เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พลตำรวจเอก
เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
ม.ป.ช., ม.ว.ม., ร.ม.ก.
เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ใน พ.ศ. 2561
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยแบบบัญชีรายชื่อ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
24 มีนาคม 2562
หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
24 ตุลาคม พ.ศ. 2561
ก่อนหน้า นายไพบูลย์ พึ่งทองหล่อ
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 – 8 เมษายน พ.ศ. 2551
ก่อนหน้า พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ
ถัดไป พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 3 กันยายน พ.ศ. 2491 (73 ปี)
จังหวัดธนบุรี ประเทศไทย
พรรคการเมือง เสรีรวมไทย
คู่สมรส พัสวีศิริ เตมียเวส
บุตร 3
ลายมือชื่อ
การเข้าเป็นทหาร
รับใช้  ไทย
สังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ประจำการ 2515 - 2551
ยศ RTP OF-9 (Police General).svg พลตำรวจเอก

พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (ชื่อเดิม: เสรี เตมียเวส) (ชื่อเล่น: ตู่, เกิด 3 กันยายน พ.ศ. 2491) เป็นข้าราชการการเมืองและข้าราชการตำรวจบำนาญชาวไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ[1] หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย[2] อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ[3] อดีตที่ปรึกษา (สบ.10) อดีตจเรตำรวจแห่งชาติคนแรก อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (จัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว) อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ[4] อดีตผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ขณะมีฐานะเป็นกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย) และอดีตนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ[5] เจ้าของฉายา "วีรบุรุษนาแก"[6] และ "มือปราบตงฉิน"[7]

ประวัติ[แก้]

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดิมชื่อ เสรี เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2491 ที่จังหวัดธนบุรี เป็นบุตร นายชื้น และ นางอรุณ สมรสกับพัสวีศิริ (สกุลเดิม เทพชาตรี) มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นางสาวศศิภาพิมพ์, นายทรรศน์พนธ์ และนางสาวทัศนาวัลย์ โดยสกุล “เตมียเวส” ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2457 เลขสกุลลำดับที่ 2081

การรับราชการตำรวจและการเมือง[แก้]

เสรีพิศุทธ์จบศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนทวีธาภิเศก จากนั้นจึงได้ศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 8 (ตท.8) เคยรับราชการอยู่ที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ช่วง พ.ศ. 2515-2524 ได้ต่อสู้ปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างเด็ดเดี่ยว และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร และเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1[8] ซึ่งต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้ทำพิธีสถาปนาให้เป็นขุนพลของประชาชน ณ ศาลาประชาคม จังหวัดนครพนม ด้วยผลงานที่เสรีพิศุทธ์ ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ จนได้รับการขนานนามว่า "วีรบุรุษนาแก"[9] นอกจากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯยังได้รับพระราชทานรางวัล “คนไทยตัวอย่าง”[ต้องการอ้างอิง] รางวัล “บุคคลดีเด่นของชาติ” จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ[ต้องการอ้างอิง] รางวัล “ข้าราชการที่ประพฤติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริต” จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ[ต้องการอ้างอิง] ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายมหาวิทยาลัย

เขาเคยดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองปราบปราม เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อ พ.ศ. 2533-2534 วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2534 ได้มีผู้วางระเบิดห้องทำงานเขาขณะดำรงตำแหน่งดังกล่าว[10] และต้องพ้นจากตำแหน่ง ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2534 ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น เสรีพิศุทธ์ นัยว่า เพื่อแก้เคล็ด เนื่องจากชื่อไม่ถูกโฉลก [11]

เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ (ทำหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าตำรวจภาค 2) ได้จับกุม และดำเนินคดีกับนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ผู้กว้างของของจ.ชลบุรี และภาคตะวันออก ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินทิ้งขยะที่เข้าไม้แก้ว จนศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกกำนันเป๊าะ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ มีภาพลักษณ์เป็นนายตำรวจมือปราบที่ซื่อตรง ได้ฉายาว่า "มือปราบตงฉิน"[ต้องการอ้างอิง] ผู้มีอำนาจในหลายรัฐบาลมักเลือกเขาให้เข้ามาสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญที่สังคมและสื่อตั้งข้อสงสัย[ต้องการอ้างอิง] มีการจับกุมนักการเมือง รัฐมนตรี เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลหลายต่อหลายคน[ต้องการอ้างอิง] ทำให้ได้รับผลกระทบจากการเมืองบ่อยครั้ง โดยมักถูกโยกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้ควบคุมกำลัง เช่น กองวิทยาการตำรวจ หรือ ประจำกรมตำรวจ เป็นต้น[ต้องการอ้างอิง]

กระนั้น เขาก็ยังได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จเรตำรวจแห่งชาติคนแรก ที่ปรึกษา สบ.10[ต้องการอ้างอิง]

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ[แก้]

เขาได้รับแต่งตั้งให้รักษาการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 แทน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ที่ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และได้รับการโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ต่อมาวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2550 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ได้มีประกาศ ฉบับที่ 1 แต่งตั้งเขาเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ

ในการสับเปลี่ยนกำลังพลครั้งแรก เขาย้ายผู้บัญชาการตำรวจนครบาล วิโรจน์ จันทรังษี ไปต่างจังหวัด ผู้ใกล้ชิดกับอดีต ผบ.ตร. โกวิท วัฒนะและอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรถูกย้ายไปตำแหน่งที่ไม่มีอำนาจ ขณะเดียวกัน เขาเลื่อนยศนายตำรวจหลายนายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเขาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ อดิศร นนทรีย์ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยใกล้ชิดของเสรีพิศุทธ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโท ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี พี่ชายของภรรยาเขา ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท เจตนากร นภีตะภัฏ ซึ่งสมรสกับน้องสาวของภรรยาสุรยุทธ์ จุฬานนท์เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9[12]

เมื่อครั้งมีการยื่นเรื่องให้ถอดพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี พลตำรวจโท ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ซึ่งปฏิเสธยื่นข้อกล่าวหาความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ต่อนักเคลื่อนไหวที่ยื่นเรื่องดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายครอบคลุมเฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น สองวันต่อมาเสรีพิศุทธ์ลดยศเขา[13]

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 พ.ต.อ. ทินกร มั่งคั่ง อดีตนายเวร ที่ถูกเขาปลดออกจากราชการ ลงนามหนังสือร้องเรียนถึงสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลงรับหนังสือร้องเรียนทั้ง 3 ฉบับ ไว้พร้อมกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 วันรุ่งขึ้น สมัครออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และในวันเดียวกันนั้นก็ได้ออกคำสั่งย้ายเขาไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รักษาราชการแทน[14][15] วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551 สมัครก็ได้ออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 73/2551 ให้เขาออกจากราชการไว้ก่อน วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เสรีพิศุทธ์แถลงข่าวว่าตนถูกปล้นตำแหน่ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม[16]

ต่อมาเมื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้สั่งให้ยุติการสอบสวน และยกเลิกคำสั่งให้เสรีพิศุทธ์ออกจากราชการไว้ก่อน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553 รวมระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 364 วัน[ต้องการอ้างอิง]

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ฟ้องร้อง พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในคดีหมิ่นประมาท แต่ศาลได้มีคำสั่งยกฟ้องในที่สุด[17]

การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556[แก้]

ในวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฯ ได้เปิดตัวแสดงเจตนาที่จะลงรับสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ในนาม "กลุ่มพลังกรุงเทพ"[18] โดยได้เบอร์ 11 และได้รับคะแนนทั้งสิ้น 166,582 คะแนน โดยมีคะแนนเป็นอันดับสามต่อจากพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 พรรค และอันดับหนึ่งจากผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคอีก 23 คน [19]

รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557[แก้]

ภายหลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เขากล่าวผ่านสื่อวิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลหลายครั้งหลายคราว รัฐบาลสนองด้วยการออกหมายเรียก[20] วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ในข้อหากระทำการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ[21]

ยศตำรวจ[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 62 ก ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หน้า 14 ลำดับที่ 5. รายชื่อที่ 1.
  2. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 16 ง ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย หมวด 13 ข้อ 126 2.1
  3. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนที่ 81 ง ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ
  4. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 81 ง ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หน้า 7 รายชื่อที่ 10.
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  6. 'กองหนุนเสรีพิศุทธ์'แห่แชร์ภาพอดีต'วีรบุรุษนาแก'บุกเดี่ยวเด็ดหัวโจรปล้นแบงก์ช่วยตัวประกัน
  7. เปิดประวัติ "ป๊าตู่ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" มือปราบตงฉิน อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  8. ราชกิจจานุเบกษา เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ประกาศเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2523
  9. วิวาทะเหรียญรามากลางสภา พี่ 'เสรีพิศุทธ์' ถึงน้อง 'ประยุทธ์' - ที่มาเหรียญกล้าหาญชั้นสูงสุด
  10. 365ปีแพะอาถรรพ์[ลิงก์เสีย]
  11. เปลี่ยนชื่อเป็น เสรีพิศุทธ์ นัยว่า เพื่อแก้เคล็ด เนื่องจากชื่อไม่ถูกโฉลก
  12. Bangkok Post, Officers close to govt promoted, 22 February 2007
  13. The Nation, Special Branch chief demoted in reshuffle Archived 30 กันยายน 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, 5 April 2007
  14. "คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2008-03-05. สืบค้นเมื่อ 2008-02-29.
  15. คำสั่งเด้งผบ.ตร.
  16. เสรีพิศุทธ์ แฉถูกปล้นตำแหน่ง ผบ.ตร.จากกระปุกดอตคอม
  17. ยกฟ้อง'พัชรวาท'ไม่ผิดสอบสวน'เสรีพิศุทธ์'
  18. “เสรีพิศุทธิ์” เปิดตัวลงสมัครผู้ว่าฯกทม. จากเดลินิวส์
  19. "เผยผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.อย่างเป็นทางการ สถิติใหม่คนกรุง ส่งกกต.รับรองผลใน7วัน". ข่าวสด. 4 March 2013. สืบค้นเมื่อ 22 May 2014.
  20. “เสรีพิศุทธ์” อดีต ผบ.ตร.หลังออกรายการวิจารณ์ คสช.
  21. เบื้องหลัง 'ฟ้าให้ทีวี' กับ 'เสียงเสรี' ที่ทหารไม่ปลื้ม
  22. ประกาศแต่งตั้งพลตำรวจตรี
  23. ประกาศแต่งตั้งพลตำรวจโท
  24. ประกาศแต่งตั้งพลตำรวจเอก
  25. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๖, ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕
  26. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๔ ตอนที่ ๒๗ ข หน้า ๑๖, ๓ ธันวาคม ๒๕๔๐
  27. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานแครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๖๐ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔, ๑๖ เมษายน ๒๕๒๓
  28. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม ๙๗ ตอนที่ ๑๑๐ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๕, ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๓
  29. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๐๐ ตอนที่ ๒๐๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๔๐๐๑, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๖

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ถัดไป
พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ 2leftarrow.png Emblem of Royal Thai Police.png
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
(1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2551)
2rightarrow.png พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ