รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
"แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานโดยทั่วไปในเมืองต่าง ๆ ดูที่ รถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน
รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
Suvarnabhumi Airport Rail Link
(SARL)
Makkasan Platform1.jpg
รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบ รถไฟฟ้าชานเมือง, รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน
ระบบ รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก
สถานะ เปิดให้บริการ
ที่ตั้ง กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ ประเทศไทย
ปลายทาง สถานีสุวรรณภูมิ
สถานีพญาไท
จำนวนสถานี 8
ผู้โดยสารต่อวัน (31 สิงหาคม พ.ศ. 2561)
85,888 คน[1]
เว็บไซต์ เว็บไซต์ทางการ
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553[2]
เจ้าของ การรถไฟแห่งประเทศไทย
ผู้ดำเนินงาน บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
ศูนย์ซ่อมบำรุง ศูนย์ซ่อมบำรุงซอยศูนย์วิจัย สำนักบริหารโครงการรถไฟฟ้า การรถไฟแห่งประเทศไทย
ขบวนรถ Siemens Desiro UK Class 360/2
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร (18 ไมล์) (est.)
รางกว้าง รางมาตรฐาน
ระบบจ่ายไฟ เหนือหัว
ความเร็ว 160 กม./ชม.
แผนที่เส้นทาง
Unknown BSicon "exhCONTg"
(ไป รังสิต/อยุธยา/สระบุรี)
Unknown BSicon "uexhKBHFa" + Hub
+ Hub
Unknown BSicon "exhINT" + Hub
ท่าอากาศยานดอนเมือง BSicon FLUG.svg
Unknown BSicon "uexhSTR" Unknown BSicon "exhHST"
(สายสีแดงเข้ม)
Unknown BSicon "uexhSTR" Unknown BSicon "exhCONTg" Unknown BSicon "exhSTR"
(ไป ตลิ่งชัน)
Unknown BSicon "uexhINT" + Hub
Unknown BSicon "exhINT" + Hub
Unknown BSicon "exhINT" + Hub
บางซื่อ (สถานีกลาง)
Unknown BSicon "uexhtSTRa" Unknown BSicon "exhtSTRa" Unknown BSicon "exhtSTRa"
Unused urban tunnel straight track
Unknown BSicon "extINT" + Hub
Unknown BSicon "extINT" + Hub
(สายสีแดง: ราชวิถี)
Unknown BSicon "uexhtSTRe" Unknown BSicon "extSTR" Unused tunnel continuation forward
(ไป ยมราช)
Unknown BSicon "uhINT" + Hub + Unknown BSicon "uKINTxe"
Unknown BSicon "extINT" + Hub
พญาไท
Unknown BSicon "uhBHF" Unknown BSicon "exhtSTRe"
ราชปรารภ
Unknown BSicon "uhINT" + Hub
Unknown BSicon "exhINT" + Hub
มักกะสัน
Unknown BSicon "uhSTR" Unknown BSicon "exhHST"
(สายสีแดงอ่อน: ศูนย์วิจัย)
Unknown BSicon "uhINT" + Hub
Unknown BSicon "exhINT" + Hub
รามคำแหง
Unknown BSicon "uhINT" + Hub
Unknown BSicon "exhINT" + Hub
หัวหมาก
Unknown BSicon "uhSTR" Unknown BSicon "exhSTRe"
(สุดเขตรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน)
Unknown BSicon "uhSTR" Unused continuation forward
(เขตทางรถไฟสายตะวันออก)
Unknown BSicon "uhBHF"
บ้านทับช้าง
Unknown BSicon "uhBHF"
ลาดกระบัง
Unknown BSicon "uhABZgl+l" Unknown BSicon "uhtSTRaq" Unknown BSicon "utKBHFeq"
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ BSicon FLUG.svg
Unknown BSicon "uexhBHF"
ฉะเชิงเทรา
Unknown BSicon "uexhBHF"
ชลบุรี
Unknown BSicon "uexhBHF"
ศรีราชา
Unknown BSicon "uexhBHF"
พัทยา
Unknown BSicon "uexhtSTRa"
Unused urban tunnel straight track
(อุโมงค์เขาชีจรรย์)
Unknown BSicon "uexhtSTRe"
Unknown BSicon "uexhABZgl+l" Unknown BSicon "uexhtSTRaq" Unknown BSicon "uextKBHFeq"
ท่าอากาศยานอู่ตะเภา BSicon FLUG.svg
Unknown BSicon "uexhCONTf"
(ส่วนต่อขยาย ระยอง-ตราด)

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (อังกฤษ: Suvarnabhumi Airport Rail Link) หรือ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนแบบพิเศษ เดิมอยู่ในโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าในระบบรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง รัฐบาลได้นำโครงการนี้มาเป็นโครงการเร่งด่วนและแยกการก่อสร้างต่างหากจากระบบรถไฟฟ้าชานเมือง ดำเนินการก่อสร้างโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เมื่อ พ.ศ. 2553 โดยบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในกระทรวงคมนาคม และเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย ต่อมาได้มีการพิจารณารวมรถไฟฟ้าสายนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ประวัติ[แก้]

แผนที่รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ในช่วงสุดท้ายของการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการเข้า-ออกท่าอากาศยานฯ โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างทั้งงานโยธา และจัดหาผู้ให้บริการ แต่เนื่องมาจากความล่าช้าในการปรับแบบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อรองรับโครงการดังกล่าว ทำให้การก่อสร้างสามารถเริ่มดำเนินการได้เมื่อ พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) ก่อนเปิดใช้ท่าอากาศยานเพียงไม่กี่เดือน และหลังจากที่เกิดความล่าช้าขึ้นในหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในเรื่องข้อสรุปของผู้ดำเนินการรถไฟฟ้า ความปลอดภัยโดยรวมของทั้งระบบ รวมไปถึงการที่ผู้รับเหมาไม่ยอมเซ็นโอนโครงการให้เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย และความล่าช้าในการก่อตั้งบริษัทดำเนินการ จนในที่สุดรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ก็เริ่มดำเนินการเปิดทดสอบแบบวงจำกัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งการทดสอบดังกล่าวผู้เข้าร่วมทดสอบจะไม่สามารถเข้าไปในเขตของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ จากนั้นก็ได้เปิดทดสอบแบบไม่จำกัดจำนวนอีกครั้งในวันที่ 5 ธันวาคม-7 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นการทดสอบของระบบการเดินรถอัตโนมัติอีกด้วย จากนั้นก็ได้ทดสอบระบบกับสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ เรื่อยมาจนถึงช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 ซึ่งจะเป็นกำหนดการเปิดทดสอบการเดินรถทั้งระบบอย่างเป็นทางการ แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว ได้เกิดเหตุวิกฤตการณ์ทางการเมืองขึ้น ทำให้ต้องเลื่อนการทดสอบจริงออกไปเป็นวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ซึ่งดำเนินการเปิดทดสอบฟรีในช่วงเช้าและเย็น จากนั้นก็ได้ทำการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้นเป็นประธานในพิธีเปิดรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อมาภายหลังได้มีการศึกษาในการเปลี่ยนระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

รูปแบบการให้บริการ[แก้]

  • เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก (heavy rail transit)
  • ทางวิ่ง ยกระดับที่ความสูง 20 เมตรตลอดทั้งโครงการ ยกเว้นช่วงเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถไฟฟ้าจะลดลงเป็นระดับดินหลังข้ามถนนสุวรรณภูมิ 2 แล้วลดระดับเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ความลึก 12 เมตรจากผิวดิน
  • ขนาดราง 1.435 เมตร (European standard guage) โดยมีสายไฟฟ้าแรงสูงตีขนานอยู่เหนือราง ระบบรถไฟฟ้าใช้วิธีการรับไฟฟ้าจากด้านบนด้วยแพนโทกราฟ
  • ตัวรถเป็นรถปรับอากาศขนาดกว้าง 2.8-3.7 เมตร ยาว 20 เมตร สูงประมาณ 3.7 เมตร ความจุ 250-300 คนต่อคัน ต่อพวงได้ 3-10 คันต่อขบวน ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ 25 กิโลโวลต์ 50 เฮิรตซ์ ส่งจากสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อยบางกะปิของการไฟฟ้านครหลวงเพื่อป้อนระบบขับเคลื่อนรถ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง
  • ใช้ระบบอาณัติสัญญาณเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุมการเดินรถ และใช้ระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ

รายชื่อสถานีรถไฟฟ้า[แก้]

ชื่อและรหัสของสถานี จุดเปลี่ยนเส้นทาง วันที่เปิดให้บริการ ที่ตั้ง
ARL BKK A1.png สุวรรณภูมิ  LRT สุวรรณภูมิ  สถานีสุวรรณภูมิ (โครงการ) 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 สมุทรปราการ
ARL BKK A2.png ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ARL BKK A3.png บ้านทับช้าง
ARL BKK A4.png หัวหมาก  สายสีเหลือง  สถานีพัฒนาการ (กำลังก่อสร้าง)
 สายสีแดงอ่อน  สถานีหัวหมาก (โครงการ)
ARL BKK A5.png รามคำแหง  สายสีแดงอ่อน  สถานีรามคำแหง (โครงการ)
ARL BKK A6.png มักกะสัน  สายเฉลิมรัชมงคล  สถานีเพชรบุรี
 สายสีแดงอ่อน  สถานีมักกะสัน (โครงการ)
ARL BKK A7.png ราชปรารภ  สายสีส้ม  สถานีราชปรารภ (โครงการ)
ARL BKK A8.png พญาไท  สายสุขุมวิท  สถานีพญาไท
 สายสีแดงอ่อน  สถานีพญาไท (โครงการ)

จุดเชื่อมต่อการเดินทาง[แก้]

ภายในห้องโดยสารรถไฟฟ้า
สถานีรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานฯ เชื่อมต่อกับ หมายเหตุ
สถานีสุวรรณภูมิ สถานีสุวรรณภูมิ ของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส สายบางนา-สุวรรณภูมิที่บริเวณอาคารผู้โดยสาร 2 ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สถานีหัวหมาก สถานีพัฒนาการ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
สถานีมักกะสัน ทางเชื่อมยกระดับ จากชั้นขายตั๋ว City Line แล้วไปยังทางออกที่ 1 ของสถานีเพชรบุรี
สถานีราชปรารภ สถานีราชปรารภ ของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม
สถานีพญาไท
ทุกสถานี ยกเว้นสถานีสุวรรณภูมิ ทางรถไฟสายตะวันออก

บริการ[แก้]

อัตราค่าโดยสาร[แก้]

  1. อัตราค่าโดยสารสำหรับเหรียญโดยสาร
    • บุคคลทั่วไป เริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 45 บาท
  2. อัตราค่าโดยสารสำหรับบัตร ARL Smart Pass
    • บุคคลทั่วไป เริ่มต้น 15 บาทสูงสุด 45 บาท
    • นักเรียน นักศึกษา รับส่วนลด 20% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • ผู้สูงอายุ รับส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • สุวรรณภูมิแคร์เรียร์พาส อัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 15 บาท สูงสุด 45 บาทกรณีเดินทางด้วยรถซิตี้ไลน์ และอัตราค่าโดยสารพิเศษเที่ยวละ 45 บาท กรณีเดินทางด้วยรถเอ็กซ์เพรสไลน์ (มักกะสัน - สุวรรณภูมิ) ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้บัตรใบนี้จะต้องเป็นพนักงานของสายการบินในประเทศทุกสายการบิน พนักงานภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทุกตำแหน่ง พนักงานภาคเอกชนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพนักงานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เท่านั้น
  3. อัตราค่าโดยสารสำหรับบัตรแมงมุม
    • บุคคลทั่วไป เริ่มต้น 15 บาทสูงสุด 45 บาท
    • นักเรียน นักศึกษา รับส่วนลด 20% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • ผู้สูงอายุ รับส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสารของบุคคลทั่วไป
    • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ เริ่มต้น 15 บาทสูงสุด 45 บาท โดยมีงบค่าโดยสารในบัตรให้เดือนละ 500 บาท
  4. เงื่อนไขการใช้บัตรนักเรียน นักศึกษา
    • ผู้ที่มีสิทธิ์ใช้บัตรนักเรียน นักศึกษา จะต้องมีอายุไม่เกิน 23 ปี และ/หรือไม่เกินวันเกิดอายุครบ 23 ปี ในสังกัดสถาบันการศึกษาในประเทศไทย ขอสงวนสิทธิ์ให้ใช้ร่วมกับบัตรนักเรียน/นักศึกษาและบัตรประชาชน หรือบัตรอื่นที่แสดงอายุได้ กรณีที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานดังกล่าวเมื่อได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ หรือใช้บัตรโดยสารผิดประเภทบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสารในอัตราไม่เกิน 20 เท่าของอัตราค่าโดยสารสูงสุดที่ บริษัทเรียกเก็บ ณ เวลานั้นๆ พร้อมทั้งส่งดำเนินคดีความตามกฎหมาย

สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม[แก้]

  1. สำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปี และ/หรือ ไม่เกินวันเกิดอายุครบ 12 ปี และมีช่วงความสูงไม่เกิน 90 ซม. ได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร
  2. สำหรับประชาชนทุกคนในโอกาสวันสำคัญทางราชการเช่นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554 ฯลฯ โดยสารรถไฟฟ้าโดยได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร ตามเวลา ที่ประกาศกำหนด
  3. สำหรับประชาชนทุกคนในพิธีการสำคัญระดับประเทศ เช่น พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯลฯ โดยสารรถไฟฟ้าโดยได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร ตามเวลา ที่ประกาศกำหนด
  4. สำหรับประชาชนที่เป็นบิดาหรือมารดาในวันพ่อแห่งชาติ และ วันแม่แห่งชาติ
  5. ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปๆด้รับการยกเว้นค่าโดยสารช่วงวันสงกรานต์ 13-15 เมษายน

การสนับสนุนภาครัฐ[แก้]

คนพิการขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นระบบรถไฟฟ้าที่สนับสนุนโยบายภาครัฐในการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ถือบัตรผู้พิการ โดยไม่คิดค่าโดยสารกับผู้ถือบัตรผู้พิการและไม่จำกัดการใช้งานและระยะทางรวมถึงระยะเวลาในการใช้สิทธิ หรือตลอดชีวิตจนกว่าผู้พิการจะถึงแก่ความตาย รวมถึงสนับสนุนการใช้ลิฟต์เพื่อผู้พิการ การลัดคิว ในกรณีเร่งเด่น ทั้งนี้ผู้พิการจำเป็นต้องแสดงบัตรทุกครั้งก่อนใช้สิทธิเหล่านี้ เพื่อให้พนักงานจดบันทึกและบอกสถานีปลายทาง อย่างไรก็ตามหากประสงค์จะเปลี่ยนสถานีกะทันหันก็สามารถกระทำได้ ผู้พิการจะมีผู้ดูแลหรือไม่ดูแลมาด้วยหรือไม่ก็ได้เพียงแต่สิทธิจะให้เพียงแต่ผู้ถือบัตรผู้พิการที่ ออกโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น ทั้งนี้อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 269/1 ผู้ใดทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท มาตรา 269/4 ผู้ใดใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งสิ่งใดๆ ตาม มาตรา 269/1 อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสิ่งใดๆ ที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้นตาม มาตรา 269/1 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกหรือวรรคสองเป็นผู้ปลอมซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตาม มาตรา 269/1 ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว[3]ทั้งนี้ตั้งแต่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี

ตามนโยบายของภาครัฐฯ ที่ต้องการสนับสนุนสวัสดิการในการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทุกประเภทโดยไม่คิดค่าโดยสารกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ธนาคารกรุงไทยจึงได้ผนวกบัตรแมงมุมเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมมณฑล รวมถึงจังหวัดบริวารโดยรอบ และกำหนดให้มีงบค่าโดยสารในบัตรเดือนละ 500 บาท โดยผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปใช้งานที่สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองได้ทันทีเมื่อเปิดใช้บริการ ทั้งนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

การช่วยเหลือคนที่มีความต้องการพิเศษ

การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการออกแบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สำหรับผู้พิการโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่น ที่จอดรถของผู้พิการโดยเฉพาะ ลิฟท์โดยสารที่มีขนาดกว้างเป็นพิเศษทำให้ผู้ที่นั่งรถเข็นสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ภายในลิฟท์มีอักษรเบลและเสียงแจ้งบอกชั้นที่ใช้บริการอยู่สำหรับผู้พิการทางสายตา ภายในรถไฟฟ้าก็จัดพื้นที่โดยสารในส่วนของผู้พิการไว้โดยเฉพาะ นอกจากนั้นการออกแบบช่องจำหน่ายบัตรโดยสาร ทางเข้า-ออก ก็คำนึงถึงผู้พิการ โดยมีความสูงและความกว้างเหมาะกับผู้ที่นั่งรถเข็นอีกด้วย พร้อมทั้งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของคนพิการก็จะมีบอกไว้เป็นระยะ พร้อมทั้งพนักงาน รวมถึงพนักงานรักษาความปลอดภัยมีความเต็มใจที่จะช่วยเหลือผู้มีความพิการ อาทิ การจูงผู้พิการทางสายตาไปยังสถานี การให้บริการติดตามผู้โดยสารที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษโดยให้พนักงานเดินทางไปด้วย เช่น ผู้โดยสารที่เดินทางครั้งแรก ฯลฯ เพียงท่านแจ้งให้พนักงานสถานีทราบเท่านั้น

การรักษาความสะอาด

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อยู่ภายใต้กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน การรักษาความสงบเรียบร้อยความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเขตระบบรถไฟฟ้า พ.ศ. 2547 หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 1,000 บาท และพระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535[4] ซึ่งหากมีผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 2,000 บาท ทั้งนี้อาจมีข้อบังคับอื่น ๆ เช่นห้ามนำอาหารที่มีกลิ่นแรงเข้าภายในสถานีรถไฟฟ้า ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม และสุราภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า, ห้ามทิ้งสิ่งปฏิกูล, ห้ามถมน้ำลาย, น้ำมูก, เสมหะ ,อาเจียน, ปัสสาวะ และคายหมากฝรั่งภายในสถานีบริเวณสถานีอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืน จะมีโทษ ตามกฎกระทรวง และพรบ.ความสะอาด จำคุก 1 เดือน ปรับ 3000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การสูบบุหรี่ภายในสถานีถือว่ามีความผิด มีโทษปรับ 2,000 บาท และหากทิ้งบุหรี่ภายในสถานีจะมีโทษปรับเพิ่ม 2,000 บาท อาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 19 พ.ศ. 2553 [5]และพระราชบัญญัติ รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

การตรวจค้นกระเป๋า[แก้]

อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 มาตรา 63 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามีหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในเขตระบบไฟฟ้าตามกฎกระทรวงหรือตามที่ผู้ว่าการมอบหมาย และให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ 1.ค้นหรือจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อส่งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย[6]พนักงานเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 การตรวจค้นสิ่งของในความครอบครองของบุคคลในที่สาธารณะจะกระทำไม่ได้เลย เว้นแต่เจ้าพนักงานปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด[7]
เจ้าหน้าที่ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 93 ตรวจค้นบุคคลที่เครื่องตรวจจับโลหะชนิดเดินผ่าน[8]ส่งสัญญาณเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า มีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด [9]

บริการอื่นๆ[แก้]

  • ที่จอดรถสำหรับผู้โดยสาร มีพื้นที่จอดรถสำหรับการจอดรถให้ทุกสถานี และมีพื้นที่สำหรับการจอดรถแบบรายวัน ที่สถานีมักกะสัน ซึ่งสามารถจอดได้ประมาณ 500 คัน
  • ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีบริการศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและซื้อสินค้าที่สถานีพญาไท (ใช้ร่วมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท) สถานีมักกะสัน และสถานีสุวรรณภูมิ (โดยกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
  • ศูนย์การค้า มีบริการร้านค้าและร้านอาหารภายในสถานีทุกแห่ง อย่างไรก็ตามไม่อนุญาตให้นำเข้าในบริเวณพื้นที่ตรวจบัตรโดยสารแล้ว
  • ธนาคาร และจุดแลกเงินตรา มีบริการธนาคารสาขาของ ธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงไทย ที่สถานีสุวรรณภูมิ และมีบริการจุดแลกเงินตราต่างประเทศที่สถานีพญาไท และสถานีสุวรรณภูมิ
  • ตู้ถอนเงิน มีบริการตู้ถอนเงินทุกสถานี จากหลากหลายธนาคาร ปัจจุบันมี 6 ธนาคาร
  • โทรศัพท์ ในอดีตโครงการมีบริการโทรศัพท์จากทีโอทีให้บริการในสถานี นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับ เอไอเอส, ดีแทค และ ทรูมูฟ เอช ในการวางโครงข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 3G และ 4G ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า

สถิติผู้ใช้บริการ[แก้]

  • 4 กันยายน พ.ศ. 2561 นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า จากการเก็บรวบรวมสถิติผู้ใช้บริการตลอดปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่ามีอัตราการใช้บริการของผู้โดยสารสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมารถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการสูงสุดต่อเดือนนับตั้งแต่เริ่มให้บริการที่จำนวน 2,102,326 คน รวมทั้งในวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561 มียอดผู้โดยสารสูงสุดในหนึ่งวัน ( New High ) ที่จำนวน 85,888 คน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทได้ดำเนินการตามแผนงานและนโยบายที่วางไว้ โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดในส่วนงานซ่อมบำรุง ที่สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานซ่อมบำรุงใหญ่ (Overhaul) ที่วางไว้ ทำให้มีขบวนรถไฟฟ้าใช้บริการได้ 8 ขบวน จึงสามารถทำให้รองรับความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆที่ในช่วงเวลาดังกล่าวมีการจัดกิจกรรม งานนายอินสนามอ่านเล่น บริเวณแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน ซึ่งจากการที่มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการสูงขึ้นทำให้ในเดือนสิงหาคม 2561 บริษัทได้รับรายได้จากการให้บริการมากสุดต่อเดือนนับตั้งแต่เปิดให้บริการจำนวน 64,199,674 บาท โดยจากอัตราความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น บริษัทจึงเตรียมแผนการดำเนินงานต่างๆในการให้บริการเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก และรองรับกับความต้องการใช้บริการของผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ โดยเตรียมติดตั้งราวกั้นชานชาลา หรือราวกั้นแบบราวสเตนเลสใน 7 สถานี รวม 14 ชานชาลา คาดว่าจะใช้เวลาในการติดตั้งประมาณ 2-3 เดือน รวมทั้งเตรียมดำเนินการติดตั้งยางปิดช่องว่างระหว่างชานชาลาและประตู (Platform Gap Filler) เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และเร่งดำเนินการซ่อมบำรุงขบวนรถไฟฟ้าให้กลับมาใช้บริการได้ 9 ขบวน ภายในเดือน ธันวาคม 2561 นี้ [10]

เหตุการณ์สำคัญ[แก้]

อุบัติเหตุและความขัดข้อง[แก้]

  • วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เวลา 6.52 น. นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ได้พลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้าฝั่งมุ่งหน้าไปสถานีพญาไทสถานีบ้านทับช้าง ในขณะที่รถไฟฟ้ากำลังจะเข้าเทียบชานชาลาในอีก 100 เมตร ทำให้ขบวนรถทับร่างนางสาวเอเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุทันที จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ประกาศปิดให้บริการในส่วนบ้านทับช้าง - สุวรรณภูมิชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกอบกู้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานก่อนกลับมาเปิดให้บริการอีกในเวลา 10.00 น. เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงครั้งแรกของระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน และทำให้ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เร่งแผนการติดตั้งประตูกั้นชานชาลาเพิ่มใน 7 สถานีที่เหลือ คาดว่าจะแล้วเสร็จในสถานีแรก เดือนเมษายน พ.ศ. 2561[11][12] อย่างไรก็ตาม แผนการติดตั้งประตูกั้นชานชาลากลับไม่ได้มีความคืบหน้าตามแผน เนื่องจากกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้แจ้งมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าต้องการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยโอนย้ายกิจการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ให้เอกชนดำเนินการในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP)[13] ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยชะลอแผนการลงทุนทั้งหมดจนกว่าจะได้ความชัดเจนเรื่องการบริหารงานจากคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ นายวีระ เปลี่ยนหล้า บิดาของ นางสาวเอ จึงฟ้องร้องเรียกค่าเสียโอกาสจากการรถไฟแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. กระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นจำนวนเงิน 30,000,000 บาท พร้อมทั้งขอให้ศาลสั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำระบบประตูกั้นชานชาลา และจัดยามรักษาความปลอดภัยตลอดเวลาให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร[14] ซึ่งต่อมาการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เพิ่มเรื่องระบบประตูกั้นชานชาลาของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิลงในข้อกำหนดของงานระบบรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก

ส่วนต่อขยาย[แก้]

ปัจจุบันมีโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายทั้งเส้นทางใต้ดินและยกระดับ จากปลายทางด้านทิศตะวันตก (สถานีพญาไท) ไปยังศูนย์คมนาคมบางซื่อและท่าอากาศยานดอนเมือง และจากทางด้านทิศตะวันออก (สถานีลาดกระบัง) ไปยังเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา, จังหวัดชลบุรี และเดินทางไปถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]