ใบเสมา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก สีมา)

ใบสีมา เป็นหลักกำหนดเขตเพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ นิยมทำด้วยแผ่นหินสกัดเป็นแผ่นหนาประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร มีรูปทรงเฉพาะ บางแห่งสกัดเป็นลายเส้นรูปธรรมจักรเพิ่มความสวยงาม ประดิษฐานไว้ในซุ้มที่สร้างคร่อมนิมิตทั้ง 8 ทิศของโบสถ์ คล้ายเป็นสัญลักษณ์แทนนิมิต ถ้าเป็นวัดราษฎร์นิยมทำซุ้มละแผ่นเดียว ถ้าเป็นวัดหลวงนิยมทำซุ้มละสองแผ่นเรียกว่า สีมาคู่ นัยว่าเพื่อเป็นข้อสังเกตให้ทราบว่าเป็นวัดราษฎร์หรือวัดหลวง

ความหมาย[แก้]

สีมา แปลว่า เขต, แดน, เครื่องหมายบอกเขต ใช้ว่า เสมา ก็มี

สีมา หมายถึงเขตหรือแดนที่กำหนดไว้สำหรับทำสังฆกรรมต่างๆ กำหนดเขตแดนด้วยเครื่องหมายบอกเขตที่เรียกว่า นิมิต ที่เหนือนิมิตนิยมสกัดหินเป็นแผ่นประดิษฐานไว้ในซุ้มที่สร้างครอบนิมิต ถือเป็นสัญลักษณ์แทนนิมิต เรียกแผ่นหินนั้นว่า ใบสีมา หรือ ใบเสมา เรียกซุ้มนั้นว่า ซุ้มสีมา หรือ ซุ้มเสมา

สีมา ยังหมายถึงอุโบสถได้ด้วย

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง ระบุว่า ใบเสมาคือนิมิต ในขณะที่พระไตรปิฏกแสดงว่าเสมาเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งซึ่งใช้กำหนดเขตพระอุโบสถอันเป็นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์

ประวัติ[แก้]

ใบเสมาว่ามีวิวัฒนาการมาจากวัฒนธรรมหินตั้ง[1]

ในอดีตใบเสมามักจำหลักภาพที่สื่อธรรมเกี่ยวเนื่องพระพุทธศาสนา เช่น ใบเสมาที่สลักภาพตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์พบที่เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ในปัจจุบันจะไม่ปรากฏใบเสมาที่จำหลักภาพที่เกี่ยวเนื่องในพระพุทธศาสนาหรือเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าหรือชาดกต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าด้วยขนาดของใบเสมาที่ดั่งเดิมที่นิยมใช้หินขนาดใหญ่ ไม่มีความคล่องตัวในการขนย้ายหินขนาดใหญ่หายากมากขึ้น ทำให้ใบเสมาในสมัยต่อมามีขนาดเล็กลงและไม่นิยมสลักภาพที่เล่าเรื่องราว[2]

ใบเสมาในสมัยสุโขทัย ส่วนใหญ่เป็นใบแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่ปักอยู่บนดิน ยังไม่มีแท่น หรือฐานมารองรับ เช่นที่วัดมหาธาตุ วัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย

ในสมัยอยุธยาตอนต้นและกลาง ยังคงสืบเนื่องจากสมัยสุโขทัย ใบเสมายังคงทำจากหินที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เช่น วัดมหาธาตุ และวัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมัยอยุธยาตอนปลาย ใบเสมามีขนาดเล็กกว่าเดิมและมีความหนาไม่มากนัก มีการทำฐานหรือแท่นสูงเพื่อรองรับใบเสมา เรียกว่า เสมานั่งแท่น เช่น ที่วัดสระบัว จังหวัดเพชรบุรี

ต่อมาเริ่มมีการสร้างซุ้มครอบใบเสมา เรียกว่า ซุ้มสีมา ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใดแต่สันนิษฐานว่าคงสร้างสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งแต่ปลายสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเป็นต้นมา ซุ้มสีมานี้ได้รับความนิยมสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์แต่เริ่มหมดความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 4[3]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง, (2558). ใบเสมา ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพ ฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 54.
  2. "เสมา : ประวัติศาสตร์คุณค่าและการจัดการการอนุรักษ์ของ องค์กรพระพุทธศาสนาในจังหวัดบุรีรัมย์". วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
  3. ภาวิดา จินประพัฒน์. "ซุ้มสีมาสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น" (PDF). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

บรรณานุกรม[แก้]