ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Thai Motorway-t81.svg
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81
บางใหญ่ – กาญจนบุรี
ข้อมูลของเส้นทาง
ความยาว: 100.000 กิโลเมตร (62.137 ไมล์)
สร้าง: 2559 – ปัจจุบัน
ทางแยกที่สำคัญ
ปลายทิศตะวันออก: Thai Motorway-f9.svg Thai Highway-302.svg ถ.กาญจนาภิเษก และ ถ.รัตนาธิเบศร์ ใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
 

Thai Motorway-t91.svg วงแหวนรอบนอกภาคกลาง (โครงการ)
ใน อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
Thai Highway-3233.svg 3233 ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Thai Motorway-t8.svg นครปฐม-ชะอำ (โครงการ)
ใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
Thai Highway-3036.svg 3036 ใน อ.เมือง จ.นครปฐม
Thai Highway-321.svg มาลัยแมน ใน อ.เมือง จ.นครปฐม
Thai Highway-3394.svg 3394 ใน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

Thai Highway-3081.svg 3081 ใน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
ปลายทิศตะวันตก: Thai Highway-324.svg กาญจนบุรี-จรเข้สามพัน ใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
ระบบทางหลวง

ทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี เป็นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเพื่อเชื่อมต่อกรุงเทพมหานคร ผ่านทางจังหวัดนนทบุรีกับจังหวัดทางภาคตะวันตก และยังสามารถเดินทางไปประเทศพม่าได้สะดวกยิ่งขึ้น

เส้นทางนี้สามารถลดระยะเวลาในการเดินทางจากจังหวัดนนทบุรี-จังหวัดกาญจนบุรี จากเดิม 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 55 นาที และยังมีความปลอดภัยกว่าเดิม

การเวนคืนที่ดิน[แก้]

กรมทางหลวงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา ได้แก่ บริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัททีม คอนซัลติ้งเอนจิเนียริ่ง แอนด์แมเนจเม้นท์ จำกัด และบริษัท เอพซิลอน จำกัด เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2551 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เพื่อศึกษาความเหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ขนาด 6 ช่องจราจร ระยะทาง 100 กิโลเมตรใหม่อีกครั้ง จากที่ก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงได้เคยศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และยังไม่ลงมือก่อสร้างเนื่องจากงบประมาณมีจำกัด

อย่างไรก็ดี บริษัทที่ปรึกษาได้ประมาณราคาค่าก่อสร้างปัจจุบันไว้ที่ 24,500 ล้านบาท งบเพื่อชดเชยจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 7,000-10,000 ล้านบาท จากเดิมมูลค่า 17,700 ล้านบาท แยกเป็นค่าก่อสร้าง 12,000 ล้านบาท ค่าเวนคืน 5,500 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างและราคาที่ดินสูงขึ้น และยังพบว่ามีประชาชนถูกกระทบจากการเวนคืนมากเกือบ 10,000 ราย ซึ่งได้แก่บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง มากกว่า 1,000 หลังคาเรือน และที่ดินแปลงว่างเปล่า มากกว่า 5,000 แปลง ครอบคลุม 4 จังหวัด 7 อำเภอ 25 ตำบล 78 หมู่บ้าน คือ จังหวัดนนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี แต่ในมุมกลับกันเมื่อเปรียบเทียบระยะทาง 100 กิโลเมตร ถือว่าจำนวนที่ถูกกระทบจากการเวนคืนมีไม่มาก

นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษายังช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยพิจารณาเบี่ยงแนวใหม่ประมาณ 50 เมตรจากแนวสายทางเดิม เนื่องจากเมื่อนำแนวเดิมที่เคยศึกษาไว้มาตรวจสอบจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศพบว่า ตลอดแนวมีบ้านเรือนประชาชน บ้านจัดสรร โรงงาน สุสานหลุมฝังศพ (ฮวงซุ้ย) เกิดขึ้นจำนวนมาก ทำให้บริษัทที่ปรึกษาต้องเบี่ยงแนวให้พาดผ่านพื้นที่ว่างให้มากที่สุด ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม RB ฟอกย้อม ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำนครชัยศรี พื้นที่ 100 กว่าไร่ จะขยับไม่ให้กระทบกับตัวโรงงาน ฮวงซุ้ย 3 แห่ง หลายร้อยหลัง ได้แก่ บริเวณกิโลเมตรที่ 37+500 ติดกับหมู่บ้านจันทร์กานต์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม บริเวณคลองเจดีย์บูชา ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 321 (มาลัยแมน) และบริเวณกิโลเมตรที่ 85+500 อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนบ้านเรือนประชาชนที่ถูกกระทบจากการเวนคืนมากที่สุดจะเป็นบริเวณอำเภอเมืองนครปฐม กว่า 500 หลังคาเรือน สำหรับหมู่บ้านจัดสรรที่ได้รับผลกระทบ มี 3 หมู่บ้าน โดยเฉพาะบริเวณช่วงต้นโครงการที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ หมู่บ้านร่มไม้ 8 หลังคาเรือน หมู่บ้านชิชากร 34 หลังคาเรือน และหมู่บ้านจันทร์กานต์ ที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว โดยจะเริ่มลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนเดือนมกราคม 2552

ส่วนราคาที่ดินที่จะชดเชย ล่าสุดได้ประมาณเบื้องต้น โดยที่ดินในหมู่บ้านชิชากร (บางใหญ่) ราคา 80,000 บาทต่อตารางวา ในเขตเมือง 4,000 บาทต่อตารางวา และเขตนอกเมือง 1,000 บาทต่อตารางวา เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่การเกษตร

ความคืบหน้า[แก้]

ปัจจุบัน กรมทางหลวงได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งมีบริษัท MAA Consultant Co., Ltd. เป็นแกนนำ เพื่อดำเนินการออกแบบก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ระยะทาง 98 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนรวม 24,040 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินว่าจ้างกว่า 40 ล้านบาท โดยมีกำหนดการทำงานภายในระยะเวลา 1 ปี จากนั้นคาดว่าในปีงบประมาณ 2553 จะจ้างออกแบบก่อสร้างอีก 2 โครงการคือ มอเตอร์เวย์สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด และสายนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ

สำหรับเนื้องานที่บริษัทที่ปรึกษาต้องดำเนินการนั้น ประกอบด้วยงานศึกษาและทบทวนความเหมาะสมของแนวเส้นทางเดิมที่ได้ทำการศึกษาไว้ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ควรปรับปรุงแนวเส้นทางที่บริเวณใดบ้างหรือไม่, ต้องออกแบบให้เหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างจริง, ต้องศึกษามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม, ต้องทำการปูโฉนด เพื่อสำรวจจำนวนอาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างและที่ดินที่จะต้องเวนคืนว่ามีจำนวนเท่าไร ต้องจ่ายค่าจัดกรรมสิทธิ์เท่าใดบ้าง รวมถึงต้องข้อมูลสำหรับออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่ที่จะต้องเวนคืนด้วย

นอกจากนั้นแล้วบริษัทที่ปรึกษา จะต้องดำเนินการคำนวณมูลค่าการลงทุนที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งด้วย เนื่องจากผลการศึกษาเดิมได้ศึกษาไว้นานหลายปีแล้ว อีกทั้งปัจจุบันนี้ราคาค่าน้ำมัน ค่าวัสดุก่อสร้าง รวมถึงค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น จึงคาดว่ามูลค่าโครงการจะปรับตัวสูงขึ้นด้วย ซึ่งในเบื้องต้นนี้คาดว่ามูลค่าโครงการจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 30% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 7,200 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในส่วนนี้จะยังไม่มีการศึกษาในเรื่องของรูปแบบการลงทุน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลก่อนว่าจะมีนโยบายอย่างไร ซึ่งกรมจะสรุปแผนการดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษให้รัฐบาลพิจารณา โดยคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลให้พิจารณาและอนุมัติการดำเนินโครงการ รวมถึงรูปแบบการลงทุนที่ชัดเจน

เนื่องจากก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน (Public-Private Partnership Committee: PPP) ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้พิจารณาแผนงานของกรมทางหลวงแล้วมีแนวคิดที่จะนำโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองมาเป็นโครงการนำร่อง แต่ยังไม่ได้มีการมอบนโยบายอย่างเป็นทางการว่าให้ดำเนินการอย่างไรต่อ ทางกรมจึงต้องส่งเรื่องเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อขอความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าจะให้ดำเนินโครงการหรือไม่ และอย่างไร รวมถึงจะขอความชัดเจนในเรื่องการลงทุนด้วยว่าจะให้เป็นรูปแบบใด จะเลือกแนวทางให้กรม ดำเนินการเอง ซึ่งส่วนนี้กรม ก็มีทางเลือกที่จะจัดตั้งกองทุนเพื่อระดมทุน หรือหากเลือกแนวทางที่เปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ก็คงต้องมอบให้คณะกรรมการพีพีพี เป็นผู้ดำเนินการ

อนึ่ง แนวเส้นทางโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 ตามผลการศึกษาเดิมที่เคยศึกษาไว้ จะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง

  • ช่วงที่ 1 บางใหญ่-บ้านโป่ง ระยะทาง 51 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นถนนขนาด 6 ช่องจราจร เมื่อปริมาณการจราจรเพิ่มจะขยายเป็น 8 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (กาญจนาภิเษก) บริเวณทางแยกต่างระดับบางใหญ่ ไปจนถึงทางแยกต่างระดับบ้านโป่ง โดยจะเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 8 (นครปฐม-ชะอำ)
  • ช่วงที่ 2 บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 47 กิโลเมตร นับจากปลายทางแยกต่างระดับที่บริเวณบ้านโป่ง ด้านที่ออกมาทางกาญจนบุรี ในระยะแรกจะก่อสร้างเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร มีทางเข้าออกจากโครงการเป็นทางแยกต่างระดับ 2 แห่ง คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3081 (ท่าเรือ-พระแท่นฯ) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 324 (กาญจนบุรี-อู่ทอง) เมื่อปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นจะขยายเป็น 6 ช่องจราจร มูลค่าการลงทุน 6,482 ล้านบาท ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 657 ล้านบาท

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]