลางบางซื่อ เมื่อพ้นแยกเสาวนีย์จะยกระดับกลับไปที่ความสูง 20 เมตร (2) ช่วงเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าจะลดลงเป็นระดับดินหลังข้ามถนนสุวรรณภูมิ 2 แล้วลดระดับเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ความลึก 12 เมตรจากผิวดิน และ (3) ช่วงเข้าท่าอากาศยานอู่ตะเภา รถไฟฟ้าจะลดระดับเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ความลึก 12 เมตรจากผิวดิน ลอดใต้ถนนสุขุมวิท และย่านการค้าท่าอากาศยานอู่ตะเภา
  • ขนาดราง 1.435 เมตร (European standard guage) โดยมีสายไฟฟ้าแรงสูงตีขนานอยู่เหนือราง ระบบรถไฟฟ้าใช้วิธีการรับไฟฟ้าจากด้านบนด้วยแพนโทกราฟ
  • ตัวรถเป็นรถปรับอากาศขนาดกว้าง 2.8-3.7 เมตร ยาว 20 เมตร สูงประมาณ 3.7 เมตร ความจุ 250-300 คนต่อคัน ต่อพวงได้ 3-10 คันต่อขบวน ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 25 กิโลโวลต์ 50 เฮิรตซ์ ส่งจากสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อยบางกะปิของการไฟฟ้านครหลวงเพื่อป้อนระบบขับเคลื่อนรถ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง
  • ใช้ระบบอาณัติสัญญาณเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุมการเดินรถ และใช้ระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ

ศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์ควบคุมการเดินรถ[แก้]

รถไฟฟ้าในเมือง หรือรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาย City Line จะใช้ศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ซอยศูนย์วิจัย (ที่ตั้ง สำนักบริหารโครงการรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ในปัจจุบัน) รถไฟฟ้าความเร็วสูง จะใช้ศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ฉะเชิงเทรา (บางเตย-แปดริ้ว) ระบบเดินรถทั้งระบบมีศูนย์ควบคุมการเดินรถกลางอยู่ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ซอยศูนย์วิจัย

สิ่งอำนวยความสะดวก[แก้]

มีจุดจอดแล้วจร (park and ride) ที่สถานีกลางบางซื่อ สถานีมักกะสัน สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา และสถานีพัทยา

สถานี[แก้]

มีทั้งหมด 15 สถานี เป็นสถานียกระดับ 7 สถานี เป็นสถานีรูปแบบอาคารผู้โดยสาร 6 สถานี และเป็นสถานีใต้ดิน 2 สถานี

รูปแบบสถานี

สถานีมีความยาวประมาณ 210 เมตร รองรับการจอดรถไฟฟ้าได้สูงสุด 10 ตู้โดยสาร (8 ตู้โดยสารสำหรับรถไฟความเร็วสูง) มีประตูชานชาลา (platform screen door) ความสูงแบบ Half-Height ในสถานีประเภทยกระดับทุกสถานีและสถานีแบบอาคารผู้โดยสารบางสถานี และแบบ Full-Height ในสถานีใต้ดินและสถานีแบบอาคารผู้โดยสารบางสถานี ออกแบบให้หลบเลี่ยงสาธารณูปโภคใต้ดินและบนดิน และรักษาสภาพผิวดินให้มากที่สุด มีเสายึดสถานีคร่อมอยู่บนทางรถไฟ

ขบวนรถไฟฟ้า[แก้]

ความเร็วของตัวรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าที่ใช้ในโครงการทั้งหมดเป็นรถไฟฟ้าประเภทความเร็วสูง ซึ่งมีความเร็วปกติอยู่ที่ 160-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่มีความเร็วขณะเข้าประแจที่ 40 - 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีความเร็วขณะเข้าประแจลงศูนย์ซ่อมบำรุงที่ย่านคลองตันที่ 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ลักษณะขบวนรถ

โครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในระยะแรกนั้น ใช้ขบวนรถ ซีเมนส์ เดซิโร รุ่นบริติช เรล คลาส 360 ซึ่งเป็นแบบเดียวกับรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ จำนวน 9 ขบวน ผลิตโดย ซีเมนส์ มีความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในขบวนรถไฟฟ้าจะมีเก้าอี้แบบแข็งสองแถวตั้งตามความยาวของตัวรถ เหมือนกับรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้ามหานคร

รายชื่อสถานีรถไฟฟ้า[แก้]

ชื่อและรหัสของสถานี จุดเปลี่ยนเส้นทาง วันที่เปิดให้บริการ ที่ตั้ง
ARL BKK A1.png ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  LRT สุวรรณภูมิ  สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โครงการ) 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 สมุทรปราการ
ARL BKK A2.png ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ARL BKK A3.png บ้านทับช้าง
ARL BKK A4.png หัวหมาก  สายสีเหลือง  สถานีพัฒนาการ (กำลังก่อสร้าง)
 สายสีแดงอ่อน  สถานีหัวหมาก (โครงการ)
ARL BKK A5.png รามคำแหง  สายสีแดงอ่อน  สถานีรามคำแหง (โครงการ)
ARL BKK A6.png มักกะสัน  สายเฉลิมรัชมงคล  'สถานีเพชรบุรี'
 สายสีแดงอ่อน  สถานีมักกะสัน (โครงการ)
ARL BKK A7.png ราชปรารภ  สายสีส้ม  สถานีราชปรารภ (โครงการ)
ARL BKK A8.png พญาไท  สายเฉลิมพระเกียรติฯ 1  สถานีพญาไท
 สายสีแดงอ่อน  สถานีพญาไท (โครงการ)
จุดเชื่อมต่อการเดินทาง
สถานีรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานฯ เชื่อมต่อกับ หมายเหตุ
สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส สายบางนา-สุวรรณภูมิที่บริเวณอาคารผู้โดยสาร 2 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สถานีหัวหมาก สถานีพัฒนาการ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
สถานีมักกะสัน ทางเชื่อมยกระดับ จากชั้นขายตั๋ว City Line แล้วไปยังทางออกที่ 1 ของสถานีเพชรบุรี
สถานีราชปรารภ สถานีราชปรารภ ของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม
สถานีพญาไท
ทุกสถานี ยกเว้นสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทางรถไฟสายตะวันออก

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

อุบัติเหตุและความขัดข้อง[แก้]

  • วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เวลา 6.52 น. นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ได้พลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้าฝั่งมุ่งหน้าไปสถานีพญาไทสถานีบ้านทับช้าง ในขณะที่รถไฟฟ้ากำลังจะเข้าเทียบชานชาลาในอีก 100 เมตร ทำให้ขบวนรถทับร่างนางสาวเอเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุทันที จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ประกาศปิดให้บริการในส่วนบ้านทับช้าง - สุวรรณภูมิชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกอบกู้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกในเวลา 10.00 น. เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงครั้งแรกของระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน และทำให้ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เร่งแผนการติดตั้งประตูกั้นชานชาลาเพิ่มใน 7 สถานีที่เหลือ คาดว่าจะแล้วเสร็จในสถานีแรก เดือนเมษายน พ.ศ. 2561[2][3] อย่างไรก็ตาม แผนการติดตั้งประตูกั้นชานชาลากลับไม่ได้มีความคืบหน้าตามแผน เนื่องจากกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้แจ้งมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าต้องการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยโอนย้ายกิจการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ให้เอกชนดำเนินการในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)[4] ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยชะลอแผนการลงทุนทั้งหมดจนกว่าจะได้ความชัดเจนเรื่องการบริหารงานจากคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ นายวีระ เปลี่ยนหล้า บิดาของ นางสาวเอ จึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียโอกาสจากการรถไฟแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. กระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นจำนวนเงิน 30,000,000 บาท พร้อมทั้งขอให้ศาลสั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำระบบประตูกั้นชานชาลา และจัดยามรักษาความปลอดภัยตลอดเวลาให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร[5] ซึ่งต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เพิ่มเรื่องระบบประตูกั้นชานชาลาของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลงในข้อกำหนดของงานระบบรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก

สถิติผู้ใช้บริการ[แก้]

  • 4 กันยายน พ.ศ. 2561 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า จากการเก็บรวบรวมสถิติผู้ใช้บริการตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการใช้บริการของผู้โดยสารสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมารถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการสูงสุดต่อเดือนนับตั้งแต่เริ่มให้บริการที่จำนวน 2,102,326 คน รวมทั้งในวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561 มียอดผู้โดยสารสูงสุดในหนึ่งวัน ( New High ) ที่จำนวน 85,888 คน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ดำเนินการตามแผนงานและนโยบายที่วางไว้ โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดในส่วนงานซ่อมบำรุง ที่สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Overhaul) ที่วางไว้ ทำให้มีขบวนรถไฟฟ้าใช้บริการได้ 8 ขบวน จึงสามารถทำให้รองรับความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆที่ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการจัดกิจกรรม งานนายอินสนามอ่านเล่น บริเวณแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน ซึ่งจากการที่มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการสูงขึ้นทำให้ในเดือนสิงหาคม 2561 บริษัทได้รับรายได้จากการให้บริการมากสุดต่อเดือนนับตั้งแต่เปิดให้บริการจำนวน 64,199,674 บาท โดยจากอัตราความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น บริษัทจึงเตรียมแผนการดำเนินงานต่างๆในการให้บริการเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก และรองรับกับความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ โดยเตรียมติดตั้งราวกั้นชานชาลา หรือราวกั้นแบบราวสเตนเลสใน 7 สถานี รวม 14 ชานชาลา คาดว่าจะใช้เวลาในการติดตั้งประมาณ 2 – 3 เดือน รวมทั้งเตรียมดำเนินการติดตั้งยางปิดช่องว่างระหว่างชานชาลาและประตู (Platform Gap Filler) เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และเร่งดำเนินการซ่อมบำรุงขบวนรถไฟฟ้าให้กลับมาใช้บริการได้ 9 ขบวน ภายในเดือน ธันวาคม 2561 นี้ [6]

เหตุการณ์อื่นๆ[แก้]

โครงการต่อขยาย[แก้]

โครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก มีโครงการสร้างทับบนเส้นทางเดิมของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับท่าอากาศยานหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งสามแห่ง อันได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานอู่ตะเภา จังหวัดชลบุรี และเขตบริหารเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยโครงการต่อขยายมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เส้นทาง[แก้]

โครงการรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก มีการแบ่งระยะการก่อสร้างออกเป็นทั้งหมด 4 ระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อตามการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง โดยมีรายละเอียดดังนี้

เส้นทางเชื่อมสถานีกลางบางซื่อ (พญาไท - บางซื่อ)[แก้]

สำหรับส่วนต่อขยายส่วนนี้มีแผนเพื่อที่จะรองรับผู้โดยสารจากทางสถานีกลางบางซื่อ ให้สามารถไปยังสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่อไปได้ และผู้โดยสารจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็สามารถไปยังสถานีกลางบางซื่อได้เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามแผนล่าสุดได้มีการยกเลิกการจอดที่สถานีราชวิถี เนื่องจากรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ไม่ได้มาเชื่อมต่อกับโครงการที่สถานีนี้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหยุดรถที่สถานีนี้อีกต่อไป

เส้นทางส่วนเหนือ (บางซื่อ - ท่าอากาศยานดอนเมือง)[แก้]

เส้นทางส่วนตะวันออก (ลาดกระบัง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา)[แก้]

  • พื้นที่ที่เส้นทางผ่าน อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา, อำเภอเมืองชลบุรี อำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี, อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
  • เส้นทาง หลังจากออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าจะเลี้ยวขวาแล้ววิ่งไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก เข้าเขตจังหวัดฉะเชิงเทราแล้วเปลี่ยนเส้นทางไปวิ่งเลียบตามแนวทางรถไฟสายตะวันออกเลียบชายฝั่ง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี และเข้าสู่จังหวัดระยอง ก่อนเลี้ยวขวาแล้วลดระดับเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินลอดใต้ถนนสุขุมวิท ย่านการค้าท่าอากาศยานอู่ตะเภา และจอดที่ใต้อาคารผู้โดยสาร 3 ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จากนั้นออกจากอู่ตะเภาแล้วเลี้ยวขวา ไปสิ้นสุดที่สถานีรถไฟระยอง รวมระยะทาง 193.5 กิโลเมตร แต่เนื่องจากติดปัญหาพื้นที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมบริเวณเส้นทางช่วงที่ผ่านนิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด ทำให้ต้องมีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมใหม่ เส้นทางช่วงอู่ตะเภา - ระยอง จึงกลายเป็นเส้นทางศึกษาในอนาคตไปแทน ทำให้ระยะทางรวมลดเหลือ 170 กิโลเมตร นับจากสถานีลาดกระบัง
  • สถานี 5 สถานี
  • ขบวนรถ ให้บริการเฉพาะ HST เท่านั้น โดยแยกเป็น Standard Line เป็นรถโดยสารที่จอดรับ-ส่งผู้โดยสารทุกสถานี และ Airport Express เป็นรถโดยสารที่จะมุ่งตรงไปสถานีท่าอากาศยานอู่ตะเภาเพียงสถานีเดียว

รายชื่อสถานีที่วางแผนก่อสร้างในระยะที่หนึ่ง[แก้]

รหัส ชื่อสถานี รูปแบบสถานี รูปแบบชานชาลา หมายเหตุ ขบวนรถ จุดเปลี่ยนเส้นทาง
ARL HST รถในเมือง รถธรรมดา รถด่วน
ช่วงที่ 1 : ดอนเมือง - พญาไท (ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
A10 HE1 ท่าอากาศยานดอนเมือง (Don Mueang Airport) ยกระดับ ด้านข้างต่างระดับ  สายสีแดงเข้ม 
A9 HE2 สถานีกลางบางซื่อ (Bang Sue) อาคารผู้โดยสาร แบบแยก  สายสีแดงเข้ม 
 สายสีแดงอ่อน 
 สายเฉลิมรัชมงคล  (บางซื่อ)
ช่วงที่ 2 : พญาไท - สุวรรณภูมิ (รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในปัจจุบัน)
A8
-
พญาไท (Phayathai) ยกระดับ ด้านข้าง ปรับปรุงโครงสร้างสถานีเดิม
ให้รองรับรถไฟความเร็วสูง
- -  สายเฉลิมพระเกียรติฯ 1  (พญาไท)
 สายสีแดงอ่อน 
A7
-
ราชปรารภ (Ratchaparop) - -  สายสีส้ม  (ราชปรารภ)
A6 HE3 มักกะสัน (City Air Terminal) (Makkasan) อาคารผู้โดยสาร แบบแยก  สายเฉลิมรัชมงคล  (เพชรบุรี)
 สายสีแดงอ่อน 
A5
-
รามคำแหง (Ramkamhang) ยกระดับ ด้านข้าง - -  สายสีแดงอ่อน 
A4
-
หัวหมาก (Hua Mak) แบบแยก - -  สายสีเหลือง  (พัฒนาการ)
 สายสีแดงอ่อน 
A3
-
บ้านทับช้าง (Ban Tub Chang) ด้านข้าง - -
A2
-
ลาดกระบัง (Lad Krabang) - -
A1 HE4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport) ใต้ดิน แบบแยก  LRT สุวรรณภูมิ  (สุวรรณภูมิ ฝั่งใต้)
ช่วงที่ 3 : สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา (รถไฟฟ้าระหว่างเมือง)
- HE5 ฉะเชิงเทรา (Chachoengsao) อาคารผู้โดยสาร แบบแยก ศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ - - สายแยก แก่งคอย - คลอง 19 - ฉะเชิงเทรา
ไปสายอีสาน
- HE6 ชลบุรี (Chonburi) ด้านข้าง - -
- HE7 ศรีราชา (Sriracha) - -
- HE8 พัทยา (Pattaya) แบบแยก - - รถไฟฟ้าโมโนเรลเมืองพัทยา
- HE9 ท่าอากาศยานอู่ตะเภา (U-Tapao Airport) ใต้ดิน -

เส้นทางต่อขยายช่วงตะวันออก (อู่ตะเภา - ตราด)[แก้]

สัญญาการก่อสร้าง และขอบเขตการดำเนินการ[แก้]

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก จะใช้วิธีการมอบสัมปทานทั้งโครงการ ผู้รับสัมปทานจะต้องมีหน้าที่ในการพัฒนาโครงการ และจะมีสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโครงการตามไปด้วย โดยโครงการมีระยะเวลาของสัญญาสัมปทานที่ 50 ปี แบ่งเป็นระยะเวลาในการก่อสร้างโครงการ การปรับปรุงสถานีเดิม และการพัฒนาพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 5 ปี หรือมากกว่า และระยะเวลาในการดำเนินการเชิงพาณิชย์ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ 45 ปีหลังเริ่มดำเนินการรถไฟความเร็วสูงเชิงพาณิชย์ โดยมีรายละเอียดเนื้องานดังต่อไปนี้

ลำดับที่ เนื้องาน
ขอบเขตที่ 1.ก - ออกแบบและก่อสร้างงานโยธาที่เกี่ยวกับรถไฟ ก่อสร้างงานโยธาที่เกี่ยวข้องกับรถไฟร่วม และงานระบบเครื่องกล ไฟฟ้า และระบบรถไฟฟ้า
ก.1 งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างและปรับปรุงโครงสร้างทางยกระดับทั้งโครงการ ระยะทาง 220 กม. (136.7 ไมล์)
ก.2 งานออกแบบควบคู่ก่อสร้างและปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้า 15 สถานี แบ่งเป็น
(ก) งานออกแบบควบคู่การปรับปรุงสถานีเดิม 8 แห่ง และงานออกแบบควบคู่การปรับปรุงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการรถไฟความเร็วสูงที่สถานีกลางบางซื่อ
(ข) งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างสถานีใหม่ 6 แห่ง ได้แก่ สถานีท่าอากาศยานดอนเมือง สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสถานีท่าอากาศยานอู่ตะเภา
ทั้งคู่ให้รวมงานปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสถานี และก่อสร้างอาคารจอดแล้วจร (ถ้ามี)
ก.3 งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างเส้นทางรถไฟร่วม แบ่งเป็น
(ก) งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างเส้นทางใต้ดิน ช่วงบางซื่อ - สวรรคโลก - กำแพงเพชร 5 ระยะทาง 4.8 กม. (2.98 ไมล์) ของทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วง บางซื่อ - มักกะสัน - หัวหมาก และ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วง บางซื่อ - หัวลำโพง
(ข) งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างทางยกระดับ ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง ระยะทาง 21.8 กม. (13.55 ไมล์) ให้รองรับการการเดินรถในเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ (กรุงเทพ - พิษณุโลก - เชียงใหม่) และรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเฉียงเหนือ (กรุงเทพ - นครราชสีมา - หนองคาย)
ก.4 งานก่อสร้างและปรับปรุงศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการ 2 แห่ง แบ่งเป็น
(ก) งานปรับปรุงศูนย์ซ่อมบำรุงซอยศูนย์วิจัย (คลองตัน) เดิม ให้รองรับการซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูง
(ข) งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงใหญ่ฉะเชิงเทรา ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
ก.5 งานก่อสร้างสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย 1 แห่ง
ก.6 งานจัดหาระบบอาณัติสัญญาณ ระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ระบบโทรคมนาคมและสื่อสาร ระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบประตูกั้นชานชาลา
และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ช่วยให้การเดินรถมีประสิทธิภาพ
ก.7 งานจัดหาระบบรถไฟฟ้า แบ่งเป็น
(ก) ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่รองรับความเร็วในการเดินทางสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ข) ระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสำหรับเดินรถช่วงในเมือง ความเร็วในการเดินทางสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
(ค) จัดหาขบวนรถให้เหมาะสมกับการดำเนินการทั้งโครงการ
ก.8 งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่ช่วยให้การเดินรถมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตที่ 1.ข - งานการให้บริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษา
ข.1 งานเดินรถไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 45 ปี นับตั้งแต่วันที่ รฟท. กำหนดให้มีการเดินรถทั้งระบบอย่างเป็นทางการ โดยให้ยกเว้น
(ก) การเดินรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงพญาไท - สุวรรณภูมิ กำหนดให้เข้าเดินรถได้ทันทีหลังชำระค่าระบบอาณัติสัญญาณและล้อเลื่อน โดยให้รอหมายแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจาก รฟท. หลัง รฟท. ดำเนินการบอกเลิกสัญญาการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และการโฆษณาบนพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า
(ข) การเดินรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง กำหนดให้เข้าเดินรถได้หลัง รฟท. กำหนดให้มีการเดินรถส่วนต่อขยายอย่างเป็นทางการ
ข.2 งานจัดการระบบเดินรถไฟฟ้าที่ศูนย์ควบคุมกลาง
ข.3 งานจัดการรถไฟ
ข.4 งานจัดการพื้นที่สถานี
ข.5 งานซ่อมบำรุงรถไฟ
ข.6 งานจัดเตรียมอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงรถไฟตามกำหนด
ขอบเขตที่ 2 - งานพัฒนาพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการ
2.ก งานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่สถานีมักกะสันของ รฟท. จำนวน 150 ไร่
กำหนดให้มีพื้นที่ทุกอาคารรวมกันไม่น้อยกว่า 850,000 ตารางเมตร และมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท
2.ข งานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่สถานีศรีราชาของ รฟท. จำนวน 25 ไร่
กำหนดให้มีพื้นที่ทุกอาคารรวมกันไม่น้อยกว่า 20,000 ตารางเมตร และมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
ขอบเขตที่ 3 - งานดำเนินการเชิงพาณิชย์
3.ก งานดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์ รวมถึงจัดเก็บค่าโดยสาร จัดเก็บรายได้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากพื้นที่สถานี ภายนอก และภายในขบวนรถไฟฟ้า ทางเชื่อมต่อกับอาคารอื่น ๆ และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

ผู้เข้าร่วมยื่นข้อเสนอการลงทุน[แก้]

การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เปิดให้เอกชนที่สนใจเข้าซื้อเอกสารประกวดราคาสำหรับเข้าร่วมประมูลโครงการตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 โดยมีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลโครงการทั้งหมด 31 ราย ดังต่อไปนี้

ชื่อบริษัทฯ ประเทศ ผลการยื่นข้อเสนอ
คุณสมบัติทั่วไป ข้อเสนอทางเทคนิค ข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน
(เงินที่รัฐฯ ร่วมลงทุนในโครงการ)
ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด  ไทย
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด  ไทย
บริษัท อิโตซู คอร์ปอเรชั่น จำกัด  ญี่ปุ่น
บริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชัน จำกัด  จีน
บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด  ญี่ปุ่น
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท ไชน่า เรลเวยส์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชัน จำกัด  จีน
บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท ไชน่า เรลเวยส์ กรุ๊ป จำกัด  จีน
บริษัท ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น คัมปะนี จำกัด  จีน
บริษัท ไชน่า รีซอร์สเซส (โฮลดิ้ง) คัมปะนี จำกัด  จีน
บริษัท ซิติก กรุ๊ป คอร์ปอเรชัน จำกัด  จีน
กิจการร่วมค้า โคเรีย-ไทย ไฮสปีด เรลโร้ด อิงคอร์ปอเรชัน  เกาหลีใต้
บริษัท เทอดดำริ จำกัด  ไทย
Salini Impregilo S.p.A  อิตาลี
บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด  ไทย
Transdev Group S.A.  ฝรั่งเศส
แอ็สแอนเซแอ็ฟ อินเตอร์เนชันแนล  ฝรั่งเศส
Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport & Urban Development  ญี่ปุ่น
บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  ไทย
บริษัท แอล เอ็ม ที สโตน จำกัด  ไทย
Wannasser International Green Hub BhD.  มาเลเซีย
บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด  จีน
MRCB Builders SDN. BhD.  มาเลเซีย

ผู้รับเหมาก่อสร้างและที่ปรึกษา[แก้]

บริษัทที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้าง
ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม
  • บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด
ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม
  • บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด
ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการเงิน

เงินสนับสนุนโครงการและงบประมาณ[แก้]

โครงการได้รับการอนุมัติงบประมาณในการดำเนินการทั้งหมดที่ 224,544.36 ล้านบาท โดยรัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนให้ไม่เกิน 119,425.75 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณสูงสุดที่คำนวณจากค่าโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ โดยงบประมาณแบ่งออกเป็นสามรายการดังต่อไปนี้

รายการที่ รายละเอียด กรอบวงเงิน
(ล้านบาท)
หมายเหตุ
1 งบลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
1.1 ค่าเวนคืนที่ดิน 3,570.29
1.2 ค่าก่อสร้างงานโยธาและงานวางราง 113,303.88
1.3 ค่าก่อสร้างงานโยธาสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง Missing Link
เพื่อสร้างอุโมงค์ช่วงจิตรลดา และรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ และสายตะวันออกเฉียงเหนือ
7,210.67
1.4 ค่างานระบบรถไฟฟ้า 24,712.00
1.5 ค่างานจัดหาตู้รถไฟฟ้า 15,491.32
1.6 ค่าวิศวกรที่ปรึกษา (ควบคุมงานก่อสร้าง และตรวจสอบอิสระ, ICE) 4,429.84
รวมกรอบวงเงินลงทุน 168,718
2 งบลงทุนโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เฉพาะส่วนระบบอาณัติสัญญาณและล้อเลื่อน
10,671.09 ไม่รวมค่าโครงสร้างพื้นฐานของโครงการที่ 22,558.06 ล้านบาท
ซึ่งรัฐฯ เป็นผู้รับภาระค่าโครงสร้างพื้นฐานเอง
3 งบพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบริการรถไฟบนที่ดินสองแห่ง
ได้แก่ที่ดินบริเวณสถานีมักกะสัน (มักกะสัน คอมเพล็กซ์ โซน A) 150 ไร่
และบริเวณสถานีศรีราชา 25 ไร่
3.1 งานพัฒนาพื้นที่สถานีมักกะสัน 40,193.26
3.2 งานพัฒนาพื้นที่สถานีศรีราชา 3,513.01
3.3 เงินลงทุนระบบสาธารณูปโภค ทางเข้า-ออก และสะพานล้อเลื่อน 1,449.00
รวมกรอบวงเงินลงทุน 45,155.27

แผนการปฏิบัติงาน[แก้]

  • ประกาศเชิญชวนนักลงทุน : 30 พฤษภาคม - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561
  • ขายเอกสารประกวดราคาแก่นักลงทุน : 18 มิถุนายน - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
  • เปิดรับคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนจากเอกชน : 10 กรกฎาคม - 9 ตุลาคม พ.ศ. 2561
  • จัดการประชุมชี้แจงเงื่อนไขการประมูลแก่เอกชนที่สนใจ ครั้งที่ 1 : 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
  • พาเอกชนที่สนใจลงพื้นที่สำรวจโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสำรวจแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก : 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
  • จัดการประชุมชี้แจงเงื่อนไขการประมูลแก่เอกชนที่สนใจ ครั้งที่ 2 : 24 กันยายน พ.ศ. 2561
  • ให้เอกชนยื่นข้อเสนอการลงทุน : 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
  • ประกาศผลผู้ได้รับคัดเลือก : ภายในเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม พ.ศ. 2561
  • ลงนามในสัญญาสัมปทาน : พ.ศ. 2562
  • เริ่มก่อสร้าง : พ.ศ. 2562
  • เปลี่ยนถ่ายผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ : พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2565
  • เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ : ภายใน พ.ศ. 2567

ความคืบหน้าของโครงการต่อขยาย[แก้]

  • 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับประชาชาติธุรกิจว่า จะเปิดให้ประมูลโครงการภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 โดยเชิญชวนผู้เข้าร่วมประมูลทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงรอผลการแก้ไขสัญญาร่วมทุนให้ต่างด้าวสามารถถือโครงการได้เกิน 50% จาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. .... เพื่อเปิดทางให้บริษัททุนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนโครงการได้โดยไม่ต้องผ่านการจัดตั้งบริษัทลูกในประเทศไทย[7]
  • 27 มีนาคม พ.ศ. 2561 - ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติร่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบิน ระยะทาง 220 ในส่วนเส้นทางพญาไท-บางซื่อ-ท่าอากาศยานดอนเมือง และส่วนเส้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินงานร่วมกับเอกชนในรูปแบบ PPP-Net Cost ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี ภายใต้กรอบเงินลงทุนรวมร่วมกับเอกชนไม่เกิน 119,000 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการทั้งโครงการในระยะเวลาสัมปทานแรก 400,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะออก TOR เชิญชวนเอกชนเข้าร่วมการประมูลได้ภายในเดือนเมษายนนี้[8]
  • 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 - นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) เปิดเผยว่า กศน. ต้องการออก TOR โครงการรถไฟความเร็วสูง ให้มีความครอบคลุมในการดำเนินการกับนานาประเทศ ยกระดับโครงการจากเมกะโปรเจกต์เป็นเมกะเวิลด์ ด้วยการเปลี่ยนแผนการลงทุนโครงการเป็นการลงทุนแบบนานาชาติตามข้อกำหนดของธนาคารโลก ดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น ก่อให้เกิดการแข่งขันจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ และเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับโครงการระดับเมกะเวิลด์ที่ประเทศไทยจะเปิดประมูลในอนาคต จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและใช้เวลาในการปรับปรุงร่าง TOR เนื่องจากเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วพบว่าร่าง TOR ยังไม่สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว คาดว่าจะออก TOR เชิญชวนได้ไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้[9]
  • 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท. ได้จัดทำร่าง TOR แล้วเสร็จกว่า 90% แต่ยังไม่สามารถออกเอกสารได้เนื่องจากต้องรอประกาศจากทางคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจะกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของผู้เข้าร่วมลงทุนในโครงการก่อนเช่น สัดส่วนการถือหุ้นระหว่างไทยกับต่างชาติ เกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์การใช้ที่ดิน เป็นต้น จากนั้น รฟท. จะต้องนำร่าง TOR ที่จัดทำขึ้นไปเทียบเคียงกับประกาศว่าสอดคล้องกันหรือไม่ หากไม่สอดคล้องจะต้องทำการปรับเงื่อนไขใหม่ ทำให้ไม่สามารถออกร่างได้ทันในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 และต้องเลื่อนแผนการดำเนินการออกไปเป็นปี พ.ศ. 2562 คาดการณ์ว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ใน พ.ศ. 2567[10]
  • 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินว่า รฟท. อยู่ในระหว่างการศึกษา พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 เพื่อเตรียมที่จะออกเงื่อนไขการประมูลและเอกสารเชิญชวนเข้าร่วมประมูล (TOR) ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ในต้นปี พ.ศ. 2562 [11]
  • 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 - นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนา “GAME CHANGER เกมใหม่ เปลี่ยนอนาคต” ว่า ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 รัฐบาลโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย และสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เตรียมขายซองเพื่อให้นักลงทุนที่สนใจในโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ซึ่งจะทำให้รู้กรอบของ TOR ชัดเจนขึ้น โดยสัดส่วนการถือหุ้นจะยึดตามกฎหมายไทย คือต่างด้าวถือหุ้นในโครงการได้ไม่เกิน 49% จากนั้นภายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 จะขายเอกสารประกวดราคาและเปิดยื่นซองประมูลภายในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 คาดว่าจะได้ผู้ชนะอย่างเร็วในช่วงปลายปี หรืออย่างช้าต้นปี พ.ศ. 2562 เพราะการเจรจาอาจจะใช้เวลานาน เนื่องจากเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่เป็นโครงการขนาดใหญ่และใช้เงินลงทุนสูง[12]
  • 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 - นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่างทีโออาร์ ได้แถลงถึงการดำเนินโครงการและกรอบเวลาในการเปิดประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 รัฐฯ จะประกาศเชิญชวนผู้สนใจลงทุนและให้ข้อมูลเงื่อนไขการประมูล ในเบื้องต้นรัฐฯ ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะได้ตัวผู้ชนะการประมูลซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มกิจการร่วมค้าภายใน พ.ศ. 2561 หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการในการต่อรองราคาครั้งสุดท้ายเพื่อยื่นเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติผู้ชนะการประมูล และคาดว่าจะลงนามสัญญาได้ประมาณต้นปี พ.ศ. 2562 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 5 ปี ปรับเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณและเปลี่ยนถ่ายผู้ให้บริการ 2 ปี และเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบภายใน พ.ศ. 2567 โดยรูปแบบการร่วมลงทุนจะเป็นแบบ PPP Net Cost อายุสัมปทาน 50 ปี ครบสัญญาทรัพย์สินจะตกเป็นของรัฐบาล[13]
  • 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561 - นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินเปิดเผยว่าหลังจากเปิดขายซองประมูลโครงการฯ มีเอกชนแสดงความสนใจเข้าซื้อซองประมูลแล้วจำนวน 7 ราย ได้แก่ (1) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (2) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด (3) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (4) บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (5) บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (6) บริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ (7) บริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชัน จำกัด อย่างไรก็ตามการขายซองประมูลจะมีไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 และจะจัดประชุมพร้อมพาชมโครงการในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้กลุ่มบีทีเอสเป็นเอกชนกลุ่มเดียวที่แสดงความชัดเจนในเข้าร่วมประมูลโครงการตั้งแต่ต้น ด้วยการเข้าซื้อซองประมูลเป็นรายแรกหลังเปิดจำหน่าย[14]
  • 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561 - รฟท. เปิดเผยว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเอกชนเข้ามาซื้อซองประมูลทั้งสิ้น 10 ราย จากเป้าที่ตั้งไว้ 10-15 รายจากสามประเทศหลักที่สนใจเข้าร่วมลงทุน โดยมี บีทีเอส ซีพี ไอทีดี ยูนิค เอ็นโก้ อิโตชู และซิโนไฮโดร ซื้อซองเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561 บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชัน จำกัด ซื้อซองเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561 และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม กับ บริษัท ฟูจิตะ คอร์ปอเรชัน (ประเทศไทย) จำกัด ซื้อซองเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561[15] ทั้งนี้ รฟท. คาดว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) จะเข้ามาซื้อซองในภายหลัง เนื่องมาจากกลุ่มบีทีเอสและซิโน-ไทย มีความประสงค์จะร่วมยื่นประมูลในนามของ กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ โดยมีเอ็นโก้ในกลุ่ม ปตท. เป็นพันธมิตรร่วมจากรัฐบาล รวมถึง บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของบีอีเอ็ม ผู้รับเหมาในประเทศ และจากต่างประเทศ อาทิ จีน ยุโรป ฝรั่งเศส เยอรมนี แคนาดา จะเข้ามาซื้อซองในภายหลัง โดยผู้ที่จะเข้าร่วมลงทุนในโครงการในนามกิจการร่วมค้า จะต้องดำเนินการซื้อซองประมูลจาก รฟท. ทุกราย แต่หากเป็นเพียงการรับเหมาในส่วนของงานระบบหรือซับคอนแทรค ไม่จำเป็นจะต้องเข้าร่วมยื่นประมูล[16]
  • 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561 - ตลอดสัปดาห์ที่สองของการเปิดขายซองประมูล มีเอกชนเข้ามาซื้อซองประมูลเพิ่ม 4 ราย รวมเป็น 14 ราย โดยวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองสองรายคือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ China Railways Construction Corporation Limited จากประเทศจีน[17] วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองเพิ่มอีกหนึ่งรายคือ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ร่วมทุนของกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์[18] และวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองเพิ่มอีกหนึ่งรายคือ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)[19]
  • 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 - ตลอดสัปดาห์ที่สามของการเปิดขายซองประมูล มีเอกชนเข้ามาซื้อซองประมูลเพิ่ม 9 ราย รวมเป็น 23 ราย โดยวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองหนึ่งราย คือ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ กรุ๊ป จำกัด[20] วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองหนึ่งราย คือ บริษัท ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น คัมปะนี จำกัด[21] วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองสามราย คือ บริษัท ไชน่า รีซอร์สเซส (โฮลดิ้ง) คัมปะนี จำกัด บริษัท ซิติก กรุ๊ป คอร์ปอเรชัน จำกัด และ กิจการร่วมค้า โคเรีย-ไทย ไฮสปีด เรลโร้ด อิงคอร์ปอเรชัน[22] และวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 มีเอกชนเข้ามาซื้อซองเพิ่มอีกสี่รายคือ บริษัท เทอดดำริ จำกัด Salini Impreglio S.p.A บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด และ Transdev Group[23]
  • 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 - นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินเปิดเผยว่าหลังจากเปิดขายซองประมูลโครงการฯ จนถึงวันสุดท้าย มีเอกชนแสดงความสนใจเข้าซื้อซองประมูลทั้งหมด 31 ราย โดยในวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้าย มีเอกชนเข้ามาซื้อซองเพิ่มอีก 8 ราย ได้แก่ (1) SNCF International (2) Japan Overseas Infrastructure Investment Corporation for Transport & Urban Development (3) บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (4) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (5) บริษัท แอล เอ็ม ที สโตน จำกัด (6) Wannasser International Green Hub Berhad (7) บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด และ (8) MRCB Builders SDN. BHD.[24]


บริการ[แก้]

อัตราค่าโดยสาร[แก้]

  1. อัตราค่าโดยสารสำหรับเหรียญโดยสาร
    • บุคคลทั่วไป เริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 45 บาท
  2. อัตราค่าโดยสารสำหรับบัตร ARL Smart Pass
    • บุคคลทั่วไป เริ่มต้น 15 บาทสูงสุด 45 บาท
    • นักเรียน นักศึกษา รับส่วนลด 20% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • ผู้สูงอายุ รับส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • สุวรรณภูมิแคร์เรียร์พาส อัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 45 บาทกรณีเดินทางด้วยรถซิตี้ไลน์ และอัตราค่าโดยสารพิเศษเที่ยวละ 45 บาท กรณีเดินทางด้วยรถเอ็กซ์เพรสไลน์ (มักกะสัน - สุวรรณภูมิ) ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้บัตรใบนี้จะต้องเป็นพนักงานของสายการบินในประเทศทุกสายการบิน พนักงานภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทุกตำแหน่ง พนักงานภาคเอกชนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพนักงานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
  3. อัตราค่าโดยสารสำหรับบัตรแมงมุม
    • บุคคลทั่วไป เริ่มต้น 15 บาทสูงสุด 45 บาท
    • นักเรียน นักศึกษา รับส่วนลด 20% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • ผู้สูงอายุ รับส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ เริ่มต้น 15 บาทสูงสุด 45 บาท โดยมีงบค่าโดยสารในบัตรให้เดือนละ 500 บาท
  4. เงื่อนไขการใช้บัตรนักเรียน นักศึกษา
    • ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้บัตรนักเรียน นักศึกษา จะต้องมีอายุไม่เกิน 23 ปี และ/หรือไม่เกินวันเกิดอายุครบ 23 ปี ในสังกัดสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ขอสงวนสิทธิ์ให้ใช้ร่วมกับบัตรนักเรียน/นักศึกษาและบัตรประชาชน หรือบัตรอื่นที่แสดงอายุได้ กรณีที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ หรือใช้บัตรโดยสารผิดประเภทบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสารในอัตราไม่เกิน 20 เท่าของอัตราค่าโดยสารสูงสุดที่ บริษัทเรียกเก็บ ณ เวลานั้นๆ พร้อมทั้งส่งดำเนินคดีความตามกฎหมาย

สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม[แก้]

  1. สำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปี และ/หรือ ไม่เกินวันเกิดอายุครบ 12 ปี และมีช่วงความสูงไม่เกิน 90 ซม. ได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร
  2. สำหรับประชาชนทุกคนในโอกาสวันสำคัญทางราชการเช่นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 ฯลฯ โดยสารรถไฟฟ้าโดยได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร ตามเวลา ที่ประกาศกำหนด
  3. สำหรับประชาชนทุกคนในพิธีการสำคัญระดับประเทศ เช่น พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯลฯ โดยสารรถไฟฟ้าโดยได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร ตามเวลา ที่ประกาศกำหนด
  4. สำหรับประชาชนที่เป็นบิดาหรือมารดาในวันพ่อแห่งชาติ และ วันแม่แห่งชาติ
  5. ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปๆด้รับการยกเว้นค่าโดยสารช่วงวันสงกรานต์ 13-15 เมษายน

การสนับสนุนภาครัฐ[แก้]

คนพิการขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นระบบรถไฟฟ้าที่สนับสนุนโยบายภาครัฐในการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ถือบัตรผู้พิการ โดยไม่คิดค่าโดยสารกับผู้ถือบัตรผู้พิการและไม่จำกัดการใช้งานและระยะทางรวมถึงระยะเวลาในการใช้สิทธิ หรือตลอดชีวิตจนกว่าผู้พิการจะถึงแก่ความตาย รวมถึงสนับสนุนการใช้ลิฟต์เพื่อผู้พิการ การลัดคิว ในกรณีเร่งเด่น ทั้งนี้ผู้พิการจำเป็นต้องแสดงบัตรทุกครั้งก่อนใช้สิทธิเหล่านี้ เพื่อให้พนักงานจดบันทึกและบอกสถานีปลายทาง อย่างไรก็ตามหากประสงค์จะเปลี่ยนสถานีกะทันหันก็สามารถกระทำได้ ผู้พิการจะมีผู้ดูแลหรือไม่ดูแลมาด้วยหรือไม่ก็ได้เพียงแต่สิทธิจะให้เพียงแต่ผู้ถือบัตรผู้พิการที่ ออกโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 269/1 ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท มาตรา 269/4 ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆ ตาม มาตรา 269/1 อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสิ่งใดๆ ที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นตาม มาตรา 269/1 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นผู้ปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 269/1 ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว[25]ทั้งนี้ตั้งแต่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

ตามนโยบายของภาครัฐฯ ที่ต้องการสนับสนุนสวัสดิการในการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทุกประเภทโดยไม่คิดค่าโดยสารกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ธนาคารกรุงไทยจึงได้ผนวกบัตรแมงมุมเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมมณฑล รวมถึงจังหวัดบริวารโดยรอบ และกำหนดให้มีงบค่าโดยสารในบัตรเดือนละ 500 บาท โดยผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปใช้งานที่สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ และสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองได้ทันทีเมื่อเปิดใช้บริการ ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

การช่วยเหลือคนที่มีความต้องการพิเศษ

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการออกแบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สำหรับผู้พิการโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่น ที่จอดรถของผู้พิการโดยเฉพาะ ลิฟท์โดยสารที่มีขนาดกว้างเป็นพิเศษทำให้ผู้ที่นั่งรถเข็นสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ภายในลิฟท์มีอักษรเบลและเสียงแจ้งบอกชั้นที่ใช้บริการอยู่สำหรับผู้พิการทางสายตา ภายในรถไฟฟ้าก็จัดพื้นที่โดยสารในส่วนของผู้พิการไว้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นการออกแบบช่องจำหน่ายบัตรโดยสาร ทางเข้า-ออก ก็คำนึงถึงผู้พิการ โดยมีความสูงและความกว้างเหมาะกับผู้ที่นั่งรถเข็นอีกด้วย พร้อมทั้งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของคนพิการก็จะมีบอกไว้เป็นระยะ พร้อมทั้งพนักงาน รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยมีความเต็มใจที่จะช่วยเหลือผู้มีความพิการ อาทิ การจูงผู้พิการทางสายตาไปยังสถานี การให้บริการติดตามผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษโดยให้พนักงานเดินทางไปด้วย เช่น ผู้โดยสารที่เดินทางครั้งแรก ฯลฯ เพียงท่านแจ้งให้พนักงานสถานีทราบเท่านั้น

การรักษาความสะอาด

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อยู่ภายใต้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน การรักษาความสงบเรียบร้อยความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเขตระบบรถไฟฟ้า พ.ศ. 2547 หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท และพระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535[26] ซึ่งหากมีผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 2,000 บาท ทั้งนี้อาจมีข้อบังคับอื่น ๆ เช่นห้ามนำอาหารที่มีกลิ่นแรงเข้าภายในสถานีรถไฟฟ้า ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม และสุราภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า, ห้ามทิ้งสิ่งปฏิกูล, ห้ามถมน้ำลาย, น้ำมูก, เสมหะ ,อาเจียน, ปัสสาวะ และคายหมากฝรั่งภายในสถานีบริเวณสถานีอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืน จะมีโทษ ตามกฎกระทรวง และพรบ.ความสะอาด จำคุก 1 เดือน ปรับ 3000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การสูบบุหรี่ภายในสถานีถือว่ามีความผิด มีโทษปรับ 2,000 บาท และหากทิ้งบุหรี่ภายในสถานีจะมีโทษปรับเพิ่ม 2,000 บาท อาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 19 พ.ศ. 2553 [27]และพระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

การตรวจค้นกระเป๋า[แก้]

อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 มาตรา 63 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามีหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในเขตระบบไฟฟ้าตามกฎกระทรวงหรือตามที่ผู้ว่าการมอบหมาย และให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ 1.ค้นหรือจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อส่งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย[28]พนักงานเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 การตรวจค้นสิ่งของในความครอบครองของบุคคลในที่สาธารณะจะกระทำไม่ได้เลย เว้นแต่เจ้าพนักงานปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด[29]
เจ้าหน้าที่ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 93 ตรวจค้นบุคคลที่เครื่องตรวจจับโลหะชนิดเดินผ่าน[30]ส่งสัญญาณเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด [31]

บริการอื่นๆ[แก้]

  • ที่จอดรถสำหรับผู้โดยสาร มีพื้นที่จอดรถสำหรับการจอดรถให้ทุกสถานี และมีพื้นที่สำหรับการจอดรถแบบรายวัน ที่สถานีมักกะสัน ซึ่งสามารถจอดได้ประมาณ 500 คัน
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีบริการศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและซื้อสินค้าที่สถานีพญาไท (ใช้ร่วมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท) สถานีมักกะสัน และสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (โดยกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
  • ศูนย์การค้า มีบริการร้านค้าและร้านอาหารภายในสถานีทุกแห่ง อย่างไรก็ตามไม่อนุญาตให้นำเข้าในบริเวณพื้นที่ตรวจบัตรโดยสารแล้ว
  • ธนาคาร และจุดแลกเงินตรา มีบริการธนาคารสาขาของ ธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงไทย ที่สถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีบริการจุดแลกเงินตราต่างประเทศที่สถานีพญาไท และสถานีท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  • ตู้ถอนเงิน มีบริการตู้ถอนเงินทุกสถานี จากหลากหลายธนาคาร ปัจจุบันมี 6 ธนาคาร
  • โทรศัพท์ ในอดีตโครงการมีบริการโทรศัพท์จากทีโอทีให้บริการในสถานี นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ เอไอเอส, ดีแทค และ ทรูมูฟ เอช ในการวางโครงข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3G และ 4G ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า

อ้างอิง[แก้]

  1. [1]
  2. "ด่วน! ผู้โดยสารตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอรต์ลิงก์ เสียชีวิต!!". komchadluek.net. 19 มิถุนายน 2560. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน 2560. 
  3. ""วงจรปิด" เผย "หญิง" เดินลงราง "แอร์พอร์ตลิงก์"". komchadluek.net. 19 มิถุนายน 2560. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน 2560. 
  4. "พิชิต"หวั่นรถไฟสายสีแดงขาดทุน
  5. พ่อสาวท้องรถไฟฟ้าทับดับ ฟ้องเรียก30ล้านค่าเสียหาย
  6. http://www.thansettakij.com/content/312700 แอร์พอร์ต ลิงก์โชว์ยอดผู้โดยสารเพิ่ม สิงหาคมแตะ2.1ล้านคน
  7. เปิด TOR รถไฟไฮสปีดอีอีซี พ่วงที่ดินมักกะสัน-แอร์พอร์ตลิงก์
  8. ครม.ไฟเขียวรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
  9. ปลดล็อก พ.ร.บ.ฮั้วประมูล เปิดทางกลุ่มทุนจีนลุยไฮสปีดเทรนกรุงเทพฯ-อู่ตะเภา
  10. เลื่อนประมูลไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน ไม่ทัน 15 พ.ค. นี้ รถไฟแจงต้องรอประกาศอีอีซี
  11. รฟท.เปิดประมูลไฮสปีดเทรน คุยลั่นทุ่งนักลงทุนแห่แย่งชิงขุมทรัพย์เดือน พ.ค.นี้
  12. รัฐบาลเตรียมขายซองโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3สนามบิน24พ.ค.นี้
  13. เปิดหวูดประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน 2.2 แสนล้าน 30 พ.ค. ได้ตัว ธ.ค. 61
  14. ประมูลไฮสปีด 3 สนามบินคึกคักตามคาด 7 ยักษ์ใหญ่แห่ซื้อซอง “บีทีเอส-ซีพี-ITD-ยูนิค-อิโตชู”
  15. บีอีเอ็ม มาแล้วซื้อซองประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ล่าสุดยอดพุ่ง 10 รายแล้ว
  16. เปิดไพ่3ขั้วชิงไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน BTS-ปตท.ลุ้น/ซีพีเต็งจ๋า !!
  17. ช.การช่างและไชน่าเรลเวย์ไม่ตกขบวนซื้อซองทีโออาร์เชื่อมสามสนามบิน
  18. ในที่สุดก็มา! ราชบุรีโฮลดิ้งพันธมิตร BTS ซื้อซองประมูลไฮสปีด3สนามบินเป็นรายที่ 13
  19. มาแล้วรายที่ 14! ทีพีไอควักเงินล้านโผล่ซื้อซองประมูลไฮสปีด 3 สนามบิน 2.2 แสนล้าน
  20. รับเหมาจีนสู้ไม่ถอย! ไชน่าเรลเวย์กรุ๊ปตบเท้าเข้าซื้อซองประมูลไฮสปีด3สนามบิน 2.2 แสนล้าน
  21. ทะลัก! รับเหมาจีนเข้าซื้อซองประมูลไฮสปีด3สนามบิน2.2แสนล้านต่อเนื่อง ถึงคิว”ไชน่า คอมมูนิเคชั่น”
  22. ยังคึกคัก! รัฐวิสาหกิจจีน-เกาหลี 3 บริษัทเข้าซื้อซองประมูลไฮสปีด3สนามบิน 2.2 แสนล้าน
  23. ยุโรปมาแล้ว! บริษัทก่อสร้างอิตาลี-ฝรั่งเศส ร่วมแจมซื้อซองประมูลไฮสปีด 3 สนามบิน 2.2 แสนล้าน
  24. ว้าว! เซ็นทรัลก็มาซื้อซองประมูลไฮสปีด 3 สนามบิน 2.2 แสนล้าน ปิดจ็อบวันสุดท้ายท่วมท้น 31 ราย
  25. http://www.lawyerthai.com/law/articles.php?articleid=62&cat=714
  26. http://www.baanjomyut.com/library/law/02/150.html
  27. http://www.trc.or.th/upload/AT/MENU/news/infonews/Announced%20v19.pdf
  28. http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538973876&Ntype=19
  29. http://www.kodmhai.com/m2/m2-3/m3-91-105.html
  30. http://www.ryt9.com/s/prg/494668
  31. http://ilaw.or.th/node/673

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]