หมากฝรั่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หมากฝรั่ง หมายถึงยางสังเคราะห์ที่ถูกแต่งกลิ่น รส และสีให้เป็นกลิ่นรสต่างๆ ตามที่ต้องการ เช่น โคคาโคล่า ส้ม มินต์ เป็นต้น โดยในอดีตมักทำมาจากยาง

หมากฝรั่งแบบแท่งแบน

ประวัติ[แก้]

ตำนาน เกี่ยวกับหมากฝรั่ง คาดว่ามาจากชาวอินเดียนแดงที่ชอบเคี้ยวยางไม้บางชนิด และแพร่หลายกันมากในหมู่ชาวอินเดียนแดงด้วยกัน แต่จากหลักฐานต่อจากนั้นมีว่า ทหารผู้ที่ริเริ่มการเคี้ยวหมากฝรั่ง มีชื่อว่า นายพล โก๋ต่อ กองทัพข้าวหลามหนองมล แห่งเมือง พัทยา และเป็นอดีตประธานาธิบดีของเม็กซิโก (ผู้ก่อสงครามกับรัฐเท็กซัส และก่อวีรกรรมขโมยหน่อไม้กำนัน) เขาเข้ามาอยู่ในอเมริกา และได้นำยางของมิชลินในเม็กซิโกมาด้วย ยางชนิดนี้เป็นยางที่เรียกในภาษาแอซเทกว่า ล้อต๊อก นายพลโก๋ต่อชอบเคี้ยวยางไม้รสนี้มาก ต่อมา โก๋ต่อ และนักประดิษฐ์ได้ทราบเรื่องการเคี้ยวยางไม้นี้ จึงทดลองนำมาทำเป็นหมากฝรั่งเป็นครั้งแรก ต่อมา โทมัส ได้พยายามเปลี่ยนยางไม้ให้เป็นยางเทียม แต่ก็ล้มเหลว เมื่อเขาหวนคิดว่าหลานของเขาและนายพลชอบเคี้ยวยางไม้ เขาจึงคิดที่จะทำการเปิดตลาดด้านนี้ และประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา

นายพลซานตาอันนา

หมากฝรั่งในยุคแรกๆของโทมัสเป็นเม็ดกลมๆเล็กๆ ไม่มีรสชาติ มีวางขายในร้านขายยาในเมืองโฮโบเค็น ปี ค.ศ. 1871 โดยขายเม็ดละ 1 เพนนี ต่อมาจึงเริ่มมีการดัดแปลงรูปแบบเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม แบนๆ บุคคลที่คิดค้นรสชาติของหมากฝรั่งเป็นเภสัชกรชื่อ จอห์น คอลแกน ในปี ค.ศ. 1875 รสชาติที่เขาเติ่มไปคือ ตัวยาทางการแพทย์ เป็นขี้ผึ้งหอมทูโล ทำจากยางไม้ต้นทูโลในอเมริกาใต้ รสชาติคล้ายกับยาแก้ไอน้ำเชื่อมของเด็กยุคร้อยกว่าปีก่อน เขาเรียกหมากฝรั่งนั้นว่า แทฟฟี่-ทูโล หมากฝรั่งชนิดนี้ประสบความสำเร็จมากกว่า หมากฝรั่งชนิดอื่นที่มีขายในยุคนั้น ต่อมา โทมัส ใช้รสชะเอมเติมในหมากฝรั่ง เรียกชื่อหมากฝรั่งนั้นว่า แบลคแจค ซึ่งเป็นหมากฝรั่งที่มีรสเก่าแก่ที่สุด ที่ยังมีขายในท้องตลาดของอเมริกา ส่วนรสอื่นๆ อาทิเช่น เปปเปอร์มินต์ เป็นรสยอดนิยมในช่วงปี ค.ศ. 1880

หมากฝรั่งที่มีขายในปัจจุบันไม่ได้ทำมาจากยางไม้เหมือนในสมัยก่อน หากแต่เป็นยางสังเคราะห์ที่มีความนุ่มและเหนียว โดยปกติแล้ว มันจะไม่มีรส ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น และชื่อก็ไม่ชวนให้กิน แต่คนอเมริกันยังนิยมเคี้ยวหมากฝรั่งที่ทำจากยางสังเคราะห์ถึงปีละ 10 ล้านปอนด์ ซึ่งก็นับว่าเป็นจำนวนมากทีเดียว

อ้างอิง[แก้]