รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม
MRT Orange Line unofficial logo.png
Capture-20130508-111808.jpg
รูปแบบรถไฟฟ้า (เมื่อ พ.ศ. 2556)
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบ รถไฟฟ้ายกระดับ และรถไฟฟ้าใต้ดิน
ระบบ รถไฟฟ้ามหานคร
สถานะ กำลังก่อสร้าง (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ - มีนบุรี)
ที่ตั้ง กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
ปลายทาง สถานีบางขุนนนท์
สถานีสุวินทวงศ์
จำนวนสถานี 29 (โครงการ)
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อ ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี พ.ศ. 2566
ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2568
เจ้าของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ผู้ดำเนินงาน รอเอกชนร่วมประมูล
ขบวนรถ ยังไม่เปิดเผย
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง 34.1 กิโลเมตร (21.2 ไมล์)
รางกว้าง 1,435 มม. (4 ฟุต 8 12 นิ้ว) สแตนดาร์ดเกจ
ระบบจ่ายไฟ รางที่สาม
ความเร็ว 80 กม./ชม. (50 ไมล์/ชม.)
แผนที่เส้นทาง
Unknown BSicon "uextKINTa"
บางขุนนนท์MRT (Bangkok) logo.svg
Unknown BSicon "uextBHF"
ศิริราช
Unknown BSicon "uextKRZW"
แม่น้ำเจ้าพระยา
Unknown BSicon "uextBHF"
สนามหลวง
Unknown BSicon "uextINT"
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยMRT Purple Logo.png
Unknown BSicon "uextBHF"
หลานหลวง
Unknown BSicon "uextINT"
ยมราช
Unknown BSicon "uextBHF"
บรรทัดทอง
Unknown BSicon "uextINT"
ราชเทวีBTS LOGO.png
Unknown BSicon "uextBHF"
ประตูน้ำ
Unknown BSicon "uextINT"
ราชปรารภ
Unknown BSicon "uextBHF"
ดินแดง
Unknown BSicon "uextBHF"
ประชาสงเคราะห์
Unknown BSicon "utINT"
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยMRT (Bangkok) logo.svg
Unknown BSicon "uextBHF"
รฟม.
Unknown BSicon "uextBHF"
ประดิษฐ์มนูธรรม
Unknown BSicon "uextBHF"
รามคำแหง 12
Unknown BSicon "uextBHF"
รามคำแหง
Unknown BSicon "uextBHF"
สนามกีฬาหัวหมาก
Unknown BSicon "uextBHF"
หัวหมาก
Unknown BSicon "uextINT"
ลำสาลีBSicon exTRAM.svg
Unknown BSicon "uextBHF"
ศรีบูรพา
Unknown BSicon "uextSTRe"
Unknown BSicon "uexBHF"
คลองบ้านม้า
Unknown BSicon "uexBHF"
สัมมากร
Unknown BSicon "uexBHF"
น้อมเกล้า
Unknown BSicon "uexBHF"
ราษฎร์พัฒนา
Unknown BSicon "uexBHF"
มีนพัฒนา
Unknown BSicon "uexBHF"
เคหะรามคำแหง
Unknown BSicon "uextINT"
มีนบุรีMRT Pink Line Logo.png
Unknown BSicon "uextBHF"
สุวินทวงศ์

รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม (อังกฤษ: Metropolitan Rapid Transit Orange Line, MRT Orange Line) เป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าในระบบรถไฟฟ้ามหานคร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีทั้งโครงสร้างใต้ดิน และยกระดับ มีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางภายในเขตเมืองตามแนวตะวันออก - ตะวันตก เริ่มต้นจากแยกบางขุนนนท์ บริเวณจุดตัดถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนบางขุนนนท์ ฝั่งธนบุรี เข้าสู่ย่านบางกอกน้อย แล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่ย่านเมืองเก่าในเขตพระนคร, ป้อมปราบศัตรูพ่าย และดุสิต ผ่านสถานที่สำคัญเช่น สนามหลวง, ถนนราชดำเนิน, ภูเขาทอง, ตลาดมหานาค เข้าสู่ใจกลางเมืองย่านราชเทวี, ประตูน้ำ, ดินแดง ไปยังชุมชนประชาสงเคราะห์, ถนนวัฒนธรรม ออกสู่ถนนรามคำแหง, บางกะปิ, สะพานสูง มาสิ้นสุดเส้นทางที่เขตมีนบุรี ชานเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ[1]

ประวัติของโครงการ[แก้]

เส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้เกิดขึ้นจากการปรับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางราง พ.ศ. 2538 ที่นำเอาเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มเดิมช่วงสามเสน (หอสมุดแห่งชาติ)-บางกะปิ มาต่อขยายเส้นทางจากสามเสน (ซังฮี้) ไปยังบางบำหรุ กลายเป็นเส้นทางบางบำหรุ-บางกะปิที่กำหนดให้เป็นสายสีส้ม บรรจุในแผนแม่บทฯ ของสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ต่อมาแนวเส้นทางส่วนต่อขยายช่วงบางกะปิ - มีนบุรี ได้แยกออกไปเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลเมื่อปี พ.ศ. 2548 แต่จากการปรับแผนแม่บทฯ เมื่อปี พ.ศ. 2552 จึงได้นำกลับมารวมกันเป็นเส้นทางสายสีส้มช่วงบางบำหรุ - มีนบุรีอีกครั้งหนึ่ง โดยในปี พ.ศ. 2553 ได้แก้ไขแนวเส้นทางบางส่วนโดยสลับกับโครงข่ายในเมืองของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ทำให้แนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีส้มกลายเป็นตลิ่งชัน - มีนบุรี และใน พ.ศ. 2554 ก็ได้มีการแก้ไขแบบแผนอีกครั้ง โดยตัดเส้นทางจากเดิมที่จะไปสิ้นสุดที่ตลิ่งชัน ให้มาสุดอยู่แค่แยกจรัญสนิทวงศ์เนื่องจากเส้นทางทับซ้อนกับสายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน - ศาลายา ทำให้แนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีส้มเหลือเพียงแค่ บางขุนนนท์ - มีนบุรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการแก้ไขเส้นทาง ขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มถึงตลิ่งชันอีกครั้ง [2]

ปัจจุบัน โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือเส้นทางตะวันตกช่วงบางขุนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และเส้นทางตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - บางกะปิ - มีนบุรี[1] ทั้งหมดอยู่ในแผนเร่งรัด 4 ปีของรัฐบาล โดยจะเริ่มก่อสร้างเส้นทาง มีนบุรี - บางกะปิ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโครงการในส่วนตะวันออกทั้งโครงการ คาดว่าจะเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2566 ส่วนโครงการช่วงตะวันตกเส้นทางบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ อยู่ในระหว่างการพิจารณาโครงการและร่างสัญญาโดยคณะรัฐมนตรี

รูปแบบของโครงการ[แก้]

  • เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดหนัก (heavy rail transit) [3] เบื้องต้นจะจัดซื้อ 16 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้
  • ทางวิ่งใต้ดินทั้งหมดเป็นอุโมงค์คู่ ยกเว้นช่วงที่มีเนื้อที่จำกัดและมีประชาชนอาศัยหนาแน่นจะเป็นอุโมงค์เดี่ยว[3]
  • ขนาดราง 1.435 เมตร (standard guage) โดยมีรางที่ 3 ขนานไปกับรางวิ่งสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวรถ[3]
  • ตัวรถใช้ระบบเดียวกันกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน เป็นรถปรับอากาศขนาดกว้าง 3.2 เมตร ยาว 20-24 เมตร สูงประมาณ 3.7 เมตร ความจุ 320 คนต่อคัน เดินรถ 3-6 คันต่อขบวน ใช้ไฟฟ้ากระแสตรง 750 โวลท์ ป้อนระบบขับเคลื่อนรถ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 50,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง[3]
  • ใช้ระบบอาณัติสัญญาณเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุมการเดินรถ และใช้ระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ เช่นเดียวกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน[3]

ศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์ควบคุมการเดินรถ[แก้]

จะมีศูนย์ซ่อมบำรุงอยู่บนพื้นที่ขนาด 155 ไร่ บริเวณ รฟม. ถนนพระราม 9 (ติดกันกับที่ทำการของ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)) ซึ่งเป็นพื้นที่ร่วมกับของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล แต่ได้มีการยกเลิกศูนย์ซ่อมบำรุงย่อยมีนบุรีบริเวณถนนรามคำแหง (สุขาภิบาล 3) ใกล้กับแยกร่มเกล้า โดยแต่เดิมนั้นเคยวางแผนจะใช้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงที่ใช้พื้นที่ร่วมกับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู

สิ่งอำนวยความสะดวก[แก้]

มีจุดจอดแล้วจร (park and ride) ที่สถานีต้นทาง (บางกะปิ) สถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ศูนย์วัฒนธรรมฯ) และสถานีปลายทาง (บางขุนนนท์) [3]

สถานี[แก้]

มีทั้งหมด 29 สถานี เป็นสถานีใต้ดินทั้งหมด 22 สถานี (บางขุนนนท์ - บ้านม้า) และเป็นสถานียกระดับทั้งหมด 7 สถานี (สัมมากร - สุวินทวงศ์)

รูปแบบสถานี

สถานีใต้ดินยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 20 เมตร มีประตูชานชาลา (platform screen door) ส่วนสถานียกระดับยาวประมาณ 250 เมตร กว้าง 18 เมตร มีประตูชานชาลาความสูงแบบ Half-Height มีทั้งรูปแบบชานชาลาเกาะกลาง และชานชาลาด้านข้าง[3]

เส้นทาง[แก้]

โครงการช่วงตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ - มีนบุรี) (กำลังก่อสร้าง)[แก้]

ช่วงที่ 1 : ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-บางกะปิ[แก้]

เป็นเส้นทางที่เกิดขึ้นครั้งแรกในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางราง พ.ศ. 2538 โดยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางบางกะปิ - ราษฎร์บูรณะของสายสีส้มเดิม เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยที่ใช้ร่วมกับสายเฉลิมรัชมงคล และยังเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการคมนาคมจากแหล่งที่พักอาศัยขนาดใหญ่ย่านบางกะปิเข้ากับสายเฉลิมรัชมงคล ที่กำหนดให้เป็นเส้นทางรถไฟฟ้าวงแหวนรอบกรุงเทพฯ

เส้นทางส่วนนี้เป็นเส้นทางใต้ดินทั้งหมด เริ่มต้นจากจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคลที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จากนั้นวิ่งตามแนวถนนวัฒนธรรม ออกสู่ถนนพระราม 9 ที่บริเวณหน้าที่ทำการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ผ่านแยกพระราม 9 - ประดิษฐ์มนูธรรม แล้วเข้าสู่ถนนรามคำแหง บริเวณแยกรามคำแหง ผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง, ราชมังคลากีฬาสถาน ไปสิ้นสุดเส้นทางที่แยกลำสาลีในย่านบางกะปิ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว - สำโรง) รวมระยะทางทั้งสิ้น 9 กิโลเมตร[1][4][5]

ช่วงที่ 2 : บางกะปิ - มีนบุรี[แก้]

เป็นเส้นทางที่เกิดขึ้นครั้งแรกในแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางราง พ.ศ. 2538 โดยเป็นส่วนต่อขยายของเส้นทางบางกะปิ - ราษฎร์บูรณะของสายสีส้มเดิม แต่ได้แยกออกมาเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล[6] เมื่อปี พ.ศ. 2548 และมีการปรับแผนแม่บทฯ รวมเอาเส้นทางสายสีน้ำตาลกลับเข้ามาเป็นสายสีส้มอีกครั้งในปี พ.ศ. 2552

เป็นเส้นทางยกระดับเกือบทั้งหมดตามแนวถนนรามคำแหง (สุขาภิบาล 3) เริ่มต้นจากโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินที่แยกลำสาลี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับเส้นทางช่วงก่อนหน้านี้ ผ่านจุดตัดถนนศรีบูรพา จากนั้นจึงเริ่มยกระดับตามแนวเกาะกลางถนนเข้าสู่สถานีคลองบ้านม้า ผ่านหมู่บ้านสัมมากร ยกข้ามทางแยกต่างระดับรามคำแหงจุดตัดถนนกาญจนภิเษก ผ่านแยกลาดบัวขาว ซึ่งเป็นจุดตัดกับถนนมีนพัฒนา ผ่านเคหะรามคำแหง ไปสิ้นสุดเส้นทางที่สถานีมีนบุรี บริเวณก่อนถึงแยกรามคำแหง-ร่มเกล้าซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีชมพู (แคราย - มีนบุรี) และเป็นที่ตั้งของศูนย์ซ่อมบำรุงสำหรับเส้นทางส่วนนี้ร่วมกับสายสีชมพู รวมระยะทางทั้งสิ้น 11 กิโลเมตร[1]

สัญญาการก่อสร้าง[แก้]

สัญญาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้มช่วงตะวันออกจะประกอบไปด้วยสัญญาการก่อสร้างของ รฟม. ควบคู่สัญญาการก่อสร้างท่อร้อยไฟฟ้าใต้ดินของ การไฟฟ้านครหลวง เนื่องจากเป็นการก่อสร้างแบบควบคู่ทั้งโครงการ

สัญญาที่ เนื้องาน มูลค่า
(ล้านบาท)
ผู้ชนะการประมูล หมายเหตุ ความคืบหน้า
(ภาพรวม 16.21% เร็วกว่าแผน 1.57 %
ณ สิ้นเดือน สิงหาคม 2561[7])
1 งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างโครงสร้างส่วนใต้ดิน ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-รามคำแหง 12
ระยะทาง 6.29 กม. (3.91 ไมล์)
20,698 กิจการร่วมค้าซีเคเอสที
(บมจ. ช.การช่าง และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น)
20.62% (เร็วกว่าแผน 1.49 %)
2 งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างโครงสร้างส่วนใต้ดิน ช่วงรามคำแหง 12-หัวหมาก
ระยะทาง 3.4 กม. (2.11 ไมล์)
21,572 กิจการร่วมค้าซีเคเอสที
(บมจ. ช.การช่าง และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น)
13.59% (เร็วกว่าแผน 0.60 %)
3 งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างโครงสร้างส่วนใต้ดิน ช่วงหัวหมาก-คลองบ้านม้า
ระยะทาง 4.04 กม. (2.51 ไมล์)
18,589.66 บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเม้นท์ 16.67% (เร็วกว่าแผน 0.58 %)
4 งานก่อสร้างโครงสร้างยกระดับ ช่วงคลองบ้านม้า-สุวินทวงศ์
ระยะทาง 8.8 กม. (5.47 ไมล์)
9,999 บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน 8.12% (เร็วกว่าแผน 0.98 %)
5 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง และอาคารจอดแล้วจร 4,901 กิจการร่วมค้าซีเคเอสที
(บมจ. ช.การช่าง และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น)
19.59% (เร็วกว่าแผน 4.93 %)
6 งานวางระบบราง 3,750 บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน 21.95% (เร็วกว่าแผน 9.87 %)
7 งานระบบรถไฟฟ้า (ตลิ่งชัน-สุวินทวงศ์) คณะกรรมการ รฟม. มีมติให้รวมงานเดินรถเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาการก่อสร้างของโครงการส่วนตะวันตก

โครงการช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) (อยู่ระหว่างเวนคืนที่ดิน)[แก้]

เป็นเส้นทางที่เกิดขึ้นจากการปรับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางราง พ.ศ. 2538 มาสู่แผนแม่บทฯ พ.ศ. 2547 โดยต่อขยายแนวเส้นทางช่วงสามเสน (ซังฮี้) - ศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ ของเส้นทางสายสีส้มเดิมมาเป็นบางบำหรุ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ และในแผนแม่บท พ.ศ. 2553 ได้มีการแก้ไขเส้นทางโดยสลับกับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน โครงข่ายในเมือง ที่ได้เปลี่ยนจากช่วงตลิ่งชัน-มักกะสัน มาเป็นบางบำหรุ-มักกะสัน และเปลี่ยนแปลงเส้นทางสายสีส้มส่วนนี้จากบางบำหรุ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ มาเป็นตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรมฯ และต่อมาในพ.ศ. 2554 ก็ได้มีการแก้ไขแบบแผนอีกครั้ง โดยตัดเส้นทางจากเดิมที่จะไปสิ้นสุดที่ตลิ่งชัน ให้มาสุดอยู่แค่แยกจรัญสนิทวงศ์เนื่องจากเส้นทางทับซ้อนกับสายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน - ศาลายา ทำให้แนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีส้มเหลือเพียงแค่ บางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ ในที่สุด ใน พ.ศ. 2557 เกิดการคัดค้านการเวนคืนที่ดินหลายจุด เนื่องจากชุมชนประชาสงเคราะห์ไม่ยินยอมให้เวนคืนเพราะเป็นการทำรถไฟฟ้าใต้ดินที่จะจัดทำถนนขนาด 4 เลนตามแนวรถไฟฟ้าทำให้มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก ทำให้มีการเปลี่ยนแนวเส้นทางอีกครั้ง จากเดิมช่วงดินแดง - ศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็น ดินแดง - พระราม 9 แทน ทำให้เส้นทางสายสีส้มตะวันตกกลายเป็น บางขุนนนท์ - พระราม 9 ในที่สุด แต่หลังจากการประชุมของคณะรัฐมนตรีใน พ.ศ. 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตามแนวเส้นทางเดิมตามแผนแม่บท เนื่องจากเส้นทางเดิมได้รับการอนุมัติเรื่องผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) และเป็นเส้นทางที่ประชาชนรับทราบกันมาตั้งแต่ออกแผนแม่บทนี้เรียบร้อยแล้ว

แนวเส้นทางในส่วนตะวันตกเป็นเส้นทางใต้ดินทั้งหมด เริ่มต้นจากบริเวณด้านใต้สถานีบางขุนนนท์ ของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ในแนวตัดขวางกับถนนจรัญสนิทวงศ์ จากนั้นวิ่งผ่านสถานีรถไฟธนบุรี โรงพยาบาลศิริราช ลอดแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่แนวถนนราชดำเนินกลาง ผ่านสนามหลวง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วงที่สถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศเข้าสู่แนวถนนหลานหลวง ผ่านตลาดมหานาค เข้าสู่แนวถนนเพชรบุรีที่แยกยมราช ผ่านแยกอุรุพงษ์ แยกเพชรพระราม มาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สถานีราชเทวี เลี้ยวซ้ายที่แยกประตูน้ำมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตามแนวถนนราชปรารภ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่สถานีราชปรารภ เบี่ยงขวาที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงเข้าสู่ถนนดินแดง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดีรังสิต และเลี้ยวขวาลอดโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เข้าสู่ชุมชนประชาสงเคราะห์ และทะลุออกสู่ถนนรัชดาภิเษภด้วยการลอดผ่านศูนย์การค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคลที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สัญญาการก่อสร้าง[แก้]

สัญญาการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้มช่วงตะวันตกจะเป็นการมอบสัมปทานทั้งโครงการใหักับเอกชนผู้ประมูลงานทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว โดยรวมงานเดินรถทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันภายใต้สัญญาฉบับเดียวด้วย โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 36 ปี แบ่งเป็นระยะเวลาการก่อสร้าง 6 ปี และดำเนินงานรถไฟฟ้า ซ่อมบำรุง และบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ 30 ปี โดยมีรายละเอียดสัญญาดังนี้

ลำดับที่ เนื้องาน
ระยะที่ 1 - ออกแบบและก่อสร้างงานโยธา รวมถึงจัดหาระบบรถไฟฟ้า
1.1 งานออกแบบควบคู่การก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - บางขุนนนท์
ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร
1.2 งานปรับแก้โครงการตามที่ถูกร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่
1.3 งานจัดหาระบบรถไฟฟ้า ระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบสื่อสาร ระบบจัดเก็บค่าโดยสาร ระบบประตูกั้นชานชาลา
และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ระยะที่ 2 - งานเดินรถไฟฟ้า และการซ่อมบำรุง
2.1 งานเดินรถไฟฟ้ารวมการซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่วันที่ รฟม. กำหนดให้มีการเดินรถอย่างเป็นทางการ

งบประมาณ[แก้]

เส้นทางบางขุนนนท์ - มีนบุรี มีมูลค่ารวม 143,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐฯ ลงทุนเฉพาะค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน 15,000 ล้านบาท เอกชนลงทุนในส่วนของงานโยธาทั้งระบบ 96,000 ล้านบาท และค่างานระบบรถไฟฟ้า 32,000 ล้านบาท โดยรัฐฯ จะชำระค่างานโยธาทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยคืนให้ในระยะเวลา 10 ปีหลังเปิดดำเนินการ

รายชื่อสถานี[แก้]

ตัวเอียง คือโครงการในอนาคต

รหัส ชื่อสถานี กม.ที่ โครงสร้าง เชื่อมต่อกับ ที่ตั้ง
ไทย อังกฤษ แขวง เขต จังหวัด
50px บางขุนนนท์ Bang Khun Non 00.00 ใต้ดิน  สายสีแดงอ่อน  สถานีบางขุนนนท์
 สายเฉลิมรัชมงคล  สถานีบางขุนนนท์
บางขุนศรี บางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
MRT OR02.png ศิริราช Siriraj 01.16  สายสีแดงอ่อน  สถานีศิริราช ศิริราช
MRT OR03.png สนามหลวง Sanam Luang 02.37 พระบรมมหาราชวัง พระนคร
MRT OR04.png ผ่านฟ้า Phan Fa 03.59  สายฉลองรัชธรรม  (สถานีร่วม) วัดบวรนิเวศ
MRT OR05.png หลานหลวง Lan Luang 04.42 วัดโสมนัส ป้อมปราบศัตรูพ่าย
MRT OR06.png ยมราช Yommarat 05.25  สายสีแดงเข้ม  สี่แยกมหานาค ดุสิต
MRT OR07.png ราชเทวี Ratchathewi 06.53  สายเฉลิมพระเกียรติฯ 1  สถานีราชเทวี ถนนเพชรบุรี ราชเทวี
MRT OR08.png ประตูน้ำ Pratu Nam 07.35 ถนนพญาไท
MRT OR09.png ราชปรารภ Ratchaprarop 08.09  สายเชื่อมท่าอากาศยาน  สถานีราชปรารภ มักกะสัน
MRT OR10.png รางน้ำ Rang Nam 08.80 ถนนพญาไท
50px ดินแดง Din Daeng 10.63  สายสีฟ้า  สถานีดินแดง ดินแดง ดินแดง
50px ประชาสงเคราะห์ Pracha Songkhro 11.84
50px ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย Thailand Cultural Center 13.09  สายเฉลิมรัชมงคล  (สถานีร่วม) ห้วยขวาง ห้วยขวาง
MRT OR14.png รฟม. MRTA 14.60
MRT OR15.png วัดพระราม 9 Wat Pharam Kao 16.17  สายสีเทา  สถานีพระราม 9 บางกะปิ
MRT OR16.png รามคำแหง 12 Ramkhamhaeng 12 18.32 หัวหมาก บางกะปิ
MRT OR17.png มหาวิทยาลัยรามคำแหง Ramkhamhaeng University 19.53
MRT OR18.png กกท. SAT 20.48
MRT OR19.png หัวหมาก Hua Mak 21.75
MRT OR20.png ลำสาลี Lam Sali 22.75  สายสีเหลือง  สถานีแยกลำสาลี
 สายสีน้ำตาล  สถานีแยกลำสาลี
MRT OR21.png ศรีบูรพา Si Burapha 24.11
MRT OR22.png คลองบ้านม้า Khlong Ban Ma 25.30 สะพานสูง สะพานสูง
MRT OR23.png สัมมากร Sammakon 26.28 ยกระดับ
MRT OR24.png น้อมเกล้า Nom Klao 28.21
MRT OR25.png ราษฎร์พัฒนา Rat Phatthana 29.50
MRT OR26.png วัดบางเพ็ง Wat Bang Pheng 30.64 มีนบุรี มีนบุรี
MRT OR27.png เคหะรามคำแหง Kheha Ramkhamhaeng 32.14
MRT OR28.png มีนบุรี Min Buri 33.40  สายสีชมพู  สถานีมีนบุรี
MRT OR29.png สุวินทวงศ์ Suwinthawong 34.18 แสนแสบ

การปรับเปลี่ยนเส้นทาง[แก้]

  • ตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2538 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินสายบางกะปิ - สามเสน -ราษฎร์บูรณะ แต่ในภายหลังได้มีการปรับแผนแม่บทฯ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้เส้นทางช่วงสามเสน - ราษฎร์บูรณะกลายเป็นเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง (บางใหญ่ - บางซื่อ - สามเสน - ราษฎร์บูรณะ) ซึ่งเป็นเส้นทางใหม่ที่ปรับปรุงมาจากเส้นทางสายสีส้มเดิมและสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเดิม (บางใหญ่ - บางซื่อ) จากนั้นได้ต่อขยายเส้นทางสายสีส้มจากสามเสนข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางทิศตะวันตก กลายเป็นเส้นทางบางกะปิ - สามเสน - บางบำหรุ ต่อมาเส้นทางส่วนต่อขยายที่ต่อเนื่องมาจากสายสีส้มตามแนวถนนรามคำแหงช่วงบางกะปิ - มีนบุรีได้ถูกแยกออกไปเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล เมื่อปี พ.ศ. 2548
  • ปี พ.ศ. 2548 นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความพยายามปรับแผนแม่บทโดยเสนอแนวทางเลือกโครงการทดแทนรถไฟฟ้าสายสีส้มด้วยระบบบีอาร์ที ในเส้นทางบางกะปิ-รามคำแหง-คลองตัน เพื่อเชื่อมต่อกับสถานีรามคำแหงของเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อนแทนการเชื่อมต่อกับสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นอกจากบีอาร์ทีแล้ว ยังมีข้อเสนอแนะให้ใช้รถไฟฟ้ารางเดี่ยว (monorail) แทนในเส้นทางช่วงนี้เพื่อให้สามารถก่อสร้างเส้นทางในเขตทางของถนนรามคำแหงที่แคบได้ ขณะที่เส้นทางเข้าสู่ใจกลางเมืองมุ่งหน้าบางบำหรุได้มีข้อเสนอแนะให้ทดแทนด้วยเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อนช่วงสถานีรถไฟมักกะสัน-ยมราช ต่อเนื่องไปยังระบบรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีแดงที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ช่วงยมราช - ถนนพิษณุโลก - สามเสน - ราชวิถี - ซังฮี้ - บางบำหรุ เนื่องจากเส้นทางสายสีส้มมีแนวเส้นทางคู่ขนานกับสายสีแดงอ่อนอยู่แล้ว[8] แต่แนวคิดที่จะยกเลิกโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มพร้อมกับสายสีม่วงในครั้งนั้นมีประชนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย ต่อมาก็ไม่ปรากฏเส้นทางทดแทนสายสีส้มนี้ในแผนงานอื่นใดอีก
  • ปี พ.ศ. 2551 นายกรัฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช พยายามปรับแผนแม่บท โดยต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มจากบางกะปิไปถึงมีนบุรี และจากบางบำหรุผ่านสถานีตลิ่งชัน ไปสิ้นสุดที่สถานีศาลายา ซึ่งเส้นทางช่วงบางกะปิ-มีนบุรีทับซ้อนกับเส้นทางสายสีน้ำตาล และช่วงบางบำหรุ - ศาลายาทับซ้อนกับโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน และส่วนต่อขยายที่มีอยู่ในแผนแม่บทก่อนหน้านั้น แต่ในเวลาต่อมาทาง สนข. ไม่ได้นำเอาเส้นทางดังกล่าวไปบรรจุในแผนแม่บท เนื่องจากไม่เคยมีการศึกษาความเหมาะสมมาก่อน[9]
  • ปี พ.ศ. 2552 การปรับแผนแม่บทฯ ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำให้เส้นทางสายสีน้ำตาลกลับมารวมกันกับเส้นทางสายสีส้มอีกครั้งหนึ่ง และต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางสายสีส้มช่วงบางบำหรุ-ศูนย์วัฒนธรรมฯ มาเป็นตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม โดยสลับกับเส้นทางสายสีแดงอ่อน โครงข่ายในเมือง จากช่วงตลิ่งชัน - มักกะสัน มาเป็นบางบำหรุ - มักกะสัน ส่งผลให้ต้องมีการเสนอการเปลี่ยนแปลงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ การปรับปรุงโครงข่ายเส้นทางครั้งมีส่งผลดี คือเพิ่มความสามารถในการให้บริการประชาชน เนื่องจากสายสีส้มมีลักษณะเป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดหนัก มีความถี่ของการเดินรถและสถานีมากกว่ารูปแบบรถไฟชานเมืองของสายสีแดงอ่อน จึงสอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ดังกล่าวที่มีการเดินทางสูง (ต่างจากลักษณะการเดินทางตามแนวถนนราชวิถี-สิรินธรที่ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นรถไฟชานเมือง) สายสีส้มจะมีแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายอื่นได้มากขึ้น ทำให้เดินทางสะดวก มีการเปลี่ยนต่อรถไฟฟ้าน้อยลง และเพิ่มพื้นที่การให้บริการตามแนวถนนเพชรบุรีและราชปรารภ ทั้งยังเป็นการทดแทนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวอ่อน ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-พรานนกในอดีตที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ก่อสร้าง[1]
  • ปี พ.ศ. 2554 สนข. มีการลดระยะทางเปลี่ยนสถานีปลายทางจากสถานีตลิ่งชัน เป็นสถานีบางขุนนนท์ เนื่องจากทับซ้อนกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - ตลิ่งชัน - ศาลายา
  • ปี พ.ศ. 2555 มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางในช่วง ศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ จากเดิมที่เมื่อออกจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้ว จะเข้าสู่ถนนเทียมร่วมมิตร แล้วตัดข้ามถนนประดิษฐ์มนูธรรม เข้าสู่ซอยนวศรี (รามคำแหง 21) เป็นเมื่อออกจากศูนย์ซ่อมบำรุง รฟม. แล้ว จะเข้าสู่ถนนพระราม 9 บริเวณหน้าที่ทำการ รฟม. มุ่งหน้าแยกพระราม 9 - ประดิษฐ์มนูธรรม แทน เนื่องจากถนนเทียมร่วมมิตร มีพื้นที่จำกัด อาจเกิดปัญหาตามมาในอนาคต อีกทั้งถนนพระราม 9 ยังสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น [10]
  • ปี พ.ศ. 2557 มีการต่อต้านการก่อสร้างโครงการภายในพื้นที่ชุมชนประชาสงเคราะห์อันเป็นที่ตั้งของ สถานีประชาสงเคราะห์ โดยแกนนำให้เหตุผลว่าเป็นการดำเนินการเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่เอกชน และไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเวนคืนที่ดินไปเพราะเป็นการทำรถไฟฟ้าใต้ดินที่ทำโดยผ่านชุมชน และตัดถนน เพิ่มขนาด 4 เลนตามแนวรถไฟฟ้าทำให้มีประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ภายหลัง รฟม. ได้จัดประชุมเพื่อสอบถามความเห็นในการก่อสร้างโครงการ ซึ่งชุมชนยังคงให้เสียงเดียวกันว่า ต้องการให้รถไฟฟ้าไปผ่านถนนหลัก และเอื้อประโยชน์แก่ประชาชนตรงนั้นแทน หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 รฟม. ได้มีการจัดประชุมเพื่อสอบถามความเห็นอีกครั้ง เพื่อสอบถามว่าต้องการให้รถไฟฟ้าผ่านทางเส้นทางไหน ซึ่งได้แก่ เส้นทางเดิม รางน้ำ - ดินแดง - ประชาสงเคราะห์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ โดยเส้นทางเดิมจะมีการปรับพื้นที่ของสถานีประชาสงเคราะห์ ไปใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาดรุณพิทยา ที่เลิกกิจการไปแล้ว กับเส้นทางใหม่ซึ่งก็คือ รางน้ำ - เคหะดินแดง - พระราม 9 โดยเอาสถานีประชาสงเคราะห์ออก ย้ายสถานีดินแดงมาตั้งอยู่ด้านหน้าโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง และสถาบันราชานุกูล (ใช้ชื่อว่า สถานีเคหะดินแดง) และย้ายสถานีเชื่อมต่อสายสีน้ำเงินจากเดิมสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เป็นสถานีพระราม 9 แต่จะไม่เชื่อมกับสถานีเดิมโดยตรง เนื่องจากสถานีพระราม 9 ใหม่จะตั้งอยู่ด้านหน้าซอยพระราม 9 ซอย 3 (ด้านหน้าโครงการ แกรนด์ พระราม 9) บริเวณถนนพระราม 9 แต่การก่อสร้างเส้นทางนี้ จะต้องมีการปิดถนนพระราม 9 เพื่อเปิดหน้าดิน ซึ่งกลุ่มชุมชนก็ให้ความเห็นว่าย้ายไปถนนพระราม 9 ที่มีความต้องการในการใช้ระบบขนส่งมวลชนมากกว่า จะเป็นการให้ผลประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด หลังจากนั้นจึงมีการพิจารณาปรับเส้นทางให้กลายเป็น รางน้ำ - เคหะดินแดง - พระราม 9 ในเวลาต่อมา และมีผลทำให้เส้นทาง มีนบุรี-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่กำลังจะประมูลงานก่อสร้าง ต้องมีการพิจารณาเส้นทางเพื่อปรับไปใช้ถนนพระราม 9 จนกลายเป็น มีนบุรี - พระราม 9 ตะวันออก อีกครั้ง
  • พ.ศ. 2558 คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร มีมติติให้ยึดการก่อสร้างเส้นทางช่วง รางน้ำ - ดินแดง - ประชาสงเคราะห์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ ตามเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางใดๆ ตามที่ รฟม. เคยประกาศทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นแนวเส้นทางที่มีการสำรวจเส้นทาง ศึกษาแผนงาน และประกาศเส้นทางให้รับทราบมานาน มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโครงการที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นเส้นทางที่ได้รับความเห็นชอบด้านผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และเป็นเส้นทางที่จะก่อให้เกิดผลประโยชน์กับโครงการและประชาชนมากที่สุด เนื่องจากผ่านย่านชุมชนที่สำคัญ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และอยู่ใกล้กับอาคารธานีนพรัตน์ หรือศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางทางราชการของกรุงเทพมหานครในอนาคต[11]

ความคืบหน้า[แก้]

  • พ.ศ. 2547 รถไฟฟ้าสายสีส้ม บางกะปิ - บางบำหรุ ปรากฏในแผนแม่บทพัฒนารถไฟฟ้า 7 สาย สมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • พ.ศ. 2548 สมัยนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการเพิ่มเติมเส้นทางรถไฟฟ้าอีก 3 เส้นทางในแผนแม่บทฯ รวมเป็น 10 เส้นทาง รวมถึงสายสีน้ำตาล ช่วงบางกะปิ - มีนบุรี ที่เคยเป็นส่วนต่อขยายของสายสีส้ม
  • วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟม. ได้พิจารณาวงเงินจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อออกแบบโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ[12]
  • แผนแม่บทโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี พ.ศ. 2549-2555 ตามมติ ครม. วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ในรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีโครงการรถไฟฟ้า 5 สาย แต่ไม่ปรากฏเส้นทางสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ
  • ช่วงปี พ.ศ. 2551 ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รฟม. ได้เสนอเส้นทางช่วงบางกะปิ-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ระยะทาง 12 กิโลเมตร ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาก่อสร้างเป็นช่วงแรก เพื่อขยายโครงข่ายรถไฟฟ้ามหานครที่เปิดให้บริการแล้วออกสู่ย่านบางกะปิ[13] โดยชั้นชานชาลาของสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล ได้ออกแบบให้มีพื้นที่เตรียมไว้สำหรับการก่อสร้างอุโมงค์เพิ่มเติมแล้ว คาดว่าจะช่วยรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นได้ถึง 5 แสนเที่ยวคนต่อวัน จากที่ปัจจุบันมีผู้โดยสารมาใช้บริการรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลเฉลี่ย 2 แสนเที่ยวคนต่อวัน[9]
  • การประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางและขนส่งมวลชน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2551 ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการจัดทำแผนแม่บทโครงการรถไฟฟ้า 9 สายขึ้น โดยกำหนดให้เส้นทางรถไฟฟ้าศาลายา - มีนบุรี ระยะทาง 51 กิโลเมตร ที่เกิดจากการรวมเส้นทางสายสีน้ำตาลช่วงบางกะปิ-มีนบุรี, สายสีส้มช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ และสายสีแดงอ่อนช่วงบางบำหรุ-ศาลายาเข้าด้วยกัน เป็นเส้นทางหนึ่งในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าระยะที่ 2 ที่จะเริ่มประกวดราคาในปี พ.ศ. 2552[14] แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้นในเวลาดังกล่าว ขณะที่เส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน-บางซื่อ ของ รฟท. ที่ทับซ้อนกับเส้นทางช่วงบางบำหรุ-ศาลายาได้เริ่มการประกวดราคาไปก่อนหน้านั้นแล้ว
  • วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2553 ได้เห็นชอบแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามที่ สนข. เสนอ โดยให้เส้นทางสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี อยู่ในแผนโครงข่ายเพิ่มเติมระยะ 10 ปี (เปิดให้บริการภายในปี พ.ศ. 2562)
  • วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการดำเนินโครงการรถไฟฟ้า ถึงการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงมีนบุรี - บางกะปิ - ศูนย์วัฒนธรรม - ตลิ่งชัน อาจจะแบ่งดำเนินการเป็น 2 ช่วง เนื่องจากช่วงมีนบุรี-บางกะปิ-ศูนย์วัฒนธรรม ออกแบบเบื้องต้นไว้แล้ว แต่ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน มีการปรับแนวเส้นทางใหม่จึงต้องใช้เวลาออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกประมาณ 1-2 ปี
  • วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้ใช้บริการ นักลงทน และนักวิชาการ ที่มีต่อโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีชมพู และ สายสีส้ม วงบางกะปิ - บางบำหรุ ว่าทั้ง 2 เส้นทางมีปริมาณการใช้ของประชาชนอย่างไร และมีความจำเป็นเร่งด่วนแค่ไหน เพื่อนำมาประกอบการการพิจารณาและเร่งรัดโครงการ
  • วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในเส้นทางตลิ่งชัน - ศูนย์วัฒนธรรม - บางกะปิ - มีนบุรี ให้สามารถดำเนินการได้ในปีพ.ศ. 2555 เนื่องจากมีความพร้อมในการดำเนินการ และได้ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว[15]
  • วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า รัฐบาลชุดนี้จะสร้างรถไฟฟ้า 10 สายให้เสร็จภายใน 7-8 ปี ทุกสายทางจะเริ่มต้นก่อสร้างและประมูลภายใน 4 ปีนี้ โดยสำหรับสายสีส้มจะสร้างช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ - บางกะปิ - มีนบุรี ก่อนเพราะเนื่องจากส่วนที่เหลือเป็นโครงการใต้ดิน ซึ่งจะใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้นจึงน่าจะเริ่มต้นดำเนินการไปได้หลังจากปีพ.ศ. 2558 ไปแล้ว[16]
  • วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555 ได้มีการลงนามสัญญาจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด เพื่อศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ จัดเตรียมเอกสารประกวดราคา และดำเนินงานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯ พ.ศ. 2535[17]
  • เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 โครงการนี้เป็น1ในโครงการที่ทางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เตรียมจะเสนอโครงการนี้ให้ทางคณะรัฐมนตรีพิจจารณาภายในสิ้นปีพ.ศ. 2557และเปิดประมูลช่วงต้นปีพ.ศ. 2558
  • วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี ให้เตรียมกระบวนการประกวดราคาภายใน 6 เดือน และคาดว่าจะสามารถทำการเปิดประมูลได้ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 โดยมีประมาณการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2565[18][19] พร้อมทั้งได้ให้แนวทางเพิ่มเติมให้ออกแบบงานก่อสร้างแบบประหยัด และเน้นการใช้วัสดุอุปกรณ์ ในส่วนที่สามารถผลิตภายในประเทศได้ เพื่อส่งเสริมการสร้างธุรกิจในประเทศรองรับการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับระบบรางในอนาคต[20]
  • วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้จัดพิธีลงนามในสัญญาว่าจ้างการก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม จำนวน 6 สัญญา โดยจะเริ่มงานก่อสร้างในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2560 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ใน พ.ศ. 2566
  • วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560 คณะรัฐมนตรีมีมติให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ทำการศึกษาและปรับรูปแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก จากเดิมที่รัฐเป็นผู้ลงทุนงานโยธา และเอกชนลงทุนในส่วนระบบงานรถไฟฟ้า ให้เปลี่ยนเป็น เอกชนลงทุนเอง 100% ทั้งงานโยธาและงานเดินรถในรูปแบบ PPP-Net Cost เช่นเดียวกับสายสีชมพูและสายสีเหลือง คาดว่าใช้เวลา 1-2 เดือนถึงจะได้ข้อสรุปเรื่องการลงทุนในส่วนนี้ โดยสาเหตุของมติดังกล่าวคือคณะรัฐมนตรีเล็งเห็นว่าส่วนตะวันตกเป็นโครงการใต้ดินทั้งโครงการ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูง การให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนเอง 100% จะช่วยเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของรัฐได้
  • เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ผู้ชนะการประมูลงานก่อสร้างเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างโครงการตามแนวถนนรามคำแหง และถนนพระราม 9 โดยยกเว้นพื้นที่บริเวณสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถานีรฟม. และศูนย์ซ่อมบำรุง เนื่องมาจากทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือขสมก. ได้ขอใช้พื้นที่ในการจอดรถโดยสารประจำทางแบบใช้ก๊าซเอ็นจีวีที่ได้มาจากความร่วมมือกับ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งต่อมากรมสรรพากรได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลให้ เบสท์ริน กรุ๊ป ดำเนินการจ่ายภาษีนำเข้ารถย้อนหลัง แต่ทางเบสท์ริน กรุ๊ป กลับอ้างว่ารถดังกล่าวได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของ ขสมก. แล้ว ทำให้รถถูกทิ้งเอาไว้ที่พื้นที่ รฟม. พระราม 9 โดยไม่มีการนำออกมาใช้งาน ซึ่งต่อมา รฟม. ได้ฟ้องร้องให้ ขสมก. และ เบสท์ริน กรุ๊ป ดำเนินการย้ายรถออกจากพื้นที่ แต่ทั้งคู่ขอยื่นอุทธรณ์เนื่องจากกลัวเสียรูปคดี ซึ่งปัจจุบัน รฟม. ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ด้วยสาเหตุนี้
  • 7 กันยายน พ.ศ. 2561 คณะกรรมการ รฟม. ได้มีการจัดการประชุมนัดพิเศษ และมีมติเห็นชอบในรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) และการให้ผู้ให้บริการรายเดียวเดินรถครบทั้งสายมูลค่าการลงทุนรวม 143,000 ล้านบาท ภายใต้รูปแบบสัญญาการร่วมลงทุน PPP-Net Cost โดยจะเสนอให้กระทรวงคมนาคมเห็นชอบภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 เสนอให้คณะรัฐมนตรีรวมถึงคณะกรรมการพีพีพีเห็นชอบภายในปีนี้ และเปิดประมูลโครงการอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2562 เพื่อให้การดำเนินการเชิงพาณิชย์ของรถไฟฟ้าสีส้มส่วนตะวันออกสามารถเปิดดำเนินการได้ใน พ.ศ. 2566 โดยในร่างสัญญาเอกชนผู้ประมูลงานจะต้องเสนอราคาค่าก่อสร้างงานโยธาโดยรวมทั้งระบบภายใต้งบประมาณไม่เกิน 96,000 ล้านบาท และเสนอความคุ้มค่าและความเสี่ยงในการรับภาระส่วนแบ่งค่าโดยสาร[21]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 เอกสารโครงการศึกษาปรับแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล : การสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 จัดโดย สนข.
  2. http://www.thairath.co.th/content/region/340161
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
  4. ทำรถไฟฟ้าบางขุนนนท์-มีนบุรี เวนคืนอื้องบพุ่ง ถึง1.78แสนล้าน
  5. แผนที่เส้นทาง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ฉบับใหม่)
  6. โครงการระบบขนส่งมวลชนสายสีน้ำตาล โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
  7. http://www.mrta.co.th/th/projectelectrictrain/construction_progress_report/
  8. ปรับรายวันรถไฟฟ้าสีม่วง ยึดแนวเดิมเข้าบางซื่อ ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2548
  9. 9.0 9.1 หั่นเส้นทางรถไฟฟ้าใยแมงมุม ที่ปรึกษาชี้ไม่มีข้อมูลรองรับ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
  10. รฟม.ทุ่มเพิ่ม 2 พันล้าน ปรับเส้นทางเดินรถไฟสายสีส้ม
  11. คจร.สรุปก่อสร้างรถไฟฟ้าสีส้มยึดแนวเดิม
  12. รฟม.จ้างเอกชนผุดส่วนต่อ 3 เส้นทาง กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
  13. รฟม. ชงรถไฟฟ้าสีส้ม ช่วงแรก 12 กม.แสน ล. มติชนรายวัน วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551
  14. วันที่รอคอย รถไฟฟ้า "สมัคร 1" เปิดหวูดเฟสแรก 7 เส้นทาง 3 แสนล้าน ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2551
  15. คมนาคมพร้อมชงครม.ใหม่ เดินหน้ารถไฟฟ้าสารพัดสี ทั้งสีส้ม ชมพู เหลือง
  16. เพื่อไทยรื้อแผนปชป. ตัดทิ้งรถไฟฟ้า2สาย เส้นวัชรพล-พระราม9 และดินแดง-ยศเส สีส้มตัดระยะทางเหลือ 20 ก.ม.
  17. 'จารุพงศ์'ย้ำสร้างมูลค่าเพิ่มแนวรถไฟฟ้า
  18. http://www.posttoday.com/biz/gov/403973
  19. http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000135400
  20. http://www.thairath.co.th/content/546386
  21. บอร์ดรฟม. ไฟเขียวโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก คาดประมูลได้ปี’62

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]