ทางพิเศษอุดรรัถยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
Thai Motorway.svg
ทางพิเศษอุดรรัถยา
ทางด่วนสายบางปะอิน–ปากเกร็ด
ทางพิเศษอุดรรัถยา (สีชมพู)
ข้อมูลของเส้นทาง
ความยาว: 32 กิโลเมตร (20 ไมล์)
ใช้งาน: พ.ศ. 2541 – ปัจจุบัน
ทางแยกที่สำคัญ
ปลายทิศใต้: Thai Motorway.svgThai Highway-304.svg ทางพิเศษศรีรัชส่วน C / ถ.แจ้งวัฒนะ ใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ปลายทิศเหนือ: Thai Motorway-f9.svg ถ.กาญจนาภิเษกด้านตะวันตก ใน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
ตำแหน่งที่ตั้ง
จังหวัด:
ระบบทางหลวง

ทางพิเศษอุดรรัถยา หรือ ทางด่วนสายบางปะอิน–ปากเกร็ด เป็นทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ระยะทางรวม 32 กิโลเมตร มีปลายทางทิศใต้ที่ปลายทางทิศเหนือของทางพิเศษศรีรัชส่วน C บริเวณจุดตัดกับถนนแจ้งวัฒนะ ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และมีปลายทางทิศเหนือบนถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ทางพิเศษอุดรรัถยามีวัตถุประสงค์การก่อสร้างเพื่อรองรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13[1] และเพื่อให้ระบบทางพิเศษในตอนบนของกรุงเทพมหานครสมบูรณ์ขึ้น

รายละเอียดของเส้นทาง[แก้]

ทางพิเศษอุดรรัถยามีเส้นทางเชื่อมต่อมาจากทางพิเศษศรีรัชส่วน C บริเวณจุดตัดกับถนนแจ้งวัฒนะ ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร มุ่งไปทางทิศเหนือ ผ่านเมืองทองธานี จากนั้นเข้าสู่อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 346 แล้วข้ามคลองเชียงราก ก่อนที่ลดระดับเป็นทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร โดยมีรั้วกั้นตลอด จากนั้นเข้าสู่อำเภอสามโคก ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3214 ซึ่งบริเวณนี้จะมีเส้นทางแยกไปทางทิศตะวันออกเพื่อต่อเชื่อมกับถนนทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หลังจากนี้ เส้นทางจะโค้งไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 แล้วไปสิ้นสุดบริเวณกิโลเมตรที่ 79 ของถนนกาญจนาภิเษก

ประวัติการก่อสร้าง[แก้]

ทางพิเศษอุดรรัถยาแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 แจ้งวัฒนะ–เชียงราก รวมระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เริ่มต้นที่ปลายทางพิเศษศรีรัชบริเวณจุดตัดกับถนนแจ้งวัฒนะ ไปถึงบางพูน ก่อสร้างเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร และจากบางพูนไปถึงเชียงราก เป็นทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร (ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร) รวมทั้งทางต่อเชื่อมจากเชียงรากไปถนนทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก่อสร้างเป็นทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร (ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร) ก่อสร้างแล้วเสร็จเดือนตุลาคม พ.ศ. 2541 เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2541
  • ระยะที่ 2 เชียงราก–บางไทร รวมระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจร เชื่อมต่อกับระยะที่ 1 ที่เชียงราก และมีแนวสายทางมุ่งไปทางทิศเหนือ ไปสิ้นสุดที่ถนนกาญจนาภิเษก ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542


โครงการก่อสร้างในอนาคต[แก้]

ปัจจุบัน การทางพิเศษแห่งประเทศไทยมีโครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา–พระนครศรีอยุธยา (ทางพิเศษอุดรรัถยาส่วนต่อขยาย)[2] เป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร แนวสายทางเริ่มจากด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางปะอิน สิ้นสุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 35 กิโลเมตร ทั้งนี้ ได้มีโครงการทางเชื่อมต่อศูนย์ศิลปาชีพบางไทรในโครงการ และยังมีโครงการปรับปรุงทางพิเศษอุดรรัถยา ช่วงบางพูน-บางไทรจากทางระดับดินขนาด 4 ช่องจราจรเป็นทางยกระดับอีกด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. "ทางพิเศษอุดรรัถยา". การทางพิเศษแห่งประเทศไทย. http://www.exat.co.th/index.php/th_TH/news/article/view/5/11/. เรียกข้อมูลเมื่อ 22 มิถุนายน 2559. 
  2. "โครงการทางพิเศษสายอุดรรัถยา–พระนครศรีอยุธยา". การทางพิเศษแห่งประเทศไทย. http://udornratthaya-ayutthaya.com/home/. เรียกข้อมูลเมื่อ 8 มีนาคม 2558. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]