ดำรง พุฒตาล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
นายดำรง พุฒตาล

ดำรง พุฒตาล เป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 (75 ปี)
จบปริญญาตรี การศึกษาบัณฑิต (ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร)

ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (ม.สุโขทัยธรรมาธิราช)
ปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตจาก 3 สถาบัน คือ

  1. ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ปี 2532
  2. ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ปี 2553
  3. ปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปี 2558

งานด้านสังคม

  • อดีตสมาชิกวุฒิสภา (แต่งตั้ง) 4 ปี
  • อดีตสมาชิกวุฒิสภา (เลือกตั้ง) 6 ปี
  • เป็นผู้ผลิต พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ตั้งแต่ ปี 2510
  • เป็นประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเมาไม่ขับ
  • เป็นประธานมูลนิธิดำรงพุฒตาล (อนุรักษ์ภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย)
  • กรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ
  • เป็นกรรมการมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ,มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
  • เป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของนิตยสาร “คู่สร้างคู่สม”
  • เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อที่มีประสบการณ์ให้กับสถาบันการศึกษาและองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน

บทสัมภาษณ์[แก้]

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 19 ก.ค.58

“ผมเป็นคนอยุธยาโดยกำเนิด ทั้งพ่อแม่ปู่ย่าตาทวดเป็นคนอยุธยา เป็นมุสลิมเชื้อสายเปอร์เซีย เข้ามาตั้งรกรากในไทยตั้งแต่สมัยพระเอกา-ทศรถ เมื่อ 400 ปีก่อน ทวดผมมีที่นาอยู่ที่อำเภอวังน้อย 300 ไร่ และโอนตกทอดจากคุณพ่อมาถึงรุ่นลูกๆ ครอบครัวเราเป็นคนไทยมุสลิมที่บ้านล้อมรอบด้วยวัด จึงมีความเข้าใจคนพุทธดี พ่อแม่ผมมีลูก 8 คน พ่อผมมีอาชีพเรือโยง ผมเรียนหนังสือที่อยุธยาจบ ม.6 สมัยนั้นไม่รู้จะเรียนอะไร พอดีใกล้ๆบ้านมีโรงเรียนฝึกหัดครูอยุธยา บังเอิญสอบเข้าได้ ก็เรียนแบบกินนอน ทั้งๆที่อยู่ใกล้บ้าน ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นให้มาทำหนังสือและทีวี เพราะผมทำงานห้องสมุดที่โรงเรียน ตลอดเวลา 2 ปี เช้าตื่นมาเก็บกวาดห้องสมุด ซ่อมหนังสือ เที่ยงและเย็นอยู่ห้องสมุด โอกาสนี้ทำให้ได้อ่านหนังสือเยอะ ผมอ่านหนังสือของคุณชายคึกฤทธิ์ตั้งแต่เรียนปีสอง ตอนอ่านหนังสือท่องเที่ยวและสิ่งมหัศจรรย์โลก ผมไม่เคยนึกว่าคนอย่างเราจะได้เห็นโลกกว้าง เด็กบ้านนอกคนหนึ่งก็ฝันไป สิ่งเหล่านี้จุดประกายให้ทะเยอทะยาน และทำให้สนใจภาษาอังกฤษ สมัยนั้นฝรั่งชอบเที่ยวอยุธยา เราอาสาเป็นไกด์พูดอังกฤษถูกๆผิดๆไปตามประสา คือเป็นคนขยันและขวนขวายแต่เด็ก”

หลังเรียนจบครูจากราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ผมก็มาทำงานที่การบินไทยได้ 3 ปี ระหว่างนั้นมีโอกาสไปสมัครเป็นพิธีกรกับ “พันเอก การุณ เก่งระดมยิง” ผู้ก่อตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทหารสื่อสารและโทรทัศน์ไทย ปัจจุบันคือทีวีช่อง 5 ท่านเปิดสอนการทำรายการโทรทัศน์ และปั้นพิธีกรใหม่ขึ้นมาหลายคน ฝึกฝนจนมั่นใจก็ลาออกจากการบินไทย มาสมัครเป็นพนักงานของทีวีช่อง 7 สี รุ่นแรก เขาเรียกว่ารุ่นแกะกล่อง ผมได้แจ้งเกิด จากรายการแรกคือ ยี่สิบคำถาม ตามมาด้วยรายการป๊อปท็อป และนาทีทอง กระทั่งลาออกจากช่อง 7 สี มาทำรายการใหม่ๆของตัวเอง ก็ได้รับความนิยมดี มีทั้งรายการคู่สร้างคู่สม, อาทิตย์ยิ้ม พระจันทร์แย้ม, สุขสันต์วันเสาร์ และรายการแม่บ้านที่รัก ไม่ใช่เก่งหรอกนะ แต่ยุคนั้นมันไม่มีตัว นึกอะไรไม่ออกก็ดำรง พุฒตาล, ธรรมรัตน์ นาคสุริยะ และประภัทร์ ศรลัมพ์

ผมสังเกตตัวเองว่าพอเราเริ่มเงียบหายจากจอ ก็จะมีคนมาเรียกตัวไปทำงานตลอด อย่างเจเอสแอลก็มาขอให้ทำรายการเจาะใจ ทำให้ผมดังมาอีก 10 ปี ตอนนั้น “ดู๋-สัญญา คุณากร” มาแรงมาก แต่ช่วงหลังรายการมันตก เพราะรายการข่าวรูปแบบใหม่แย่งพื้นที่ไปหมด พอใครดังปั๊บก็เอาไปออกข่าวรุ่งเช้าเลย ขณะที่รายการเจาะใจต้องรอตั้ง 7 วัน กว่าจะได้สัมภาษณ์ มันก็สู้ไม่ไหว ตอนทำรายการเจาะใจเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไม่ต้องคิดรายการเอง มีคนมาจ้างทำ เขาจัดเสื้อผ้าแต่งหน้าทาปากให้เรา เตรียมสคริปต์ให้หมด แค่เอาปากไปพูดอย่างเดียว พออัดเทปเสร็จรับเงินแล้วก็ไป หลังจบจากรายการเจาะใจ ก็มีคนชวนทำโน่นนี่เรื่อยๆ ผมไม่เคยหลุดจากจอทีวี เพียงแต่ตอนนี้ไม่เปรี้ยงปร้างเท่าหนุ่มๆ พออายุมากขึ้น ก็จะเลือกทำงานเฉพาะที่อยากทำ

อ้างอิง[แก้]