ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์
Hat Yai Junction–Padang Besar Railway
Padangbesa, Sadao District, Songkhla, Thailand - panoramio (6).jpg
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้งจังหวัดสงขลา ประเทศไทย
รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย
ปลายทางชุมทางหาดใหญ่
ปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย)
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อ1 กรกฎาคม 2461[1]
เจ้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย
การรถไฟมลายา
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง43.502 กม. (27.03 ไมล์)[2]
รางกว้าง1,000 มม. (3 ฟุต 3 38 นิ้ว) มีเตอร์เกจ
ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์
Straight track
ทางรถไฟสายธนบุรี–สุไหงโก-ลก
Station on track
928.58 ชุมทางหาดใหญ่
Unknown BSicon "ABZgl"
ไปสุไหงโก-ลก
Unknown BSicon "eBHF"
934.68 บ้านพรุ
Unknown BSicon "eBHF"
945.15 ศาลาทุ่งลุง
Station on track
952.64 คลองแงะ
Unknown BSicon "eBHF"
961.14 คลองรำ
Unknown BSicon "eBHF"
967.79 บ้านท่าข่อย
Station on track
972.90 ปาดังเบซาร์ (ไทย)
Station on track
973.32 เขตแดน
Restricted border on track
973.56 พรมแดนไทย–มาเลเซีย
Station on track
973.84 ปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย)
Straight track
ทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันตก

ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ เป็นทางรถไฟระหว่างประเทศที่เชื่อมระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย มีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผ่านพรมแดนไทยกับมาเลเซีย จนถึงสถานีปลายทางคือสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส ซึ่งบรรจบกับทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันตกของมาเลเซีย[3]

ประวัติ[แก้]

มีการก่อสร้างทางรถไฟสายใต้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2464 โดยมีสถานีปลายทางคือสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส[1] ต่อมาได้มีการก่อสร้างเส้นทางเพิ่มเติมจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เชื่อมเข้ากับทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศมาเลเซีย ที่สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ รัฐปะลิส[3] โดยเดินรถระหว่างกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2461[1] ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำสัญญาการเดินรถระหว่างกันเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465[4] ทั้งสายปาดังเบซาร์และสายปาซีร์มัซ[5] โดยสถานีร่วมในสายปาดังเบซาร์ตั้งอยู่ในดินแดนคาบเกี่ยวกันของสองประเทศ ส่วนสถานีร่วมในสายปาซีร์มัซคือสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกในฝั่งไทย[5] กระทั่งถึงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงหยุดการเดินรถระหว่างกัน[1]

หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลมาเลเซียเจรจาขอเปิดการเดินรถระหว่างประเทศอีกครั้ง และได้มีการตกลงตามสัญญาเดิมเกี่ยวกับการเดินรถผ่านแดนที่เคยกระทำต่อกันเมื่อปี พ.ศ. 2478 มีการแก้ไขบางข้อ และเดินรถตามข้อตกลงใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2497[1]

เดิมทางรถไฟสายนี้มีเพียงสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ในฝั่งมาเลเซีย หากผู้โดยสารมีความประสงค์จะลงที่ปาดังเบซาร์ฝั่งไทยต้องมีการทำหนังสือเดินทางเพราะผู้โดยสารต้องลงที่สถานีฝั่งมาเลเซียแล้วนั่งรถยนต์ย้อนกลับเข้าฝั่งไทยอีก กระทั่งวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2558 มีการเปิดสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ (ไทย) ใหม่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว[6][7] ต่อมาวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 ได้ยกเลิกรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศ กรุงเทพ–บัตเตอร์เวิร์ท เปลี่ยนเป็นกรุงเทพ–ปาดังเบซาร์ หากผู้โดยสารมีความประสงค์จะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย ต้องลงไปซื้อตั๋วและต่อรถไฟฟ้าของมาเลเซียเอง[8]

การเดินรถ[แก้]

ปัจจุบันในเส้นทางชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะมีรถไฟหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารในสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่, สถานีรถไฟคลองแงะ, สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ (ไทย) และสถานีปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย) ผู้ที่จะเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย สามารถจัดการได้ที่ด่านศุลกากรในสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ฝั่งมาเลเซียแล้วต่อรถไฟได้เลย[9]

ในปี พ.ศ. 2557 รถไฟในฝั่งมาเลเซียเป็นระบบรถไฟทางคู่ ใช้ระบบรถไฟฟ้า ทำความเร็ว 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีรถไฟขนส่งสินค้าห้าขบวน ขนตู้สินค้าขนาดเล็กได้ 300 ตู้ต่อวัน ขณะที่รถไฟไทยยังเป็นรถไฟทางเดี่ยว และทำความเร็วเพียง 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง[10] ในปี พ.ศ. 2560 รัฐบาลไทยมีแผนที่จะพัฒนาให้ทางรถไฟสายชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์เป็นรถไฟทางคู่[11][12]

10 มกราคม พ.ศ. 2561 หอการค้าสงขลาและการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ออกให้ข้อมูลว่าจะมีการเวนคืนที่ดินในปี พ.ศ. 2561 เพื่อเตรียมสร้างทางรถไฟทางคู่สายสงขลา–ชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จะเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2562 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2564[13]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 สุนันทา เจริญปัญญายิ่ง. "ทางรถไฟที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน". สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  2. "ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย". การรถไฟแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  3. 3.0 3.1 "เส้นทางรถไฟ". การรถไฟแห่งประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  4. "ประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ให้ใช้สัญญา ว่าด้วยการเดินรถไฟ ระหว่างพระราชอาณาจักร์สยาม กับ กลันตัน, ไทรบุรี, เปอร์ลิศและสหรัฐมลายู" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 41 (0 ก): 274. 29 ธันวาคม 2467.
  5. 5.0 5.1 "คำแปล สัญญาระหว่างรัฐบาลสหรัฐมลายู กับ รัฐบาลสยาม เพื่อความสดวกในการเดินรถไฟ ระหว่างพระราชอาณาจักร์สยาม กับ กลันตัน, ไทรบุรี, เปอร์ลิศ และสหรัฐมลายู" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 41 (0 ก): 276. 29 ธันวาคม 2467.
  6. "ผุดสถานีใหม่ 'ปาดังเบซาร์' เชื่อมระบบราง 'ไทย-มาเลย์'". ประชาชาติธุรกิจ. 21 ธันวาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  7. "เปิดตัว 'ปาดังเบซาร์' สถานีรถไฟเชื่อมไทย-มาเลเซีย". คมชัดลึก. 29 ธันวาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  8. "ร.ฟ.ท.ปรับขายตั๋ว "บัตเตอร์เวอร์ธ เหลือแค่กรุงเทพ-ปาดังเบซาร์"". ผู้จัดการออนไลน์. 26 สิงหาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  9. "เปิดขบวนพิเศษรถไฟหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เชื่อมรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย-สิงคโปร์". กิมหยงนิวส์. 19 ธันวาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  10. "ด่านปาดังเบซาร์ ไทยพัฒนาช้ากว่ามาเลเซีย?". วอยซ์ทีวี. 3 ธันวาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  11. "ทางคู่ "หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์" โมเดลนำร่องรถไฟพลังงานไฟฟ้า". ประชาชาติธุรกิจออนไลน์. 7 พฤษภาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  12. "รถไฟทางคู่ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เปิดประตูศก.สู่แดนใต้เชื่อมมาเลเซีย". ฐานเศรษฐกิจ. 7 ธันวาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.
  13. "หอการค้าสงขลา-รฟท เคาะข่าวดีรถไฟทางคู่หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์". สงขลาทูเดย์. 10 มกราคม 2561. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2561.